โกลด์แมน แซกส์ ดึงกองทุนพันธบัตร 1 แสนล้านดอลลาร์สู่คริปโต
โกลด์แมน แซกส์ (Goldman Sachs) กำลังนำกองทุนพันธบัตรรัฐบาล (Treasury fund) ขนาดราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีชื่อว่า FTIXX เข้ามาอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของกลุ่มบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบัน โดยไม่ต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่แปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (tokenized) แต่อย่างใด กองทุนดังกล่าวจะถูกเสนอผ่าน Lynq ซึ่งเป็นเครือข่ายชำระบัญชีที่ให้บริการแก่บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมี tZERO Securities โบรกเกอร์-ดีลเลอร์ที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เป็นผู้ดำเนินการซื้อขาย
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นกองทุนจากภายนอกกองแรกที่ถูกนำมาเสนอบนเครือข่าย Lynq ซึ่งก่อนหน้านี้มีผลิตภัณฑ์การลงทุนเพียงรายการเดียวอยู่บนแพลตฟอร์ม และยังเป็นเส้นทางที่แตกต่างจากการที่วอลล์สตรีทส่วนใหญ่เลือกใช้ นั่นคือการสร้างกองทุนบนเทคโนโลยีบล็อกเชนโดยตรง ขณะที่ FTIXX ยังคงเป็นกองทุนพันธบัตรรัฐบาลแบบดั้งเดิม เพียงแต่ได้ช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ที่ช่วยให้บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ภาพรวมของข่าว
ประเด็นหลักที่เกิดขึ้น
หัวใจของข่าวนี้อยู่ที่คำว่า “ช่องทางจัดจำหน่าย” มากกว่าคำว่า “ผลิตภัณฑ์ใหม่” เพราะโกลด์แมน แซกส์ไม่ได้ออกแบบกองทุนบนบล็อกเชนขึ้นมาใหม่ แต่เลือกนำกองทุนพันธบัตรรัฐบาลเดิมของตนเองที่มีขนาดราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปวางไว้บนเครือข่ายที่บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลใช้กันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ลูกค้าสถาบันเหล่านี้สามารถนำเงินสดไปพักไว้ในกองทุนดังกล่าวระหว่างช่วงเวลาที่ไม่มีการซื้อขาย และได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของ yield จนกว่าจะต้องดึงเงินออกไปใช้งาน
เจอรัลด์ เดวิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Lynq ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้เกิดการบรรจบกันระหว่างผู้เล่นในตลาดแบบดั้งเดิมกับผู้เล่นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสะท้อนทิศทางที่ทั้งสองฝั่งกำลัง rapproche เข้าหากันผ่านโครงสร้างพื้นฐานการชำระบัญชีและกระแสเงินสด มากกว่าผ่านการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ต้องมีสินทรัพย์อ้างอิงรูปแบบใหม่
แนวทางของ Lynq จึงเป็นการพยายามดึงกองทุนวอลล์สตรีทที่จัดตั้งมานานแล้วเข้ามาสู่กระบวนการทำงาน (workflow) เดียวกับที่บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลใช้เคลื่อนย้ายเงินอยู่ทุกวัน แทนที่จะให้บริษัทเหล่านี้ต้องไปเปิดบัญชีหรือใช้ช่องทางอื่นแยกต่างหาก
รายละเอียดและข้อมูลสำคัญ
ตัวเลขหรือข้อมูลที่ควรจับตา
ประเด็นด้านตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือขนาดของกองทุน FTIXX ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นกองทุนพันธบัตรรัฐบาลที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของโกลด์แมน แซกส์ และเป็นการนำกองทุนขนาดใหญ่ระดับนี้มาเชื่อมกับลูกค้ากลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง
อีกชุดตัวเลขที่ต้องจับตาคือขนาดของเครือข่าย Lynq เอง ซึ่งระบุว่ามีบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบันที่ผ่านการ onboard แล้วมากกว่า 30 ราย และมีสินทรัพย์บนเครือข่ายมากกว่า 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับขนาดกองทุน 1 แสนล้านดอลลาร์ของโกลด์แมน แซกส์ จะเห็นความต่างเชิงขนาดที่ชัดเจนว่า ฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัลยังเล็กกว่าฝั่งการเงินดั้งเดิมมาก แต่ทิศทางกำลังเชื่อมต่อกัน
Lynq ทำงานร่วมกับบริษัทหลายแห่ง เช่น B2C2, Wintermute, Galaxy, FalconX, Crypto.com และ Fireblocks ซึ่งธุรกิจของบริษัทเหล่านี้ต้องเคลื่อนย้ายเงินจำนวนมากระหว่างการซื้อขายอยู่แล้ว สำหรับหุ้นของ Galaxy Digital Inc. ชั้น Class A Common Stock ราคาปิดล่าสุดอยู่ที่ 23.20 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับลง 4.29% ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบที่สะท้อนความผันผวนของหุ้นในกลุ่มบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวกองทุน FTIXX
ในเชิงเทคนิค Lynq ทำงานบนบล็อกเชน Avalanche (AVAX) แบบ Layer 1 ที่เป็นเครือข่ายปิดและต้องได้รับอนุญาต (private, permissioned) ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่บล็อกเชนสาธารณะที่ใครก็เข้าได้ แต่เป็นโครงสร้างที่จำกัดสมาชิกและควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง
สิ่งที่ต้องปรับเพื่อรองรับกองทุน
การนำ FTIXX เข้ามาบนเครือข่ายไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ทันที เพราะ Lynq ต้องปรับเทคโนโลยีของตนเอง จำกัดการเข้าถึงให้เฉพาะลูกค้าในสหรัฐฯ และต้องเชื่อมระบบกับ Mosaic นอกจากนี้ลูกค้าที่ยังต้องมีRelationship กับ tZERO Securities และผ่านขั้นตอน onboarding รวมทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทุนตามที่กำหนด
ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้ข่าวจะดูเหมือนเป็นเรื่องของการเชื่อมต่อเทคโนโลยี แต่แท้จริงแล้วมีงานด้านการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (compliance) และการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทุนเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์การเงินดั้งเดิมสามารถเข้าไปอยู่ในระบบงานของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างถูกต้องตามกติกา
ปัจจัยและผลกระทบต่อตลาด
มุมมองต่อผู้ติดตามตลาด
ความน่าสนใจของข่าวนี้อยู่ที่การวางตำแหน่งของโกลด์แมน แซกส์ ซึ่งแตกต่างจากแนวทางของ BlackRock และ Franklin Templeton โดย BlackRock สร้าง BUIDL ในฐานะกองทุนที่แปลงเป็นโทเคน ขณะที่ Franklin Templeton เสนอหุ้นที่แปลงเป็นโทเคนของกองทุนตลาดเงินผ่าน BENJI ส่วน FTIXX ยังคงเป็นกองทุนแบบดั้งเดิมที่ไม่ได้แปลงเป็นโทเคน
ความแตกต่างนี้สำคัญในเชิงกลยุทธ์ เพราะหมายความว่าโกลด์แมน แซกส์ไม่จำเป็นต้องสร้างผลิตภัณฑ์บนบล็อกเชนขึ้นใหม่เพื่อเข้าถึงบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ใช้เครือข่ายชำระบัญชีเป็นทางผ่านเพื่อนำกองทุนวอลล์สตรีทที่มีอยู่แล้วเข้าสู่ระบบงานเดียวกันกับที่ลูกค้าสถาบันเหล่านี้ใช้เคลื่อนย้ายเงิน
สำหรับบริษัทที่ใช้ Lynq การมี FTIXX อยู่บนแพลตฟอร์มช่วยแก้ปัญหาที่เรียกว่าเงินสดค้างระหว่างการซื้อขาย เพราะแทนที่จะปล่อยให้เงินสดนอนนิ่งอยู่เฉย ๆ ก็สามารถนำไปพักในกองทุนเพื่อรับผลตอบแทน แล้วดึงกลับออกมาเมื่อต้องนำไปใช้ โดยเดวิดระบุว่าลูกค้าของ Lynq เป็นฝ่ายที่ขอผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้เอง และมีลูกค้าที่ต้องการสินทรัพย์ประเภท treasury บนแพลตฟอร์มที่อาจมีโครงสร้างผลตอบแทนต่างจากเครื่องมือที่วางอยู่เดิม
เดวิดยังกล่าวว่า “เราจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการจากลูกค้า” ซึ่งสะท้อนว่าการตัดสินใจนำกองทุนภายนอกเข้ามาเสนอ ต้องอาศัยหลักฐานความต้องการจริงจากฝั่งลูกค้า ไม่ใช่เพียงการผลักดันผลิตภัณฑ์จากฝั่งผู้ให้บริการ
ผลกระทบเชิงโครงสร้างที่อาจเกิดขึ้นคือ การที่สินทรัพย์การเงินดั้งเดิมอย่างกองทุนพันธบัตรรัฐบาลสามารถไหลเข้าสู่ระบบงานของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยไม่ต้องผ่านการแปลงเป็นโทเคน อาจเปิดทางให้บริษัทอื่น ๆ พิจารณาแนวทางเดียวกัน เพราะลดภาระในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ และใช้โครงสร้างการกำกับดูแลที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก
ในทางกลับกัน ขนาดสินทรัพย์บนเครือข่าย Lynq ที่ระบุว่ามากกว่า 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังห่างจาก規模ของกองทุน 1 แสนล้านดอลลาร์มาก ดังนั้นผลกระทบต่อตลาดโดยรวมในระยะสั้นจึงยังจำกัดอยู่ที่กลุ่มลูกค้าสถาบันที่เข้าเกณฑ์ ไม่ได้กระจายไปถึงนักลงทุนรายย่อยโดยตรง
บริบทสำหรับผู้อ่านไทย
เหตุใดข่าวนี้จึงน่าสนใจ
สำหรับผู้อ่านไทย ข่าวนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวโน้มที่เรียกว่าการหลอมรวมระหว่างการเงินดั้งเดิม (traditional finance) กับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดผ่านการออกเหรียญหรือโทเคนใหม่เสมอไป แต่สามารถเกิดผ่านการเชื่อมระบบงาน การชำระบัญชี และการนำเงินสดไปหาผลตอบแทนในเครื่องมือการเงินที่มีอยู่เดิม
แนวคิดเรื่องการนำเงินสดไปพักในกองทุนพันธบัตรรัฐบาลระหว่างที่ยังไม่ต้องใช้งาน ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกการเงินดั้งเดิม แต่การนำแนวคิดนี้มาใช้ในระบบงานของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องเคลื่อนย้ายเงินตลอดเวลา เป็นการต่อยอดที่สะท้อนว่าระบบนิเวศนี้กำลังพัฒนาไปสู่มาตรฐานการบริหารเงินสดแบบเดียวกับสถาบันการเงินทั่วไป
อีกมุมหนึ่งที่ผู้อ่านไทยควรสังเกตคือ การเลือกใช้บล็อกเชนแบบปิดที่ต้องได้รับอนุญาต ซึ่งต่างจากภาพจำที่คนส่วนใหญ่มองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลต้องอยู่บนเครือข่ายเปิดเสมอ การที่ Lynq ทำงานบน Avalanche Layer 1 แบบ private และ permissioned สะท้อนว่าสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับความสามารถในการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงและการปฏิบัติตามข้อกำหนดมากกว่าความเปิดกว้างแบบไร้ข้อจำกัด
นอกจากนี้ การจำกัดการเข้าถึงให้เฉพาะลูกค้าในสหรัฐฯ และการที่ลูกค้าต้องมีRelationship กับโบรกเกอร์-ดีลเลอร์ที่จดทะเบียนกับ SEC ยังชี้ให้เห็นว่าการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การเงินดั้งเดิมผ่านช่องทางสินทรัพย์ดิจิทัล ยังคงถูกกำกับด้วยกรอบกฎหมายของแต่ละประเทศอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ติดตามตลาดในไทยควรใช้เป็นกรอบในการทำความเข้าใจว่าการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ในแต่ละภูมิภาคอาจมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
คำศัพท์ที่ควรรู้
คำอธิบายศัพท์สำคัญ
กองทุนพันธบัตรรัฐบาล (Treasury fund) คือกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล โดยทั่วไปถือเป็นเครื่องมือที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าแต่ความผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงสูง และมักถูกใช้เป็นที่พักเงินสดระยะสั้น
การแปลงเป็นโทเคน (tokenization) คือกระบวนการสร้างตัวแทนของสินทรัพย์บนบล็อกเชน เพื่อให้สามารถส่งมอบหรือบันทึกความเป็นเจ้าของในรูปแบบดิจิทัลได้ เช่นกรณีของ BlackRock ที่สร้าง BUIDL และ Franklin Templeton ที่เสนอหุ้นที่แปลงเป็นโทเคนผ่าน BENJI
เครือข่ายชำระบัญชี (settlement network) หมายถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ยืนยันและบันทึกการโอนเงินหรือสินทรัพย์ระหว่างคู่สัญญา ซึ่งในกรณีของ Lynq ออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกรรมของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล
บล็อกเชนแบบปิดที่ต้องได้รับอนุญาต (private, permissioned blockchain) คือเครือข่ายที่จำกัดผู้เข้าร่วมและต้องได้รับสิทธิ์ก่อนจึงจะใช้งานได้ ต่างจากเครือข่ายสาธารณะที่เปิดให้ทุกคนเข้าร่วม Lynq ทำงานบน Avalanche (AVAX) Layer 1 ในลักษณะนี้
โบรกเกอร์-ดีลเลอร์ (broker-dealer) คือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์และอาจซื้อขายเพื่อบัญชีของตนเองด้วย ในข่าวนี้ tZERO Securities เป็นผู้ดำเนินการซื้อขาย และจดทะเบียนกับ SEC
การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทุน (onboarding และ eligibility check) คือขั้นตอนการยืนยันตัวตนและตรวจสอบว่าลูกค้าเข้าเกณฑ์การเป็นผู้ลงทุนตามข้อกำหนดหรือไม่ ก่อนจะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์
ผลตอบแทน (yield) คือผลตอบแทนที่เกิดจากการถือครองสินทรัพย์ ในบริบทนี้หมายถึงผลตอบแทนที่ลูกค้าได้รับจากการนำเงินสดไปพักไว้ในกองทุนพันธบัตรรัฐบาลระหว่างช่วงที่ไม่มีการซื้อขาย
สรุปประเด็นสำคัญ
โกลด์แมน แซกส์ นำกองทุนพันธบัตรรัฐบาล FTIXX ขนาดราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่เครือข่ายชำระบัญชี Lynq ซึ่งให้บริการบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบัน โดยมี tZERO Securities เป็นผู้ดำเนินการซื้อขาย และไม่มีการสร้างเวอร์ชันที่แปลงเป็นโทเคนของกองทุนนี้
FTIXX เป็นกองทุนจากภายนอกกองแรกที่ถูกนำมาเสนอบน Lynq ซึ่งเดิมมีผลิตภัณฑ์การลงทุนเพียงรายการเดียว และมีบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลที่ onboard แล้วมากกว่า 30 ราย พร้อมสินทรัพย์บนเครือข่ายมากกว่า 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จุดต่างจากแนวทางของ BlackRock ที่สร้าง BUIDL และ Franklin Templeton ที่เสนอหุ้นแปลงเป็นโทเคนผ่าน BENJI คือโกลด์แมน แซกส์ ไม่ต้องสร้างผลิตภัณฑ์บนบล็อกเชนใหม่ แต่ใช้ Lynq เป็นช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่มเติมให้กับกองทุนเดิม
ลูกค้าสถาบันที่ใช้ Lynq จะนำเงินสดไปพักใน FTIXX ระหว่างช่วงที่ไม่มีการซื้อขาย เพื่อรับผลตอบแทน และดึงกลับออกมาเมื่อต้องนำไปใช้งาน เดวิดระบุว่าลูกค้าเป็นฝ่ายขอผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ และบริษัทต้องแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการจริงก่อนนำเสนอ
การนำ FTIXX เข้าสู่เครือข่ายต้องปรับเทคโนโลยี จำกัดการเข้าถึงให้เฉพาะลูกค้าในสหรัฐฯ และเชื่อมกับ Mosaic รวมทั้งลูกค้าต้องมีความสัมพันธ์กับ tZERO Securities และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามข้อกำหนด
คำถามที่พบบ่อย
1. FTIXX คืออะไร และทำไมจึงถูกกล่าวถึงในข่าวนี้
FTIXX คือกองทุนพันธบัตรรัฐบาลของโกลด์แมน แซกส์ ที่มีขนาดสินทรัพย์ราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นกองทุนที่ถูกนำมาเสนอผ่านเครือข่าย Lynq ซึ่งให้บริการบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบัน ข่าวนี้จึงเป็นเรื่องของการเปิดช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ให้กองทุนเดิม ไม่ใช่การออกผลิตภัณฑ์ใหม่
2. กองทุนนี้ถูกแปลงเป็นโทเคนหรือไม่
ไม่ FTIXX ยังคงเป็นกองทุนพันธบัตรรัฐบาลแบบดั้งเดิมที่ไม่ได้แปลงเป็นโทเคน ซึ่งแตกต่างจากแนวทางของ BlackRock ที่สร้าง BUIDL ในฐานะกองทุนที่แปลงเป็นโทเคน และ Franklin Templeton ที่เสนอหุ้นที่แปลงเป็นโทเคนของกองทุนตลาดเงินผ่าน BENJI โดย Lynq ทำหน้าที่เป็นช่องทางจัดจำหน่ายสำหรับกองทุนที่มีอยู่แล้ว
3. Lynq คืออะไร และทำงานอย่างไร
Lynq เป็นเครือข่ายชำระบัญชีที่ใช้โดยบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมี tZERO Securities ซึ่งเป็นโบรกเกอร์-ดีลเลอร์ที่จดทะเบียนกับ SEC เป็นผู้ดำเนินการซื้อขาย เครือข่ายนี้ทำงานบนบล็อกเชน Avalanche (AVAX) Layer 1 แบบปิดและต้องได้รับอนุญาต และมีบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลที่ onboard แล้วมากกว่า 30 ราย
4. ลูกค้าสถาบันได้ประโยชน์อย่างไรจากการมี FTIXX บนแพลตฟอร์ม
ลูกค้าที่ใช้ Lynq สามารถนำเงินสดไปพักไว้ใน FTIXX ระหว่างช่วงที่ไม่มีการซื้อขาย เพื่อรับผลตอบแทนในรูปแบบ yield แล้วดึงเงินกลับออกมาเมื่อต้องนำไปใช้งาน แทนที่จะปล่อยให้เงินสดนอนนิ่งอยู่เฉย ๆ ซึ่งเป็นความต้องการที่ลูกค้าแจ้งมายัง Lynq โดยตรง
5. การนำ FTIXX เข้าสู่เครือข่ายต้องดำเนินการอะไรบ้าง
Lynq ต้องปรับเทคโนโลยีของตนเอง จำกัดการเข้าถึงให้เฉพาะลูกค้าในสหรัฐฯ และเชื่อมระบบกับ Mosaic ขณะเดียวกันลูกค้าที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต้องมีความสัมพันธ์กับ tZERO Securities และผ่านขั้นตอน onboarding รวมถึงการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทุนตามข้อกำหนด
6. ข่าวนี้แตกต่างจากแนวทางของแบล็ก ร็อก และ แฟรงคลิน เทมเปิลตัน อย่างไร
แบล็ก ร็อก สร้าง BUIDL เป็นกองทุนที่แปลงเป็นโทเคน และแฟรงคลิน เทมเปิลตัน เสนอหุ้นที่แปลงเป็นโทเคนของกองทุนตลาดเงินผ่าน BENJI ซึ่งเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์บนบล็อกเชน ส่วนโกลด์แมน แซกส์ เลือกไม่สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ใช้เครือข่ายชำระบัญชีเป็นทางผ่านเพื่อนำกองทุนเดิมเข้าสู่ระบบงานของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล
7. ข่าวนี้ส่งผลต่อนักลงทุนรายย่อยหรือไม่
จากข้อมูลที่มี ขอบเขตของผลิตภัณฑ์นี้มุ่งไปที่บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบันที่ผ่านการ onboard และเข้าเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติ รวมทั้งมีการจำกัดการเข้าถึงให้เฉพาะลูกค้าในสหรัฐฯ ดังนั้นผลกระทบโดยตรงต่อนักลงทุนรายย่อยจึงยังไม่ปรากฏในข้อมูล และขนาดสินทรัพย์บนเครือข่ายที่ระบุว่ามากกว่า 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐก็ยังเล็กเมื่อเทียบกับขนาดกองทุน
คำเตือน: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้
