ไบแนนซ์ลงทุน 100 ล้านดอลลาร์ใน Circle หนุน USDC สู้ Tether
ไบแนนซ์ (Binance) ประกาศลงทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเข้าถือหุ้นใน Circle (CRCL) พร้อมลงนามข้อตกลงทางพาณิชย์ฉบับใหม่เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อส่งเสริมและผนวกเหรียญ USDC เข้ากับแพลตฟอร์มของไบแนนซ์อย่างเต็มรูปแบบ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ไบแนนซ์มีสถานะเป็นทั้งพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายและผู้ถือหุ้นของผู้ออกเหรียญ stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นรายใหญ่อันดับสองของโลกไปพร้อมกัน
นักวิเคราะห์ประเมินว่าดีลดังกล่าวจะช่วยขยายการเข้าถึงของ USDC ในตลาดเกิดใหม่และการซื้อขายระดับโลก พร้อมกับสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อตำแหน่งผู้นำระยะยาวของ Tether ในสนามแข่ง stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ข้อได้เปรียบด้านสภาพคล่องและพฤติกรรมการใช้งานที่สั่งสมมานานหลายปีของ USDT ยังเป็นกำแพงที่ไม่ได้ถูกโค่นลงได้ง่าย ๆ ในระยะเวลาอันสั้น
ภาพรวมของข่าว
หัวใจของดีลนี้อยู่ที่การที่ไบแนนซ์ตัดสินใจลงทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในหุ้นของ Circle Internet Group ซึ่งซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ภายใต้สัญลักษณ์ CRCL พร้อมกับลงนามสัญญาทางพาณิชย์ฉบับใหม่ที่มีอายุ 5 ปี เพื่อผลักดันและผนวกการใช้งาน USDC เข้ากับบริการต่าง ๆ ของไบแนนซ์ นักวิเคราะห์จาก Clear Street อย่างโอเวน เลา อธิบายว่าข้อตกลงนี้ช่วยปรับความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และทำให้ผลประโยชน์ของไบแนนซ์สอดคล้องกับของ Circle มากขึ้น ซึ่ง echoes หรือสะท้อนรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่าง Circle กับ Coinbase ที่ Coinbase ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดจำหน่ายเหรียญและผู้ถือหุ้นของ Circle ในเวลาเดียวกัน
การลงทุนในหุ้นและการเซ็นสัญญาระยะยาวเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องปกติในอุตสาหกรรมคริปโต เพราะโดยทั่วไปแล้วความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์มซื้อขายกับผู้ออกเหรียญ stablecoin มักเป็นเพียงข้อตกลงทางการตลาดหรือโปรโมชันชั่วคราว แต่ในกรณีนี้ ไบแนนซ์ไม่ได้เป็นแค่ช่องทางจัดจำหน่าย หากยังได้เป็นผู้ถือหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของ Circle ขณะที่ Circle ก็ได้ช่องทางกระจายเหรียญ USDC ผ่านหนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งช่วยลดต้นทุนการหาผู้ใช้งานใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งสำคัญคือดีลนี้ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ แต่เป็นการต่อยอดจากความร่วมมือรอบแรกที่ประกาศไปเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งในช่วงเวลานั้นไบแนนซ์ให้บริการตลาดซื้อขายแบบ spot ที่ใช้ USDC เป็นสกุลเงินอ้างอิงอยู่ที่ 140 ตลาด ตัวเลขนี้สะท้อนว่าทั้งสองบริษัทได้เริ่มทดลองทำงานร่วมกันมาก่อนหน้านี้แล้ว และผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นเหตุผลสนับสนุนให้เกิดการขยายความร่วมมือในรูปแบบที่ผูกพันกันลึกขึ้น ทั้งในรูปของเม็ดเงินลงทุนและอายุสัญญาที่ยาวขึ้น
ประเด็นหลักที่เกิดขึ้น
ประเด็นแรกคือการที่ไบแนนซ์กลายเป็นผู้ถือหุ้นของ Circle ด้วยเม็ดเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทำให้ไบแนนซ์มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงต่อการเติบโตของมูลค่าเหรียญ USDC และต่อผลประกอบการของ Circle ในระยะยาว การมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตขนาดใหญ่นั้น ให้ความหมายทั้งในเชิงกลยุทธ์และเชิงสัญญาณต่อตลาดว่าไบแนนซ์ให้น้ำหนักกับ USDC มากขึ้นกว่าที่เคย
ประเด็นที่สองคือข้อตกลงทางพาณิชย์อายุ 5 ปี ซึ่งครอบคลุมการส่งเสริมและผนวก USDC เข้ากับแพลตฟอร์มของไบแนนซ์ ระยะเวลาสัญญาที่ยาวถึง 5 ปีถือว่าให้ความชัดเจนต่อทิศทางความร่วมมือในระดับหนึ่ง และช่วยลดความไม่แน่นอนของนักลงทุนที่ต้องการประเมินว่า USDC จะได้รับการสนับสนุนจากแพลตฟอร์มรายใหญ่ต่อเนื่องหรือไม่
ประเด็นที่สามคือข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สะท้อนว่าความร่วมมือรอบแรกได้เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อขาย USDC บนไบแนนซ์ไปแล้วจริง จำนวนตลาดซื้อขายแบบ spot ที่อ้างอิงราคาด้วย USDC เพิ่มขึ้นจาก 140 ตลาดเมื่อเริ่มความร่วมมือ สู่ 329 ตลาดในปัจจุบัน ขณะที่ปริมาณซื้อขาย USDC รายเดือนบนไบแนนซ์เพิ่มขึ้นราวสองเท่า จากช่วง 20,000–40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนความร่วมมือ มาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
ประเด็นที่สี่คือภาพของการแข่งขันที่ยังไม่พลิกกลับ USDC มีมูลค่าตลาดประมาณ 74,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จัดเป็น stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขนาดใหญ่อันดับสอง รองจาก USDT ของ Tether ที่มีมูลค่าตลาดราว 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ช่องว่างดังกล่าวยังกว้างเกือบหนึ่งเท่าตัว และเป็นตัวเลขที่อธิบายได้ว่าทำไมนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงยังไม่กล้าฟันธงว่าลำดับชั้นในตลาดstablecoin จะเปลี่ยนมือในเร็ววัน
รายละเอียดและข้อมูลสำคัญ
ข้อมูลจาก Kaiko ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลตลาดคริปโต ชี้ให้เห็นว่าไบแนนซ์กลายเป็นเวทีซื้อขายที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดในการซื้อขาย USDC แบบ spot นักวิจัยจาก Kaiko อย่างอนาสตาเซีย เมลาครินอส ระบุว่าในช่วงปี 2026 ไบแนนซ์ครองส่วนแบ่งการซื้อขาย USDC แบบ spot มากที่สุดอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณซื้อขายรายวันสูงกว่าเวทีซื้อขายอื่นประมาณ 10–20 เท่า ขณะที่เวทีส่วนใหญ่มีปริมาณซื้อขายไม่ถึง 0.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน
จุดน่าสังเกตคือเวทีซื้อขายรายใหญ่อื่น ๆ ยังมีปริมาณการซื้อขาย USDC อยู่ในกรอบใกล้เคียงกับที่ผ่านมา ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของปริมาณซื้อขาย USDC มาจากไบแนนซ์เป็นหลัก ไม่ใช่จากทั้งอุตสาหกรรมที่ขยายตัวพร้อมกัน เมลาครินอสยังมองว่าเมื่อไบแนนซ์เร่งการเข้าถึงของ USDC ในตลาดเกิดใหม่ ความโดดเด่นนี้มีแนวโน้มจะขยายเพิ่มขึ้นอีก
ในด้านกลยุทธ์ของ Circle นอกเหนือจากการออกเหรียญ stablecoin บริษัทได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม โดยมี Circle Payments Network ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงสถาบันการเงินเข้าด้วยกันสำหรับการชำระเงินด้วย stablecoin และยังมีการประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัท Tazapay ซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์ ด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การซื้อกิจการครั้งนี้จะเพิ่มความสัมพันธ์กับธนาคารในระดับท้องถิ่นและเส้นทางการชำระเงินในตลาดเกิดใหม่ให้กับ Circle
ขณะเดียวกัน Circle ยังมีความสัมพันธ์ทางพาณิชย์ที่แน่นแฟ้นกับ Coinbase ซึ่งทำหน้าที่จัดจำหน่าย USDC และมีส่วนแบ่งในผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของเหรียญ โอเวน เลา ระบุว่าข้อตกลงกับไบแนนซ์ไม่ได้ทำให้ Circle มีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นเหนือ Coinbase เพราะ Circle เพิ่งต่ออายุความร่วมมือกับ Coinbase ไปเมื่อไม่นานมานี้ การที่ Circle มีพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายหลายรายอาจช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความสำคัญของ Coinbase จะลดลง
ตัวเลขหรือข้อมูลที่ควรจับตา
ตัวเลขที่สำคัญที่สุดในข่าวนี้คือเม็ดเงินลงทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ไบแนนซ์จ่ายเพื่อเข้าถือหุ้นใน Circle และอายุสัญญาทางพาณิชย์ 5 ปี ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่กำหนดความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่าไบแนนซ์ไม่ได้มอง USDC เป็นเพียงสินค้าเสริม แต่เป็นการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ระยะยาว
ตัวเลขที่สองคือจำนวนตลาด spot ที่อ้างอิงราคาด้วย USDC บนไบแนนซ์ เพิ่มจาก 140 ตลาดเมื่อเริ่มความร่วมมือในเดือนธันวาคม 2024 สู่ 329 ตลาดในปัจจุบัน หากเปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้านั้น การเพิ่มขึ้นเป็นไปอย่างช้ามาก คือจาก 39 ตลาดในปี 2021 มาอยู่ที่ 140 ตลาดในช่วงปลายปี 2024 แปลว่าการเติบโตกว่าเท่าตัวในรอบหลังเกิดขึ้นในกรอบเวลาที่สั้นกว่าอย่างชัดเจน
ตัวเลขที่สามคือปริมาณซื้อขาย USDC รายเดือนบนไบแนนซ์ ซึ่งเพิ่มขึ้นราวสองเท่าจากช่วง 20,000–40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนความร่วมมือ มาอยู่เหนือระดับ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลที่ว่าไบแนนซ์มีปริมาณซื้อขายรายวันสูงกว่าเวทีอื่นราว 10–20 เท่า และเวทีอื่นส่วนใหญ่ยังมีปริมาณต่ำกว่า 0.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน
ตัวเลขที่สี่คือขนาดของตลาดที่ยังห่างกันอยู่ โดย USDC มีมูลค่าตลาดประมาณ 74,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับ USDT ที่ประมาณ 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวเลขนี้คือเหตุผลหลักที่นักวิเคราะห์มองว่าการเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งตลาดจะไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีข้อมูลราคาประกอบ คือราคา USDC อยู่ที่ประมาณ 0.9996 ดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาหุ้น CRCL อยู่ที่ 87.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับลดลง 6.05% ในช่วงที่ตลาดปิดทำการ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่าราคาหุ้นยังผันผวนตามการตีความข่าวของนักลงทุน
ปัจจัยและผลกระทบต่อตลาด
ผลกระทบแรกคือแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อ USDT โดยเฉพาะในด้านการซื้อขายระดับโลกและในตลาดเกิดใหม่ ซึ่ง USDT ได้สร้างฐานที่แข็งแรงมานานหลายปี มาร์ตินส์ เบนกีติส ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Gravity Team ตั้งข้อสังเกตว่าทั้งสองฝ่ายมีแรงจูงใจชัดเจนที่จะเติบโต USDC ผ่านฐานผู้ใช้และโครงสร้างพื้นฐานของไบแนนซ์ การขยายตัวนี้จึงเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้างต่อ USDT
ผลกระทบที่สองคือข้อจำกัดของการกระจายสินค้า เบนกีติสย้ำว่าการมีช่องทางจัดจำหน่ายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ในชั่วข้ามคืน เพราะ USDT มีคู่ซื้อขายที่ลึก มีสภาพคล่องในระดับท้องถิ่น และที่สำคัญคือผู้คนคุ้นเคยกับการใช้งานอยู่แล้ว พฤติกรรมผู้ใช้หรือ network effect นี้เป็นปัจจัยที่มักประเมินต่ำเกินไปในการวิเคราะห์ตลาด stablecoin เพราะการเปลี่ยนเหรียญที่ใช้ในชีวิตประจำวันเกี่ยวข้องกับต้นทุนการปรับตัว ทั้งในเรื่องการแปลงสกุล การทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์ม และความเชื่อมั่นต่อความเสถียรของราคา
ผลกระทบที่สามคือการแข่งขันที่กว้างขึ้นเกินกว่าสองผู้เล่นหลัก สถาบันการเงินและบริษัทชำระเงินอย่าง Visa, Mastercard และ Stripe ต่างผลักดันเข้าสู่ธุรกิจการชำระเงินและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าต่อให้ USDC หรือ USDT รักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้ ก็ยังต้องเผชิญกับคู่แข่งรายใหม่ที่มีฐานลูกค้าสถาบันและเครือข่ายการชำระเงินอยู่แล้ว การแข่งขันในตลาดนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแย่งส่วนแบ่งระหว่างสองเหรียญเท่านั้น
ผลกระทบที่สี่คือมุมมองต่อความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพันธมิตร ในกรณีของ Coinbase นั้น โอเวน เลา มองว่าดีลกับไบแนนซ์ไม่ได้ให้อำนาจต่อรองเพิ่มเติมแก่ Circle เพราะ Circle เพิ่งต่ออายุความร่วมมือกับ Coinbase ซึ่งแสดงว่าความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์กับ Coinbase ยังคงมีความสำคัญเท่าเดิม การมีพันธมิตรหลายรายจึงเป็นเรื่องของการกระจายช่องทางมากกว่าการสร้างอำนาจต่อรอง
มุมมองต่อผู้ติดตามตลาด
สำหรับผู้ที่ติดตามตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ข่าวนี้เป็นตัวอย่างของการที่โครงสร้างความเป็นเจ้าของและข้อตกลงทางพาณิชย์สามารถเปลี่ยนพลวัตการแข่งขันได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์หรือเทคโนโลยีใหม่เลย การที่แพลตฟอร์มซื้อขายรายใหญ่เข้ามาถือหุ้นในผู้ออกเหรียญ stablecoin ทำให้เส้นแบ่งระหว่างผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและผู้ให้บริการซื้อขายเริ่มเบลอลง
สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือว่าการเพิ่มจำนวนตลาดซื้อขายที่อ้างอิงราคาด้วย USDC บนไบแนนซ์จะนำไปสู่การใช้งานจริงในกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ไม่ใช่เพียงการซื้อขายเพื่อเก็งกำไรหรือทำ arbitrage ระหว่างเหรียญหรือไม่ เพราะการใช้ USDC เป็นสกุลเงินอ้างอิงในคู่ซื้อขายที่เพิ่มขึ้นนั้นช่วยเพิ่มสภาพคล่อง แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมการถือครองในระยะยาวของผู้ใช้ได้ทันที
อีกประเด็นที่ผู้ติดตามตลาดควรจับตาคือการขยายตัวของ Circle Payments Network และผลจากการเข้าซื้อ Tazapay ด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะการเชื่อมโยงกับระบบธนาคารท้องถิ่นและเส้นทางการชำระเงินเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการใช้งาน stablecoin ในภาคธุรกิจจริง ซึ่งมีลักษณะการเติบโตที่แตกต่างจากการใช้งานในตลาดซื้อขายคริปโต
ควรย้ำว่านักวิเคราะห์ที่อ้างถึงในข่าวนี้ให้ความเห็นในเชิงโครงสร้างตลาด ไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องการลงทุน และตัวเลขราคาหรือมูลค่าตลาดที่ปรากฏเป็นภาพ ณ ช่วงเวลาของรายงาน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การตีความข่าวจึงควรทำควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงของตนเองเสมอ
บริบทสำหรับผู้อ่านไทย
สำหรับผู้อ่านในไทย ข่าวนี้อาจดูห่างไกลจากชีวิตประจำวัน แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ตลาดเกิดใหม่เป็นพื้นที่ที่ถูกพูดถึงอย่างชัดเจนในดีลนี้ทั้งในแง่ของช่องทางจัดจำหน่ายของไบแนนซ์ และในแง่ของกลยุทธ์การขยายธุรกิจของ Circle ผ่านการเข้าซื้อกิจการในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การขยายโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินในภูมิภาคนี้ย่อมมีนัยต่อการใช้งาน stablecoin ในไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม
บทบาทของ stablecoin ในไทยมักปรากฏในบริบทของการโอนเงินข้ามพรมแดน การชำระเงินระหว่างประเทศ และการเป็นสกุลเงินสื่อกลางในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ผู้ใช้ในไทยที่เคยชินกับการใช้ USDT เป็นคู่ซื้อขายหลัก อาจต้องปรับตัวหากปริมาณสภาพคล่องและคู่ซื้อขายที่อ้างอิง USDC เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการที่คู่ซื้อขายใหม่มีสภาพคล่องดีขึ้นมักส่งผลต่อต้นทุนการแลกเปลี่ยนและส่วนต่างราคาที่ผู้ใช้ต้องจ่าย
อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของ USDC ไม่ได้หมายความว่า USDT จะหมดความสำคัญ เพราะข้อได้เปรียบด้านคู่ซื้อขายและความคุ้นเคยของผู้ใช้ยังเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเปลี่ยนแปลง สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป การเข้าใจความแตกต่างระหว่างเหรียญทั้งสอง การตรวจสอบว่าผู้ออกเหรียญมีกลไกการสำรองและการเปิดเผยข้อมูลอย่างไร และการคำนึงถึงความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ในแต่ละประเทศ ถือเป็นพื้นฐานที่ควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจใช้งานหรือลงทุน
เหตุใดข่าวนี้จึงน่าสนใจ
ข่าวนี้น่าสนใจเพราะเป็นการรวมตัวกันของสองตลาดที่เคยถูกมองว่าแยกกัน นั่นคือตลาดหุ้นกับตลาดคริปโต การที่บริษัทในอุตสาหกรรมคริปโตอย่างไบแนนซ์ลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่าง Circle สะท้อนว่าการระดมทุนและการเติบโตของธุรกิจคริปโตกำลังใช้เครื่องมือทางการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้น
อีกเหตุผลคือความชัดเจนของข้อมูลเชิงประจักษ์ ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์เชิงคุณภาพ ตัวเลขจำนวนตลาดซื้อขายที่เพิ่มจาก 140 เป็น 329 ตลาด ปริมาณซื้อขายรายเดือนที่เพิ่มจากช่วง 20,000–40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่เหนือ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และส่วนแบ่งการซื้อขายที่สูงกว่าเวทีอื่น 10–20 เท่า ล้วนเป็นหลักฐานที่ช่วยให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างบริษัทสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมตลาดได้จริงในเวลาอันสั้น
นอกจากนี้ ข่าวนี้ยังเป็นกรณีศึกษาของการแข่งขันที่ตัดสินกันด้วยช่องทางจัดจำหน่ายและโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงคุณสมบัติทางเทคนิคของเหรียญ การที่สัญญามีอายุถึง 5 ปีทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่แคมเปญระยะสั้น และอาจเป็นจุดตั้งต้นของการปรับสมดุลในตลาด stablecoin ที่มีมูลค่ารวมมหาศาล
คำศัพท์ที่ควรรู้
คำอธิบายศัพท์สำคัญ
Stablecoin คือเหรียญคริปโตที่ออกแบบให้มูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์อื่น โดยทั่วไปคือสกุลเงิน fid อย่างดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อลดความผันผวนของราคาเมื่อเทียบกับบิตคอยน์หรืออีเธอเรียม ในข่าวนี้ USDC และ USDT ต่างเป็น stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งคู่
USDC คือเหรียญ stablecoin ที่ออกโดย Circle มีมูลค่าตลาดประมาณ 74,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จัดเป็นเหรียญประเภทเดียวกันที่ใหญ่เป็นอันดับสอง รองจาก USDT และมีราคาซื้อขายใกล้เคียง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ตลอดเวลา
USDT คือเหรียญ stablecoin ที่ออกโดย Tether มีมูลค่าตลาดประมาณ 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเหรียญที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ และเป็นเหรียญที่ได้เปรียบด้านคู่ซื้อขายและสภาพคล่องท้องถิ่นในหลายตลาด
Conditional market capitalization หรือมูลค่าตลาด คือมูลค่ารวมของเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ คำนวณจากราคาปัจจุบันคูณกับจำนวนเหรียญที่หมุนเวียน ตัวเลขนี้ใช้เปรียบเทียบขนาดของเหรียญแต่ละตัว และในข่าวนี้ใช้ชี้ว่าช่องว่างระหว่าง USDT กับ USDC ยังกว้างอยู่มาก
Spot market คือตลาดซื้อขายที่ผู้ซื้อและผู้ขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์กันทันที แตกต่างจากตลาดอนุพันธ์หรือฟิวเจอร์ส การเพิ่มขึ้นของจำนวนตลาด spot ที่อ้างอิงราคาด้วย USDC จึงสะท้อนการขยายตัวของการใช้งานจริงในการซื้อขายทันที
Emerging markets หรือตลาดเกิดใหม่ คือกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจกำลังเติบโต ซึ่งมักมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการการเงินแบบดั้งเดิม ทำให้ stablecoin ถูกใช้เป็นเครื่องมือโอนเงินและชำระเงินทางเลือกมากขึ้น การที่นักวิเคราะห์ชี้ว่าไบแนนซ์จะเร่งการเข้าถึง USDC ในกลุ่มนี้จึงเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ
Distributor-shareholder model คือรูปแบบความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่พันธมิตรทำหน้าที่ทั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทผู้ผลิตในเวลาเดียวกัน ซึ่งช่วยให้ผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายสอดคล้องกันมากขึ้น ในข่าวนี้ใช้เปรียบเทียบกับกรณีของ Circle กับ Coinbase และนำมาสู่กรณีของ Circle กับไบแนนซ์
สรุปประเด็นสำคัญ
ไบแนนซ์ลงทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในหุ้น Circle และเซ็นสัญญาพาณิชย์ 5 ปี เพื่อส่งเสริมและผนวก USDC เข้ากับแพลตฟอร์มของตน ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์มองว่า USDC มีแนวโน้มขยายการเข้าถึงในตลาดเกิดใหม่และการซื้อขายระดับโลกได้มากขึ้น
ข้อมูลเชิงประจักษ์สนับสนุนมุมมองดังกล่าว ความร่วมมือรอบแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ทำให้จำนวนตลาด spot ที่อ้างอิงราคาด้วย USDC บนไบแนนซ์เพิ่มจาก 140 เป็น 329 ตลาด และปริมาณซื้อขาย USDC รายเดือนเพิ่มขึ้นราวสองเท่า มาอยู่เหนือระดับ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เวทีซื้อขายอื่นยังทรงตัวในกรอบเดิม
กระนั้น การแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก Tether ยังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ USDT มีมูลค่าตลาดประมาณ 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับ USDC ที่ประมาณ 74,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และยังได้เปรียบด้านคู่ซื้อขายที่ลึก สภาพคล่องท้องถิ่น และความคุ้นเคยของผู้ใช้ นักวิเคราะห์จึงเห็นว่าการกระจายสินค้าอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ในทันที
ภาพใหญ่คือการแข่งขันในตลาด stablecoin กำลังกว้างขึ้น ทั้งจากความเคลื่อนไหวของCircle ผ่าน Circle Payments Network และการเข้าซื้อกิจการบริษัทในสิงคโปร์ด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจากการที่บริษัทชำระเงินรายใหญ่ผลักดันเข้าสู่พื้นที่นี้มากขึ้น ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การดวลกันระหว่างสองเหรียญอีกต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
1. ดีลนี้ระหว่างไบแนนซ์กับ Circle มีสาระสำคัญอย่างไร
ไบแนนซ์ลงทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเข้าถือหุ้นใน Circle และลงนามข้อตกลงทางพาณิชย์ฉบับใหม่เป็นเวลา 5 ปี เพื่อส่งเสริมและผนวกเหรียญ USDC เข้ากับแพลตฟอร์มของไบแนนซ์ ลักษณะของความสัมพันธ์นี้ทำให้ไบแนนซ์เป็นทั้งผู้จัดจำหน่ายและผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่นักวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกรณีของ Circle กับ Coinbase ที่ใช้โมเดลเดียวกัน
2. เหตุใดนักวิเคราะห์จึงมองว่า USDC ได้ประโยชน์จากดีลนี้
เพราะไบแนนซ์เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก การผนวก USDC เข้ากับระบบของไบแนนซ์จึงช่วยให้ Circle เข้าถึงผู้ใช้จำนวนมากได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องสร้างช่องทางเองทั้งหมด นักวิเคราะห์ระบุว่าการขยายตัวนี้จะช่วยเร่งการเข้าถึง USDC ในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการใช้งาน stablecoin สูงอยู่แล้ว
3. ข้อมูลใดบ่งชี้ว่าความร่วมมือรอบแรกได้ผลแล้ว
จำนวนตลาดซื้อขายแบบ spot ที่อ้างอิงราคาด้วย USDC บนไบแนนซ์เพิ่มจาก 140 ตลาดเมื่อเริ่มความร่วมมือในเดือนธันวาคม 2024 เป็น 329 ตลาดในปัจจุบัน เทียบกับช่วงก่อนหน้าที่เพิ่มจาก 39 ตลาดในปี 2021 เป็น 140 ตลาดในช่วงปลายปี 2024 ซึ่งใช้เวลานานกว่ามาก นอกจากนี้ปริมาณซื้อขาย USDC รายเดือนยังเพิ่มขึ้นราวสองเท่าจากช่วง 20,000–40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่เหนือระดับ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
4. USDC จะแซงหน้า USDT ได้หรือไม่
นักวิเคราะห์ยังไม่เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเร็ว USDC มีมูลค่าตลาดประมาณ 74,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ USDT มีประมาณ 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ USDT ยังได้เปรียบด้านคู่ซื้อขายที่ลึก สภาพคล่องในระดับท้องถิ่น และความคุ้นเคยของUsers ที่สั่งสมมานานหลายปี นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุชัดว่าการมีช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ในชั่วข้ามคืน
5. ดีลนี้กระทบความสัมพันธ์ระหว่าง Circle กับ Coinbase หรือไม่
นักวิเคราะห์จาก Clear Street ระบุว่าข้อตกลงกับไบแนนซ์ไม่ได้ให้อำนาจต่อรองเพิ่มเติมแก่ Circle เหนือ Coinbase เพราะ Circle เพิ่งต่ออายุความร่วมมือกับ Coinbase ไปเมื่อไม่นานมานี้ Coinbase ยังคงทำหน้าที่จัดจำหน่าย USDC และมีส่วนแบ่งในผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของเหรียญ การมีพันธมิตรเพิ่มขึ้นจึงเป็นเรื่องของการกระจายช่องทางมากกว่าการลดบทบาทของพันธมิตรเดิม
6. นอกจาก USDC และ USDT แล้ว ยังมีปัจจัยใดที่ต้องจับตา
การแข่งขันในตลาด stablecoin กำลังขยายออกไปเกินกว่าสองผู้เล่นหลัก สถาบันการเงินและบริษัทชำระเงินอย่าง Visa, Mastercard และ Stripe ต่างผลักดันเข้าสู่ธุรกิจการชำระเงินและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ขณะเดียวกัน Circle ก็เดินหน้าเสริมโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง ทั้ง Circle Payments Network ที่เชื่อมโยงสถาบันการเงิน และการเข้าซื้อกิจการบริษัทในสิงคโปร์ด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์กับธนาคารและเส้นทางการชำระเงินในตลาดเกิดใหม่
7. ผู้อ่านในไทยควรตีความข่าวนี้อย่างไร
ควรตีความในเชิงโครงสร้างตลาดมากกว่าในเชิงสัญญาณซื้อขาย เนื่องจากนักวิเคราะห์ที่อ้างถึงให้ความเห็นเรื่องแนวโน้มการแข่งขันและพฤติกรรมผู้ใช้ ไม่ได้ให้คำแนะนำการลงทุน สำหรับผู้ใช้งานในไทย ประเด็นที่เกี่ยวข้องคือการเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่องและคู่ซื้อขายบนแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการแลกเปลี่ยนและการเลือกใช้เหรียญในการชำระเงินหรือซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
คำเตือน: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้
