น้ำมัน-ทองคำ-เงิน ผันผวนหนัก! วิกฤตฮอร์มุซพลิกโฉมตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกปี 2026
โลกการเงินกำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ได้ส่งคลื่นกระแทกรุนแรงผ่านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก ตั้งแต่น้ำมันดิบที่พุ่งทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทองคำที่ขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้วดิ่งลงอย่างน่าตกใจ ไปจนถึงเงินที่กำลังเปลี่ยนบทบาทจากโลหะมีค่าเป็นวัตถุดิบอุตสาหกรรมแห่งอนาคต บทความนี้จะพาคุณผ่านทุกมิติของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกในขณะนี้ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบที่นักลงทุนไทยควรเตรียมรับมือ น้ำมันดิบ: วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซและการหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล ส่งผลให้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักแทบทั้งหมด ซึ่งเป็นเส้นทางที่น้ำมันโลกราว 20% ต้องผ่านทุกวัน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ตั้งชื่อเหตุการณ์นี้ว่า “การหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก” อย่างไม่มีข้อสงสัย ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า การปิดกั้นเส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ปริมาณน้ำมันที่ขาดหายไปจากการผลิตของประเทศในตะวันออกกลางสะสมแตะ 1 พันล้านบาร์เรลแล้ว โดยมีกำลังการผลิตที่หยุดชะงักถึง 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตัวเลขนี้มหาศาลถึงขนาดที่ทำให้นักวิเคราะห์หลายรายถึงกับเปรียบเทียบกับวิกฤตพลังงานในทศวรรษ 1970 ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นเกิน 6% แตะระดับ 118.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 ขณะที่น้ำมัน WTI ของสหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 106.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อบรรเทาแรงกระแทก IEA ได้ตัดสินใจปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม…
