หุ้นสหรัฐฯ ผันผวน จับตาเฟด–งบบิ๊กเทค พายุขายหุ้นชิปและน้ำมันพุ่ง
วอลล์สตรีทเข้าสู่สัปดาห์ที่คึกคักและเปราะบางที่สุดของไตรมาส เมื่อผู้ลงทุนต้องเผชิญกับ 3 แรงกดดันพร้อมกัน ทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะประกาศผลในคืนวันพุธที่ 29 กรกฎาคม การรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ตลาดตั้งคำถามหนักขึ้นเรื่อย ๆ เกี่ยวกับเม็ดเงินลงทุนมหาศาลด้าน AI และคลื่นเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ลุกลามจากเอเชียเข้าสู่สหรัฐฯ ขณะเดียวกันความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้งก็ผลักราคาน้ำมันดิบให้ดีดตัวแรง สร้างความไม่แน่นอนซ้อนทับเข้าไปในสมการเงินเฟ้อที่เฟดกำลังชั่งน้ำหนักอยู่พอดี ดัชนีหลักแกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ชี้ชะตา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์ด้วยภาพที่ผสมผสาน สะท้อนความลังเลของนักลงทุนที่ไม่กล้าเดิมพันหนักไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งก่อนเหตุการณ์สำคัญหลายรายการ ในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 262.83 จุด หรือราว 0.51% มาอยู่ที่ 52,210.08 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ซึ่งครอบคลุมหุ้นวงกว้างขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.02% ปิดที่ 7,413.18 จุด ส่วนดัชนีแนสแดค คอมโพสิตที่หนักไปทางหุ้นเทคโนโลยีกลับปรับตัวลง 0.18% มาอยู่ที่ 24,932.08 จุด สะท้อนว่าแรงกดดันยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีและชิปเป็นหลัก CNBC รายงานว่า ภาพการเคลื่อนไหวเช่นนี้เป็นผลจากการที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ลดช่วงลบลงได้บ้างในช่วงท้ายตลาด ประกอบกับราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงจากความคาดหวังว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะคลี่คลาย ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานกลายเป็นตัวถ่วงตลาดในช่วงต้นสัปดาห์ โดยเชฟรอน เอ็กซอนโมบิล…
