สงครามตะวันออกกลางปลุกความเสี่ยง “Stagflation” ต่อเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง

สงครามตะวันออกกลางปลุกความเสี่ยง “Stagflation” ต่อเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง

ผลกระทบสะสมจากสงครามในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 สัปดาห์ กำลังเริ่มสะท้อนออกมาในข้อมูลเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะผ่านชุดข้อมูล “ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)” จากหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดล่วงหน้าที่สำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ

สิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์และตลาดการเงินกำลังจับตาไม่ใช่เพียงแค่การชะลอตัวของเศรษฐกิจเท่านั้น แต่คือ “ลักษณะของการชะลอตัว” ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อหรือไม่ เพราะหากสองสิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน จะนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า stagflation ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่ยากต่อการบริหารจัดการมากที่สุดในเชิงนโยบายเศรษฐกิจ

ภาพรวมข้อมูล PMI และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

  • ข้อมูล PMI รอบใหม่จากหลายประเทศสำคัญ เช่น Germany, France, ยูโรโซน, United Kingdom และ United States จะถูกเผยแพร่ในช่วงสัปดาห์นี้
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า:
    • กลุ่มยุโรปมีแนวโน้ม “ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน”
    • สหรัฐอเมริกาอาจ “ทรงตัว” แต่ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน

การตีความข้อมูล PMI ต้องเข้าใจว่าเป็นการสะท้อน “ความรู้สึกและการตัดสินใจของผู้บริหารธุรกิจ” ไม่ใช่เพียงตัวเลขผลลัพธ์ ดังนั้นหาก PMI ลดลง หมายความว่าภาคธุรกิจเริ่มระมัดระวังมากขึ้น เช่น การชะลอการจ้างงาน การลดคำสั่งซื้อวัตถุดิบ หรือการชะลอการลงทุนใหม่

ในบริบทของสงคราม ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ PMI ไม่ได้มาจากดีมานด์ที่หายไปเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจาก “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น” โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ ซึ่งทำให้ธุรกิจอยู่ในภาวะที่ต้องตัดสินใจยากขึ้นระหว่างการรักษากำไรและการรักษาปริมาณการผลิต

Stagflation: ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่เริ่มชัดขึ้น

คำว่า stagflation กลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง โดย S&P Global ได้สะท้อนความกังวลนี้ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

Stagflation คือสถานการณ์ที่:

  • เศรษฐกิจเติบโตช้า หรือหยุดนิ่ง
  • เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
  • อัตราการว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สิ่งที่ทำให้ stagflation เป็นปัญหาคือ “เครื่องมือทางนโยบายขัดแย้งกันเอง”

  • หากธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดเงินเฟ้อ → เศรษฐกิจจะยิ่งชะลอ
  • หากลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ → เงินเฟ้อจะยิ่งรุนแรง

เมื่อย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1970 โลกเคยเผชิญ stagflation จากวิกฤตราคาน้ำมัน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการที่ความเสี่ยงด้านพลังงานกลับมาเป็นตัวแปรหลักอีกครั้ง

ผลกระทบจากสงคราม: มากกว่าพลังงาน

แม้ราคาน้ำมันจะเป็นตัวแปรสำคัญ แต่ผลกระทบของสงครามในครั้งนี้ลึกซึ้งกว่านั้น โดยสามารถแบ่งออกเป็นหลายชั้น

1. ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์

  • เส้นทางการขนส่งสำคัญ เช่น Strait of Hormuz มีความไม่แน่นอนสูง
  • ค่าประกันภัยการขนส่งเพิ่มขึ้น
  • ต้นทุนเชื้อเพลิงส่งผลต่อราคาสินค้าเกือบทุกประเภท

2. ความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์

  • ประเทศต่าง ๆ เริ่มปรับกลยุทธ์ด้านความมั่นคง
  • การค้าระหว่างประเทศมีแนวโน้มถูกแบ่งขั้ว
  • การลงทุนข้ามประเทศลดลง

3. ผลกระทบต่อความเชื่อมั่น

  • ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย
  • ภาคธุรกิจชะลอการลงทุน
  • ตลาดการเงินมีความผันผวนสูงขึ้น

เมื่อรวมกันแล้ว ปัจจัยเหล่านี้สร้างแรงกดดันทั้งด้าน “อุปสงค์ (demand)” และ “อุปทาน (supply)” ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเกิด stagflation อย่างชัดเจน

IMF เตือน: ความเสียหายได้เริ่มต้นแล้ว

International Monetary Fund ได้ออกมาเตือนว่าผลกระทบจากสงครามไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยงในอนาคต แต่ได้เริ่มเกิดขึ้นแล้วในระบบเศรษฐกิจโลก

Kristalina Georgieva ระบุว่าการฟื้นตัวจะใช้เวลานาน แม้ว่าสงครามจะยุติในระยะสั้นก็ตาม

สิ่งที่สำคัญคือแนวคิด “second-round effects” หรือผลกระทบระลอกสอง เช่น:

  • การปรับราคาสินค้าอย่างถาวร
  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
  • การปรับโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจ

ผลกระทบเหล่านี้มักจะคงอยู่ยาวนานกว่าตัวเหตุการณ์ และทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัวเชิงโครงสร้าง

ธนาคารกลางและภาวะนโยบายที่ยากที่สุด

European Central Bank และธนาคารกลางอื่น ๆ กำลังเผชิญกับความท้าทายในการกำหนดนโยบายการเงิน

Philip Lane ชี้ให้เห็นว่าข้อมูลที่ได้รับยังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ธนาคารกลางต้องเผชิญกับ:

  • ความไม่แน่นอนสูง
  • ความเสี่ยงสองด้าน (inflation vs growth)
  • ความล่าช้าในการส่งผ่านนโยบาย

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเพิ่มเติมที่ทำให้การตัดสินใจยากขึ้น เช่น:

  • ระดับหนี้สาธารณะที่สูง
  • ความเปราะบางของระบบการเงิน
  • ความคาดหวังของตลาด

ตัวชี้วัดสำคัญที่ต้องติดตาม

ข้อมูลเศรษฐกิจในระยะสั้นจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาด ได้แก่:

  • ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจในยุโรป
  • ดัชนี Ifo ของเยอรมนี
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐ

ตัวชี้วัดเหล่านี้มีความสำคัญเพราะสะท้อน “พฤติกรรมในอนาคต” มากกว่าปัจจุบัน หากความเชื่อมั่นลดลงต่อเนื่อง จะนำไปสู่การชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

มุมมองเชิงโครงสร้าง: ทำไมรอบนี้น่ากังวลเป็นพิเศษ

เมื่อเปรียบเทียบกับอดีต มีหลายปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยง stagflation ในรอบนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น

1. ระดับหนี้ทั่วโลกสูง

ทั้งภาครัฐและเอกชนมีหนี้สะสมในระดับสูง ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยมีผลกระทบรุนแรงกว่าที่เคย

2. การเปลี่ยนแปลงของ global supply chain

โลกกำลังเปลี่ยนจาก globalization ไปสู่ regionalization ซึ่งเพิ่มต้นทุนและลดประสิทธิภาพ

3. ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ถาวร

ความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่ในภูมิภาคเดียว แต่เชื่อมโยงกับการแข่งขันเชิงอำนาจระดับโลก

4. เทคโนโลยีและ AI ยังไม่ชดเชยต้นทุน

แม้ AI จะเพิ่ม productivity ในระยะยาว แต่ในระยะสั้นยังไม่สามารถลดแรงกดดันด้านต้นทุนได้ทัน

ผลกระทบต่อสินทรัพย์และตลาดการเงิน

ในบริบทของ stagflation การเคลื่อนไหวของสินทรัพย์มักเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

  • หุ้น:
    • กลุ่มเติบโต (growth stocks) มักถูกกดดันจากดอกเบี้ยสูง
    • กลุ่ม defensive เช่น สินค้าจำเป็น มักมีความทนทานมากกว่า
  • พันธบัตร:
    • มีความผันผวนสูง เนื่องจากความไม่แน่นอนของนโยบาย
  • สินค้าโภคภัณฑ์:
    • พลังงานและทองคำมักได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

สิ่งสำคัญคือ “narrative ของตลาด” หากตลาดเริ่มเชื่อว่า stagflation เป็นความเสี่ยงหลัก การจัดพอร์ตลงทุนจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

บทวิเคราะห์เชิงลึก: จุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจโลก

สถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียง cycle ปกติของเศรษฐกิจ แต่มีลักษณะของ “structural shift” หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

  • ระบบพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่าน
  • ระบบการเงินกำลังถูกท้าทาย
  • ภูมิรัฐศาสตร์มีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจ

ดังนั้น สิ่งที่ต้องติดตามไม่ใช่เพียงตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือน แต่คือ “ทิศทางระยะยาว” ของโลกเศรษฐกิจ

หาก stagflation กลายเป็นความจริง:

  • การเติบโตจะต่ำกว่าที่คาด
  • อัตราดอกเบี้ยจะอยู่สูงนาน
  • ความผันผวนในตลาดจะเพิ่มขึ้น

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การตัดสินใจของนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายจะต้องปรับตัวเข้าสู่โลกใหม่ที่ “ไม่เหมือนเดิม” อีกต่อไป

Similar Posts

  • การวางแผนเพื่อการเกษียณ: เส้นทางสู่ความสำเร็จทางการเงินเพื่อรีไทร์

    หากเพียงแค่ได้ยินคำว่า “การวางแผนเกษียณ” แล้วรู้สึกกังวลหรือเบื่อหน่าย คุณไม่ได้เป็นคนเดียว หลายคนยังไม่เข้าใจว่าการวางแผนเกษียณหมายถึงอะไรอย่างแท้จริง การวางแผนเกษียณคือแนวคิดกว้าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและเลือกใช้กลยุทธ์ทางการเงิน เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตในช่วงวัยเกษียณได้อย่างมั่นคงและสบายใจ แผนเกษียณที่ดีและมีการดำเนินการอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหลังจากหยุดทำงานแล้ว บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจความสำคัญของการวางแผนเกษียณ และขั้นตอนที่จำเป็นในการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตทางการเงินของคุณ ทำไมคุณควรวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่น ๆ ข่าวดีคือ ผู้คนในปัจจุบันมีอายุยืนยาวขึ้น และยังคงมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงแม้ในวัยสูงอายุ อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกันจำนวนมากยังไม่ได้ออมเงินหรือการลงทุนมากพอที่จะสามารถเกษียณในวัย 60 ปีได้อย่างมั่นใจว่าเงินจะเพียงพอไปตลอดชีวิต รายงานจาก Center for Retirement Research at Boston College และ Consumer Financial Protection Bureau ประเมินว่า ประมาณ 50% ของผู้เกษียณในปัจจุบันต้องลดค่าใช้จ่ายลง หรืออาจจำเป็นต้องลดระดับการใช้ชีวิตเพราะเงินไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ผู้เกษียณจำนวนมากยังต้องพึ่งพารายได้จาก Social Security เป็นหลัก ทั้งที่จริงแล้วระบบนี้ถูกออกแบบมาให้แทนรายได้เพียงประมาณ 40% ของเงินเดือนก่อนเกษียณเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง คู่สมรสกว่า 1 ใน 5 และผู้เกษียณที่อยู่คนเดียวถึง 45%…

  • เศรษฐกิจโลก 2026: สงครามตะวันออกกลาง ดอกเบี้ยสูง และผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

    เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับพายุหลายลูกพร้อมกัน ทั้งสงครามในตะวันออกกลางที่ฉุดรั้งการเติบโต ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจนหลายธนาคารกลางต้องทบทวนเส้นทางดอกเบี้ย และภาวะเงินเฟ้อที่กลับมาร้อนแรงในหลายประเทศ ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2026 ลงเหลือเพียง 3.1% จากที่เคยคาดไว้ที่ 3.4% ก่อนความขัดแย้งจะปะทุ สำหรับประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้อีกต่อไป IMF ส่งสัญญาณเตือน: เศรษฐกิจโลกอยู่ใต้เงาสงคราม รายงาน World Economic Outlook ฉบับเดือนเมษายน 2026 ของ IMF ตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ “Global Economy in the Shadow of War” สื่อสารถึงสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้อย่างชัดเจน ก่อนการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวที่น่าประทับใจ ภาคเอกชนปรับตัวรับมือกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ได้ดี ในขณะที่บูมของ AI และการลงทุนด้านเทคโนโลยีหนุนการเติบโต แต่ทุกอย่างพลิกผัน เมื่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้เปลี่ยนภาพรวมเศรษฐกิจโลกอย่างสิ้นเชิง ภายใต้สมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งจะจำกัดขอบเขตและระยะเวลา IMF คาดว่าการเติบโตของ GDP โลกจะชะลอตัวสู่ระดับ 3.1% ในปี 2026…

  • |

    ความหวังที่ระมัดระวัง: ผู้ถือหุ้น Berkshire ชั่งน้ำหนักอนาคตภายใต้ CEO คนใหม่ Greg Abel

    ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยทั้งความคาดหวังและความไม่แน่นอน งานช้อปปิ้งของผู้ถือหุ้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Berkshire Hathaway ได้เปิดฉากขึ้นด้วยบรรยากาศที่ “ระมัดระวังแต่มองในแง่ดี” เมื่อนักลงทุนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่มารวมตัวกันเพื่อชั่งน้ำหนักทิศทางของบริษัทภายใต้การนำของผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ นี่คือการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่ Greg Abel จะขึ้นบนเวทีในฐานะ CEO ของ Berkshire Hathaway หลังจากเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม สืบทอดจาก Warren Buffett ตำนานนักลงทุนที่ครองบัลลังก์มานานกว่าครึ่งศตวรรษ และ Charlie Munger หุ้นส่วนคู่คิดผู้ล่วงลับ ซึ่งทั้งสองถูกจดจำในฐานะ “นักเล่าเรื่อง” และ “นักปราชญ์” ที่ดึงดูดผู้ถือหุ้นหลายหมื่นคนมาฟังปัญญาทุกปีในสิ่งที่ถูกเรียกว่า “Woodstock สำหรับนักลงทุน” ฝูงชนที่บางตากว่าเคย: สัญญาณของยุคใหม่ สิ่งแรกที่สะดุดตาในปีนี้คือจำนวนผู้เข้าร่วมที่สังเกตเห็นได้ว่า บางตากว่าปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้น เพราะส่วนหนึ่งของแรงดึงดูดของงานประชุม Berkshire ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา คือโอกาสที่จะได้เห็นและฟัง Buffett และ Munger พูดคุยอย่างเปิดเผยและฉลาดเฉลียวเป็นเวลาหลายชั่วโมง การที่ Buffett ไม่ได้นั่งบนเวทีในฐานะ CEO อีกต่อไป และ Munger จากไปแล้ว ทำให้สมการของงานนี้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ คำถามสำคัญที่ลอยอยู่ในอากาศตลอดทั้งวันคือ…

  • Bitcoin ระส่ำหลัง Whale ทุบ IBIT $1.3 พันล้าน สเตเบิลคอยน์ทำลายสถิติ $3.22 แสนล้าน

    ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโลกยังคงแกว่งตัวด้วยความผันผวนสูงในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ขณะที่ Bitcoin ยังต้องต่อสู้กับแรงกดดันเชิงเทคนิคและมหภาคอย่างหนัก หลังนักลงทุนปริศนารายหนึ่งขาย ETF ของ BlackRock มูลค่า 1.29 พันล้านดอลลาร์ผ่าน Dark Pool ในครั้งเดียว ก่อให้เกิดแรงกระแทกลามไปทั่วตลาด ขณะเดียวกัน มูลค่าสเตเบิลคอยน์รวมทั่วโลกทะลุสถิติใหม่ที่ 3.22 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของ 95 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสหราชอาณาจักรและแคนาดา ด้านข่าวเชิงบวกยังคงหนุนความเชื่อมั่นระยะยาว เมื่อมีรายงานว่า Elon Musk กำลังหารือการควบรวม Tesla กับ SpaceX ซึ่งหากสำเร็จจะสร้างคลัง Bitcoin ขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทจดทะเบียนที่ 5 อันดับแรกของโลก พร้อมกับการที่ Jefferies ธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลกออกรายงานคาดว่า IPO บริษัทคริปโตและบล็อกเชนจะแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปี Bitcoin แกว่งแนวรับ $76,000 หลัง Whale ทุบ IBIT $1.29 พันล้านผ่าน…

  • | |

    ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดลบ หลังสหรัฐฯ สกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน ฉุดความหวังหยุดยิงที่เปราะบาง

    ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่พลิกกลับมาปิดในแดนลบเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากที่ในช่วงต้นเซสชันต่างพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง บรรยากาศการลงทุนที่ดูดีในช่วงเช้าต้องพลิกผันเมื่อมีรายงานออกมาว่า กองทัพสหรัฐอเมริกาได้สกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันที่ชักธงอิหร่านอย่างน้อย 3 ลำ ในน่านน้ำเอเชีย และกำลังเปลี่ยนเส้นทางให้เรือเหล่านั้นออกจากตำแหน่งใกล้ประเทศอินเดีย มาเลเซีย และศรีลังกา ตามรายงานของแหล่งข่าวจากวงการเดินเรือและความมั่นคงเมื่อวันพุธ เหตุการณ์นี้จุดชนวนความกังวลของนักลงทุนทั่วโลกว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อต่อไปอีก และสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะคลี่คลายลงอาจกลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง จากจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์สู่แรงกดดันในช่วงบ่าย ก่อนที่ข่าวดังกล่าวจะออกมา บรรยากาศในตลาดเอเชียช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีนั้นมีความสดใสอย่างน่าประทับใจ ตลาดหุ้นทั้งของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต่างพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงซื้อขายเช้า โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในคืนก่อนหน้า หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไป ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่กับผลประกอบการขององค์กรธุรกิจจำนวนมากที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อข่าวการสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านและความไม่แน่นอนทางการทูตแพร่กระจายออกไป แรงขายก็เข้ามากดดันตลาดทั่วทั้งภูมิภาค ทำให้ตลาดส่วนใหญ่หมดแรงและกลับมาปิดในแดนลบ ซับซ้อนของความขัดแย้ง: สงคราม การทูต และน้ำมัน หัวใจของความผันผวนในรอบนี้อยู่ที่พัฒนาการของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ดำเนินไปพร้อมกันหลายแนวรบ ในด้านการทูต Trump ขยายระยะเวลาหยุดยิงฝ่ายเดียวออกไปอีกสองสัปดาห์เมื่อวันอังคาร โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะรัฐบาลของเตหะรานนั้น “แตกแยกอย่างร้ายแรง” และกล่าวใน Truth Social ว่า “เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านแตกแยกกันอย่างรุนแรง ตามคำขอของจอมพล Asim Munir และนายกรัฐมนตรี Shehbaz Sharif แห่งปากีสถาน เราได้รับการขอร้องให้ชะลอการโจมตีต่ออิหร่านออกไปจนกว่าผู้นำและตัวแทนของพวกเขาจะสามารถมาพร้อมกับข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ” การหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอหรือการเจรจาจะสิ้นสุดลง ในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง…

  • |

    ตลาดหุ้นโลกพุ่ง! สหรัฐ-อิหร่านสงบศึก SpaceX IPO สถิติโลก AI ยังครองตลาด

    ตลาดการเงินโลกเปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยบรรยากาศที่คึกคักอย่างยิ่ง หลังจากสองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นพร้อมกัน คือการที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ประกอบกับ IPO ของ SpaceX ที่กลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วอลล์สตรีทเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สองปัจจัยนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร้อนแรงตั้งแต่เช้าวันจันทร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิ่งลงกว่า 4% สู่ระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน ท่ามกลางกระแสความกังวลที่คลี่คลาย นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs และ Bloomberg ต่างชี้ว่านี่คือ “จุดเปลี่ยน” สำคัญของตลาดทุนโลกที่นักลงทุนไทยไม่ควรมองข้าม สหรัฐ-อิหร่านจับมือหยุดสงคราม ตลาดเอเชียพุ่งทะยาน ตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดตราสารหนี้ต่างปรับตัวขึ้นพร้อมกัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของการจัดหาพลังงานโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ดัชนี MSCI ของหุ้นเอเชียพุ่งขึ้นราว 3% ขณะที่ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับขึ้นกว่า 1.2% ส่วนนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นมุ่งหน้าสู่การปิดทำการในระดับสถิติสูงสุด ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลหลัก ขณะที่บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบสองสัปดาห์ น้ำมันดิบ Brent ลดลงกว่า 4% มาอยู่ที่ระดับประมาณ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในฝั่งเอเชีย ตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพุ่งสูงขึ้นหลังการประกาศข้อตกลงระหว่างวอชิงตันและเตหะรานเพื่อยุติสงคราม โดยดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 5.5% ในช่วงเช้า ขณะที่โคสปีของเกาหลีใต้กระโจนขึ้นถึง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *