โลกในเงาสงคราม: เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ฉีกแผนที่การค้าโลกใหม่อีกครั้ง
ณ ขณะที่ประธานาธิบดี Donald Trump และประธานาธิบดี Xi Jinping กำลังนั่งคุยกันที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โลกภายนอกกำลังจับตามองด้วยความกังวลที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ การประชุมสุดยอดสองวันครอบคลุมประเด็นการค้า ภาษีนำเข้า ไต้หวัน อิหร่าน และปัญญาประดิษฐ์ แต่พื้นหลังของการเจรจาครั้งนี้คือภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่กำลังถูกฉีกทิ้งและเขียนใหม่โดยพลังของสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนขั้วอำนาจที่ดำเนินมาต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุไว้อย่างตรงไปตรงมาในรายงาน World Economic Outlook เดือนเมษายน 2569 ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งสำคัญจากการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง โดยสมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งจะสั้นและจำกัด ทำให้การเติบโตของโลกถูกคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวเหลือ 3.1% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 พร้อมกับเงินเฟ้อโลกที่คาดว่าจะพุ่งขึ้นเล็กน้อยในปี 2569 ก่อนที่จะลดลงอีกครั้งในปี 2570
แต่ในสถานการณ์เลวร้าย ตัวเลขเหล่านั้นอาจยิ่งแย่กว่านั้นมาก
ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดพลังงานที่เขย่าโลก
การปิดช่องแคบฮอร์มุซและความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญในภูมิภาคที่เป็นศูนย์กลางการจัดหาไฮโดรคาร์บอนของโลกทำให้เกิดความเป็นไปได้ของวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หากการสู้รบยังคงดำเนินต่อไป
ในสถานการณ์อ้างอิงที่สมมติว่าความขัดแย้งสั้นและราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 19% การเติบโตของโลกยังคงอยู่ที่เพียง 3.1% ในปีนี้ และเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 4.4% ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนอย่างมากจากแนวโน้มการลดเงินเฟ้อของโลกในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ในสถานการณ์เลวร้ายที่การปิดกั้นยืดเยื้อและราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นมาก การเติบโตของโลกจะลดลงเหลือ 2.5% ในปีนี้ และเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นถึง 5.4%
สิ่งที่ World Economic Forum ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนคือ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดคอขวดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญมาโดยตลอดเนื่องจากบทบาทของมันในการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลก และความขัดแย้งในอิหร่านได้ตอกย้ำแนวคิดอีกครั้งว่าจุดขนส่งเล็กๆ อย่างช่องแคบสามารถมีผลกระทบที่เกินขนาดต่อการค้า ความมั่นคงด้านพลังงาน และเสถียรภาพระหว่างประเทศ
ผลกระทบลูกโซ่ที่เกิดขึ้นนั้นกว้างขวางยิ่งกว่าที่หลายคนคาดคิด Lufthansa ต้องตัดเที่ยวบินระยะสั้น 20,000 เที่ยว รัฐบาลยุโรปเริ่มวางแผนรับมือกับการขาดแคลนเชื้อเพลิง ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งขึ้น 103% ในเดือนเดียว และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ใช้ในอุปกรณ์ AI ขาดแคลนเนื่องจากการโจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบีย
สงครามการค้าและ “อาวุธลับ” แร่หายากของจีน
ในขณะที่สงครามอิหร่านครอบงำพาดหัวข่าว มีอีกมิติหนึ่งของการเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจระหว่างสหรัฐฯ และจีน
จีนเป็นมหาอำนาจด้านแร่หายากของโลก ครองตลาดราว 85% ของกระบวนการแปรรูปและมากกว่า 90% ของการผลิตแม่เหล็ก ปักกิ่งควบคุมการแยกแร่หายากชนิดหนักโดยเฉพาะ ซึ่งไม่มีกระบวนการนี้เกิดขึ้นในสหรัฐฯ เลย
จีนได้แสดงให้เห็นถึงความยินดีที่เพิ่มขึ้นในการใช้อำนาจต่อรองห่วงโซ่อุปทานในระดับโลก โดยเกือบสามเท่าการใช้ข้อจำกัดการส่งออกระหว่างปี 2564 ถึง 2568 วอชิงตันมีความเปราะบางด้านแร่หายากอย่างชัดเจนในช่วงเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาล Trump ทำสงครามกับอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลว่ากระทรวงกลาโหมกำลังเผาผลาญกระสุนที่พึ่งพาวัสดุเหล่านี้
การค้าระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกได้รับผลกระทบนับตั้งแต่ Trump กลับมารับตำแหน่งปีที่แล้วและปล่อยภาษีสุดโหดชุดหนึ่งออกมา โดยกำหนดอัตราสูงสุดต่อจีนถึง 145% ในช่วงหนึ่ง ขณะที่ การนำเข้าของสหรัฐฯ จากจีนลดลง และส่งออกไปจีนก็ลดลงมากกว่า 25% ซึ่งเป็นตัวเลขมหาศาลในหนึ่งปี
ในบริบทนี้เองที่ ศูนย์กลางความสนใจได้เคลื่อนออกจากภาษีนำเข้าซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นไม้เด็ดชี้ขาดสำหรับ Trump และมุ่งไปสู่สิ่งที่มีโครงสร้างมากขึ้น นั่นคือการควบคุมของจีนเหนือแร่ธาตุวิกฤต แร่หายาก และห่วงโซ่อุปทานแม่เหล็กที่เป็นรากฐานของความสามารถทางทหารสมัยใหม่
การประชุมสุดยอด Trump-Xi: ใครมีไพ่ดีกว่า?
Scott Kennedy ที่ปรึกษาอาวุโสด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์จีนที่ CSIS กล่าวว่า “จีนเข้าสู่การประชุมครั้งนี้ด้วยความมั่นใจมากกว่าในปี 2560 มาก เมื่อตอนนั้นจีนกลัวแม้แต่การขึ้นภาษีเล็กน้อยของสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา Xi สามารถผลักดันกลับและทำให้การกระทำส่วนใหญ่ของ Trump เป็นกลางได้”
Al Jazeera รายงานว่า สองประเทศได้ตกลงที่จะลดความตึงเครียดชั่วคราวผ่านการสงบศึกทางการค้าที่บรรลุในการเจรจาที่เกาหลีใต้ โดยจีนตกลงซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรสหรัฐฯ เพิ่มเติม รวมถึงถั่วเหลือง ขณะที่วอชิงตันลดภาษีบางส่วน
ในด้านเทคโนโลยี CNBC รายงานว่า หลังจาก Trump พบกับ Xi ในวันพฤหัสบดี Reuters รายงานว่าวอชิงตันได้อนุมัติการขายชิป AI H200 ของ Nvidia ให้กับบริษัทเทคโนโลยีจีนรายใหญ่หลายแห่ง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ส่งผลให้หุ้น Nvidia และบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนรูปของการค้าโลก: ใครได้ประโยชน์?
รายงานของ McKinsey Global Institute ชี้ว่า ภาษีนำเข้ากระตุ้นการปรับตัวของการค้า โดยการค้าสหรัฐฯ-จีนลดลงประมาณ 30% สหรัฐฯ แทนที่ประมาณสองในสามของช่องว่างด้วยการนำเข้าจากผู้ขายรายอื่น ในขณะที่ผู้ส่งออกจีนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงของเล่นลดราคาเฉลี่ย 8% เพื่อหาผู้ซื้อในตลาดใหม่ ASEAN เจริญรุ่งเรืองโดยเพิ่มการค้ากับทั้งสองเศรษฐกิจ แต่สหภาพยุโรปเผชิญกับการถูกบีบสองด้าน ได้แก่ การนำเข้าจีนที่มากขึ้นและภาษีสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น
สำหรับไทยและ ASEAN โดยรวม การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่การผลิตนี้นำมาซึ่งทั้งโอกาสและความเสี่ยง ในด้านโอกาส ประเทศที่ได้รับการลงทุนจากบริษัทที่ย้ายฐานการผลิตออกจากจีน เช่น เวียดนาม ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต่างได้รับประโยชน์อย่างมากจาก “China Plus One Strategy” อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญคือหากการประชุมสุดยอด Trump-Xi นำไปสู่การลดภาษีนำเข้าจากจีน แรงจูงใจในการย้ายการผลิตก็จะลดลงตาม
ภาวะ “โลกหลายขั้ว”: ความเสี่ยงที่สะสมในระยะยาว
รายงานความเสี่ยงโลกของ World Economic Forum ประจำปี 2569 พบว่า การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจ (Geoeconomic Confrontation) ขึ้นสู่อันดับต้นของความเสี่ยงระยะใกล้ โดย 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่ามันเป็นความเสี่ยงที่มีแนวโน้มสูงสุดที่จะก่อให้เกิดวิกฤตโลกในปี 2569 และถูกจัดอันดับที่ 1 ด้านความรุนแรงในระยะสองปีข้างหน้า
Eyck Freymann นักวิชาการจาก Hoover Institution อธิบายว่า ในระบบเศรษฐกิจโลกที่พึ่งพิงดอลลาร์สหรัฐสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างธนาคาร สิ่งนี้ให้อำนาจแก่สหรัฐฯ ในการคุกคามประเทศอื่นด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน และจีนก็กำลังพัฒนาจุดคอขวดของตนเองในแร่ธาตุสำคัญ
ตัวเลขที่น่าเป็นห่วงจาก IMF ชี้ให้เห็นว่า นอกเหนือจากความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนรูปโลกที่มีหลายขั้วมากขึ้น โดยมีคลื่นข้อจำกัดการค้าที่กำหนดโดยกลุ่มเศรษฐกิจหลักทุกกลุ่ม ทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศและการเติบโตได้รับความเสียหาย
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทยและกลยุทธ์ที่ควรพิจารณา
สำหรับนักลงทุนไทย สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนนี้สร้างทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่ต้องจัดการอย่างรอบคอบ
ผลกระทบด้านพลังงาน: ไทยนำเข้าน้ำมันประมาณ 60% ของที่ใช้ในประเทศ ราคาน้ำมัน Brent ที่ยังอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตในทุกภาคส่วน ทั้งการขนส่ง การเกษตร และการผลิตอุตสาหกรรม นักลงทุนควรติดตามพัฒนาการของการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว
โอกาสจาก Supply Chain Shift: การย้ายฐานการผลิตจากจีนยังคงเป็นแนวโน้มที่ดำเนินต่อเนื่อง นักลงทุนในหุ้นนิคมอุตสาหกรรมไทย ภาคโลจิสติกส์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อาจได้รับประโยชน์หากการประชุมสุดยอด Trump-Xi ไม่ได้นำไปสู่การลดภาษีนำเข้าจากจีนอย่างมีนัยสำคัญ
กลุ่มที่ต้องระวัง: ภาคการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่พึ่งพาตลาดจีน อาจได้รับผลกระทบหากการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการซื้อของจีนไปสู่สินค้าอเมริกันมากขึ้น
กลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์: หุ้นที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน AI ทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศยังคงมีแนวโน้มบวกจากความต้องการชิปความจำที่พุ่งสูง แม้จะมีความเสี่ยงจากการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน
บทสรุป: โลกที่ไม่มีสูตรสำเร็จ
ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกในปี 2569 ไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่ชัดเจน IMF เตือนว่า การยกระดับกำลังทหารที่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังนำมาซึ่งแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ความยั่งยืนทางการคลังและต่างประเทศอ่อนแอลง และเสี่ยงต่อการแย่งชิงการใช้จ่ายทางสังคม
สำหรับนักลงทุนไทย บทเรียนสำคัญในช่วงนี้คือการกระจายความเสี่ยง ติดตามพัฒนาการทางการทูตอย่างใกล้ชิด และมองหาโอกาสในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกในระยะยาว ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นตัวแปรสำคัญของการลงทุน การติดตามข่าวระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการลงทุนอย่างมีสติ
