อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังเรือพาณิชย์ถูกยิง ขณะที่ทรัมป์เตือนห้ามใช้เป็นเครื่องต่อรอง
|

อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังเรือพาณิชย์ถูกยิง ขณะที่ทรัมป์เตือนห้ามใช้เป็นเครื่องต่อรอง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดอีกครั้ง เมื่ออิหร่านประกาศ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” อีกครั้งในวันเสาร์ เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากเพิ่งเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ ส่งผลให้ตลาดพลังงานและการขนส่งทั่วโลกกลับเข้าสู่ภาวะไม่แน่นอน

ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump ออกมาเตือนว่า อิหร่านไม่สามารถใช้การปิดช่องแคบเพื่อ “แบล็กเมล” สหรัฐได้

อิหร่านสั่งปิดช่องแคบ พร้อมคำเตือนรุนแรงต่อเรือทุกลำ

กองทัพเรือของหน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดจนกว่าสหรัฐจะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

พร้อมออกคำเตือนอย่างชัดเจนว่า:

  • ห้ามเรือทุกลำเคลื่อนออกจากจุดจอดในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน
  • การเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกมองว่า “ร่วมมือกับศัตรู”
  • และอาจตกเป็นเป้าหมายทางทหาร

วิเคราะห์เชิงลึก

คำเตือนนี้ถือเป็นการ “ยกระดับความตึงเครียด” อย่างมีนัยสำคัญ เพราะ:

  • ไม่ใช่แค่การปิดเส้นทาง แต่เป็นการ “ข่มขู่โดยตรง”
  • เพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยให้กับบริษัทขนส่ง
  • ทำให้ต้นทุนประกันภัยทางทะเลพุ่งสูง

ในเชิงยุทธศาสตร์ นี่คือการใช้ “chokepoint” ที่สำคัญที่สุดของโลกเป็นเครื่องมือกดดัน

เกิดเหตุยิงเรือจริงในพื้นที่

ศูนย์ United Kingdom Maritime Trade Operations ของกองทัพอังกฤษรายงานว่า:

  • เรือปืนของ IRGC ยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง
  • ลูกเรือปลอดภัย แต่เหตุการณ์สร้างความตื่นตระหนก

นอกจากนี้:

  • มีเรืออย่างน้อย 2 ลำรายงานว่าถูกยิง
  • อินเดียเรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าชี้แจง หลังเรือสัญชาติอินเดียถูกโจมตี

วิเคราะห์เชิงลึก

เหตุการณ์นี้สำคัญมาก เพราะ:

  • เปลี่ยนสถานการณ์จาก “ความเสี่ยงเชิงทฤษฎี” เป็น “ความเสี่ยงจริง”
  • บริษัทเดินเรืออาจหยุดใช้เส้นทางทันที
  • ตลาดพลังงานอาจเข้าสู่ภาวะ panic

ความย้อนแย้ง: เพิ่งเปิด แต่กลับปิดทันที

ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน อิหร่านเพิ่งประกาศเปิดช่องแคบภายใต้เงื่อนไขช่วงหยุดยิง

แต่ล่าสุดกลับระบุว่า:

  • สหรัฐ “ไม่ทำตามข้อตกลง”
  • การปิดล้อมยังดำเนินอยู่
  • จึงต้องปิดช่องแคบอีกครั้ง

สื่อ IRIB ของรัฐอิหร่านระบุว่า:

  • การผ่านช่องแคบต้องได้รับ “การอนุมัติจากอิหร่าน”

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่สะท้อนว่า:

  • ข้อตกลงไม่มีความชัดเจน
  • หรืออาจเป็น “การตีความต่างกัน”

ผลลัพธ์คือ:

  • ตลาดเกิดความสับสน
  • นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
  • การตัดสินใจทางธุรกิจยากขึ้น

อิหร่านยืนยันควบคุมช่องแคบอย่างเต็มที่

โฆษก IRGC Ebrahim Zolfaghari ระบุว่า:

  • การควบคุมช่องแคบกลับมาอยู่ในมือกองทัพ
  • จะปิดต่อไปตราบใดที่สหรัฐยังปิดล้อม

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่คือการประกาศ “อธิปไตยทางยุทธศาสตร์” อย่างชัดเจน:

  • อิหร่านแสดงว่าควบคุมเส้นทางพลังงานโลก
  • ใช้เป็น leverage ในการเจรจา

ทรัมป์: “อิหร่านเล่นเกม” แต่สหรัฐไม่ยอม

ทรัมป์กล่าวว่า:

  • การเจรจากำลังไปได้ดี
  • คาดว่าจะมีความคืบหน้าเร็ว ๆ นี้

แต่ก็วิจารณ์อิหร่านว่า:

“พวกเขาเล่นเกมเล็กน้อย”
“พวกเขาอยากปิดช่องแคบอีกครั้ง”
“พวกเขาไม่สามารถแบล็กเมลเราได้”

วิเคราะห์เชิงลึก

คำพูดนี้สะท้อนว่า:

  • สหรัฐมองว่าอิหร่านใช้ “แรงกดดันทางเศรษฐกิจ”
  • แต่ก็ยังเปิดทางเจรจา

ความเสี่ยงการกลับมาโจมตีอีกครั้ง

ทรัมป์ยังเตือนว่า:

  • อาจไม่ต่ออายุข้อตกลงหยุดยิง
  • การปิดล้อมจะยังอยู่
  • และอาจกลับมาใช้กำลังทหาร

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่คือ “Dual strategy”:

  • ใช้การเจรจา + แรงกดดันทางทหาร
  • เพิ่ม leverage ในการต่อรอง

การเจรจายังไม่สำเร็จ

การเจรจาที่นำโดย JD Vance และ Mohammad Bagher Ghalibaf ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง

อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐ

วิเคราะห์เชิงลึก

ความล่าช้านี้หมายถึง:

  • ความเสี่ยงยังไม่ลดลง
  • ตลาดยังผันผวนต่อ

อิหร่านตั้งเงื่อนไขชัดเจน

สภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่านระบุว่า:

  • สหรัฐต้อง “ลดข้อเรียกร้อง”
  • ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์จริง

และยืนยันว่า:

  • จะควบคุมช่องแคบจนกว่าสงครามจบ
  • อาจเก็บค่าผ่านทาง
  • ตรวจสอบเรืออย่างละเอียด

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่คือการเปลี่ยนช่องแคบจาก:

  • “เส้นทางสาธารณะ” → “เครื่องมือรัฐ”

ความสับสนยังคงอยู่

แม้รัฐมนตรีต่างประเทศ Seyed Abbas Araghchi เคยประกาศเปิดช่องแคบ

แต่:

  • ต้องใช้เส้นทางเฉพาะ
  • อาจมีค่าธรรมเนียม
  • และล่าสุดกลับปิดอีก

วิเคราะห์เชิงลึก

สถานการณ์นี้ทำให้:

  • ผู้ประกอบการไม่กล้าใช้งาน
  • ความเสี่ยงสูงกว่าผลตอบแทน

ผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก

  • ราคาน้ำมันร่วงกว่า 10%
  • ช่องแคบนี้ขนส่งน้ำมัน ~20% ของโลก

วิเคราะห์เชิงลึก

หากปิดจริง:

  • จะเป็น “วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุด”
  • ราคาน้ำมันอาจพุ่งทันที

ประเด็นนิวเคลียร์ยังเป็นจุดขัดแย้ง

ทรัมป์ระบุว่า:

  • สหรัฐต้องการนำยูเรเนียมทั้งหมดออกจากอิหร่าน

แต่อิหร่านปฏิเสธ

รอง รมต.ต่างประเทศ Saeed Khatibzadeh กล่าวว่า:

  • สหรัฐยังมีข้อเรียกร้อง “สูงเกินไป”

ความตึงเครียดลุกลามสู่เลบานอน

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส Emmanuel Macron ระบุว่า:

  • ทหารรักษาสันติภาพเสียชีวิต 1 นาย
  • บาดเจ็บ 3 นาย

มีการกล่าวโทษกลุ่ม Hezbollah แต่ถูกปฏิเสธ

ภาพรวมสงคราม

ยอดผู้เสียชีวิต:

  • อิหร่าน: ~3,000 คน
  • เลบานอน: ~2,290 คน
  • อิสราเอล: 23 คน
  • ทหารสหรัฐ: 13 นาย

บทวิเคราะห์ภาพรวม

1. ช่องแคบฮอร์มุซ = จุดเสี่ยงระดับโลก

เป็นเส้นทางพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

2. ความไม่แน่นอนสูงมาก

  • เปิด → ปิด → เปิด → ปิด
  • ตลาดคาดการณ์ไม่ได้

3. การเมืองนำเศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันขึ้นลงตามข่าวการเมือง

4. ความเสี่ยงการทหารยังสูง

  • มีการยิงจริง
  • อาจกลับสู่สงครามเต็มรูปแบบ

5. ตลาดอยู่ในโหมด “ระวังตัว”

  • นักลงทุนไม่มั่นใจ
  • การลงทุนชะลอ

สรุป

สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า:

  • แม้จะมีการเจรจา
  • แต่ความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย

ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็น “จุดตึงเครียดสำคัญของโลก” และทุกการเคลื่อนไหวของอิหร่านและสหรัฐจะส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะตลาดพลังงาน

ในระยะสั้น โลกยังต้องเผชิญกับ:

  • ความผันผวน
  • ความไม่แน่นอน
  • และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงอย่างต่อเนื่อง

Similar Posts

  • |

    Lululemon แต่งตั้งอดีตผู้บริหาร Nike “Heidi O’Neill” นั่งเก้าอี้ CEO คนใหม่

    ท่ามกลางกระแสความปั่นป่วนที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในองค์กร Lululemon บริษัทเครื่องแต่งกายกีฬาและไลฟ์สไตล์ชื่อดังระดับโลกได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวันพุธที่ผ่านมา ด้วยการแต่งตั้ง Heidi O’Neill อดีตผู้บริหารระดับสูงจาก Nike ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ โดยมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนเป็นต้นไป การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังมาตลอดกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา การแข่งขันในตลาดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงศึกภายในองค์กรที่กำลังร้อนระอุจาก Chip Wilson ผู้ก่อตั้งบริษัทซึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานอย่างต่อเนื่องและเปิดฉากการต่อสู้แย่งชิงอำนาจในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างเปิดเผย ตลาดตอบรับด้วยความกังวล แม้การแต่งตั้ง CEO คนใหม่มักถูกมองว่าเป็นสัญญาณบวกของการเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูองค์กร แต่ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นกลับไม่เป็นไปในทิศทางนั้น หลังจากมีการประกาศข่าว ราคาหุ้นของ Lululemon ดิ่งลงมากกว่า 5% ในการซื้อขายช่วง Extended Trading หรือนอกเวลาทำการปกติ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนบางส่วนยังคงมีความกังวลและข้อสงสัยเกี่ยวกับทิศทางของบริษัทในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นความสามารถของผู้นำคนใหม่ในการพลิกฟื้นธุรกิจ หรือประวัติการทำงานบางส่วนของ O’Neill ที่อาจเป็นจุดด้อยในสายตาของนักวิเคราะห์และนักลงทุน ใคร คือ Heidi O’Neill? Heidi O’Neill ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการเครื่องแต่งกายกีฬาและแฟชั่นแต่อย่างใด เธอมีประสบการณ์การทำงานในระดับผู้บริหารมาอย่างยาวนานและหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งใน Nike บริษัทเครื่องแต่งกายกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเธอมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ยักษ์ใหญ่แห่งนี้ นอกจาก Nike แล้ว…

  • |

    Alphabet ร่วงหนัก 7% สูญมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ หลังนักวิจัย AI ระดับท็อปย้ายซบ OpenAI-Anthropic

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยภาพที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ที่หุ้นทรุดตัวลงราว 6-7% ในวันเดียว ซึ่งถือเป็นวันที่แย่ที่สุดในรอบปีของบริษัท สาเหตุมาจากการลาออกของนักวิจัย AI ระดับโลกสองคนรวดในสัปดาห์เดียวกัน ไปอยู่กับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ส่งผลให้มูลค่าตลาดของ Alphabet หายไปประมาณ 250,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 กลับทำสถิติประวัติศาสตร์ ทะลุระดับ 3,000 จุดเป็นครั้งแรก สะท้อนว่าเงินทุนกำลังหมุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ไปสู่สินทรัพย์อื่นที่มีความเสี่ยงกระจุกตัวน้อยกว่า ภาพรวมตลาดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมายังเต็มไปด้วยปัจจัยซับซ้อนหลายชั้น ตั้งแต่ผลกระทบที่ยังหลงเหลือจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณ “hawkish” เกินคาดเมื่อสัปดาห์ก่อน ไปจนถึงความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านที่ช่วยฉุดราคาน้ำมันลง และการเทขายทำกำไรในหุ้น SpaceX ที่ร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังจากพุ่งทำสถิติในการเข้าตลาดครั้งแรกเมื่อสองสัปดาห์ก่อน นักลงทุนไทยที่ติดตามตลาดโลกควรทำความเข้าใจภาพรวมเหล่านี้อย่างละเอียด เพราะมีนัยสำคัญต่อทั้งกองทุนต่างประเทศและทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เทคโนโลยีทั่วโลก Alphabet ร่วงหนักสุดในรอบปี หลังเสีย “สมองกล” ระดับโลกให้คู่แข่ง เหตุการณ์ที่สร้างแรงสะเทือนมากที่สุดในตลาดสัปดาห์นี้คือการที่หุ้น Alphabet ทรุดตัวลงอย่างรุนแรง โดย Reuters…

  • |

    Grinex ถูกแฮกกว่า 14 ล้านดอลลาร์: สัญญาณเตือนความเสี่ยงใหม่ของตลาดคริปโตภายใต้แรงกดดันจากรัฐและภูมิรัฐศาสตร์

    ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลกกำลังเผชิญกับอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัล เมื่อแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต Grinex ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับระบบคริปโตของรัสเซียและอยู่ภายใต้การจับตามองของหน่วยงานตะวันตก ประกาศระงับการซื้อขายทั้งหมด หลังถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่ทำให้สูญเสียสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าประมาณ 14–15 ล้านดอลลาร์ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียง “การแฮก” ธรรมดาในโลกคริปโต แต่กำลังถูกมองว่าเป็นการโจมตีระดับสูงที่อาจเกี่ยวข้องกับ “รัฐ” หรือหน่วยงานที่มีทรัพยากรขั้นสูง ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคามในอุตสาหกรรมนี้อย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมเหตุการณ์: การโจมตีที่ไม่ธรรมดา Grinex เปิดเผยว่า การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้เงินดิจิทัลกว่า 1 พันล้านรูเบิล (ประมาณ 13.7–15 ล้านดอลลาร์) ถูกถอนออกจากกระเป๋าเงินดิจิทัลจำนวน 54 ใบอย่างรวดเร็ว ทางแพลตฟอร์มระบุว่า ลักษณะของการโจมตีแสดงให้เห็นถึง “ทรัพยากรและเทคโนโลยีที่มักพบในหน่วยงานข่าวกรองของรัฐ” ซึ่งเป็นการยกระดับความรุนแรงของภัยคุกคามจากแฮกเกอร์ทั่วไปไปสู่ระดับภูมิรัฐศาสตร์ การวิเคราะห์เพิ่มเติม:สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้แตกต่างจากการแฮกทั่วไป คือ “ระดับของความแม่นยำและการเข้าถึงระบบ” ซึ่งมักต้องอาศัยข้อมูลภายใน (insider knowledge) หรือการสอดแนมล่วงหน้าเป็นเวลานาน นั่นหมายความว่าการโจมตีลักษณะนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่เป็นผลจากการเตรียมการอย่างเป็นระบบ การเชื่อมโยงกับ Garantex และความเสี่ยงด้านการคว่ำบาตร Grinex ไม่ใช่แพลตฟอร์มที่อยู่ในสภาวะ “ปกติ” ตั้งแต่แรก แต่ถูกจับตามองอย่างหนักเนื่องจากความเชื่อมโยงกับ Garantex ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรในปี 2022 รายละเอียดสำคัญ: นักวิเคราะห์จาก…

  • |

    เฟดยึดดอกเบี้ย 3.5-3.75% ส่งไม้ให้ “วอร์ช” นำทัพ ขณะ ECB สู้ศึกเงินเฟ้อสงครามตะวันออกกลาง

    นโยบายการเงินโลกกำลังเข้าสู่บทใหม่ที่ซับซ้อนที่สุดในรอบหลายปี เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต่างยืนหยัดคงอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางพายุคู่ขนาน ทั้งเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย และสงครามสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่านที่ส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานโลก บทบาทของเจอโรม พาวเวลล์ในฐานะประธาน Fed สิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่เควิน วอร์ช ทายาทที่ทรัมป์เลือกสรร เพิ่งได้รับการรับรองจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเฉียดฉิว 54-45 เสียง เมื่อ 13 พฤษภาคม 2026 พร้อมรับภารกิจที่ท้าทายที่สุดในอาชีพการงาน — นั่นคือการพิสูจน์ว่าเขาสามารถลดดอกเบี้ยได้ตามที่ทรัมป์ต้องการ โดยไม่จุดเชื้อเงินเฟ้อที่ยังคุอยู่ให้ลุกโชนอีกครั้ง เส้นทางดอกเบี้ย Fed: จากพาวเวลล์สู่วอร์ช คณะกรรมการตลาดการเงินแบบเปิด (FOMC) ของ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ที่ช่วง 3.5-3.75% ในการประชุมเดือนมกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นการหยุดพักหลังจากลดดอกเบี้ยติดต่อกันสามครั้งก่อนหน้านี้ ตามรายงานของ CNBC ในการประชุมเดือนมีนาคม 2026 FOMC มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยพื้นฐาน (benchmark federal funds rate) ไว้ที่ช่วง 3.5-3.75%…

  • | |

    Deloitte มอบใบรับรองความปลอดภัยสูงสุดให้ Chainlink กลายเป็นแพลตฟอร์ม Oracle คริปโตเดียวที่มีสถานะ SOC 2 Type 2

    ในโลกของการเงินสถาบันที่ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและการปฏิบัติตามกฎระเบียบเหนือสิ่งอื่นใด การได้รับใบรับรองจากบริษัทตรวจสอบบัญชีชั้นนำระดับโลกถือเป็นก้าวสำคัญที่เปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Chainlink เมื่อ Deloitte and Touche LLP ประกาศเสร็จสิ้นการตรวจสอบ SOC 2 Type 2 สำหรับ Chainlink CCIP และ Data Feeds รวมถึง Price Feeds และ SmartData Feeds อย่าง Proof of Reserve และ Net Asset Value การตรวจสอบนี้ดำเนินการตามมาตรฐานการรับรองที่กำหนดโดย American Institute of Certified Public Accountants (AICPA) ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ทั่วทั้งอุตสาหกรรมบริการทางการเงินแบบดั้งเดิม ผลลัพธ์ที่ได้คือ Chainlink กลายเป็น แพลตฟอร์ม Oracle ด้านข้อมูลและการทำงานร่วมกันเพียงรายเดียวในอุตสาหกรรม Blockchain ที่ถือใบรับรอง SOC 2 Type 2,…

  • |

    โลกสั่นคลอน: สงครามการค้า ภาษีใหม่ 60 ชาติ และวิกฤตพลังงานกระหน่ำเศรษฐกิจโลก 2569

    ในช่วงกลางปี 2566 เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับพายุหลายลูกพร้อมกันในลักษณะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ ทั้งสงครามในตะวันออกกลางที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซและสั่นสะเทือนตลาดพลังงานโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และคู่ค้าทั่วโลกที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด มาตรการภาษีรอบใหม่ที่เล็งเป้า 60 ประเทศทั่วโลกในข้อหาใช้แรงงานบังคับ และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่แม้จะได้รับการประคองด้วยการประชุมสุดยอดเดือนพฤษภาคม แต่ก็ยังห่างไกลจากการคลี่คลายอย่างแท้จริง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะชะลอตัวเหลือเพียง 3.1% ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามในตะวันออกกลางและอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ OECD ประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอยู่ที่ 2.9% สำหรับปีนี้ โดยระบุว่าความผันผวนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางคือปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด และหากการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานยืดเยื้อเกินกลางปี 2569 จะกดดันแนวโน้มการเติบโตลงอีก สำหรับนักลงทุนไทยและผู้ประกอบการที่ค้าขายกับต่างประเทศ ความเข้าใจภาพรวมของแรงกดดันเหล่านี้ถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะแต่ละปัจจัยล้วนส่งผลกระทบต่อกันอย่างเป็นลูกโซ่ สงครามในตะวันออกกลาง: แผลร้าวของตลาดพลังงานโลก ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่นำไปสู่ความขัดแย้งในอิหร่านตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ได้เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าตลาดพลังงานโลกอย่างถาวร ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันโลกราว 1 ใน 5 ถูกปิดกั้นอย่างมีประสิทธิภาพหลังจากการโจมตีทางทหาร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นจากต่ำกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนหน้าไปสู่จุดสูงสุดที่เกือบ 120 ดอลลาร์ ธนาคารโลกรายงานว่าราคาพลังงานโลกคาดว่าจะพุ่งขึ้น 24% ในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 และส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมปรับตัวขึ้น 16% ด้วยแรงหนุนหลักจากราคาพลังงานและปุ๋ยที่พุ่งสูง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *