โลกในเงาสงคราม: เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ฉีกแผนที่การค้าโลกใหม่อีกครั้ง
|

โลกในเงาสงคราม: เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ฉีกแผนที่การค้าโลกใหม่อีกครั้ง

ณ ขณะที่ประธานาธิบดี Donald Trump และประธานาธิบดี Xi Jinping กำลังนั่งคุยกันที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โลกภายนอกกำลังจับตามองด้วยความกังวลที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ การประชุมสุดยอดสองวันครอบคลุมประเด็นการค้า ภาษีนำเข้า ไต้หวัน อิหร่าน และปัญญาประดิษฐ์ แต่พื้นหลังของการเจรจาครั้งนี้คือภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่กำลังถูกฉีกทิ้งและเขียนใหม่โดยพลังของสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนขั้วอำนาจที่ดำเนินมาต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุไว้อย่างตรงไปตรงมาในรายงาน World Economic Outlook เดือนเมษายน 2569 ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งสำคัญจากการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง โดยสมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งจะสั้นและจำกัด ทำให้การเติบโตของโลกถูกคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวเหลือ 3.1% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 พร้อมกับเงินเฟ้อโลกที่คาดว่าจะพุ่งขึ้นเล็กน้อยในปี 2569 ก่อนที่จะลดลงอีกครั้งในปี 2570

แต่ในสถานการณ์เลวร้าย ตัวเลขเหล่านั้นอาจยิ่งแย่กว่านั้นมาก

ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดพลังงานที่เขย่าโลก

การปิดช่องแคบฮอร์มุซและความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญในภูมิภาคที่เป็นศูนย์กลางการจัดหาไฮโดรคาร์บอนของโลกทำให้เกิดความเป็นไปได้ของวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หากการสู้รบยังคงดำเนินต่อไป

ในสถานการณ์อ้างอิงที่สมมติว่าความขัดแย้งสั้นและราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 19% การเติบโตของโลกยังคงอยู่ที่เพียง 3.1% ในปีนี้ และเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 4.4% ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนอย่างมากจากแนวโน้มการลดเงินเฟ้อของโลกในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ในสถานการณ์เลวร้ายที่การปิดกั้นยืดเยื้อและราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นมาก การเติบโตของโลกจะลดลงเหลือ 2.5% ในปีนี้ และเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นถึง 5.4%

สิ่งที่ World Economic Forum ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนคือ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดคอขวดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญมาโดยตลอดเนื่องจากบทบาทของมันในการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลก และความขัดแย้งในอิหร่านได้ตอกย้ำแนวคิดอีกครั้งว่าจุดขนส่งเล็กๆ อย่างช่องแคบสามารถมีผลกระทบที่เกินขนาดต่อการค้า ความมั่นคงด้านพลังงาน และเสถียรภาพระหว่างประเทศ

ผลกระทบลูกโซ่ที่เกิดขึ้นนั้นกว้างขวางยิ่งกว่าที่หลายคนคาดคิด Lufthansa ต้องตัดเที่ยวบินระยะสั้น 20,000 เที่ยว รัฐบาลยุโรปเริ่มวางแผนรับมือกับการขาดแคลนเชื้อเพลิง ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งขึ้น 103% ในเดือนเดียว และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ใช้ในอุปกรณ์ AI ขาดแคลนเนื่องจากการโจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบีย

สงครามการค้าและ “อาวุธลับ” แร่หายากของจีน

ในขณะที่สงครามอิหร่านครอบงำพาดหัวข่าว มีอีกมิติหนึ่งของการเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจระหว่างสหรัฐฯ และจีน

จีนเป็นมหาอำนาจด้านแร่หายากของโลก ครองตลาดราว 85% ของกระบวนการแปรรูปและมากกว่า 90% ของการผลิตแม่เหล็ก ปักกิ่งควบคุมการแยกแร่หายากชนิดหนักโดยเฉพาะ ซึ่งไม่มีกระบวนการนี้เกิดขึ้นในสหรัฐฯ เลย

จีนได้แสดงให้เห็นถึงความยินดีที่เพิ่มขึ้นในการใช้อำนาจต่อรองห่วงโซ่อุปทานในระดับโลก โดยเกือบสามเท่าการใช้ข้อจำกัดการส่งออกระหว่างปี 2564 ถึง 2568 วอชิงตันมีความเปราะบางด้านแร่หายากอย่างชัดเจนในช่วงเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาล Trump ทำสงครามกับอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลว่ากระทรวงกลาโหมกำลังเผาผลาญกระสุนที่พึ่งพาวัสดุเหล่านี้

การค้าระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกได้รับผลกระทบนับตั้งแต่ Trump กลับมารับตำแหน่งปีที่แล้วและปล่อยภาษีสุดโหดชุดหนึ่งออกมา โดยกำหนดอัตราสูงสุดต่อจีนถึง 145% ในช่วงหนึ่ง ขณะที่ การนำเข้าของสหรัฐฯ จากจีนลดลง และส่งออกไปจีนก็ลดลงมากกว่า 25% ซึ่งเป็นตัวเลขมหาศาลในหนึ่งปี

ในบริบทนี้เองที่ ศูนย์กลางความสนใจได้เคลื่อนออกจากภาษีนำเข้าซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นไม้เด็ดชี้ขาดสำหรับ Trump และมุ่งไปสู่สิ่งที่มีโครงสร้างมากขึ้น นั่นคือการควบคุมของจีนเหนือแร่ธาตุวิกฤต แร่หายาก และห่วงโซ่อุปทานแม่เหล็กที่เป็นรากฐานของความสามารถทางทหารสมัยใหม่

การประชุมสุดยอด Trump-Xi: ใครมีไพ่ดีกว่า?

Scott Kennedy ที่ปรึกษาอาวุโสด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์จีนที่ CSIS กล่าวว่า “จีนเข้าสู่การประชุมครั้งนี้ด้วยความมั่นใจมากกว่าในปี 2560 มาก เมื่อตอนนั้นจีนกลัวแม้แต่การขึ้นภาษีเล็กน้อยของสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา Xi สามารถผลักดันกลับและทำให้การกระทำส่วนใหญ่ของ Trump เป็นกลางได้”

Al Jazeera รายงานว่า สองประเทศได้ตกลงที่จะลดความตึงเครียดชั่วคราวผ่านการสงบศึกทางการค้าที่บรรลุในการเจรจาที่เกาหลีใต้ โดยจีนตกลงซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรสหรัฐฯ เพิ่มเติม รวมถึงถั่วเหลือง ขณะที่วอชิงตันลดภาษีบางส่วน

ในด้านเทคโนโลยี CNBC รายงานว่า หลังจาก Trump พบกับ Xi ในวันพฤหัสบดี Reuters รายงานว่าวอชิงตันได้อนุมัติการขายชิป AI H200 ของ Nvidia ให้กับบริษัทเทคโนโลยีจีนรายใหญ่หลายแห่ง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ส่งผลให้หุ้น Nvidia และบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

การเปลี่ยนรูปของการค้าโลก: ใครได้ประโยชน์?

รายงานของ McKinsey Global Institute ชี้ว่า ภาษีนำเข้ากระตุ้นการปรับตัวของการค้า โดยการค้าสหรัฐฯ-จีนลดลงประมาณ 30% สหรัฐฯ แทนที่ประมาณสองในสามของช่องว่างด้วยการนำเข้าจากผู้ขายรายอื่น ในขณะที่ผู้ส่งออกจีนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงของเล่นลดราคาเฉลี่ย 8% เพื่อหาผู้ซื้อในตลาดใหม่ ASEAN เจริญรุ่งเรืองโดยเพิ่มการค้ากับทั้งสองเศรษฐกิจ แต่สหภาพยุโรปเผชิญกับการถูกบีบสองด้าน ได้แก่ การนำเข้าจีนที่มากขึ้นและภาษีสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น

สำหรับไทยและ ASEAN โดยรวม การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่การผลิตนี้นำมาซึ่งทั้งโอกาสและความเสี่ยง ในด้านโอกาส ประเทศที่ได้รับการลงทุนจากบริษัทที่ย้ายฐานการผลิตออกจากจีน เช่น เวียดนาม ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต่างได้รับประโยชน์อย่างมากจาก “China Plus One Strategy” อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญคือหากการประชุมสุดยอด Trump-Xi นำไปสู่การลดภาษีนำเข้าจากจีน แรงจูงใจในการย้ายการผลิตก็จะลดลงตาม

ภาวะ “โลกหลายขั้ว”: ความเสี่ยงที่สะสมในระยะยาว

รายงานความเสี่ยงโลกของ World Economic Forum ประจำปี 2569 พบว่า การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจ (Geoeconomic Confrontation) ขึ้นสู่อันดับต้นของความเสี่ยงระยะใกล้ โดย 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่ามันเป็นความเสี่ยงที่มีแนวโน้มสูงสุดที่จะก่อให้เกิดวิกฤตโลกในปี 2569 และถูกจัดอันดับที่ 1 ด้านความรุนแรงในระยะสองปีข้างหน้า

Eyck Freymann นักวิชาการจาก Hoover Institution อธิบายว่า ในระบบเศรษฐกิจโลกที่พึ่งพิงดอลลาร์สหรัฐสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างธนาคาร สิ่งนี้ให้อำนาจแก่สหรัฐฯ ในการคุกคามประเทศอื่นด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน และจีนก็กำลังพัฒนาจุดคอขวดของตนเองในแร่ธาตุสำคัญ

ตัวเลขที่น่าเป็นห่วงจาก IMF ชี้ให้เห็นว่า นอกเหนือจากความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนรูปโลกที่มีหลายขั้วมากขึ้น โดยมีคลื่นข้อจำกัดการค้าที่กำหนดโดยกลุ่มเศรษฐกิจหลักทุกกลุ่ม ทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศและการเติบโตได้รับความเสียหาย

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทยและกลยุทธ์ที่ควรพิจารณา

สำหรับนักลงทุนไทย สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนนี้สร้างทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่ต้องจัดการอย่างรอบคอบ

ผลกระทบด้านพลังงาน: ไทยนำเข้าน้ำมันประมาณ 60% ของที่ใช้ในประเทศ ราคาน้ำมัน Brent ที่ยังอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตในทุกภาคส่วน ทั้งการขนส่ง การเกษตร และการผลิตอุตสาหกรรม นักลงทุนควรติดตามพัฒนาการของการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว

โอกาสจาก Supply Chain Shift: การย้ายฐานการผลิตจากจีนยังคงเป็นแนวโน้มที่ดำเนินต่อเนื่อง นักลงทุนในหุ้นนิคมอุตสาหกรรมไทย ภาคโลจิสติกส์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อาจได้รับประโยชน์หากการประชุมสุดยอด Trump-Xi ไม่ได้นำไปสู่การลดภาษีนำเข้าจากจีนอย่างมีนัยสำคัญ

กลุ่มที่ต้องระวัง: ภาคการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่พึ่งพาตลาดจีน อาจได้รับผลกระทบหากการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการซื้อของจีนไปสู่สินค้าอเมริกันมากขึ้น

กลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์: หุ้นที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน AI ทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศยังคงมีแนวโน้มบวกจากความต้องการชิปความจำที่พุ่งสูง แม้จะมีความเสี่ยงจากการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน

บทสรุป: โลกที่ไม่มีสูตรสำเร็จ

ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกในปี 2569 ไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่ชัดเจน IMF เตือนว่า การยกระดับกำลังทหารที่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังนำมาซึ่งแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ความยั่งยืนทางการคลังและต่างประเทศอ่อนแอลง และเสี่ยงต่อการแย่งชิงการใช้จ่ายทางสังคม

สำหรับนักลงทุนไทย บทเรียนสำคัญในช่วงนี้คือการกระจายความเสี่ยง ติดตามพัฒนาการทางการทูตอย่างใกล้ชิด และมองหาโอกาสในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกในระยะยาว ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นตัวแปรสำคัญของการลงทุน การติดตามข่าวระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการลงทุนอย่างมีสติ

Similar Posts

  • |

    Rubio ระบุสหรัฐฯ คาดรับคำตอบจากอิหร่านเรื่องข้อตกลงสันติภาพ “วันนี้”

    ในวันศุกร์ที่โลกกำลังจับตามองอย่างใจจดใจจ่อ Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณที่สร้างทั้งความหวังและความไม่แน่นอนพร้อมกัน เมื่อเขาแถลงต่อสื่อมวลชนในกรุงโรมระหว่างการเยือนพระสันตปาปา Leo XIV ว่า สหรัฐฯ คาดว่าจะได้รับการตอบสนองจากอิหร่านเกี่ยวกับข้อเสนอยุติสงครามภายในวันนี้ “เราควรจะได้รู้อะไรบางอย่างวันนี้ เราคาดหวังการตอบสนองจากพวกเขา” Rubio กล่าวเมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถานะของการเจรจากับอิหร่าน “เราจะดูว่าการตอบสนองนั้นมีเนื้อหาอะไร ความหวังคือมันเป็นสิ่งที่สามารถนำเราเข้าสู่กระบวนการเจรจาที่จริงจัง” ถ้อยคำเหล่านี้ดูเหมือนเรียบง่าย แต่บรรจุความหมายที่ลึกซึ้งและสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ตึงเครียดอย่างยิ่งในกระบวนการทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่ในหลายเมืองพร้อมกัน ทั้งในวอชิงตัน เตหะราน อิสลามาบัด ปักกิ่ง และโรม บริบท: จาก 14 ประเด็นสู่การรอคอยที่เร่งด้วน เพื่อเข้าใจความสำคัญของสิ่งที่ Rubio กล่าวในวันศุกร์ จำเป็นต้องย้อนดูเส้นทางที่นำมาสู่จุดนี้ก่อน ต้นสัปดาห์ Axios และสื่ออื่นๆ รายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเข้าใกล้ บันทึกความเข้าใจ 14 ประเด็นในหน้าเดียว ที่จะยุติสงครามและวางกรอบสำหรับการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน วอชิงตันรอการตอบสนองจากเตหะรานใน “ประเด็นสำคัญหลายประการ” ภายใน 48 ชั่วโมง ในวันพฤหัสบดี อิหร่านยืนยันว่ากำลัง “พิจารณาข้อความ” ที่ได้รับจากสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางปากีสถาน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือส่งคำตอบ ตามสื่อของรัฐอิหร่านที่อ้างอิงเจ้าหน้าที่อิหร่าน และตอนนี้ในวันศุกร์ Rubio…

  • |

    เฟดเปลี่ยนท่าที-อีซีบี ขึ้นดอกเบี้ยรอบแรกใน 3 ปี วิกฤตน้ำมันอิหร่านยังกดเงินเฟ้อโลก

    ฉากทัศน์เศรษฐกิจโลกในช่วงกลางปี 2026 กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ Kevin Warsh ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ทำให้ตลาดต้องสะดุ้งคือน้ำเสียงที่ “แข็งกร้าวกว่าที่คาด” ของถ้อยแถลง พร้อมกับการเปิดเผยว่าคณะกรรมการ FOMC เกือบครึ่งเห็นว่าธนาคารกลางอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ ไม่ใช่ลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่กลับมาคุกรุ่นจากวิกฤตพลังงาน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเงาของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดทับราคาพลังงานและความเชื่อมั่นของตลาดทุนทั่วโลกอยู่จนถึงวันนี้ สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องวางแผนพอร์ตการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของสถานการณ์ พร้อมประเมินผลกระทบที่อาจตามมา เฟดเปลี่ยนเกม: ประธานใหม่ ท่าทีใหม่ ความเสี่ยงขึ้นดอกเบี้ยกลับมาอีกครั้ง การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ถือเป็นการประชุมแรกที่ Kevin Warsh นั่งเก้าอี้ประธานเฟดอย่างเป็นทางการ และผลลัพธ์ที่ออกมาก็สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดไม่น้อย คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50-3.75% ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่ของปีนี้ สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขดอกเบี้ยคือรูปแบบการสื่อสารที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในการประชุมครั้งแรกของ Warsh แถลงการณ์ของเฟดได้รับการปรับให้สั้นกระชับขึ้นอย่างมาก และที่สำคัญกว่านั้น Warsh…

  • |

    วอลล์สตรีทร่วง! น้ำมันพุ่ง 9% AI สั่นคลอน จับตา CPI ปะทะงบแบงก์ยักษ์สหรัฐฯ

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์ที่สองของเดือนกรกฎาคม 2569 ด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดที่สุดครั้งหนึ่งของปี เมื่อแรงกดดันสามด้านมาบรรจบกันในเวลาเดียวกัน ได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปะทุขึ้นใหม่จนดันราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรงที่สุดในรอบหลายปี ความกังวลว่ากระแสการลงทุนใน AI อาจ “วิ่งนำหน้าตัวเอง” ไปไกลเกินพื้นฐาน และการรอคอยตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคเดือนมิถุนายนซึ่งจะเป็นข้อมูลชิ้นสุดท้ายก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปลายเดือนนี้ ในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.79% ที่ระดับ 7,515.34 จุด ดัชนี Nasdaq Composite ร่วงแรงกว่าที่ 1.55% ปิดที่ 25,873.18 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 138.37 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 52,498.64 จุด โดยแรงขายกระจุกตัวหนักในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ดัชนีถ่วงน้ำหนักเท่ากัน (Equal Weight) แทบไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตลาดทั้งตลาด แต่อยู่ที่ “หัวใจ” ของตลาดกระทิงรอบนี้ นั่นคือหุ้นกลุ่ม AI สิ่งที่ทำให้เช้าวันอังคารที่…

  • น้ำมัน ทองคำ เงิน ปี 2026: วิกฤตฮอร์มุซ กดดันตลาดโภคภัณฑ์โลก

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกกำลังเผชิญกับพายุหมุนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ราคาน้ำมันพุ่งสูงทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและแตะระดับสูงสุดที่ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะดิ่งลงมาสู่ระดับ 90 ดอลลาร์ท่ามกลางความหวังการหยุดยิง ขณะที่ทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดตลอดกาลทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นปี ก่อนปรับตัวลงมาซื้อขายที่ราว 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน และเงินเคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม ก่อนย่อลงมาอยู่ที่ประมาณ 74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงตลาดที่อยู่ภายใต้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรุนแรง และบีบบังคับให้นักลงทุนทั่วโลกต้องทบทวนกลยุทธ์การจัดสรรพอร์ตการลงทุนอย่างเร่งด่วน วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: ตัวการหลักที่สั่นสะเทือนตลาดพลังงานโลก หัวใจของวิกฤตพลังงานในปี 2026 อยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่แคบที่สุดและสำคัญที่สุดบนโลก ณ จุดแคบที่สุดของช่องแคบ ช่องทางเดินเรือสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันนั้นกว้างเพียงประมาณ 2 ไมล์ในแต่ละทิศทาง แต่ผ่านเส้นทางนี้คือการขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวันภายใต้สภาวะปกติ คิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของอุปทานน้ำมันโลกทั้งหมด เมื่อผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี ประกาศยืนหยัดที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปเพื่อใช้เป็นแต้มต่อในการต่อรองกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ราคาน้ำมัน Brent พุ่งสูงขึ้นกว่า 9% ในทันที ผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่ส่งไปทั่วโลก ปริมาณการจราจรผ่านช่องแคบหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง โดยมีเรือผ่านไม่เกิน 5…

  • วอลล์สตรีทร่วง 3 วันติด! บอนด์ยีลด์พุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่สามติดต่อกันในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 19 ปี สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อตลาดทุน ขณะที่นักลงทุนยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และราคาน้ำมันดิบที่ยังทรงตัวในระดับสูง ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 0.67% ปิดที่ระดับ 7,353.61 จุด ขณะที่ Nasdaq Composite ปิดลบ 0.84% ที่ 25,870.71 จุด และ Dow Jones Industrial Average สูญเสียไป 322.24 จุด หรือ 0.65% ปิดที่ 49,363.88 จุด สัญญาณที่น่าเป็นห่วงที่สุดในขณะนี้คือการเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ในขณะนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายรายมองว่ากำลังส่งสัญญาณเตือนที่ตลาดหุ้นยังไม่ได้ตอบสนองอย่างเต็มที่ตามที่คาดหวัง ภาพรวมของวอลล์สตรีทในช่วงนี้จึงอยู่ในโหมดระมัดระวังสูงมาก ท่ามกลางปัจจัยกดดันหลายด้านที่สะสมตัวขึ้นพร้อมกัน บอนด์ยีลด์พุ่งทะลุเพดาน ภัยเงียบที่ตลาดต้องจับตามอง ประเด็นที่สร้างความกังวลมากที่สุดในสัปดาห์นี้ไม่ใช่ความผันผวนของดัชนีหุ้น แต่เป็นการพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดต้นทุนการกู้ยืมและความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี แตะระดับ…

  • น้ำมัน-ทองคำ-เงินผันผวนรุนแรง วิกฤตฮอร์มุซฉุดตลาดโภคภัณฑ์โลก มิ.ย.69

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกเข้าสู่ช่วงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์พลังงาน นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ทางผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก ถูกปิดกั้นอย่างแทบสมบูรณ์ ราคาน้ำมัน ทองคำ และเงิน ต่างเผชิญกับความผันผวนรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความหวังในการเจรจาสันติภาพกับความเสี่ยงของภาวะ Stagflation ที่อาจลุกลามไปทั่วโลก ณ ต้นเดือนมิถุนายน 2569 ภาพรวมตลาดโภคภัณฑ์สะท้อนถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ที่แม้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวลงมาอยู่ที่ราว 92-97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากจุดสูงสุดที่เคยพุ่งทะลุ 126 ดอลลาร์ในช่วงวิกฤต แต่สต็อกน้ำมันโลกกำลังหดตัวในอัตราที่น่าวิตกกังวล ขณะที่ทองคำดิ้นรนหาทิศทางท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจสูงขึ้นและสัญญาณเบื้องต้นของการคลี่คลายความตึงเครียด สงครามอิหร่านกับวิกฤตพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รายงานตลาดน้ำมันประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ของ IEA ระบุว่า กว่าสิบสัปดาห์หลังจากสงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้น การสูญเสียอุปทานที่สะสมต่อเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซกำลังทำให้สต็อกน้ำมันโลกลดลงในอัตราที่เร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขที่น่าตกใจคือ การสูญเสียอุปทานน้ำมันโลกรวมแตะระดับ 12.8 ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ซึ่ง Martijn Rats นักวิเคราะห์โภคภัณฑ์ของ Morgan Stanley ระบุว่า นี่คือการหยุดชะงักด้านอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมน้ำมัน และการกล่าวเช่นนั้นไม่ใช่การพูดเกินจริงแต่อย่างใด การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อน้ำมันดิบ 20% ของการค้าโลก และ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน LNG ในกาตาร์กำลังบั่นทอนการเติบโตของอุปทานก๊าซธรรมชาติเหลวที่คาดการณ์ไว้…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *