Solana อัปเกรด Alpenglow แตะเครือข่ายทดสอบที่สอง

การอัปเกรดเครือข่ายบล็อกเชน Solana ที่ใช้ชื่อว่า Alpenglow ซึ่งตั้งเป้าลดเวลาการสรุปธุรกรรม (finality) จากราว 12.8 วินาที ให้เหลือประมาณ 150 มิลลิวินาที ล่าสุดได้ขยายการทำงานมาสู่เครือข่ายสำหรับนักพัฒนา (developer network หรือ devnet) แล้ว หลังจากที่เครือข่ายทดสอบ (testnet) อีกเครือข่ายหนึ่งเสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านมาก่อนหน้าหนึ่งวัน

การที่ Alpenglow ทำงานอยู่บนเครือข่ายสาธารณะทั้งสองแห่งนี้ ทำให้ทีมที่พัฒนาแอปพลิเคชันมีพื้นที่สำหรับตรวจสอบซอฟต์แวร์ของตนเองก่อนที่บล็อกเชนที่ใช้งานจริงจะเปลี่ยนไปใช้กลไกใหม่ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการประกาศกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการเปิดใช้งานบนเมนเน็ต และตัวเลขความเร็วที่ระบุไว้ยังเป็นเป้าหมายที่ได้จากการจำลอง ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้วภายใต้สภาวะตลาดจริง

ภาพรวมของข่าว

Alpenglow เป็นการอัปเกรดที่เปลี่ยนวิธีที่วาลิเดเตอร์ (validator) ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย ใช้ในการบรรลุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับบันทึกของเครือข่าย จากเดิมที่วาลิเดเตอร์จะบันทึกคะแนนเสียงของตนไว้เป็นธุรกรรมภายในบล็อก กลไกใหม่จะให้วาลิเดเตอร์แลกเปลี่ยนคะแนนเสียงกันโดยตรง ทำให้กระบวนการบรรลุข้อตกลงใช้การลงคะแนนเพียงหนึ่งหรือสองรอบเท่านั้น

บริษัท Anza ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แกนหลักของ Solana ประกาศการเปิดใช้งานบนเครือข่ายสำหรับนักพัฒนาเมื่อวันที่ 25 กันยายน หลังจากที่เครือข่ายทดสอบแยกต่างหากได้เสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านไปเมื่อวันที่ 24 กันยายน ขณะที่หน้าเว็บติดตามการอัปเกรดของ Solana Foundation ระบุว่า Alpenglow อยู่ในสถานะเปิดใช้งานบนทั้งสองเครือข่ายแล้ว

ประเด็นหลักที่เกิดขึ้น

ประเด็นแรกคือการที่ Alpenglow ปรากฏอยู่บนเครือข่ายสาธารณะสองแห่งพร้อมกัน ได้แก่ devnet และ testnet ซึ่งทั้งสองเครือข่ายมีบทบาทแตกต่างกัน นักพัฒนาใช้ devnet เพื่อทดสอบแอปพลิเคชันด้วยโทเคนที่ไม่มีมูลค่าจริง ส่วน testnet ถูกใช้เป็นหลักในการทดสอบความแข็งแรงของซอฟต์แวร์เครือข่ายและการทำงานของวาลิเดเตอร์

ประเด็นที่สองคือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างต่อวิธีนับปริมาณธุรกรรมบนเครือข่าย เมื่อคะแนนเสียงของวาลิเดเตอร์ไม่ถูกบันทึกเป็นธุรกรรมภายในบล็อกอีกต่อไป ตัวเลขธุรกรรมรวมที่เคยนับรวมคะแนนเสียงเหล่านี้จะลดลง แม้ว่าผู้ใช้จะทำการชำระเงินและซื้อขายในจำนวนเท่าเดิมก็ตาม ด้วยเหตุนี้ Solana Foundation จึงแจ้งให้ผู้ให้บริการข้อมูลปรับวิธีเปรียบเทียบตัวเลขของตน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่ากิจกรรมบนเครือข่ายลดลง

ประเด็นที่สามคือผลกระทบต่อผู้ให้บริการที่จัดทำประวัติธุรกรรม บริการลักษณะนี้จำเป็นต้องแยกบล็อกที่มีศักยภาพแข่งขันกันออกจากกัน จนกว่าเครือข่ายจะเลือกบล็อกที่ถูกต้อง หากนำเนื้อหาของบล็อกที่ยังแข่งขันกันอยู่มาปนกัน อาจทำให้ได้บันทึกที่ไม่ถูกต้อง

ประเด็นที่สี่คืองานด้านการย้ายระบบ (migration) ตามคู่มือของ Solana Foundation ระบุว่าแอปพลิเคชันที่เพียงส่งธุรกรรมและอ่านยอดคงเหลือของบัญชี ไม่จำเป็นต้องย้ายระบบใด ๆ ซึ่งช่วยลดภาระของนักพัฒนาในกลุ่มนี้อย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นที่ห้าคือสถานะของกำหนดการเปิดตัวบนเมนเน็ต ยังไม่มีการประกาศวันที่ที่ชัดเจนสำหรับเครือข่ายจริง ตารางเวลาซอฟต์แวร์ของ Anza เปิดทางให้การเปิดใช้งานฟีเจอร์กลับมาดำเนินต่อได้ในวันที่ 28 กันยายนในเชิง tentative แต่ไม่ได้ระบุว่าวันดังกล่าวเป็นวันเปิดตัว Alpenglow

รายละเอียดและข้อมูลสำคัญ

หัวใจของ Alpenglow คือการลดเวลาที่ธุรกรรมหนึ่งจะกลายเป็นข้อมูลที่ไม่อาจย้อนกลับได้ หรือที่เรียกว่า finality จากประมาณ 12.8 วินาที เหลือเป้าหมายราว 150 มิลลิวินาที หากทำได้จริงตามเป้า ผู้ใช้บริการอาจเห็นความแตกต่างในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ระยะเวลารอที่ตลาดแลกเปลี่ยนปล่อยเงินฝาก ไปจนถึงเวลาที่แอปพลิเคชันชำระเงินแจ้งแก่ร้านค้าว่าการขายเสร็จสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 150 มิลลิวินาทีในตอนนี้ยังเป็นเป้าหมายที่ได้มาจากการจำลอง ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่สาธิตแล้วภายใต้สภาวะตลาดจริง ผู้เขียนวิเคราะห์หลายรายมองว่าปัจจัยภายนอกอย่างการประมวลผลของกระเป๋าเงินดิจิทัล และขั้นตอนตรวจสอบเงินฝากของตลาดแลกเปลี่ยนเอง อาจเพิ่มเวลารอเข้าไปอีก จึงควรแยกให้ชัดระหว่างความเร็วของตัวเครือข่ายกับความเร็วของประสบการณ์ใช้งานจากฝั่งผู้ใช้

ตัวเลขหรือข้อมูลที่ควรจับตา

ตัวเลขชุดแรกคือ 150 มิลลิวินาที ซึ่งเป็นเป้าหมายเวลาสรุปธุรกรรมของ Alpenglow เทียบกับ 12.8 วินาทีของระบบปัจจุบัน ตัวเลขชุดที่สองคือหนึ่งถึงสองรอบการลงคะแนน ซึ่งเป็นจำนวนรอบที่วาลิเดเตอร์ใช้บรรลุข้อตกลงภายใต้กลไกใหม่

ตัวเลขชุดที่สามคือวันที่ 25 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ Anza ประกาศเปิดใช้งานบน devnet หลัง testnet เปลี่ยนผ่านเสร็จในวันที่ 24 กันยายน และตัวเลขชุดที่สี่คือวันที่ 28 กันยายน ซึ่งตารางเวลาซอฟต์แวร์ของ Anza เปิดทางให้การเปิดใช้งานฟีเจอร์กลับมาดำเนินต่อได้ในเชิงเงื่อนไข แต่ไม่ใช่การยืนยันวันเปิดตัว Alpenglow

ในด้านราคาตลาด ข้อมูลราคาที่ปรากฏบนหน้าเว็บต้นทางระบุว่า SOL ซื้อขายอยู่ที่ราว 119.91 ดอลลาร์ ปรับขึ้น 1.32% ในช่วงเวลาที่รายงาน ขณะที่ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ในดัชนีเดียวกันเคลื่อนไหวในกรอบลบ โดยบิตคอยน์อยู่ที่ราว 83,991.84 ดอลลาร์ ลดลง 0.67% อีเธอเรียมอยู่ที่ราว 2,681.80 ดอลลาร์ ลดลง 0.82% และ XRP อยู่ที่ราว 1.54 ดอลลาร์ ลดลง 0.78% ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูล ณ ขณะรายงาน ไม่ได้สะท้อนทิศทางในอนาคต

ประเด็นเชิงตัวเลขที่มักถูกมองข้ามคือผลของการตัดคะแนนเสียงออกจากบล็อก เมื่อกราฟกิจกรรมของ Solana บางส่วนนับรวมคะแนนเสียงเหล่านี้ไว้ ตัวเลขธุรกรรมรวมจะปรับลดลงตามโครงสร้างการนับใหม่ แม้กิจกรรมของผู้ใช้จริงจะไม่เปลี่ยนแปลง Foundation จึงแนะนำให้ผู้ให้บริการข้อมูลปรับฐานการเปรียบเทียบ เพื่อไม่ให้ตัวเลขที่ลดลงถูกตีความเป็นสัญญาณว่ากิจกรรมบนเครือข่ายซบเซา

ปัจจัยและผลกระทบต่อตลาด

เวลาสรุปธุรกรรมเป็นตัวชี้วัดที่มีความหมายเชิงปฏิบัติมากกว่าตัวเลขความเร็วประมวลผลทั่วไป เพราะ finality คือจุดที่ธุรกรรมไม่สามารถย้อนกลับได้อีกต่อไป สำหรับผู้ให้บริการที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสี่ยงทางการเงิน เช่น ตลาดแลกเปลี่ยนหรือผู้ให้บริการรับชำระเงิน ระยะเวลานี้มีผลโดยตรงต่อจำนวนรอบการยืนยันที่ต้องรอก่อนปล่อยเงินหรือยืนยันยอดขาย

หากเป้าหมาย 150 มิลลิวินาทีทำได้จริงในสภาพตลาดจริง การรอที่สั้นลงอาจช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการภายในของผู้ให้บริการบางราย แต่ในทางกลับกัน ระบบที่ตอบสนองเร็วขึ้นย่อมต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของบล็อกอย่างรัดกุมไม่น้อยไปกว่าเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องจัดทำประวัติธุรกรรม ซึ่งต้องแยกบล็อกที่แข่งขันกันออกจากกันจนกว่าเครือข่ายจะตัดสิน

อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือการเปลี่ยนผ่านจากเครือข่ายทดสอบสู่เมนเน็ต ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ความเสี่ยงสูงที่สุดในการอัปเกรดบล็อกเชนทุกระบบ เพราะเกี่ยวข้องกับเงินจริงและผู้ใช้งานจริง ตารางเวลาที่ยังไม่ผูกมัดของ Anza สะท้อนว่าทีมพัฒนายังคงให้ความสำคัญกับความพร้อมของระบบมากกว่าการเร่งเปิดตัว

มุมมองต่อผู้ติดตามตลาด

สำหรับผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายบล็อกเชน ข่าวนี้เป็นข้อมูลเชิงเทคนิคที่บอกถึงพัฒนาการของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่สัญญาณซื้อหรือขายสินทรัพย์ใด ๆ การประเมินผลกระทบต่อราคาจำเป็นต้องรอความชัดเจนเรื่องกำหนดการเมนเน็ต และผลลัพธ์จริงภายใต้สภาวะตลาดที่มีผู้ใช้หนาแน่น

สิ่งที่ควรจับตาต่อไปคือ หนึ่ง ประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องวันเปิดใช้งานบนเมนเน็ต สอง ผลการวัดความเร็วจากเครือข่ายจริงว่าอยู่ใกล้เคียงเป้าหมาย 150 มิลลิวินาทีเพียงใด และสาม การปรับฐานข้อมูลของบรรดาผู้ให้บริการข้อมูลและแพลตฟอร์มวิเคราะห์ ว่าจะสะท้อนการหายไปของคะแนนเสียงในบล็อกอย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้ตีความตัวเลขกิจกรรมได้อย่างถูกต้อง

ในมุมของนักพัฒนาแอปพลิเคชัน การมี Alpenglow อยู่บนทั้ง devnet และ testnet ถือเป็นความได้เปรียบ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทีมสามารถทดสอบซอฟต์แวร์ของตนก่อนที่เครือข่ายจริงจะเปลี่ยนไปใช้กลไกใหม่ และตามคู่มือของ Foundation แอปพลิเคชันที่เพียงส่งธุรกรรมและอ่านยอดคงเหลือของบัญชีก็ไม่ต้องย้ายระบบแต่อย่างใด

บริบทสำหรับผู้อ่านไทย

โดยทั่วไป ผู้ใช้ในไทยที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลมักคุ้นเคยกับการรอการยืนยันธุรกรรมก่อนที่เงินจะเข้าบัญชีหรือก่อนที่ระบบจะแจ้งว่าการถอนเสร็จสมบูรณ์ ระยะเวลารอนี้ประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งความเร็วของเครือข่ายบล็อกเชน ขั้นตอนตรวจสอบภายในของผู้ให้บริการ และกระบวนการประมวลผลของฝั่งผู้ใช้เอง

การอัปเกรดอย่าง Alpenglow จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการแข่งขันของเครือข่ายบล็อกเชนในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ความเร็วประมวลผลเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเวลาที่ธุรกรรมกลายเป็นข้อมูลสุดท้ายที่เชื่อถือได้ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่มีความหมายโดยตรงต่อการนำไปใช้ในงานที่ต้องใช้เงินจริง เช่น การรับชำระค่าสินค้าและการโอนเงินระหว่างประเทศ

ผู้อ่านที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีบล็อกเชนควรแยกให้ชัดระหว่าง คำว่าทดสอบ คำว่าเปิดใช้งานบนเครือข่ายทดสอบ และคำว่าเปิดใช้งานบนเมนเน็ต เพราะทั้งสามสถานะมีความหมายต่างกันอย่างมากในแง่ความเสี่ยง การเปิดใช้งานบน devnet และ testnet เป็นเพียงการยืนยันว่ากลไกใหม่เริ่มเดินได้บนสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช้เงินจริงเท่านั้น

เหตุใดข่าวนี้จึงน่าสนใจ

ข่าวนี้น่าสนใจเพราะเป็นการวัดผลครั้งสำคัญว่าการปรับโครงสร้างกลไกฉันทามติของเครือข่ายขนาดใหญ่สามารถลดเวลาสรุปธุรกรรมลงได้มากน้อยเพียงใด และเพราะผลลัพธ์ของมันจะสะท้อนในตัวเลขที่ผู้คนใช้กันทั่วไป ทั้งจำนวนธุรกรรมที่รายงานบนแดชบอร์ดและกราฟกิจกรรมต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังน่าสนใจในแง่ของการเตรียมพร้อมเชิงระบบ เมื่อเครือข่ายใดปรับกลไกพื้นฐาน ก็ย่อมส่งผลต่อผู้ให้บริการข้อมูล ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน และผู้ประกอบการที่พึ่งพาความเร็วในการสรุปธุรกรรม ผู้ที่เข้าใจผลกระทบเชิงเทคนิคเหล่านี้ก่อนจะสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น

สุดท้าย ข่าวนี้ยังเตือนใจว่าเป้าหมายที่ได้จากการจำลองกับผลลัพธ์จริงในสภาวะตลาดจริงเป็นคนละเรื่องกัน และการเปิดตัวบนเมนเน็ตที่ยังไม่มีกำหนดชัดเจนก็เป็นปัจจัยที่ผู้ติดตามข่าวควรให้ความสำคัญ ไม่ควรด่วนสรุปจากความคืบหน้าบนเครือข่ายทดสอบเพียงอย่างเดียว

คำศัพท์ที่ควรรู้

คำอธิบายศัพท์สำคัญ

Finality หมายถึงจุดที่ธุรกรรมถูกบันทึกจนไม่สามารถย้อนกลับได้อีกต่อไป เป็นตัวชี้วัดที่มีความหมายเชิงปฏิบัติ เพราะเป็นเวลาที่ผู้ให้บริการสามารถถือได้ว่าเงินเข้าหรือออกจริงแล้ว

Alpenglow คือชื่อการอัปเกรดของ Solana ที่ตั้งเป้าลดเวลาสรุปธุรกรรมจากราว 12.8 วินาที เหลือประมาณ 150 มิลลิวินาที โดยเปลี่ยนวิธีที่วาลิเดเตอร์บรรลุข้อตกลง

Anza คือบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์แกนหลักของ Solana และเป็นผู้ประกาศการเปิดใช้งาน Alpenglow บนเครือข่ายสำหรับนักพัฒนาเมื่อวันที่ 25 กันยายน

วาลิเดเตอร์ (Validator) คือคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมและรักษาบันทึกของเครือข่าย ภายใต้กลไกใหม่ วาลิเดเตอร์จะแลกเปลี่ยนคะแนนเสียงกันโดยตรงแทนการบันทึกเสียงไว้เป็นธุรกรรมในบล็อก

Devnet คือเครือข่ายสำหรับนักพัฒนา ใช้โทเคนที่ไม่มีมูลค่าจริง เหมาะสำหรับการทดสอบแอปพลิเคชันก่อนขึ้นระบบจริง

Testnet คือเครือข่ายทดสอบที่ใช้เป็นหลักในการทดสอบความแข็งแรงของซอฟต์แวร์เครือข่ายและการทำงานของวาลิเดเตอร์

บล็อก (Block) คือกลุ่มของธุรกรรมที่ถูกเพิ่มเข้าไปในบล็อกเชน เมื่อมีการตัดคะแนนเสียงของวาลิเดเตอร์ออกจากบล็อก จำนวนธุรกรรมที่รายงานจึงปรับลดลงตามโครงสร้างการนับใหม่

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Alpenglow การอัปเกรดของ Solana ตั้งเป้าลดเวลาสรุปธุรกรรมจากราว 12.8 วินาที เหลือประมาณ 150 มิลลิวินาที
  • ล่าสุด Alpenglow ทำงานอยู่บนเครือข่ายสาธารณะสองแห่ง ได้แก่ devnet และ testnet โดย Anza ประกาศเปิดใช้งานบน devnet เมื่อวันที่ 25 กันยายน หลัง testnet เปลี่ยนผ่านเสร็จในวันที่ 24 กันยายน
  • กลไกใหม่ให้วาลิเดเตอร์แลกเปลี่ยนคะแนนเสียงกันโดยตรง ไม่บันทึกเป็นธุรกรรมในบล็อก ทำให้ใช้การลงคะแนนหนึ่งถึงสองรอบ
  • การตัดคะแนนเสียงออกจากบล็อกจะทำให้ตัวเลขธุรกรรมรวมที่เคยนับรวมเสียงเหล่านี้ลดลง แม้กิจกรรมผู้ใช้จริงไม่เปลี่ยน และ Foundation แจ้งให้ผู้ให้บริการข้อมูลปรับวิธีเปรียบเทียบ
  • ผู้ให้บริการที่จัดทำประวัติธุรกรรมต้องแยกบล็อกที่แข่งขันกันออกจากกัน จนกว่าเครือข่ายจะเลือก ส่วนแอปที่เพียงส่งธุรกรรมและอ่านยอดคงเหลือไม่ต้องย้ายระบบ
  • ยังไม่มีกำหนดการเปิดตัวบนเมนเน็ต และตัวเลขความเร็ว 150 มิลลิวินาทีเป็นเป้าหมายจากการจำลอง ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ภายใต้สภาวะตลาดจริง ตารางเวลาซอฟต์แวร์ของ Anza เปิดทางให้เปิดใช้งานฟีเจอร์ต่อได้ในวันที่ 28 กันยายน แต่ไม่ใช่การยืนยันวันเปิดตัว

คำถามที่พบบ่อย

1. Alpenglow คืออะไร และทำอะไรได้

Alpenglow คือการอัปเกรดของ Solana ที่ตั้งเป้าลดเวลาสรุปธุรกรรม หรือ finality จากราว 12.8 วินาที เหลือประมาณ 150 มิลลิวินาที หากทำได้จริง ผู้ใช้บริการอาจรอสั้นลงในการปล่อยเงินฝากหรือการยืนยันการชำระเงิน อย่างไรก็ดี ตัวเลขนี้ยังเป็นเป้าหมายจากการจำลอง ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้วในสภาวะตลาดจริง

2. ตอนนี้ Alpenglow อยู่บนเครือข่ายใดแล้ว

Alpenglow ทำงานอยู่บนเครือข่ายสาธารณะสองแห่ง ได้แก่ devnet และ testnet โดย Anza ประกาศเปิดใช้งานบน devnet เมื่อวันที่ 25 กันยายน หลังจากที่เครือข่ายทดสอบอีกแห่งเสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านเมื่อวันที่ 24 กันยายน ขณะที่หน้าเว็บติดตามการอัปเกรดของ Solana Foundation ก็ระบุว่า Alpenglow เปิดใช้งานบนทั้งสองเครือข่ายแล้ว

3. เปิดตัวบนเมนเน็ตเมื่อไหร่

ยังไม่มีการประกาศกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดใช้งานบนเมนเน็ต ตารางเวลาซอฟต์แวร์ของ Anza เปิดทางให้การเปิดใช้งานฟีเจอร์กลับมาดำเนินต่อได้ในวันที่ 28 กันยายนในเชิงเงื่อนไข แต่ไม่ได้ระบุว่าวันนั้นเป็นวันเปิดตัว Alpenglow ผู้ที่ติดตามข่าวจึงควรรอประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

4. ทำไมจำนวนธุรกรรมบนเครือข่ายอาจลดลง

ภายใต้กลไกใหม่ วาลิเดเตอร์จะแลกเปลี่ยนคะแนนเสียงกันโดยตรง แทนที่จะบันทึกเสียงเหล่านั้นเป็นธุรกรรมภายในบล็อก ดังนั้นตัวเลขธุรกรรมรวมที่เคยนับรวมคะแนนเสียงจะลดลง แม้ว่าผู้ใช้จะชำระเงินและซื้อขายในจำนวนเท่าเดิม ด้วยเหตุนี้ Foundation จึงแจ้งให้ผู้ให้บริการข้อมูลปรับวิธีเปรียบเทียบตัวเลขของตน

5. นักพัฒนาต้องย้ายระบบหรือไม่

ตามคู่มือของ Solana Foundation แอปพลิเคชันที่เพียงส่งธุรกรรมและอ่านยอดคงเหลือของบัญชี ไม่จำเป็นต้องย้ายระบบใด ๆ แต่ผู้ให้บริการที่จัดทำประวัติธุรกรรมต้องแยกบล็อกที่มีศักยภาพแข่งขันกันออกจากกัน จนกว่าเครือข่ายจะเลือกบล็อกที่ถูกต้อง มิฉะนั้นอาจได้บันทึกที่ไม่ถูกต้อง

6. ข่าวนี้ส่งผลต่อราคาหรือไม่

ข่าวนี้เป็นข้อมูลเชิงเทคนิคเกี่ยวกับพัฒนาการโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย ไม่ใช่สัญญาณซื้อหรือขายสินทรัพย์ใด ๆ การเปลี่ยนแปลงราคาในระยะสั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการซึ่งรวมถึงกระแสเงินลงทุนและสภาวะตลาดโดยรวม ข้อมูลราคาที่ปรากฏในรายงานเป็นเพียงภาพ ณ เวลานั้นและไม่ได้บ่งชี้ทิศทางในอนาคต

7. devnet กับ testnet ต่างกันอย่างไร

devnet เป็นเครือข่ายที่นักพัฒนาใช้ทดสอบแอปพลิเคชันด้วยโทเคนที่ไม่มีมูลค่าจริง จึงเหมาะกับการตรวจสอบฟังก์ชันการทำงาน ส่วน testnet ถูกใช้เป็นหลักในการทดสอบความแข็งแรงของซอฟต์แวร์เครือข่ายและการทำงานของวาลิเดเตอร์ ทั้งสองเครือข่ายไม่เกี่ยวข้องกับเงินจริง แต่การที่ Alpenglow ทำงานได้บนทั้งสองแห่งถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญก่อนถึงเมนเน็ต

คำเตือน: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้

Similar Posts