บิตคอยน์ชะลอตัว จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีชะลอจังหวะหลังการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยบิตคอยน์ (BTC) ปรับตัวลงราว 1% นับจากวันศุกร์ และลดลงมากกว่า 2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากดึงกลับจากระดับ 84,000 ดอลลาร์ โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 82,742.29 ดอลลาร์ นักลงทุนกำลังย่อยข้อมูลจากการพุ่งขึ้นของราคาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ พร้อมกับหันความสนใจไปยังปฏิทินเศรษฐกิจมหภาคที่แน่นขนัดในสัปดาห์ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569

จุดสนใจหลักของสัปดาห์นี้คือข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนกันยายนในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในท่าทีเข้มงวด (hawkish) เมื่อสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเป้าหมายอ้างอิงขึ้นมาอยู่ที่ 4% ขณะที่ตลาดสินทรัพย์ข้ามประเภท (cross-asset) ยังคงประเมินเส้นทางนโยบายโดยรวม หลังการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางอังกฤษ

ภาพรวมของข่าว

ภาพรวมของสัปดาห์นี้คือการที่ตลาดคริปโตต้องหยุดพักหายใจ หลังจากที่ราคาบิตคอยน์วิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกือบแตะกรอบ 84,000 ดอลลาร์ แล้วย่อตัวลงมาเล็กน้อย การย่อตัวในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องปกติของตลาดที่ปรับขึ้นแรง เพราะนักลงทุนบางส่วนเลือกขายทำกำไร และอีกส่วนหนึ่งรอความชัดเจนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่จะทยอยออกมาตลอดทั้งสัปดาห์

สิ่งที่ทำให้สัปดาห์นี้ต่างจากสัปดาห์ก่อน คือสัปดาห์ก่อนมีเหตุการณ์สำคัญคือการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ออกมาในท่าทีเข้มงวด และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายอ้างอิงสู่ระดับ 4% ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยงโดยทั่วไป รวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีด้วย แต่เมื่อผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นไปแล้ว ตลาดกลับมาโฟกัสที่ข้อมูลรายตัว โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานและเงินเฟ้อที่จะมีผลต่อการตัดสินใจครั้งต่อไป

ประเด็นหลักที่เกิดขึ้น

ประเด็นแรกคือการย่อตัวของบิตคอยน์ โดยราคาปรับลงประมาณ 1% เมื่อเทียบกับวันศุกร์ และมากกว่า 2% ในรอบ 24 ชั่วโมง ดึงกลับจากระดับ 84,000 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 82,742.29 ดอลลาร์ ตามข้อมูลราคาที่ปรากฏในบทวิเคราะห์สัปดาห์นี้ ขณะที่บัญชีราคาแบบเรียลไทม์แสดงบิตคอยน์ที่ 82,678.58 ดอลลาร์ ลดลง 2.63%

ประเด็นที่สองคือภาพของตลาดโดยรวมที่ไม่ได้มีเพียงบิตคอยน์ที่ปรับลง ดัชนีกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล CD20 อยู่ที่ 2,417.10 จุด ลดลง 3.14% ขณะที่อีเธอเรียม (ETH) อยู่ที่ 2,641.39 ดอลลาร์ ลดลง 2.71% ริปเพิล (XRP) อยู่ที่ 1.48 ดอลลาร์ ลดลง 3.84% และโซลานา (SOL) อยู่ที่ 117.73 ดอลลาร์ ลดลง 5.35% สะท้อนว่าการย่อตัวครั้งนี้กระจายตัวในหลายสินทรัพย์ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่บิตคอยน์เพียงตัวเดียว

ประเด็นที่สามคือปฏิทินเศรษฐกิจมหภาคที่แน่นขนัด ตั้งแต่ดัชนีราคาบ้าน ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ เงินเฟ้อพื้นฐาน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ดัชนีภาคการผลิต ไปจนถึงการจ้างงานนอกภาคเกษตรและค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่ตลาดการเงินทั่วโลกใช้ประกอบการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย

รายละเอียดและข้อมูลสำคัญ

ในฝั่งของคริปโตเคอร์เรนซีเอง มีกำหนดการที่น่าสนใจในวันที่ 28 กันยายน เมื่อเครือข่ายโซลานาเปิดหน้าต่างการเปิดใช้งานสำหรับการอัปเกรดฉันทามติครั้งสำคัญที่ชื่อว่า Alpenglow ซึ่งจะเข้ามาแทนที่กลไก TowerBFT ด้วยโปรโตคอลใหม่ชื่อ Votor โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระจากธุรกรรมที่ใช้ในการลงคะแนน (voting transaction overhead) ทั่วทั้งเครือข่าย การอัปเกรดลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องเชิงโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย ซึ่งมักได้รับการจับตาจากผู้ที่ติดตามประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายตัวของบล็อกเชน

ด้านเศรษฐกิจมหภาค ปฏิทินสัปดาห์นี้เน้นไปที่ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ กลางสัปดาห์ ควบคู่กับข้อมูลด้านที่อยู่อาศัยและสินค้าคงทน ขณะที่ตลาดสินทรัพย์ข้ามประเภทกำลังประเมินเส้นทางนโยบายโดยรวม หลังการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งสะท้อนว่าผู้เล่นในตลาดไม่ได้ดูเพียงนโยบายของสหรัฐฯ แต่ให้น้ำหนักกับทิศทางของธนาคารกลางรายใหญ่หลายแห่งพร้อมกัน

ในส่วนของกิจกรรมโทเคน มีการลงคะแนน governance หลายรายการที่ต้องจับตา World Liberty Financial กำลังจัดการลงคะแนนเบื้องต้นสำหรับโครงการ Governance Engagement Incentive Program โดยเสนอวันเปิดตัวในวันที่ 1 ตุลาคม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ถือโทเคนในการลงคะแนนผ่านรางวัลเป็นโทเคน การลงคะแนนสำหรับโครงการนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 28 กันยายน

ขณะที่ Balancer ซึ่งเผชิญความเสี่ยงที่จะปิดตัวลง กำลังลงคะแนนข้อเสนอการฟื้นฟูโปรโตคอล ด้วยการแยกสถาปัตยกรรมหลักออกไปและเปลี่ยนผ่านสู่ระบบนิเวศใหม่ การลงคะแนนจะสิ้นสุดในวันที่ 29 กันยายน ส่วน Decentraland กำลังลงคะแนนข้อเสนอด้านความปลอดภัย หลังเกิดการโจรกรรม Decentraland Names มากกว่า 1,000 รายการจากบัญชีผู้ใช้ ข้อเสนอดังกล่าวเรียกร้องให้มีการสอบสวนทันที และขอให้ระงับหรือหยุดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ตคอนแทรกต์ชั่วคราว รวมถึงบัญชีที่ได้รับผลกระทบและการโอนต่อเนื่องที่เกี่ยวกับ Decentraland Names เพื่อป้องกันการโอนเพิ่มเติม การลงคะแนนจะสิ้นสุดในวันที่ 1 ตุลาคม

ด้านการปลดล็อกโทเคน (token unlock) วันที่ 28 กันยายน Canton (CC) ราคา 0.1379 ดอลลาร์ จะปลดล็อก 0.38% ของปริมาณหมุนเวียน คิดเป็นมูลค่า 20.7 ล้านดอลลาร์ และวันที่ 29 กันยายน Falcon Finance (FF) ราคา 0.1300 ดอลลาร์ จะปลดล็อก 2.39% ของปริมาณหมุนเวียน คิดเป็นมูลค่า 9.73 ล้านดอลลาร์

สำหรับการเปิดตัวโทเคนใหม่ ไม่มีการยืนยันการเปิดตัวโทเคนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ส่วนด้านผลประกอบการ ไม่มีบริษัทใดกำหนดการรายงานไว้ ในขณะที่ภาคการประชุมมีงาน Korea Blockchain Week ที่กรุงโซล ระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม

ตัวเลขหรือข้อมูลที่ควรจับตา

ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่จะทยอยออกมาในสัปดาห์นี้ มีกำหนดการและตัวเลขคาดการณ์ดังนี้ (เวลาตามเขตเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ หรือ ET)

  • 29 กันยายน เวลา 09:00 น. ดัชนีราคาบ้าน S&P/Case-Shiller ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกรกฎาคม คาดการณ์ 2.2% เทียบปีต่อปี (ครั้งก่อน 2.1%)
  • 30 กันยายน เวลา 08:30 น. อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสหรัฐฯ ไตรมาสสอง ฉบับสุดท้าย คาดการณ์ 1.5% (ครั้งก่อน 2.1%)
  • 30 กันยายน เวลา 08:30 น. ดัชนีราคา Core PCE ประจำเดือนสิงหาคม คาดการณ์ 0.3% เทียบเดือนต่อเดือน (ครั้งก่อน 0.2%)
  • 1 ตุลาคม เวลา 08:30 น. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 26 กันยายน คาดการณ์ 199,000 ราย (ครั้งก่อน 197,000 ราย)
  • 1 ตุลาคม เวลา 10:00 น. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (ISM Manufacturing PMI) ประจำเดือนกันยายน คาดการณ์ 54.8 (ครั้งก่อน 54.6)
  • 2 ตุลาคม เวลา 08:30 น. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ประจำเดือนกันยายน คาดการณ์ 84,000 ตำแหน่ง (ครั้งก่อน 162,000 ตำแหน่ง)
  • 2 ตุลาคม เวลา 08:30 น. ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง ประจำเดือนกันยายน คาดการณ์ 0.3% เทียบเดือนต่อเดือน (ครั้งก่อน 0.3%)

ตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดคือการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่คาดการณ์ไว้เพียง 84,000 ตำแหน่ง จากครั้งก่อนที่ 162,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชะลอลงอย่างชัดเจนหากเทียบกัน และเป็นตัวเลขที่ตลาดจะนำไปชั่งน้ำหนักกับข้อมูลเงินเฟ้ออย่าง Core PCE ที่คาดว่าจะเร่งขึ้นเล็กน้อยจาก 0.2% เป็น 0.3% เทียบเดือนต่อเดือน

ปัจจัยและผลกระทบต่อตลาด

ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางของตลาดในสัปดาห์นี้คือความตึงเครียดระหว่างข้อมูลตลาดแรงงานที่ชะลอตัว กับข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับที่ธนาคารกลางต้องระวัง โดยทั่วไปแล้ว ตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาต่ำกว่าคาดมักถูกตีความว่าตลาดแรงงานเริ่มเย็นลง ซึ่งอาจเปิดทางให้การดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายลงได้ในอนาคต ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดจะทำให้ธนาคารกลางต้องคงท่าทีเข้มงวดไว้ต่อไป การคาดการณ์ไปในทางใดทางหนึ่งก่อนข้อมูลจริงจะออกมา มักทำให้เกิดความผันผวนในสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต

นอกจากนี้ การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางอังกฤษ ยังเป็นอีกชั้นของความไม่แน่นอน เพราะทิศทางนโยบายของแต่ละภูมิภาคไม่จำเป็นต้องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อนโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลักแตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุนและการแกว่งตัวของค่าเงิน ซึ่งส่งผ่านมาถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้เสมอ เนื่องจากสินทรัพย์กลุ่มนี้ซื้อขายกันทั่วโลกและตอบสนองไวต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่อง

อีกปัจจัยหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงกับตลาดคริปโตเองคือเหตุการณ์เชิงเทคนิคและเหตุการณ์เฉพาะโปรเจกต์ ทั้งการอัปเกรดฉันทามติของโซลานา การลงคะแนน governance ของหลายโปรโตคอล และการปลดล็อกโทเคนของ Canton และ Falcon Finance ซึ่งการปลดล็อกโทเคนคือการที่ปริมาณโทเคนที่เคยถูกล็อกไว้ทยอยเข้าสู่ตลาดหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลไกที่นักลงทุนบางส่วนจับตาเพราะกระทบต่อปริมาณโทเคนที่มีอยู่ในมือผู้ถือโดยตรง บทความนี้ไม่ได้ชี้แนะหรือประเมินว่าราคาจะไปทิศทางใด เพียงอธิบายกลไกที่เกิดขึ้นเท่านั้น

มุมมองต่อผู้ติดตามตลาด

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาดคริปโตเป็นประจำ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ต้องให้ความสำคัญกับลำดับเวลาของข้อมูล มากกว่าการคาดเดาว่าราคาจะขึ้นหรือลง เพราะข้อมูลหลายรายการออกมาในวันเดียวกันและใกล้วันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ความผันผวนอาจกระจุกตัวอยู่ในช่วงสั้น ๆ

สิ่งที่น่าสังเกตคือการย่อตัวครั้งนี้เกิดหลังการขึ้นแรง ซึ่งบ่อยครั้งนำไปสู่คำถามว่าการปรับขึ้นนั้นจบลงแล้วหรือยัง คำตอบจะขึ้นอยู่กับว่าตลาดให้ความสำคัญกับข้อมูลใดมากกว่ากันระหว่างความอ่อนตัวของตลาดแรงงานกับความดื้อของเงินเฟ้อ การดูตัวเลขเทียบกับค่าคาดการณ์จึงมีประโยชน์กว่าการดูตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะตลาดมักตอบสนองต่อส่วนต่างระหว่างตัวเลขจริงกับตัวเลขคาดการณ์

อีกด้านหนึ่ง ผู้ที่ลงทุนในโปรเจกต์ที่มีการลงคะแนน governance ควรติดตามกำหนดเวลาสิ้นสุดการลงคะแนนของแต่ละโครงการ เพราะกำหนดเวลาที่ต่างกันทั้งวันที่ 28, 29 กันยายน และ 1 ตุลาคม อาจมีผลต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของชุมชนในแต่ละช่วงเวลา

บริบทสำหรับผู้อ่านไทย

สำหรับผู้อ่านในไทย ข่าวนี้น่าสนใจในหลายมิติ มิติแรกคือความเชื่อมโยงของตลาดคริปโตกับตลาดการเงินโลก แม้คริปโตเคอร์เรนซีจะซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ทิศทางของมันได้รับอิทธิพลสูงจากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และการตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางรายใหญ่ เพราะนักลงทุนสถาบันที่เข้ามาในตลาดนี้มองคริปโตเป็นหนึ่งในสินทรัพย์เสี่ยงที่ต้องเทียบกับทางเลือกอื่น ๆ อย่างพันธบัตรหรือหุ้น

มิติที่สองคือเรื่องค่าเงิน สำหรับคนไทยที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ การเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินบาทมีผลต่อผลตอบแทนจริงที่ได้รับเสมอ เพราะการแข็งหรืออ่อนของเงินบาทอาจบวกหรือลบผลตอบแทนที่ได้จากราคาสินทรัพย์ต้นทาง ซึ่งการตัดสินใจนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และของธนาคารกลางญี่ปุ่นและอังกฤษเป็นตัวแปรสำคัญของค่าเงินในภาพรวม

มิติที่สามคือกิจกรรมในระดับภูมิภาค การจัดงาน Korea Blockchain Week ในกรุงโซลระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม แสดงว่าภูมิภาคเอเชียยังเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมหนาแน่นของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งเป็นบริบทที่ผู้อ่านในภูมิภาคเดียวกันอาจติดตามเพื่อทำความเข้าใจทิศทางของโครงการต่าง ๆ ในเอเชีย

เหตุใดข่าวนี้จึงน่าสนใจ

ข่าวนี้น่าสนใจเพราะเป็นช่วงที่ปัจจัยเชิงเศรษฐกิจมหภาคกับปัจจัยเฉพาะของอุตสาหกรรมมาบรรจบกันในสัปดาห์เดียวกัน ปฏิทินเศรษฐกิจที่แน่นทั้งข้อมูลบ้าน ข้อมูลเศรษฐกิจโดยรวม เงินเฟ้อ การว่างงาน ภาคการผลิต และการจ้างงาน จะทยอยสร้างปฏิกิริยาในตลาด ก่อนที่ข้อมูลตัวสุดท้ายของสัปดาห์จะเป็นการจ้างงานและค่าจ้าง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตลาดการเงินทั่วโลกให้ความสำคัญสูงมาก

ขณะเดียวกัน ฝั่งคริปโตเองก็มีทั้งการอัปเกรดระบบของเครือข่ายสำคัญ การลงคะแนน governance ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโปรโตคอล และการปลดล็อกโทเคนของสองโปรเจกต์ เมื่อรวมกับตัวเลขราคาที่แสดงการย่อตัวพร้อมกันทั้งบิตคอยน์ อีเธอเรียม ริปเพิล และโซลานา ภาพที่ออกมาจึงเป็นตลาดที่กำลังหยุดดูข้อมูลอย่างระมัดระวัง มากกว่าที่จะวิ่งตามกระแสในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างชัดเจน

คำศัพท์ที่ควรรู้

การติดตามข่าวเศรษฐกิจมหภาคและข่าวคริปโตพร้อมกันจำเป็นต้องเข้าใจคำศัพท์พื้นฐานบางคำ ซึ่งจะช่วยให้ตีความตัวเลขที่ออกมาและอ่านปฏิกิริยาของตลาดได้ดีขึ้น

คำอธิบายศัพท์สำคัญ

Nonfarm Payrolls (การจ้างงานนอกภาคเกษตร) คือตัวเลขจำนวนตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในสหรัฐฯ โดยไม่นับภาคเกษตร เป็นข้อมูลที่สะท้อนความแข็งแรงของตลาดแรงงานโดยตรง

Core PCE Price Index คือดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลแบบพื้นฐาน ซึ่งตัดสินค้าที่มีความผันผวนสูงอย่างอาหารและพลังงานออก เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้ความสำคัญ

Initial Jobless Claims คือจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในแต่ละสัปดาห์ ตัวเลขที่สูงขึ้นบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานอาจอ่อนแรงลง

GDP Growth Rate คืออัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งเป็นภาพรวมของขนาดเศรษฐกิจ

ISM Manufacturing PMI คือดัชนีจากแบบสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิต ระดับที่สูงกว่า 50 โดยทั่วไปหมายถึงภาคการผลิตอยู่ในภาวะขยายตัว

ท่าทีเข้มงวด (Hawkish) หมายถึงแนวโน้มของธนาคารกลางที่ให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อ จึงอาจคงหรือขึ้นอัตราดอกเบี้ย เช่นเดียวกับกรณีที่อัตราดอกเบี้ยเป้าหมายอ้างอิงของสหรัฐฯ ถูกปรับขึ้นมาที่ 4% ในสัปดาห์ก่อน

Token Unlock (การปลดล็อกโทเคน) คือการที่โทเคนส่วนหนึ่งซึ่งเคยถูกกำหนดเวลา ล็อกไว้ ทยอยเข้าสู่ปริมาณหมุนเวียน เช่นกรณีของ Canton ที่จะปลดล็อก 0.38% ของปริมาณหมุนเวียน มูลค่า 20.7 ล้านดอลลาร์ และ Falcon Finance ที่จะปลดล็อก 2.39% มูลค่า 9.73 ล้านดอลลาร์

Governance Vote (การลงคะแนน governance) คือกระบวนการที่ผู้ถือโทเคนในโปรโตคอลหนึ่ง ๆ ใช้สิทธิ์ตัดสินใจเรื่องข้อเสนอต่าง ๆ เช่น โครงการจูงใจ การฟื้นฟูโปรโตคอล หรือมาตรการตอบสนองด้านความปลอดภัย

Consensus Upgrade (การอัปเกรดฉันทามติ) คือการเปลี่ยนแปลงกลไกที่เครือข่ายบล็อกเชนใช้ในการตกลงร่วมกันว่า ธุรกรรมใดจะถูกบันทึก เช่นกรณีที่โซลานาเปิดหน้าต่างการเปิดใช้งาน Alpenglow ซึ่งแทนที่ TowerBFT ด้วยโปรโตคอล Votor

สรุปประเด็นสำคัญ

สรุปได้ว่าสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ตลาดคริปโตหยุดพักหลังการปรับขึ้น โดยบิตคอยน์ย่อตัวประมาณ 1% จากวันศุกร์ และมากกว่า 2% ในรอบ 24 ชั่วโมง ดึงกลับจากระดับ 84,000 ดอลลาร์ มาที่ 82,742.29 ดอลลาร์ โดยการปรับลงเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายสินทรัพย์ ทั้งอีเธอเรียมที่ 2,641.39 ดอลลาร์ ริปเพิลที่ 1.48 ดอลลาร์ โซลานาที่ 117.73 ดอลลาร์ และดัชนี CD20 ที่ 2,417.10 จุด

ฝั่งเศรษฐกิจมหภาค สัปดาห์นี้มีข้อมูลให้ติดตามต่อเนื่อง ตั้งแต่ดัชนีราคาบ้านวันที่ 29 กันยายน จีดีพีและ Core PCE วันที่ 30 กันยายน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและ ISM Manufacturing PMI วันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึงการจ้างงานนอกภาคเกษตรและค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงวันที่ 2 ตุลาคม โดยตัวเลขการจ้างงานคาดการณ์ไว้ที่ 84,000 ตำแหน่ง ลดลงจากครั้งก่อนที่ 162,000 ตำแหน่ง

ฝั่งคริปโตเอง มีการอัปเกรดฉันทามติของโซลานาในวันที่ 28 กันยายน มีการลงคะแนน governance ของ World Liberty Financial ที่ปิดวันที่ 28 กันยายน ของ Balancer ที่ปิดวันที่ 29 กันยายน และของ Decentraland ที่ปิดวันที่ 1 ตุลาคม มีการปลดล็อกโทเคนของ Canton ในวันที่ 28 กันยายน และ Falcon Finance ในวันที่ 29 กันยายน ไม่มีการเปิดตัวโทเคนรายใหญ่ที่ยืนยันแน่ชัด ไม่มีกำหนดรายงานผลประกอบการ และมีงาน Korea Blockchain Week ที่กรุงโซลระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม

คำถามที่พบบ่อย

1. ทำไมบิตคอยน์ถึงชะลอตัวในสัปดาห์นี้

บิตคอยน์ย่อตัวลงราว 1% นับจากวันศุกร์ และลดลงมากกว่า 2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากดึงกลับจากระดับ 84,000 ดอลลาร์ โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 82,742.29 ดอลลาร์ การย่อตัวเกิดหลังการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ ขณะที่นักลงทุนหันไปจับตาปฏิทินเศรษฐกิจมหภาคที่แน่นขนัดในสัปดาห์ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน

2. ตัวเลขเศรษฐกิจตัวใดสำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้

ตัวเลขที่ถูกจับตามากที่สุดคือการจ้างงานนอกภาคเกษตร ประจำเดือนกันยายน ซึ่งจะเปิดเผยวันที่ 2 ตุลาคม เวลา 08:30 น. ตามเขตเวลาตะวันออก คาดการณ์ไว้ที่ 84,000 ตำแหน่ง เทียบกับครั้งก่อนที่ 162,000 ตำแหน่ง นอกเหนือจากนั้นยังมี Core PCE ประจำเดือนสิงหาคมที่คาดการณ์ 0.3% เทียบเดือนต่อเดือน

3. การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลต่อตลาดคริปโตอย่างไร

ในสัปดาห์ก่อน ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในท่าทีเข้มงวด ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเป้าหมายอ้างอิงขึ้นมาอยู่ที่ 4% การขึ้นดอกเบี้ยเป็นปัจจัยที่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงต้องนำมาประกอบการประเมิน เพราะกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและทางเลือกในการลงทุน อย่างไรก็ตาม เนื้อหาข่าวนี้เป็นการรายงานข้อเท็จจริงและบริบทเท่านั้น ไม่ใช่การคาดการณ์หรือคำแนะนำการลงทุน

4. การอัปเกรด Alpenglow ของโซลานาคืออะไร

เป็นการอัปเกรดฉันทามติครั้งสำคัญของเครือข่ายโซลานา ซึ่งจะเริ่มเปิดหน้าต่างการเปิดใช้งานในวันที่ 28 กันยายน โดยเข้ามาแทนที่กลไก TowerBFT ด้วยโปรโตคอลใหม่ที่ชื่อ Votor เป้าหมายคือลดภาระจากธุรกรรมที่ใช้ในการลงคะแนนทั่วทั้งเครือข่าย

5. การปลดล็อกโทเคนคืออะไร และมีอะไรบ้างในสัปดาห์นี้

การปลดล็อกโทเคนคือการที่โทเคนซึ่งเคยถูกล็อกไว้ทยอยเข้าสู่ปริมาณหมุนเวียน สัปดาห์นี้มีสองรายการ คือ Canton (CC) ราคา 0.1379 ดอลลาร์ จะปลดล็อก 0.38% ของปริมาณหมุนเวียน มูลค่า 20.7 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 28 กันยายน และ Falcon Finance (FF) ราคา 0.1300 ดอลลาร์ จะปลดล็อก 2.39% มูลค่า 9.73 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 29 กันยายน

6. มีการลงคะแนน governance อะไรบ้างที่ต้องจับตา

มีสามรายการหลัก World Liberty Financial ลงคะแนนโครงการ Governance Engagement Incentive Program โดยเสนอวันเปิดตัววันที่ 1 ตุลาคม ปิดการลงคะแนนวันที่ 28 กันยายน Balancer ลงคะแนนข้อเสนอฟื้นฟูโปรโตคอลด้วยการแยกสถาปัตยกรรมหลักสู่ระบบนิเวศใหม่ ปิดวันที่ 29 กันยายน และ Decentraland ลงคะแนนข้อเสนอด้านความปลอดภัยหลังการโจรกรรม Decentraland Names มากกว่า 1,000 รายการ ปิดวันที่ 1 ตุลาคม

7. มีการเปิดตัวโทเคนใหม่หรือรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้หรือไม่

ในสัปดาห์นี้ไม่มีการยืนยันการเปิดตัวโทเคนรายใหญ่ และไม่มีบริษัทใดกำหนดการรายงานผลประกอบการไว้ อย่างไรก็ตาม มีกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมคืองาน Korea Blockchain Week ที่กรุงโซล ระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นงานประชุมที่ผู้ติดตามวงการอาจให้ความสนใจ

คำเตือน: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้

Similar Posts