หุ้นที่เคลื่อนไหวรุนแรงที่สุดในช่วงก่อนตลาดเปิด: Seagate, Robinhood, Humana, Generac และอื่นๆ
| |

หุ้นที่เคลื่อนไหวรุนแรงที่สุดในช่วงก่อนตลาดเปิด: Seagate, Robinhood, Humana, Generac และอื่นๆ

ช่วงก่อนตลาดเปิดทำการในวันพุธ มีหุ้นหลายตัวที่เคลื่อนไหวรุนแรงอย่างผิดปกติ หลังจากบริษัทต่างๆ ทยอยรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส ทั้งที่ออกมาดีเกินคาดและน่าผิดหวังกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ภาพรวมของฤดูกาลประกาศผลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างบริษัทที่สามารถปรับตัวและสร้างการเติบโตได้ท่ามกลางสภาวะที่ท้าทาย กับบริษัทที่ยังคงดิ้นรนกับแรงกดดันที่มาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก

ผู้ชนะแห่งวัน: หุ้นที่พุ่งขึ้นแรง

Seagate Technology คือดาวเด่นที่สุดของวัน โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 18% หลังจากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรายนี้ประกาศแนวโน้มที่แข็งแกร่งอย่างมากสำหรับไตรมาสสี่ของปีงบประมาณ โดยคาดว่าจะมีรายได้ 3,450 ล้านดอลลาร์ บวกลบ 100 ล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นปรับปรุง 5 ดอลลาร์ บวกลบ 20 เซนต์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์จาก LSEG คาดการณ์ไว้ที่กำไร 3.97 ดอลลาร์ต่อหุ้นและรายได้ 3,160 ล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนแห่ซื้อหุ้นอย่างกระตือรือร้น ผลของ Seagate ยังส่งแรงกระเพื่อมไปยังกลุ่มหุ้นหน่วยความจำทั้งหมด โดย Western Digital พุ่งขึ้นมากกว่า 10%, Sandisk ขยับขึ้น 7.5% และ Micron เพิ่มขึ้นกว่า 4%

NXP Semiconductors ก็สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดเช่นกัน โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 18.5% หลังจากรายงานกำไรต่อหุ้นปรับปรุงไตรมาสแรกที่ 3.05 ดอลลาร์ เหนือกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.95 ดอลลาร์ รายได้ 3,180 ล้านดอลลาร์ก็เอาชนะประมาณการที่ 3,160 ล้านดอลลาร์ได้ และบริษัทยังคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงาน รายได้ และกำไรต่อหุ้นปรับปรุงสำหรับไตรมาสปัจจุบันที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ FactSet ทำให้ตลาดมองอนาคตในแง่ดีอย่างมาก

Bloom Energy หุ้นพลังงานหมุนเวียนพุ่งขึ้นถึง 19% หลังจากประกาศกำไรปรับปรุงและรายได้ที่เอาชนะการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในไตรมาสล่าสุด และยังให้แนวโน้มรายได้และกำไรปรับปรุงทั้งปีที่สูงกว่าที่ LSEG คาดการณ์ไว้อีกด้วย

Rush Street Interactive บริษัทคาสิโนออนไลน์และการพนันกีฬา ราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 16% หลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่เหนือกว่าการคาดการณ์ทั้งในด้านรายได้และกำไร พร้อมปรับเพิ่มแนวโน้มรายได้และ EBITDA ปรับปรุงทั้งปีให้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

Generac บริษัทเทคโนโลยีพลังงาน ราคาหุ้นกระโดดขึ้น 10% หลังจากรายงานกำไรต่อหุ้น 1.80 ดอลลาร์ และรายได้ 1,060 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสแรก เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.33 ดอลลาร์ต่อหุ้นและ 1,050 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าค่าใช้จ่ายลงทุน (Capex) ที่ 89.9 ล้านดอลลาร์จะสูงกว่าที่ประเมินไว้ที่ 39.8 ล้านดอลลาร์อย่างมากก็ตาม

Visa บัตรเครดิตยักษ์ใหญ่ ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเกือบ 5% หลังจากรายงานกำไรต่อหุ้นปรับปรุงไตรมาสสองที่ 3.31 ดอลลาร์ และรายได้ 11,230 ล้านดอลลาร์ เหนือกว่าที่ LSEG คาดไว้ที่ 3.10 ดอลลาร์ต่อหุ้นและ 10,740 ล้านดอลลาร์ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้บ่งชี้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่งแม้จะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

UBS ธนาคารสวิสรายงานกำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 80% เมื่อเทียบปีต่อปี และยืนยันว่ายังคงอยู่ในเส้นทางการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ภายในการรายงานผลครั้งถัดไป ราคาหุ้นตอบสนองด้วยการปรับตัวขึ้น 5%

Starbucks ร้านกาแฟชื่อดัง ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 4% หลังจากปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี โดยคาดว่ายอดขายสาขาเดิมทั่วโลกและในสหรัฐฯ จะเติบโตอย่างน้อย 5% ในปีงบประมาณ 2569 เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์เดิมที่ 3% พร้อมปรับเพิ่มแนวโน้มกำไรต่อหุ้นปรับปรุงเป็น 2.25 ถึง 2.45 ดอลลาร์ จากเดิมที่ 2.15 ถึง 2.40 ดอลลาร์

Etsy ตลาดสินค้าออนไลน์ ราคาหุ้นขยับขึ้นเกือบ 8% หลังจากรายงาน EBITDA ปรับปรุง 184.7 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสแรก เหนือกว่าการคาดการณ์ของ FactSet ที่ 176.6 ล้านดอลลาร์ รายได้ที่ 631.3 ล้านดอลลาร์ก็สูงกว่าที่คาดไว้เช่นกัน

Evercore ธนาคารเพื่อการลงทุน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 2% หลังจากรายงานกำไรต่อหุ้น 7.53 ดอลลาร์ และรายได้สุทธิปรับปรุง 1,400 ล้านดอลลาร์ เทียบกับการคาดการณ์ของ FactSet ที่ 5.43 ดอลลาร์และ 1,170 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ ซึ่งเป็นการเอาชนะการคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้แพ้แห่งวัน: หุ้นที่ดิ่งลงแรง

Robinhood แอปพลิเคชันการเทรดหุ้นยอดนิยม ราคาหุ้นร่วงลงเกือบ 10% หลังจากผลประกอบการไตรมาสแรกต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยรายงานกำไรต่อหุ้น 38 เซนต์ และรายได้ 1,070 ล้านดอลลาร์ เทียบกับที่ LSEG คาดไว้ที่ 43 เซนต์และ 1,180 ล้านดอลลาร์ การพลาดเป้าที่ชัดเจนทั้งด้านรายได้และกำไรส่งผลให้นักลงทุนผิดหวังและเทขายอย่างรวดเร็ว

Avis Budget Group บริษัทให้เช่ารถ ราคาหุ้นดิ่งลงเกือบ 13% หลังจาก EBITDA ปรับปรุงในไตรมาสแรกอยู่ที่เพียง 113 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าการคาดการณ์ที่ 185 ล้านดอลลาร์ อย่างมีนัยสำคัญ กำไรต่อหุ้นที่ 8.01 ดอลลาร์ ก็ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 14.35 ดอลลาร์ สะท้อนถึงความยากลำบากที่อุตสาหกรรมให้เช่ารถกำลังเผชิญในสภาวะที่ต้นทุนสูงขึ้น

O-I Glass ผู้ผลิตแก้ว ราคาหุ้นดิ่งลงถึง 20% หลังจากปรับลดแนวโน้มกำไรทั้งปีลงมาอย่างมาก เป็น 1.00 ถึง 1.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากเดิมที่ 1.65 ถึง 1.90 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่ FactSet คาดไว้ที่ 1.67 ดอลลาร์ด้วย กำไรต่อหุ้นปรับปรุงไตรมาสแรกที่ 5 เซนต์ ก็พลาดเป้าของนักวิเคราะห์ที่ 11 เซนต์ ไปอย่างมาก

Humana บริษัทประกันสุขภาพ ราคาหุ้นร่วงลงประมาณ 4.5% แม้จะรายงานกำไรและรายได้ที่เหนือกว่าการคาดการณ์ โดยทำกำไรต่อหุ้น 10.31 ดอลลาร์ และรายได้ 39,650 ล้านดอลลาร์ เทียบกับที่คาดไว้ที่ 10.20 ดอลลาร์และ 39,370 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มรายได้ทั้งปีที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้กลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนไม่พอใจแม้กำไรจะดีกว่าคาด

Booking Holdings แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ ราคาหุ้นลดลงประมาณ 4.5% แม้จะรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่เหนือกว่าการคาดการณ์ทั้งด้านรายได้และกำไร แต่บริษัทปรับลดแนวโน้มการเติบโตของกำไรต่อหุ้นปรับปรุงทั้งปีลงเป็น “ระดับต่ำถึงกลางสิบเปอร์เซ็นต์” จากเดิม “ระดับกลางสิบเปอร์เซ็นต์” โดยอ้างถึงผลกระทบที่ล่าช้าจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน หุ้น Expedia Group ก็ลดลงประมาณ 3% ตามไปด้วย

Enphase Energy ผู้ผลิตไมโครอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ ราคาหุ้นลดลงมากกว่า 7% แม้จะรายงานกำไรต่อหุ้นปรับปรุง 47 เซนต์ และรายได้ 282.9 ล้านดอลลาร์ ที่ดีกว่าที่คาดเล็กน้อย โดย FactSet คาดไว้ที่ 43 เซนต์และ 282.3 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ แต่แนวโน้มรายได้ไตรมาสปัจจุบันที่ 280 ถึง 310 ล้านดอลลาร์ เทียบกับคาดการณ์ที่ 294.9 ล้านดอลลาร์ ยังไม่ให้ความมั่นใจต่อนักลงทุนมากนัก

Brown-Forman ผู้ผลิต Jack Daniel’s Whiskey ราคาหุ้นลดลง 5% หลังจากประกาศว่าการเจรจาควบรวมกิจการกับ Pernod Ricard ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยทั้งสองบริษัทไม่สามารถตกลงเงื่อนไขที่ยอมรับได้ร่วมกัน

SoFi Technologies บริษัทบริการทางการเงินดิจิทัล ราคาหุ้นร่วงลง 8% แม้จะรายงานผลประกอบการที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ โดยทำกำไรต่อหุ้น 12 เซนต์ และรายได้สุทธิปรับปรุง 1,090 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสแรก การขายออกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าในตลาดที่มีความไม่แน่นอนสูง การรายงานผลที่ “แค่ตรงตามคาด” บางครั้งไม่เพียงพอที่จะรักษาระดับราคาหุ้นได้

Teradyne ผู้ผลิตอุปกรณ์หุ่นยนต์ ราคาหุ้นลดลง 6% แม้จะรายงานกำไรต่อหุ้น 2.56 ดอลลาร์ และรายได้ 1,280 ล้านดอลลาร์ ที่เหนือกว่าการคาดการณ์ที่ 2.11 ดอลลาร์ และ 1,200 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการขายออก แต่หุ้นตัวนี้ปรับตัวขึ้นมากกว่า 400% ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าการขายออกอาจเป็นการทำกำไรหลังจากราคาขึ้นมามากแล้ว

บทสรุป: สัญญาณสำคัญจากฤดูกาลประกอบการ

ภาพรวมของผลประกอบการในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่สำคัญหลายประการ ประการแรก กลุ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และจัดเก็บข้อมูลยังคงแข็งแกร่งจากความต้องการ AI และ Data Center ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว ประการที่สอง บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการบริโภคยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และประการที่สาม ตลาดในปัจจุบันให้ความสำคัญกับแนวโน้มในอนาคตมากกว่าผลประกอบการในอดีต เพราะหลายบริษัทที่รายงานผลเหนือกว่าคาดก็ยังถูกเทขาย หากแนวโน้มที่ให้ไม่น่าพอใจเพียงพอ

Similar Posts

  • ตลาดคริปโตสะเทือน! Bitcoin หลุด 65,000 ดอลลาร์ STRC ของ Saylor เริ่มสะดุด

    ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะ “อ่อนแรง” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4-5 นับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยล่าสุด Bitcoin (BTC) ซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 64,000-64,200 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงกว่า 2% ในรอบสัปดาห์ ขณะที่เหรียญกลุ่ม DeFi และ Smart Contract Platform ร่วงลงหนักกว่าตลาดโดยรวม สาเหตุหลักมาจากแรงเทขายต่อเนื่องของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ที่สูญเสียเงินทุนไปแล้วกว่า 5,000-6,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนมิถุนายน รวมถึงความปั่นป่วนในตลาดหุ้นบุริมสิทธิ์ของบริษัท Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ที่ราคาหุ้น STRC ร่วงลงทำสถิติต่ำสุดใหม่ จนต้องระงับการขายหุ้นเพิ่มทุนชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากกลุ่มผู้ขุดเหมือง (Miners) ที่กว่า 20% กำลังขาดทุนจากต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าราคาตลาด ขณะที่ฝั่ง Ethereum (ETH) ซึ่งซื้อขายอยู่ในช่วง 1,700-1,750 ดอลลาร์ ยังมีปัจจัยบวกจากการอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่ “Glamsterdam” และการไหลเข้าของ ETF ที่กลับมาเป็นบวกอีกครั้งหลังหยุดไหลออกต่อเนื่อง 17 วัน…

  • | |

    S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เปิดศักราชเดือนพฤษภาคม ขณะราคาน้ำมันร่วงและ Apple พุ่ง

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มต้นเดือนพฤษภาคมด้วยบรรยากาศที่สดใส เมื่อ S&P 500 พุ่งทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ทั้งในแง่ระดับราคาระหว่างเซสชันและราคาปิด ได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Apple และสัญญาณที่ดีขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าความหวังด้านสันติภาพจะยังคงเปราะบางและห่างไกลจากความแน่นอนก็ตาม ตัวเลขตลาด: สถิติที่บันทึกประวัติศาสตร์ ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.29% ปิดที่ 7,230.12 จุด ทะลุระดับ 7,200 จุด เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 0.89% ปิดที่ 25,114.44 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ทั้งสองดัชนีบันทึกสถิติปิดสูงสุดในวันเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่กว้างขวางของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี ในทางตรงกันข้าม Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลดลง 152.87 จุด หรือ 0.31% ปิดที่ 49,499.27 จุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างในองค์ประกอบของดัชนี เนื่องจาก Dow มีสัดส่วนของหุ้นอุตสาหกรรมและพลังงานสูงกว่า ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในวันนี้ เดือนเมษายนที่ยิ่งใหญ่:…

  • |

    ตลาดหุ้นเอเชียระส่ำ นิกเกอิดิ่ง-เซตร่วง ขณะนักลงทุนจับตาซัมมิต Trump-Xi และสงครามอิหร่าน

    ตลาดหุ้นเอเชียสัปดาห์นี้ดำเนินไปท่ามกลางความไม่แน่นอนหลายชั้น ทั้งผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอด Trump-Xi ณ กรุงปักกิ่ง ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านที่กระทบเส้นทางพลังงานโลก และการตีความนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวลงแตะระดับ 61,644 จุด ในขณะที่ฮั่งเส็งของฮ่องกงเคลื่อนไหวรอบ 25,962 จุด ส่วนดัชนี SET ของไทยปิดที่ 1,517.95 จุด ลดลง 21.17 จุด สะท้อนแรงกดดันรอบด้านที่นักลงทุนต้องเผชิญในช่วงสัปดาห์สำคัญนี้ ซัมมิต Trump-Xi: เหตุการณ์ที่โลกจับตา การเดินทางเยือนปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ที่นั่งตำแหน่งครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี การเดินทางครั้งนี้ยังมีซีอีโอรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วมคณะด้วย ไม่ว่าจะเป็นอีลอน มัสก์ จากเทสลา, ทิม คุก จากแอปเปิล, แลร์รี ฟิงก์ จากแบล็คร็อก และเคลลี ออร์เทอร์เบิร์ก ซีอีโอของโบอิ้ง นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่าการพูดคุยครั้งนี้มีแนวโน้มมุ่งเน้นประเด็นการค้าและการควบคุมการส่งออก ครอบคลุมทั้งภาษีศุลกากร…

  • | |

    หุ้น SoftBank พุ่ง 16% ขณะตลาดหุ้นญี่ปุ่นฟื้นตัวแรงหลังหยุดยาว Nikkei 225 ทำสถิติสูงสุดใหม่

    ในวันพฤหัสบดีที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นกลับมาเปิดทำการอีกครั้งหลังจากปิดทำการช่วงวันหยุดยาว Golden Week บรรยากาศการซื้อขายกลายเป็นพายุของความกระตือรือร้นที่นักลงทุนแทบไม่ได้คาดไว้ เมื่อ SoftBank Group บริษัทลงทุนด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น พุ่งขึ้นถึง 16.5% ในการซื้อขายวันเดียว ทำสถิติการเพิ่มขึ้นที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 และขณะเดียวกัน ดัชนี Nikkei 225 ก็ทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงกำลังของกระแส AI ที่กำลังโหมกระพือทั่วโลกและญี่ปุ่นกำลังจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด “สามวันในวันเดียว”: เมื่อตลาดที่ปิดทำการนานเกินไปต้องไล่ตามโลก เพื่อเข้าใจว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงในวันนี้จึงรุนแรงขนาดนี้ จำเป็นต้องเข้าใจบริบทก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการในช่วงหยุดยาว Golden Week ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดประจำชาติที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ในขณะที่ตลาดหุ้นปิดอยู่นั้น โลกกำลังเกิดเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด กระแส AI ที่ยิ่งแรงขึ้น และสัญญาณบวกจากกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน Billy Leung นักยุทธศาสตร์การลงทุนของ Global X ETFs อธิบายสถานการณ์นี้ได้อย่างกระชับและตรงประเด็นว่า “ญี่ปุ่นปิดทำการในช่วงท้ายของ Golden Week ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกกำลังพุ่งขึ้น ดังนั้นการเคลื่อนไหววันนี้คือ Nikkei กำลังตีราคาสามเซสชันในวันเดียว” ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Catch-Up Rally”…

  • |

    ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านในระดับสูงขึ้นหากไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ ท่ามกลางสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายกำลังใกล้บรรลุข้อตกลง

    ในวันพุธที่ผ่านมา บรรยากาศทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผันผวนอย่างรวดเร็วและรุนแรงในชั่วโมงเดียวกัน สลับไปมาระหว่างความหวังว่าสงครามที่กินเวลากว่าสองเดือนกำลังจะสิ้นสุดลง กับคำขู่ทางทหารที่น่าหวาดเกรงจากผู้นำสหรัฐฯ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน Truth Social ว่าอิหร่านจะถูกโจมตี “ในระดับที่สูงขึ้นมากอย่างน่าเศร้า” หากไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ แต่ในเวลาเดียวกัน สำนักข่าว Axios รายงานว่าวอชิงตันและเตหะรานกำลังเข้าใกล้บันทึกความเข้าใจหนึ่งหน้าที่มี 14 ประเด็น ซึ่งอาจยุติสงครามและวางกรอบสำหรับการเจรจาต่อไป สถานการณ์ในวันนี้สรุปได้ด้วยประโยคเดียวคือ โลกกำลังเดินบนเส้นแบ่งที่บางมากระหว่างสันติภาพและการทวีความรุนแรงของสงคราม และทุกคำพูด ทุกโพสต์ และทุกท่าทีของผู้นำแต่ละฝ่ายกำลังส่งผลต่อทิศทางของตลาดการเงินโลกและชีวิตของผู้คนนับล้านในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ ทรัมป์ พูด: ข้อความที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง การสื่อสารของ ทรัมป์ ในวันพุธนี้มีหลายชั้นและหลายช่องทาง ซึ่งแต่ละข้อความมีน้ำเสียงและความหมายที่แตกต่างกันออกไปตามกลุ่มผู้รับสาร บน Truth Social ทรัมป์ ระบุว่าปฏิบัติการทางทหาร “Operation Epic Fury” จะสิ้นสุดลงหากอิหร่าน “ยอมรับในสิ่งที่ตกลงกันไว้แล้ว ซึ่งอาจเป็นข้อสันนิษฐานที่ใหญ่” และหากเป็นเช่นนั้น การปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ ในท่าเรืออิหร่านในอ่าวโอมานจะ “อนุญาตให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดสำหรับทุกคน รวมถึงอิหร่านด้วย” แต่ท้ายข้อความเขาเพิ่มคำขู่ที่ชัดเจนว่า “ถ้าพวกเขาไม่ยอมรับ การทิ้งระเบิดจะเริ่มต้น และมันจะเป็น อย่างน่าเศร้า…

  • | |

    ตลาดหุ้นโลกพุ่ง! Nvidia ทุบสถิติรายได้ ราคาน้ำมันดิ่ง หลังสัญญาณดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน

    ตลาดหุ้นโลกในสัปดาห์นี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานสำคัญสามทิศทาง ได้แก่ ผลประกอบการของ Nvidia ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด สัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาสันติภาพในช่องแคบฮอร์มุซ และแรงกดดันที่ยังคงอยู่จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ณ เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 ดัชนี S&P 500 ซื้อขายที่ระดับ 7,423 จุด เพิ่มขึ้น 0.94% ขณะที่ Dow Jones อยู่ที่ 49,816 จุด บวก 0.92% และ Nasdaq พุ่งขึ้น 1.34% สู่ระดับ 26,217 จุด สะท้อนภาพความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ค่อยๆ ฟื้นตัวในกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน Nvidia ประกาศผลประกอบการ Q1 FY2027: “ดีมานด์พุ่งพรวด” Jensen Huang กล่าว เหตุการณ์ที่ตลาดจับตามากที่สุดในสัปดาห์นี้คือการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปีการเงิน 2027 ของ Nvidia (NVDA) เมื่อคืนวันที่ 20…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *