SEC สหรัฐฯ อนุญาตทดสอบนำหุ้นจริงเข้าสู่บล็อกเชน 5 ปี
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ได้ประกาศเปิดตัวข้อยกเว้นด้านนวัตกรรม หรือ innovation exemption ซึ่งเป็นการเปิดกรอบเวลาทดลอง 5 ปี ให้แพลตฟอร์มที่ผ่านคุณสมบัติสามารถดำเนินงานตลาดการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Tokenized Stocks บนโครงข่ายบล็อกเชนสาธารณะได้ โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเป็นกระดานซื้อขายหลักทรัพย์แห่งชาติเต็มรูปแบบเหมือนกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) หรือ Nasdaq
ภายใต้ข้อกำหนดการทดลองระยะเวลา 5 ปีนี้ แพลตฟอร์มเฉพาะทางที่เรียกว่า Tokenized Securities Venues หรือ TSV จะได้รับอนุญาตให้ส่งเสริมการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ในรูปแบบโทเคนผ่านสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) และสระสภาพคล่อง (Liquidity Pools) โดยการอนุมัติครั้งนี้ให้ความสำคัญกับ หุ้นที่มีอยู่จริง (Real Stocks) ซึ่งผู้ถือครองโทเคนจะได้รับสิทธิประโยชน์และหน้าที่เทียบเท่ากับการถือหุ้นแบบดั้งเดิมทุกประการ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์สังเคราะห์ (Synthetic Products) ที่ทำหน้าที่เพียงติดตามราคาหุ้น จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในโครงการนี้
ภาพรวมของข่าว
ประเด็นหลักที่เกิดขึ้น
ในอดีต หากองค์กรหรือผู้ให้บริการรายใดต้องการจัดตั้งตลาดสำหรับการซื้อขายหุ้นโทเคนในสหรัฐฯ การจับคู่คำสั่งซื้อขายจะถูกพิจารณาและกำกับดูแลภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับกระดานซื้อขายหลักทรัพย์แบบดั้งเดิม ซึ่งสร้างความท้าทายอย่างมากเนื่องจากกฎระเบียบเดิมถูกออกแบบมาสำหรับโครงสร้างพื้นฐานอย่าง NYSE หรือ Nasdaq แต่มาตรการยกเว้นล่าสุดนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมทดลองนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้กับการซื้อขายหุ้นจริงได้โดยตรง
แพลตฟอร์มที่ได้รับยกเว้นในฐานะ TSV จะสามารถใช้นวัตกรรมสระสภาพคล่องและสัญญาอัจฉริยะในการบริหารจัดการคำสั่งซื้อขายแทนการพึ่งพาเพียงสมุดคำสั่งซื้อขาย (Order Book) แบบเดิม ซึ่งเปิดทางให้ธนาคาร บริษัทโบรกเกอร์ และบริษัทในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถทดลองโครงสร้างตลาดรูปแบบใหม่ที่อนุญาตให้สินทรัพย์โทเคนทำการซื้อขายกับสระสินทรัพย์ที่ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลได้วางแนวทางป้องกันความเสี่ยงไว้อย่างเคร่งครัด โดยกำหนดให้ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการดำเนินงานตลาดจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ สามารถตรวจสอบได้ (Auditable) และต้องทำงานอยู่บนบล็อกเชนสาธารณะที่ไม่ต้องขออนุญาต (Public, Permissionless Blockchain) แต่ระบบการเข้าถึงตัวแพลตฟอร์มการซื้อขายเองนั้น จะต้องเป็นระบบที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนเท่านั้น (Permissioned Access) ทำให้การซื้อขายยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมสิทธิ์ของผู้ใช้งานอย่างเป็นระเบียบ
รายละเอียดและข้อมูลสำคัญ
ตัวเลขหรือข้อมูลที่ควรจับตา
เพื่อให้การทดลองอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ หน่วยงานกำกับดูแลได้กำหนดเพดานการจำกัดปริมาณการซื้อขายและจำนวนหลักทรัพย์ที่สามารถนำมาแปลงเป็นโทเคนตามระดับสภาพคล่อง ดังนี้
- กลุ่มหุ้นสภาพคล่องสูง (Tier 1): แพลตฟอร์มแต่ละแห่งสามารถนำหุ้นมาแปลงเป็นโทเคนได้ไม่เกิน 75 รายการ และมีปริมาณการซื้อขายต่อวันได้ไม่เกิน 0.25% ของปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Trading Volume หรือ ADV) ในตลาดหลัก
- กลุ่มหุ้นระดับรอง (Tier 2): กำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 250 รายการ และมีปริมาณการซื้อขายต่อวันได้ไม่เกิน 2.5% ของปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ADV)
Jamie Selway ผู้อำนวยการฝ่ายการซื้อขายและตลาดของหน่วยงานกำกับดูแล ได้อธิบายถึงเหตุผลในการกำหนดตัวเลขดังกล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่จะเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเริ่มดำเนินงานและวัดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ
ตัวอย่างเช่น หุ้น Tesla ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุดในตลาด โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านหุ้น ภายใต้ข้อกำหนดของกรอบการทดลองนี้ แพลตฟอร์ม TSV ที่ได้รับอนุญาตจะสามารถอำนวยความสะดวกในการซื้อขายหุ้น Tesla ในรูปแบบโทเคนได้สูงสุดราว 100,000 หุ้นต่อวัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 36.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อคำนวณที่ระดับราคาหุ้น 366 ดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องสิทธิ์การทำโทเคน โครงสร้างใหม่นี้อนุญาตให้ทั้งบริษัทผู้ออกหุ้นเอง หรือบุคคลที่สามที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน (Third Party) สามารถนำหุ้นเข้าสู่ระบบบล็อกเชนได้ โดยกรณีของบุคคลที่สาม เช่น โบรกเกอร์ดีลเลอร์ที่เป็นผู้ถือครองหุ้นจริงไว้ จะต้องแจ้งเตือนบริษัทผู้ออกหุ้นล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนที่จะนำหุ้นนั้นขึ้นจดทะเบียนในแพลตฟอร์ม และบริษัทผู้ออกหุ้นจะมีสิทธิ์ในการคัดค้านหรือยับยั้ง (Issuer Veto) ได้ทันที
Joris Delanoue ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Fairmint ระบุว่า สิทธิ์การยับยั้งของผู้ออกหุ้นถือเป็นมาตรการป้องกันความเสี่ยงที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งประเด็นการทำโทเคนโดยไม่ได้รับความยินยอมเคยเกิดขึ้นและกลายเป็นข้อถกเถียงสาธารณะมาแล้ว เช่น กรณีที่ Adam Aron ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AMC Entertainment ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Robinhood จากการเสนอโทเคนอ้างอิงหุ้น AMC โดยที่บริษัทไม่ได้มีส่วนร่วม
ปัจจัยและผลกระทบต่อตลาด
มุมมองต่อผู้ติดตามตลาด
การอนุญาตให้ทดลองใช้ระบบผู้สร้างสภาพคล่องอัตโนมัติ (Automated Market Makers หรือ AMMs) ในการแลกเปลี่ยนหุ้นจริง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างตลาดการเงิน ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลยังได้มอบการผ่อนผันเงื่อนไขบางประการให้แก่ผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Providers) ในการยกเว้นการจดทะเบียนเป็นผู้ค้าหลักทรัพย์ (Dealer) เพื่อสนับสนุนให้มีผู้จัดสรรสินทรัพย์และเงินทุนเข้าสู่สระสภาพคล่องอย่างเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีการดำเนินงานจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ทั้งการใช้สัญญาอัจฉริยะ สระสภาพคล่อง และผู้สร้างสภาพคล่องอัตโนมัติ แต่กรอบการทำงานนี้ไม่ใช่ DeFi แบบเสรี เนื่องจากสิทธิ์ในการเข้าใช้งานแพลตฟอร์มยังคงถูกจำกัดเฉพาะผู้ที่ผ่านเกณฑ์ (Permissioned) และในข้อกำหนดของโครงการ sandbox นี้ ยังไม่อนุญาตให้มีการใช้เลเวอเรจ (Leverage) หรือการกู้ยืม (Lending) บนแพลตฟอร์ม TSV โดยเด็ดขาด
Carlos Domingo ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Securitize ได้แสดงทัศนะว่า กรอบการทำงานนี้จะช่วยเร่งการเติบโตของหลักทรัพย์ที่เป็นโทเคนมาตั้งแต่ต้น (Native Tokenized Securities) และจะนำไปสู่การเกิดสถานที่ซื้อขายสภาพคล่องบนบล็อกเชนหลายแห่งตามมา พร้อมชี้ว่าเป็นจุดสมดุลที่ดีมากซึ่งช่วยให้นวัตกรรมจากฝั่งคริปโทเคอร์เรนซีสามารถเกิดขึ้นได้ภายใต้การควบคุมและกำกับดูแลที่ถูกต้อง
ในด้านของนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้จะเน้นไปที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายและการส่งมอบ โดยหุ้นในรูปแบบโทเคนจะยังคงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการออกเสียง การรับเงินปันผล และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่นเดียวกับหุ้นดั้งเดิม หากหุ้นดั้งเดิมในตลาดหลักถูกสั่งหยุดการซื้อขาย (Halt) ระบบซื้อขายหุ้นโทเคนบน TSV ก็จะต้องหยุดการซื้อขายตามด้วยเช่นกัน
บริบทสำหรับผู้อ่านไทย
เหตุใดข่าวนี้จึงน่าสนใจ
ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการปรับตัวของหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลกอย่าง SEC สหรัฐฯ ที่เริ่มนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้กับสินทรัพย์ในโลกจริง (Real World Assets) อย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่ได้ปฏิเสธเทคโนโลยีแต่เลือกใช้แนวทาง Sandbox ในการจำกัดความเสี่ยง
การแยกแยะระหว่าง หุ้นโทเคนที่มีหุ้นจริงรองรับ กับ สินค้าสังเคราะห์อ้างอิงราคา ถือเป็นบทเรียนสำคัญทางกฎหมายและการกำกับดูแลการเงิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ถือหุ้นและการรักษาสภาพคล่องในตลาดยังคงเป็นหัวใจสำคัญสูงสุด แม้ระบบการส่งมอบและเคลียริ่งจะเปลี่ยนไปอยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชนก็ตาม
คำศัพท์ที่ควรรู้
คำอธิบายศัพท์สำคัญ
- Tokenized Securities Venues (TSV): สถานที่หรือแพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์โทเคนเฉพาะทางที่ได้รับอนุญาตผ่อนผันให้ดำเนินงานภายใต้กรอบการทดลองของ SEC
- Automated Market Makers (AMM): ระบบผู้สร้างสภาพคล่องอัตโนมัติที่ใช้สัญญาอัจฉริยะและสระสภาพคล่องในการกำหนดราคาและแลกเปลี่ยนสินทรัพย์แทนการจับคู่คำสั่งในสมุดคำสั่งซื้อขาย
- Permissioned Access: ระบบการเข้าถึงที่ต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตก่อน จึงจะสามารถเข้าใช้งานหรือทำการซื้อขายบนแพลตฟอร์มได้
- Issuer Veto: สิทธิ์ของบริษัทผู้ออกหุ้นในการคัดค้านหรือปฏิเสธไม่ให้บุคคลที่สามนำหุ้นของตนไปทำเป็นโทเคนบนแพลตฟอร์มซื้อขาย
- Average Daily Volume (ADV): ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของหลักทรัพย์ในตลาด เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณเพดานการจำกัดปริมาณซื้อขายหุ้นโทเคน
สรุปประเด็นสำคัญ
- SEC สหรัฐฯ ออกข้อยกเว้นด้านนวัตกรรมระยะเวลา 5 ปี ให้แพลตฟอร์ม TSV ทดลองเปิดซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ จริงบนบล็อกเชนสาธารณะ
- ต้องเป็นหุ้นที่มีสิทธิ์จริง ( voting/dividend) เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้ผลิตภัณฑ์สังเคราะห์ที่เพียงแค่แทร็กราคาหุ้น
- ระบบการเทรดใช้เทคโนโลยีสัญญาอัจฉริยะและสระสภาพคล่อง (AMM) บนบล็อกเชนสาธารณะ แต่ตัวแพลตฟอร์มต้องจำกัดการเข้าถึง (Permissioned)
- มีการจำกัดปริมาณการเทรด: กลุ่ม Tier 1 (สูงสุด 75 หุ้น, ไม่เกิน 0.25% ของ ADV) และกลุ่ม Tier 2 (สูงสุด 250 หุ้น, ไม่เกิน 2.5% ของ ADV)
- หากบุคคลที่สามต้องการทำโทเคนหุ้น ต้องแจ้งบริษัทผู้ออกหุ้นล่วงหน้า 30 วัน และบริษัทมีสิทธิ์คัดค้าน (Issuer Veto) ได้
- ไม่อนุญาตให้มีการกู้ยืมหรือใช้เลเวอเรจบนแพลตฟอร์ม TSV ในช่วงการทดลองนี้
คำถามที่พบบ่อย
Q: โครงสร้างการทดลอง 5 ปีของ SEC มีเป้าหมายเพื่ออะไร?
A: โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนทดสอบการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน สัญญาอัจฉริยะ และสระสภาพคล่องมาใช้กับการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ จริง โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเป็นกระดานซื้อขายหลักทรัพย์เต็มรูปแบบอย่าง NYSE หรือ Nasdaq ทั้งนี้เพื่อประเมินผลกระทบและวัดประสิทธิภาพของเทคโนโลยีภายใต้สภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
Q: หุ้นโทเคนที่ได้รับอนุญาตต่างจากผลิตภัณฑ์ Synthetic Stock อย่างไร?
A: หุ้นโทเคนภายใต้โครงการนี้จะต้องเป็นตัวแทนของหุ้นจริงที่มีสิทธิ์การออกเสียงและสิทธิ์รับเงินปันผลครบถ้วนตามกฎหมาย ส่วนผลิตภัณฑ์สังเคราะห์ (Synthetic Products) ที่ทำหน้าที่เพียงอิงหรือติดตามราคาหุ้นโดยไม่มีหุ้นจริงรองรับ จะไมได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในโครงการยกเว้นนี้
Q: เหตุใด SEC จึงต้องกำหนดเพดานจำกัดปริมาณการซื้อขายหุ้นโทเคน?
A: การกำหนดเพดาน เช่น 0.25% ของ ADV สำหรับหุ้นสภาพคล่องสูง มีวัตถุประสงค์เพื่อเริ่มต้นการทดลองอย่างระมัดระวังและค่อยเป็นค่อยไป การจำกัดปริมาณช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถติดตามผลกระทบต่อตลาดโดยรวมได้อย่างใกล้ชิดและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบการเงินหลัก
Q: บริษัทผู้ออกหุ้นมีสิทธิ์ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำหุ้นตนเองไปทำโทเคนได้หรือไม่?
A: บริษัทผู้ออกหุ้นมีสิทธิ์ veto อย่างสมบูรณ์ โดยหากมีบุคคลที่สามต้องการนำหุ้นของบริษัทไปทำโทเคน จะต้องส่งหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน และหากบริษัทผู้ออกหุ้นแสดงความคัดค้าน แพลตฟอร์มนั้นจะไม่สามารถนำหุ้นดังกล่าวขึ้นจดทะเบียนซื้อขายได้
Q: นักลงทุนสามารถกู้ยืมเงินเพื่อมาซื้อขายหุ้นโทเบนบนแพลตฟอร์ม TSV ได้หรือไม่?
A: ภายใต้ข้อกำหนดข้อยกเว้นด้านนวัตกรรมของ SEC แพลตฟอร์ม TSV ไม่อนุญาตให้มีการให้บริการกู้ยืม (Lending) หรือการใช้เลเวอเรจ (Leverage) ในการซื้อขายหุ้นโทเคนโดยเด็ดขาด เพื่อรักษาความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยในระหว่างระยะเวลาทดลอง 5 ปีนี้
คำเตือน: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้
