Author: freelance

  • | |

    Nvidia ทุบสถิติ $96,200 ล้าน จุดชนวนซูเปอร์วีคหุ้นเทคฯ AI

    ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่ช่วงเวลาชี้ชะตาอีกครั้ง เมื่อ Nvidia (NVDA) บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลกและถือเป็น “มาตรวัด” ของกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งอุตสาหกรรม เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสสองของปีงบประมาณ 2570 (สิ้นสุด 26 กรกฎาคม 2569) หลังตลาดปิดทำการในวันพุธที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยตัวเลขรายได้ที่ทุบสถิติสูงถึง 96,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 106% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเม็ดเงินลงทุนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงร้อนแรงและไม่มีทีท่าจะชะลอตัวลงอย่างที่นักลงทุนบางส่วนกังวล ผลประกอบการของ Nvidia ครั้งนี้ถือเป็นบทปิดท้ายของ “ฤดูกาลรายงานผลประกอบการ” กลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ที่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทั้ง Apple และ Microsoft ต่างเปิดตัวเลขออกมาแข็งแกร่งเกินคาด สะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงกระแสความคาดหวังอีกต่อไป แต่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรที่จับต้องได้จริง อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังตัวเลขที่สวยงามเหล่านี้ กลับมีเงาทอดยาวที่เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำ (Memory) ที่กำลังกดดันอัตรากำไรและดันต้นทุนของทั้งอุตสาหกรรมให้พุ่งสูงขึ้น รายงานฉบับนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกทุกมิติของเหตุการณ์สำคัญนี้ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบที่จะสะเทือนถึงพอร์ตการลงทุนของคนไทย Nvidia ทุบทุกสถิติ: เมื่อ “การประมวลผลกลายเป็นรายได้” หัวใจสำคัญของรายงานผลประกอบการ…

  • | |

    หุ้นเอเชียลุ้นระทึกก่อน Jackson Hole Nikkei-Hang Seng ผันผวน SET ย่อ บาทแข็ง

    ตลาดหุ้นเอเชียปิดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม 2569 ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังอย่างที่ไม่เห็นมานาน เมื่อนักลงทุนทั่วภูมิภาคต่างตรึงสายตาไปที่เวทีประชุมประจำปี Jackson Hole ที่รัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกา ซึ่งในปีนี้มีความหมายพิเศษยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการขึ้นเวทีปาฐกถาครั้งแรกของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ในฐานะประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตลาดการเงินโลกกำลังตั้งคำถามครั้งใหญ่ว่า เฟดยุคใหม่จะเดินหน้าไปในทิศทางใด และที่สร้างความประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ ตลาดล่วงหน้ากำลังให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่เฟดอาจ “ขึ้น” ดอกเบี้ยในเดือนกันยายน แทนที่จะเป็นการ “ลด” ดอกเบี้ยตามความคาดหวังเดิมของนักลงทุนส่วนใหญ่ ภาพรวมตลอดสัปดาห์สะท้อนความสับสนของนักลงทุนได้เป็นอย่างดี ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนหลุดระดับ 65,500 จุด ขณะที่ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงแกว่งตัวรุนแรงตามข่าวการระดมทุนก้อนใหญ่ของอาลีบาบา (Alibaba) เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้านตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ย่อตัวลงหลังทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1,600 จุด สวนทางกับ ค่าเงินบาท ที่ยังคงแข็งค่าอยู่ในระดับราว 32.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2…

  • | |

    ศึกหุ้นเทคโนโลยี Nvidia ประกาศงบคืนนี้ ท่ามกลางเงาฟองสบู่ AI

    ตลาดหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังจับตาช่วงเวลาสำคัญที่สุดของไตรมาสในค่ำวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ เมื่อ Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิปที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคปัญญาประดิษฐ์ เตรียมเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปีบัญชี 2570 (สิ้นสุด 27 กรกฎาคม 2569) ท่ามกลางบรรยากาศที่นักลงทุนแบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งเชื่อมั่นว่ากระแสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งและมีอนาคตยาวไกล ขณะที่อีกฝ่ายเริ่มตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า เม็ดเงินลงทุนระดับ “แสนล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส” ที่บรรดายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีทุ่มลงไปนั้น จะสร้างผลตอบแทนกลับมาคุ้มค่าจริงหรือไม่ และนี่คือคำถามที่ครอบงำ Wall Street มาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้งบของ Nvidia รอบนี้มีน้ำหนักเป็นพิเศษ คือมันมาถึงในจังหวะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เพิ่งผ่านช่วงปั่นป่วนรุนแรงในเดือนกรกฎาคมที่มูลค่าตลาดหายวับไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมกับที่บิ๊กเทครายอื่น ทั้ง Apple, Microsoft, Alphabet, Amazon และ Meta ได้ทยอยประกาศงบไปก่อนหน้านี้เกือบหนึ่งเดือน สะท้อนภาพที่ขัดแย้งกันอย่างน่าสนใจ กล่าวคือแม้ผลประกอบการส่วนใหญ่จะออกมาแข็งแกร่งเกินคาด แต่ปฏิกิริยาของราคาหุ้นกลับสวนทาง เพราะตลาดไม่ได้โฟกัสที่ “ดีมานด์ AI มีจริงหรือไม่” อีกต่อไป แต่หันมาตั้งคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า กระแสเงินสดที่บริษัทเหล่านี้สร้างได้ ยังเพียงพอจะครอบคลุมงบลงทุนมหาศาลด้าน…

  • | |

    บิตคอยน์ทะลุ $80,000 คลังสหรัฐฯ จุดชนวนคริปโตพุ่งแรงสุดตั้งแต่ปี 2023

    ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกลับมาร้อนแรงอีกครั้งอย่างที่ไม่เห็นมานานหลายเดือน เมื่อราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) พุ่งทะลุระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปิดฉากการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่รุนแรงราว 25% และถือเป็นการดีดตัวสามวันที่แรงที่สุดของตลาดคริปโตนับตั้งแต่ปี 2023 ตามการรายงานของ CNBC แรงส่งครั้งนี้ไม่ได้มาจากกระแสเก็งกำไรลอยๆ แต่มีต้นตอชัดเจนจากการตัดสินใจเชิงนโยบายของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว จุดชนวนสิ่งที่นักลงทุนเรียกว่า “debasement trade” หรือการหนีเข้าสินทรัพย์ที่อยู่นอกการควบคุมของรัฐบาล ควบคู่กับกระแสเงินสถาบันที่ไหลกลับเข้ากองทุน ETF อย่างหนาแน่นที่สุดในรอบเกือบปี บทความนี้จะพาผู้อ่านเจาะลึกทุกมิติของปรากฏการณ์ครั้งนี้ ตั้งแต่ตัวเลขราคาล่าสุด กลไกเบื้องหลัง บทบาทของอีเธอเรียม (Ethereum) และบริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงปัจจัยกฎหมาย การประชุม Jackson Hole และสัญญาณเตือนที่นักลงทุนไทยไม่ควรมองข้าม ภาพรวมตลาด: บิตคอยน์ทะยานเหนือ 80,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางภาวะ “โลภสุดขีด” ณ ช่วงเช้าของวันอังคารที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ขยับขึ้นเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงการซื้อขายภาคเช้าของตลาดเอเชีย เพิ่มขึ้นราว 4% ในวันเดียว และมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ข้อมูลจาก CoinDesk ระบุว่าบิตคอยน์ยังทำจุดสูงสุดระหว่างวันแตะบริเวณ…

  • | |

    วอลล์สตรีทระทึกก่อนสัปดาห์ชี้ชะตา จับตา PCE Nvidia และแจ็กสันโฮล

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมด้วยภาพที่ขัดแย้งกันในตัวเอง เมื่อแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กลบข่าวดีจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) เริ่มย่อตัวลง ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.28% มาปิดที่ 7,652.86 จุด ถอยห่างจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เพิ่งทำไว้เมื่อต้นเดือนออกไปอีกก้าว ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ที่มีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูงร่วงลงแรงกว่าที่ 0.76% ปิดที่ 25,980.19 จุด สวนทางกับดัชนี Dow Jones Industrial Average ที่ยังบวกได้ 140.15 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 53,417.16 จุด ตามรายงานของ CNBC ภาพดังกล่าวเป็นเพียงบทนำของสัปดาห์ที่นักลงทุนทั่วโลกขนานนามว่าเป็น “สัปดาห์แห่งการชี้ชะตา” ของตลาดช่วงปลายฤดูร้อน เพราะภายในไม่กี่วันข้างหน้า วอลล์สตรีทต้องเผชิญเหตุการณ์สำคัญถึงสามด้านพร้อมกัน ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญที่สุด ผลประกอบการของ Nvidia บริษัทที่เป็นหัวใจของกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปราศรัยครั้งแรกของนายเควิน วอร์ช…

  • | |

    สงครามการค้าปะทุ! สหรัฐฯ เก็บภาษีแคนาดา 50% คว่ำบาตรอิหร่าน กระทบนักลงทุนไทย

    ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 กำลังเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนหลายด้านพร้อมกันอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อสหรัฐอเมริกาเดินหน้าใช้ “เครื่องมือทางเศรษฐกิจ” เป็นอาวุธหลักในการกดดันทั้งพันธมิตรและปรปักษ์ในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งคือการปะทุรอบใหม่ของสงครามการค้ากับแคนาดา หลังการเจรจาล่มไม่เป็นท่าจนนำไปสู่การเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูงถึง 50% อีกด้านหนึ่งคือการยกระดับ “สงครามเศรษฐกิจ” กับอิหร่านที่ลากยาวมาเกือบหกเดือน โดยล่าสุดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่ยังปิดตายและกดดันราคาพลังงานทั่วโลก สำหรับนักลงทุนไทยและนักลงทุนทั่วเอเชีย ประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะทุกความเคลื่อนไหวสะท้อนกลับมายังราคาน้ำมัน ค่าเงิน อัตราดอกเบี้ย และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ส่งผลโดยตรงต่อพอร์ตการลงทุน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทีละประเด็นสำคัญ พร้อมประเมินผลกระทบและกลยุทธ์รับมือ โดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสำนักข่าวและสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก 1. ศึกภาษีสหรัฐฯ–แคนาดาปะทุ เจรจาล่มนาทีสุดท้าย เปิดฉากตอบโต้ “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” จุดร้อนที่สุดของสัปดาห์นี้อยู่ที่พรมแดนอเมริกาเหนือ เมื่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาที่ยืดเยื้อมาเกือบสองสัปดาห์ต้องล้มครืนลงในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนถึงเส้นตายเที่ยงคืนเพียงไม่กี่ชั่วโมง CNBC รายงานว่า สหรัฐฯ ได้เริ่มบังคับใช้ภาษีนำเข้าอัตรา 50% กับสินค้าแคนาดามูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ไม้ฮอกกี้ วัสดุก่อสร้าง เครื่องเรือน พลาสติก ไม้อัด ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้าบางประเภท มาตรการภาษีชุดนี้ออกมาภายใต้มาตรา 338 ของกฎหมาย Tariff Act…

  • | |

    บิตคอยน์จ่อ 80,000 ดอลลาร์ ปิดสัปดาห์แรงสุดรอบ 2 ปี รับแรงหนุนคลังสหรัฐฯ–ETF

    สัปดาห์ที่ผ่านมา (17–23 สิงหาคม 2569) กลายเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะจดจำไปอีกนาน เมื่อบิตคอยน์ (Bitcoin) ทะยานขึ้นราว 23–24% ภายในเจ็ดวัน แตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่ระดับ 79,461 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ก่อนย่อลงมาปิดสุดสัปดาห์แถว 77,200 ดอลลาร์ นับเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่าสองปี ส่วนอีเธอเรียม (Ethereum) วิ่งแรงยิ่งกว่า โดยพุ่งขึ้นกว่า 30% จากระดับราว 1,880 ดอลลาร์ไปแตะ 2,546 ดอลลาร์ในช่วงหนึ่ง สะท้อนภาพการฟื้นตัวแบบทั้งกระดานที่ลากยาวไปถึงบรรดาเหรียญทางเลือก (altcoin) รายใหญ่ สิ่งที่ทำให้การดีดตัวรอบนี้แตกต่างจาก “การเด้งหลอก” (fake-out) หลายครั้งก่อนหน้าในปี 2026 คือการที่ปัจจัยหนุนหลายชั้นมาบรรจบกันในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรจนกดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวลง เงินไหลเข้ากองทุน ETF สปอตแบบทุบสถิติรายวัน การล้างสถานะขายชอร์ต (short squeeze) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และสัญญาณเชิงบวกด้านกฎระเบียบจากทั้งทำเนียบขาว สำนักงาน ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) บทความนี้จะพาผู้อ่านไปถอดรหัสแต่ละปัจจัยอย่างละเอียด…

  • | |

    ศึกดอกเบี้ยโลก: Fed ตรึง 3.75% รอ Jackson Hole ขณะ ECB ขึ้นดอกเบี้ยสวนทาง

    ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดช่วงหนึ่งของปี 2569 เมื่อธนาคารกลางขนาดใหญ่ที่สุดของโลกสองแห่งเดินสวนทางกันอย่างชัดเจน ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) เลือกตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50–3.75% ต่อเนื่องเป็นการประชุมครั้งที่ห้าติดต่อกัน ท่ามกลางเสียงแตกภายในคณะกรรมการที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบทศวรรษ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank หรือ ECB) กลายเป็นธนาคารกลางหลักเพียงแห่งเดียวของโลกตะวันตกที่ยัง ‘ขึ้น’ ดอกเบี้ยในวัฏจักรนี้ หลังปรับขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบสามปีเมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นตามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จุดโฟกัสของสัปดาห์นี้อยู่ที่การประชุมสัมมนาเศรษฐกิจประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮล (Jackson Hole) รัฐไวโอมิง ระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม ซึ่งจะเป็นเวทีที่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธาน Fed คนใหม่ ขึ้นกล่าวปาฐกถาสำคัญเป็นครั้งแรกในฐานะประธาน ในเช้าวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาว่าถ้อยแถลงของเขาจะส่งสัญญาณอย่างไรต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายนที่กำลังจะมาถึง ท่ามกลางภาวะที่โอกาสระหว่าง ‘ขึ้น’ กับ ‘คง’ ดอกเบี้ยเกือบสูสีกัน สำหรับนักลงทุนไทย นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับไทยที่กว้างถึงราว 250–275…

  • | |

    บิตคอยน์ทะลุ 77,000 ดอลลาร์ อีเธอเรียมพุ่ง 30% ETF ทุบสถิติ ทรัมป์ดัน CLARITY Act

    ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกระเบิดขาขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าสองปี เมื่อบิตคอยน์ (Bitcoin) ทะยานหลุดกรอบการซื้อขายแคบ ๆ ที่กดราคาไว้ใต้ระดับ 64,000 ดอลลาร์มานานเกือบทั้งฤดูร้อน แล้วพุ่งขึ้นแตะเหนือ 77,000 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยราคาบิตคอยน์บวกขึ้นราว 22% ในรอบห้าวันทำการ ถือเป็นผลงานห้าวันที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 ขณะที่อีเธอเรียม (Ethereum) กลายเป็นดาวเด่นของสัปดาห์ด้วยการพุ่งขึ้นเกือบ 30% ทะยานจากช่วง 1,900 ดอลลาร์ไปแตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่ราว 2,546 ดอลลาร์บนกระดานไบแนนซ์ แรงส่งของการปรับตัวขึ้นรอบนี้มาจากปัจจัยสามด้านที่ประจวบเหมาะกันพอดี ได้แก่ ท่าทีสนับสนุนคริปโทอย่างเปิดเผยจากทำเนียบขาวที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเรียกร้องให้รัฐสภาเร่งผ่านร่างกฎหมายจัดระเบียบตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ “CLARITY Act” การประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบและกดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้ต่ำลง และกระแสเงินทุนสถาบันที่หลั่งไหลกลับเข้าสู่กองทุน ETF บิตคอยน์และอีเธอเรียมในสหรัฐฯ อย่างมหาศาลจนทำสถิติสูงสุดของปี รายงานนี้จะพาผู้อ่านสำรวจภาพรวมของการเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ ตั้งแต่รายละเอียดของราคาและปริมาณเงินที่ไหลเข้ากองทุน ETF ไปจนถึงกลไกเชิงนโยบายการเงินการคลังที่จุดชนวนแรงซื้อ สถานการณ์ล่าสุดของกฎหมาย CLARITY Act ในวุฒิสภาสหรัฐฯ มุมมองจากนักวิเคราะห์ทั้งฝ่ายกระทิงและฝ่ายที่ยังระมัดระวัง ตลอดจนประเด็นสำคัญที่นักลงทุนไทยควรจับตาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพอร์ตการลงทุน ตลาดคริปโทระเบิดขาขึ้น บิตคอยน์ท้าทาย 80,000 ดอลลาร์ อีเธอเรียมนำขบวน ภาพความเคลื่อนไหวของราคาในสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนการเปลี่ยนอารมณ์ตลาดแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ก่อนหน้านี้บิตคอยน์ถูกจองจำอยู่ในกรอบราคาแคบบริเวณ…

  • | |

    สงครามเศรษฐกิจโลก: ทรัมป์ลั่น Economic D-Day น้ำมันพุ่ง ทองคำนิวไฮ นักลงทุนไทยต้องรู้

    ตลาดการเงินโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ท่ามกลางความปั่นป่วนที่ถาโถมจากหลายแนวรบพร้อมกัน เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเปิดฉาก “Economic D-Day” หรือปฏิบัติการสงครามเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อกดดันอิหร่าน ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านย่างเข้าสู่เดือนที่หก ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลกยังคงถูกปิดกั้นเกือบสนิท ผลลัพธ์คือราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบเดือน ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบสามเดือน และตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายหนักที่สุดในรอบสามสัปดาห์ ในเวลาเดียวกัน สงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนก็ยังไม่มีทีท่าคลี่คลายอย่างแท้จริง แม้ทั้งสองฝ่ายจะยืดข้อตกลงพักรบทางภาษีออกไป แต่โครงสร้างกำแพงภาษีที่ซับซ้อนหลายชั้นยังคงกดดันห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และดันอัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยของสหรัฐฯ ขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) สำหรับประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลักและมีสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับต้น สถานการณ์เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินบาท ต้นทุนพลังงาน และทิศทางของดัชนี SET รายงานฉบับนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกทุกแนวรบ พร้อมประเมินผลกระทบและกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนไทย 1. “Economic D-Day”: ทรัมป์เปิดสงครามเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดกับอิหร่าน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงค่ำวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ประกาศคำว่า “ECONOMIC D-DAY” ต่ออิหร่าน โดยระบุว่านี่จะเป็น “ปฏิบัติการทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยดำเนินการกับประเทศใด” สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ทรัมป์ยังขู่ว่าจะใช้บทลงโทษทางการเงินขั้นรุนแรงต่อประเทศใดก็ตามที่ช่วยเหลือเตหะรานหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร สาระสำคัญของคำประกาศคือการขยายวงล้อมทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมไม่เฉพาะอิหร่านเท่านั้น…