ค่าเงินบาท

  • |

    ตลาดโลกเข้าโหมดพิสูจน์: งบ Q2 น้ำมันปะทุ เฟดยุควอร์ชส่อขึ้นดอกเบี้ย

    ตลาดการเงินโลกกำลังเดินเข้าสู่สัปดาห์ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “จุดตัดสิน” ของครึ่งปีหลัง 2569 หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา (6-10 กรกฎาคม) วอลล์สตรีทแสดงอาการ “แยกทาง” อย่างชัดเจน ดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติปิดเหนือระดับ 53,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันจันทร์ ก่อนที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปะทุขึ้นใหม่จะลบกำไรทั้งหมดทิ้ง จนดัชนีบลูชิปปิดสัปดาห์ติดลบ 0.5% ในขณะที่ดัชนี Nasdaq ซึ่งมีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูงกลับบวกได้ 1.74% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.23% ปิดบวกเป็นสัปดาห์ที่ 4 จาก 5 สัปดาห์หลังสุด ภาพที่ขัดแย้งกันนี้บอกอะไรบางอย่างกับนักลงทุน: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในเวลานี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องเดียว แต่ถูกดึงไปคนละทางโดยสามแรงที่ทรงพลังพอ ๆ กัน — แรงแรกคือ “ธีม AI” ที่ยังคงดูดเงินเข้าหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอย่างไม่ลดละ แรงที่สองคือราคาน้ำมันที่กลับมาพุ่งอีกครั้งหลังข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านล่มลง และแรงที่สามคือธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ที่กำลังถกเถียงกันภายในว่าจะ “ขึ้น” ดอกเบี้ยหรือ “คง” ดอกเบี้ยต่อไป…

  • วอลล์สตรีทปิดบวกท้ายสัปดาห์ ก่อนศึกใหญ่งบแบงก์-เงินเฟ้อ-เฟดสัปดาห์หน้า

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดวันศุกร์ (10 ก.ค.) ในแดนบวกอย่างระมัดระวัง ปิดฉากสัปดาห์ที่ผันผวนหนักด้วยชัยชนะรายสัปดาห์ของทั้งดัชนี S&P 500 และ Nasdaq โดยมีแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Nvidia และ Meta พร้อมการเปิดตัวขายหุ้น IPO ของ SK Hynix ที่กลายเป็นการระดมทุนของบริษัทต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วอลล์สตรีท ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังกลั้นหายใจรอสัปดาห์หน้าที่อัดแน่นด้วยงบการเงินแบงก์ยักษ์ใหญ่ ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และการปรากฏตัวครั้งแรกต่อสภาคองเกรสของประธานเฟดคนใหม่ ‘เควิน วอร์ช’ ที่อาจกำหนดทิศทางตลาดในครึ่งปีหลัง ปิดตลาดวันศุกร์: ดัชนีหลักปิดบวก ปิดสัปดาห์ผันผวนด้วยชัยชนะ บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ปิดท้ายสัปดาห์ด้วยโทนบวก โดยดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.42% ปิดที่ระดับ 7,575.39 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี เพิ่มขึ้น 0.29% ปิดที่ 26,281.61 จุด ส่วนดัชนี Dow Jones Industrial…

  • | |

    ตลาดโลกผวาสงครามฮอร์มุซ ดาวโจนส์แกว่งใกล้ 5.3 หมื่นจุด เฟดเหยี่ยวกดบาทอ่อน

    ตลาดการเงินทั่วโลกในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวอยู่บนเส้นด้ายที่ตึงเครียด ระหว่างความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยืนระยะได้ กับความกลัวว่าไฟสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกครั้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซจะลุกลามจนฉุดราคาน้ำมันและเงินเฟ้อพุ่งกลับ นักลงทุนต้องชั่งน้ำหนักระหว่างแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ฟื้นตัวแรง กับสัญญาณ ‘เหยี่ยว’ ของธนาคารกลางสหรัฐยุคใหม่ภายใต้การนำของเควิน วอร์ช ที่เปิดทางขึ้นดอกเบี้ยแทนที่จะลด ผลพวงทั้งหมดสะท้อนตรงมายังนักลงทุนไทยผ่านค่าเงินบาทที่อ่อนทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองที่ผันผวน และต้นทุนพลังงานที่ยังทรงตัวสูง ภาพรวมของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ปิดบวกได้สำเร็จ โดยได้แรงหนุนหลักจากการดีดกลับของหุ้นผู้ผลิตชิปและการอ่อนตัวลงของราคาน้ำมัน ทำให้บรรยากาศการลงทุนคลายความตึงเครียดลงบางส่วน แม้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 52,487.41 จุด เพิ่มขึ้น 139.02 จุด หรือราว 0.27% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.81% ปิดที่ 7,543.64 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยีทะยานขึ้นถึง 1.30% ปิดที่ 26,206.89 จุด ตามรายงานของ CNBC สะท้อนว่าแรงซื้อกลับเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยีอย่างชัดเจนหลังเผชิญแรงเทขายในช่วงต้นสัปดาห์ บทความนี้จะพาผู้อ่านเจาะลึกทีละประเด็นสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางตลาดโลก ตั้งแต่การฟื้นตัวของหุ้นชิปและความเสี่ยงของฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์ วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกับราคาน้ำมันและทองคำ การเปลี่ยนขั้วนโยบายของเฟดยุควอร์ช ความเคลื่อนไหวของตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ไปจนถึงพลวัตของค่าเงินและตลาดหุ้นเอเชีย พร้อมประเมินผลกระทบที่จับต้องได้ต่อพอร์ตการลงทุนของคนไทย…

  • | |

    วอลล์สตรีททำนิวไฮแล้วสะดุด: ดาวโจนส์ทะลุ 53,000 จุด ก่อนเจอแรงกดจากชิป-สงครามอิหร่าน

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์แรกของไตรมาส 3 ปี 2569 ด้วยอารมณ์ที่สวิงรุนแรงผิดปกติ จากบรรยากาศคึกคักที่ผลักดันดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 53,000 จุดในวันจันทร์ กลายเป็นแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งภายในเวลาเพียงสองวันทำการถัดมา สะท้อนให้เห็นว่าแม้แนวโน้มใหญ่ของตลาดยังเป็นขาขึ้น แต่ความเปราะบางใต้พื้นผิวกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อราคาหุ้นเทคโนโลยีถูกตั้งราคาไว้สูงลิ่ว ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงด้านราคาน้ำมันและเงินเฟ้อกลับมาทวงบทบาทอีกครั้ง ภาพรวมของสัปดาห์นี้เล่าเรื่องราวสามองก์ที่ชัดเจน องก์แรกคือความเชื่อมั่นในธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่หวนกลับมาหนุนตลาดในวันจันทร์ องก์ที่สองคือการเทขายหุ้นชิปครั้งใหญ่หลังผลประกอบการของ Samsung และข่าวการพัฒนาชิป AI ของ DeepSeek และองก์ที่สามคือการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน “จบลงแล้ว” พร้อมสั่งโจมตีทางทหารรอบใหม่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานและกดดันดัชนีดาวโจนส์ให้ร่วงลงกว่า 500 จุดในวันพุธ บทความนี้จะพาผู้อ่านไล่เรียงเหตุการณ์สำคัญทีละวัน วิเคราะห์แรงขับเคลื่อนเบื้องหลัง พร้อมประเมินผลกระทบที่จะส่งตรงถึงพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนไทย ทั้งในมิติของค่าเงินบาท ราคาทองคำ และทิศทางของตลาดหุ้นไทย ไทม์ไลน์สามวันแห่งความผันผวน: จากนิวไฮสู่แรงเทขาย เปิดตลาดวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันทำการแรกหลังตลาดปิดทำการในวันชาติสหรัฐฯ หุ้นวอลล์สตรีทเดินหน้าต่อยอดโมเมนตัมเชิงบวกจากสัปดาห์ก่อนหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.72% ปิดที่ 7,537.43 จุด ดัชนี Nasdaq…

  • |

    หุ้นชิปถล่มทั่วโลก! Samsung กำไรทุบสถิติแต่ตลาดผิดหวัง DeepSeek ซุ่มทำชิป AI ฉุด Nasdaq

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับสู่ภาวะตึงเครียดอีกครั้งในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 หลังเผชิญคลื่นการเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่รุนแรง โดยมีชนวนเหตุสองประการที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ประการแรกคือ ผลประกอบการไตรมาสสองของ Samsung Electronics ที่แม้จะทำกำไรทุบสถิติเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า แต่กลับไม่สามารถสร้างความพอใจให้นักลงทุนที่ตั้งความหวังไว้สูงลิ่ว และประการที่สองคือ รายงานของ Reuters ที่ระบุว่า DeepSeek สตาร์ตอัพ AI สัญชาติจีน กำลังซุ่มพัฒนาชิปปัญญาประดิษฐ์ของตนเอง ซึ่งอาจลดการพึ่งพาชิปจาก Nvidia และ Huawei ทั้งสองปัจจัยจุดชนวนความกังวลเรื่องความยั่งยืนของกระแสบูม AI ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดกระทิงตลอดปีนี้ ผลจากแรงเทขายดังกล่าว ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต (Nasdaq Composite) ปรับตัวลง 1.16% ปิดที่ 25,939.77 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลงราว 0.5% ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย 130.76 จุด หรือ…

  • |

    วอลล์สตรีทครึ่งปีแรกแกร่งสุดรอบ 6 ปี ดาวโจนส์นิวไฮ จับตากำไร AI ไตรมาส 2

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดฉากครึ่งหลังของปี 2569 ด้วยบรรยากาศที่ยังเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น หลังจากผ่านครึ่งปีแรกที่ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 52,900.07 จุด ก่อนตลาดจะปิดทำการในวันหยุดวันชาติสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนี S&P 500 ยืนเหนือ 7,480 จุด และดัชนีแนสแด็ก (Nasdaq Composite) แม้จะเผชิญแรงขายทำกำไรในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แต่ก็ยังรักษาผลตอบแทนรายไตรมาสที่โดดเด่นไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังตัวเลขดัชนีที่สวยงามนั้นซ่อนโครงสร้างตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ กระแสเงินทุนกำลังไหลจาก “ผู้ใช้” เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างกลุ่มบิ๊กเทค ไปสู่ “ผู้จัดหา” โครงสร้างพื้นฐานอย่างผู้ผลิตชิปและฮาร์ดแวร์ ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาสสองที่กำลังจะเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญว่าเม็ดเงินลงทุนมหาศาลใน AI จะแปรเปลี่ยนเป็นกำไรที่จับต้องได้จริงหรือไม่ ในเวลาเดียวกัน สมรภูมิค่าเงินก็ร้อนระอุไม่แพ้กัน เมื่อเงินเยนดิ่งลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี ดอลลาร์อ่อนค่าลงจากตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอ และเงินบาทเผชิญแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ถ่างกว้าง รายงานฉบับนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกทุกมิติของความเคลื่อนไหวเหล่านี้ พร้อมประเมินผลกระทบต่อนักลงทุนไทย ดาวโจนส์ทุบสถิติ ท่ามกลางความผันผวนของหุ้นชิป: ภาพรวมตลาดล่าสุด ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 สะท้อนภาวะ…

  • |

    ดอลลาร์สะดุดหลังจ้างงานพลิกโผ เยนดิ่งรอบ 40 ปี บาททะลุ 33 บาท

    กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลกผันผวนที่สุดของปี เมื่อดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index หรือ DXY) ที่เพิ่งพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือนช่วงต้นสัปดาห์ กลับพลิกอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐเดือนมิถุนายนออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ จุดชนวนให้นักลงทุนทั่วโลกต้องประเมินเส้นทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กันใหม่ทั้งกระดาน ในเวลาเดียวกัน เงินเยนญี่ปุ่นก็ยังคงตกอยู่ในภาวะอ่อนค่าที่สุดในรอบเกือบสี่ทศวรรษ จนทางการโตเกียวต้องส่งสัญญาณเตือนการแทรกแซงตลาดแทบทุกวัน ขณะที่เงินยูโรแกว่งตัวในกรอบแคบหลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขึ้นดอกเบี้ยสวนกระแสโลก และเงินบาทไทยอ่อนค่าทะลุแนว 33 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางเศรษฐกิจในประเทศที่ยังเปราะบางและส่วนต่างดอกเบี้ยที่ถ่างกว้างกับสหรัฐ รายงานฉบับนี้จะพาผู้อ่านไปถอดรหัสแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังการเคลื่อนไหวของสี่สกุลเงินหลัก ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ เยนญี่ปุ่น ยูโร และบาทไทย พร้อมประเมินปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ และวิเคราะห์ผลกระทบที่จับต้องได้ต่อนักลงทุนและผู้ประกอบการไทย 1. ดอลลาร์สหรัฐ: จากจุดสูงสุดรอบ 13 เดือน สู่การถอยทัพหลังตลาดแรงงานสะดุด ภาพรวมของค่าเงินโลกในสัปดาห์นี้แทบทั้งหมดหมุนรอบตัวเลขเดียว นั่นคือ ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) รายงานว่าเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ไว้ที่ราว 110,000 ตำแหน่งอย่างมาก และยังเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบสี่เดือน ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการปรับทบทวนตัวเลขย้อนหลัง โดย…

  • ตลาดหุ้นเอเชียมิถุนายน 2026: นิกเกอิทะยาน-SET ฟื้นตัว บาทแข็งท่ามกลางสัญญาณสงครามอิหร่าน

    ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกปิดการซื้อขายสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2026 ด้วยบรรยากาศที่คึกคักและเปี่ยมด้วยความหวัง หลังจากสัญญาณการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มให้ภาพที่ชัดเจนขึ้น บวกกับกระแสผลประกอบการภาคเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและโมเมนตัมของปัญญาประดิษฐ์ที่ยังคงร้อนแรงไม่หยุด ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปิดที่ระดับ 66,934 จุด ขณะที่ดัชนีแฮงเส็งของฮ่องกงแตะ 25,398 จุด และดัชนี SET ของไทยทรงตัวอยู่แถว 1,568 จุด สะท้อนพลวัตที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจระหว่างตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีกับตลาดที่พึ่งพาปัจจัยภายในประเทศ สำหรับนักลงทุนไทย สัปดาห์นี้นับว่าเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา ทั้งกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นหลังจากอ่อนค่าในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่กำลังจะเริ่มต้น ตลอดจนบรรยากาศการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้นหลังพรรคภูมิใจไทยกวาดชัยชนะในการเลือกตั้ง เป็นชุดปัจจัยบวกที่ส่งเสริมให้นักวิเคราะห์หลายรายปรับเป้าดัชนี SET ขึ้นมาที่ระดับ 1,480-1,500 จุดภายในสิ้นปีนี้ ญี่ปุ่นนำโชว์ นิกเกอิทะลุ 66,000 จุด SoftBank พุ่งแรงหลังแผน AI ยักษ์ ดัชนีนิกเกอิ 225 ปิดขึ้น 0.91% ที่ระดับ 66,934.33 จุดในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน ขณะที่ดัชนี Topix ปรับตัวลงเล็กน้อยที่ 3,940.7 จุด…

  • |

    ดอลลาร์สหรัฐร่วง ยูโร-เยนพุ่ง ส่งผลบาทไทยและนักลงทุนอย่างไร

    ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนโลกกำลังเผชิญกับพายุที่ซับซ้อนที่สุดในรอบหลายปี เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ดอลลาร์สหรัฐยังคงถูกกดดันจากสามทิศทางพร้อมกัน ได้แก่ ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่เพิ่งขู่จะขึ้นภาษีสหภาพยุโรปถึง 50% แล้วยื้อเส้นตายออกไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม ความคาดหวังในตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะยังคงเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อ และการฟื้นตัวที่น่าจับตาของเยนญี่ปุ่นท่ามกลางนโยบายการเงินขาขึ้นของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ขณะที่บาทไทยก็ยืนอยู่บนเส้นด้าย ท่ามกลางพลวัตเหล่านี้ นักลงทุนและนักธุรกิจไทยต้องทำความเข้าใจแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังเพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจยืดเยื้อออกไปอีกหลายเดือน ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง: ระหว่างสงครามภาษีและความเชื่อมั่นที่สั่นคลอน หัวใจของความปั่นป่วนในตลาด Forex ในช่วงนี้คือการกลับมาของ “สงครามภาษี 2.0” ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนค่าลงต่อเนื่องในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อนักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลังประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาขู่คำรามเรื่องภาษีนำเข้าอีกครั้ง ทรัมป์ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะแนะนำให้เก็บภาษีนำเข้าสหภาพยุโรปในอัตรา “ตรงๆ 50 เปอร์เซ็นต์” โดยระบุว่าการเจรจากำลัง “ไปไม่ถึงไหน” ก่อนที่ในวันอาทิตย์ เขาจะประกาศตกลงขยายเส้นตายการเรียกเก็บภาษี 50% ออกไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม หลังได้คุยโทรศัพท์กับประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ท่าทีที่แกว่งไปมาของทรัมป์ในช่วงเวลาเพียงสองวันทำให้ตลาดเงินตราต้องรับมือกับความผันผวนอย่างหนัก ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แกว่งตัวอยู่บริเวณ 99 จุด ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและแรงกดดันเงินเฟ้อได้…

  • | |

    โลกเศรษฐกิจในเงาสงคราม: ภูมิรัฐศาสตร์เขย่าการค้าโลก กระทบไทยอย่างไร 2569

    ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันหลายทิศทางพร้อมกันในลักษณะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าเป็น “การหยุดชะงักด้านอุปทานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก” ควบคู่กับสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ “การแข่งขันแบบมีการจัดการ” หลังการประชุมสุดยอดทรัมป์-สีจิ้นผิงในกรุงปักกิ่งเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่กำลังดันให้เศรษฐกิจมอสโกเข้าสู่ภาวะซบเซาอย่างเป็นทางการ IMF ปรับลดคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจโลกในรายงาน World Economic Outlook เดือนเมษายน 2569 เหลือเพียง 3.1% ลดลงจาก 3.4% ในปี 2568 โดยตั้งชื่อรายงานครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า “Global Economy in the Shadow of War” หรือ “เศรษฐกิจโลกในเงาสงคราม” สะท้อนให้เห็นบรรยากาศความเสี่ยงที่ปกคลุมการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ผลกระทบเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทั้งในแง่ราคาน้ำมัน เสถียรภาพค่าเงินบาท การท่องเที่ยว และทิศทางของตลาดหุ้น SET ในช่วงที่เหลือของปี สงครามอิหร่าน: ช็อคพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ที่พลิกโฉมตลาดพลังงานโลกในปีนี้คือปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งนำมาซึ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันที่มีน้ำมันดิบราว…