เศรษฐกิจโลกสั่นคลอน สงครามอิหร่านปลุกเงินเฟ้อ ธนาคารกลางเผชิญทางเลือกที่เจ็บปวด
| |

เศรษฐกิจโลกสั่นคลอน สงครามอิหร่านปลุกเงินเฟ้อ ธนาคารกลางเผชิญทางเลือกที่เจ็บปวด

โลกในช่วงกลางปี 2569 กำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนที่สุดนับตั้งแต่ยุควิกฤตพลังงานในทศวรรษที่ผ่านมา สงครามอิหร่านที่ปะทุขึ้นในต้นปีส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก ราคาพลังงานทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ธนาคารกลางชั้นนำต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงกับการพยุงเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกยืนยันว่าเศรษฐกิจโลกยังแสดงความยืดหยุ่นเกินคาด แต่ก็ส่งสัญญาณเตือนถึงอนาคตที่มีความไม่แน่นอนสูง

ภาพรวม GDP โลก: ทนทานกว่าที่คาด แต่ยังไม่พ้นวิกฤต

ในเดือนมกราคม 2569 ธนาคารโลกได้เปิดเผยรายงาน Global Economic Prospects ฉบับล่าสุด ซึ่งส่งสัญญาณที่ค่อนข้างน่าพอใจในช่วงต้นปี เศรษฐกิจโลกพิสูจน์ให้เห็นว่ามีความยืดหยุ่นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดย GDP โลกในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 2.6% ชะลอลงเล็กน้อยจาก 2.7% ในปี 2568 ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาที่ 2.7% ในปี 2570

สิ่งที่น่าสนใจคือสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขถูกปรับขึ้น ธนาคารโลกระบุว่าประมาณสองในสามของการปรับประมาณการที่ดีขึ้นสะท้อนถึงการเติบโตที่ดีกว่าคาดของสหรัฐอเมริกา แม้จะต้องเผชิญกับความปั่นป่วนจากมาตรการภาษีนำเข้า โดยคาดว่า GDP สหรัฐฯ จะขยายตัวที่ 2.2% ในปี 2569 เทียบกับ 2.1% ในปีก่อน

แต่ภาพที่สวยงามในต้นปีเริ่มมัวหมองลงเมื่อสงครามอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น OECD ปรับมุมมองใหม่อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์ว่า GDP โลกจะอยู่ที่ 2.9% ในปี 2569 ก่อนจะขยับขึ้นเล็กน้อยที่ 3.0% ในปี 2570 ขับเคลื่อนโดยการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการผ่อนคลายของภาษีนำเข้า แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงกดดันการเติบโตและสร้างความไม่แน่นอน พร้อมปรับประมาณการเงินเฟ้อกลุ่มประเทศ G20 ที่พัฒนาแล้วสูงขึ้นไปที่ 4.0% ในปี 2569

จีน ยุโรป และญี่ปุ่น: สามทิศทางที่แตกต่าง

ในด้านของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ แต่ละภูมิภาคกำลังเผชิญแรงกดดันที่แตกต่างกัน การเติบโตของจีนจะชะลอตัวลงมาที่ 4.4% ในปี 2569 จาก 4.9% ในปีก่อน แม้จะได้รับการสนับสนุนจากนโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งออกที่เพิ่มขึ้นไปยังตลาดนอกสหรัฐฯ ขณะที่ยูโรโซนจะชะลอตัวลงเหลือเพียง 0.9% เนื่องจากแรงฉุดจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ด้านญี่ปุ่น การเติบโตจะชะลอลงมาที่ 0.8% หลังจากขยายตัว 1.3% ในปี 2568

สำหรับญี่ปุ่น สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วง ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตสำหรับปีงบประมาณ 2569 ลงเหลือ 0.5% จากเดิม 1% ขณะที่ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อแกนขึ้นมาอยู่ที่ 2.8% จาก 1.9% นักเศรษฐศาสตร์จาก Oxford Economics ชี้ว่า “ญี่ปุ่นอาจกำลังเข้าสู่สภาวะ stagflation ระดับเบา” โดยรายได้ที่แท้จริงติดลบมาระยะหนึ่ง และคาดว่าประเทศจะเห็นการเติบโตที่ซบเซาพร้อมเงินเฟ้อสูงกว่า 2%

สงครามอิหร่าน: ตัวแปรที่พลิกสมการเศรษฐกิจโลก

ไม่มีปัจจัยใดที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มากเท่ากับสงครามอิหร่าน ที่กลายเป็นตัวเร่งให้ราคาพลังงานพุ่งสูง และทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องปรับแผนกันครั้งใหญ่

ผลกระทบต่อยุโรปเด่นชัดที่สุด เงินเฟ้อในยูโรโซนพุ่งขึ้นมาที่ 3.2% ในเดือนพฤษภาคม โดยมีราคาพลังงานเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ต้นทุนพลังงานปรับตัวขึ้นถึง 10.9% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่เงินเฟ้อด้านบริการดีดตัวขึ้นมาที่ 3.5% จาก 3.0% ในเดือนเมษายน

สงครามอิหร่านทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะกระตุ้นเงินเฟ้อในระยะสั้น แต่ในระยะยาว วิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้ออาจบั่นทอนการเติบโต ทั้งที่โดยปกติธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อ และลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

Carsten Brzeski หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์มหภาคของ ING ให้ความเห็นว่า ผลกระทบด้านพลังงานจากสงครามอิหร่านเริ่มมีลักษณะถาวรมากขึ้น และ “สำหรับเงินเฟ้อในยูโรโซน ทิศทางในขณะนี้มีแต่ขึ้น”

ธนาคารกลางยุโรป (ECB): จากผู้ลดดอกเบี้ย สู่ผู้พิทักษ์เสถียรภาพราคา

การพลิกกลับของ ECB นับเป็นเรื่องราวที่น่าจับตามองที่สุดในโลกการเงินปีนี้ จากที่เคยเป็นผู้นำในการปรับลดดอกเบี้ยหลังจากสกัดเงินเฟ้อได้สำเร็จ ECB กลับต้องปรับท่าทีอีกครั้ง

ย้อนกลับไปต้นปี ECB คาดว่าเงินเฟ้อจะลดลงต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ในระยะสั้น และเจ้าหน้าที่รู้สึกพอใจกับการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ เงินเฟ้อถูกคาดการณ์ว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายในระยะใกล้ แม้นักนโยบายจะเตือนว่าราคาพลังงานที่ผันผวนอาจเปลี่ยนแปลงภาพรวมได้อย่างรวดเร็ว

แต่สงครามอิหร่านทำให้ภาพเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เงินเฟ้อในยูโรโซนพุ่งขึ้นมาที่ 3% เมื่อผลกระทบของสงครามอิหร่านเริ่มปรากฏชัด ซึ่งเงินเฟ้อก่อนหน้านี้เพิ่งลดลงต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB ก่อนสงครามจะเริ่มขึ้น

François Villeroy de Galhau ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในนักนโยบายระดับสูงของ ECB ออกมาแสดงความมุ่งมั่น ว่า ECB “จะทำทุกสิ่งที่จำเป็น” เพื่อรักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมาย

Bloomberg รายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์จากผลสำรวจในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เห็นตรงกันว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ยสองครั้งในปีนี้ จากผลกระทบของสงครามอิหร่านที่ผลักดันเงินเฟ้อสูงขึ้น โดยคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ทั้งในเดือนมิถุนายนและกันยายน

Goldman Sachs ในกรณีเลวร้ายที่สุด คาดว่าอาจเห็นการขึ้นดอกเบี้ยสะสมถึง 75 basis points หรือ 3 ครั้ง แบ่งครั้งละ 25 basis points ตามลำดับ

เฟดสหรัฐฯ ยุค Warsh: พักรบรอดูข้อมูล ท่ามกลางความไม่แน่นอน

ในสหรัฐอเมริกา การเปลี่ยนผ่านผู้นำธนาคารกลางครั้งสำคัญเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินโลก Kevin Warsh เข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สืบทอดองค์กรที่มีความเห็นแตกต่างกันอย่างลึกซึ้ง อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ในปัจจุบันอยู่ที่ช่วง 3.50%-3.75% ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดการประชุมสามครั้งติดต่อกันในเดือนมกราคม มีนาคม และเมษายน 2569

สาเหตุที่ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ยเป็นเพราะ แรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ รวมถึงความเสี่ยงขาขึ้นจากพลังงานที่กระทบต่อข้อมูล PCE ประกอบกับตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่งโดยอัตราว่างงานใกล้ระดับ 4.4% ทำให้นักนโยบายอยู่ในโหมด “รอและดู” นับตั้งแต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในปลายปี 2568

Yahoo Finance รายงานว่า การตัดสินใจล่าสุดของ Fed ที่คงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 3.5%-3.75% มาพร้อมกับการเผยแพร่ Summary of Economic Projections (SEP) ล่าสุด ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ของ Fed คาดการณ์เงินเฟ้อทั้งแบบ Headline และ Core จะอยู่ที่ 2.7% เมื่อสิ้นปีนี้ สูงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.4% และ 2.5% ตามลำดับ ขณะที่คาดการณ์ GDP ปรับขึ้นมาที่ 2.4%

สำหรับการประชุม FOMC ในวันที่ 16-17 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของ Warsh ตลาดคาดการณ์ด้วยความน่าจะเป็นสูงมากว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม สะท้อนถึงความต่อเนื่องและแนวโน้มที่ระมัดระวังท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านผู้นำ

ธนาคารกลางเอเชีย: อินเดียและญี่ปุ่นในทิศทางเดียวกัน

ฟากเอเชีย ธนาคารกลางสองแห่งใหญ่ต่างเผชิญแรงกดดันคล้ายคลึงกัน แม้บริบทจะต่างออกไป

ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ 5.25% ในการประชุมล่าสุด ท่ามกลางต้นทุนพลังงานโลกที่พุ่งสูงและทำให้ค่าเงินรูปีอ่อนค่าลง ขณะที่สงครามอิหร่านเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ RBI ปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดมีนาคม 2570 ขึ้น 50 basis points มาที่ 5.1% พร้อมปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือ 6.6% จาก 6.9% เดิม

ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.75% ด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 โดยกรรมการที่ไม่เห็นด้วยเสนอขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1.0% โดยระบุว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้เพิ่มความเสี่ยงขาขึ้นของราคา ธนาคารกลางยังเตือนว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นน่าจะชะลอตัวลง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลางคาดว่าจะบั่นทอนกำไรของภาคธุรกิจและรายได้ครัวเรือนที่แท้จริง

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: โลกกำลังเข้าสู่ยุค Stagflation หรือแค่ปรับตัวชั่วคราว?

คำถามที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังถามกันคือ วิกฤตในปัจจุบันจะเป็นเพียงการสะดุดชั่วคราวหรือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรเศรษฐกิจใหม่ที่ยากลำบากกว่า

Indermit Gill หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก ให้มุมมองที่น่าคิด โดยระบุว่า “ในแต่ละปีที่ผ่านไป เศรษฐกิจโลกยิ่งมีความสามารถในการสร้างการเติบโตน้อยลง แต่กลับดูเหมือนยืดหยุ่นต่อความไม่แน่นอนทางนโยบายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม พลังเศรษฐกิจและความยืดหยุ่นไม่สามารถแยกทางกันได้นานโดยไม่ทำให้การเงินสาธารณะและตลาดสินเชื่อเกิดปัญหา”

Shigeto Nagai หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านญี่ปุ่นจาก Oxford Economics มองว่า กรณีของญี่ปุ่นนั้น “อาจเกิด stagflation ระดับเบา” ในปีนี้ โดยรายได้ที่ใช้จ่ายได้จริงติดลบมาระยะหนึ่งแล้ว

ขณะที่ Sven Jari Stehn หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ยุโรปจาก Goldman Sachs ชี้ว่า “ดัชนีราคาพลังงานของเรา ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของน้ำมันและก๊าซ พุ่งขึ้นประมาณ 12% ตลอดช่วงการประมาณการ เมื่อเทียบกับการประชุมเดือนมีนาคม” และยังเน้นย้ำว่า “คาดการณ์เงินเฟ้อแกนจะน่าสนใจยิ่งกว่า โดยเฉพาะสำหรับปี 2570”

นัยของมุมมองผู้เชี่ยวชาญคือ แม้เศรษฐกิจโลกจะยังไม่ตกเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างเป็นทางการ แต่สัญญาณเตือนหลายประการบ่งชี้ว่าช่วงที่ท้าทายที่สุดอาจยังอยู่ข้างหน้า ไม่ใช่ผ่านพ้นไปแล้ว

บทสรุปและผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในขณะนี้สร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนไทยอย่างชัดเจน

ผลกระทบโดยตรงที่ต้องติดตาม:

ประการแรก ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่านส่งผ่านมาถึงไทยโดยตรง ทั้งในรูปของต้นทุนน้ำมัน ก๊าซ และพลังงานที่ใช้ในภาคการผลิต ซึ่งอาจกดดันให้เงินเฟ้อในประเทศปรับตัวขึ้น แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เพื่อพยุงเศรษฐกิจ

ประการที่สอง ความแตกต่างทิศทางดอกเบี้ยระหว่างธนาคารกลางสำคัญ โดยเฉพาะ ECB ที่อาจขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ Fed คงอัตราดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีความผันผวน ซึ่งส่งผลต่อค่าเงินบาทและต้นทุนการนำเข้า-ส่งออกของไทย

ประการที่สาม การที่ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาโดยรวม หมายความว่าเศรษฐกิจในกลุ่ม ASEAN รวมถึงไทย อาจได้รับแรงกดดันจากความต้องการสินค้าส่งออกที่ลดลง

คำแนะนำเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุน:

สำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย ควรพิจารณาเพิ่มน้ำหนักหุ้นในกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานสูง ขณะที่ควรลดน้ำหนักหุ้นในกลุ่มที่มีต้นทุนพลังงานสูงและอาจถ่ายโอนต้นทุนได้ยาก เช่น กลุ่มขนส่งบางประเภทหรืออุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น

ด้านพอร์ตตราสารหนี้ ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยในหลายประเทศยังมีแนวโน้มทรงตัวหรือขยับขึ้น นักลงทุนควรระมัดระวังการถือครองพันธบัตรระยะยาวเป็นหลัก และควรกระจายความเสี่ยงด้วยการถือครองพันธบัตรระยะสั้นถึงกลางแทน

สำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ การติดตามการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิถุนายน ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้ประธาน Warsh ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปีได้อย่างชัดเจนที่สุด

เศรษฐกิจโลกในขณะนี้ไม่ได้กำลังล่มสลาย แต่กำลังนำทางผ่านน่านน้ำที่วุ่นวายด้วยข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ผู้ที่อ่านสัญญาณได้แม่นยำและปรับพอร์ตได้รวดเร็ว ย่อมมีโอกาสมากกว่าผู้ที่ยึดติดกับมุมมองเดิมในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

Similar Posts

  • |

    โลกในเงาสงคราม: เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ฉีกแผนที่การค้าโลกใหม่อีกครั้ง

    ณ ขณะที่ประธานาธิบดี Donald Trump และประธานาธิบดี Xi Jinping กำลังนั่งคุยกันที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โลกภายนอกกำลังจับตามองด้วยความกังวลที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ การประชุมสุดยอดสองวันครอบคลุมประเด็นการค้า ภาษีนำเข้า ไต้หวัน อิหร่าน และปัญญาประดิษฐ์ แต่พื้นหลังของการเจรจาครั้งนี้คือภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่กำลังถูกฉีกทิ้งและเขียนใหม่โดยพลังของสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนขั้วอำนาจที่ดำเนินมาต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุไว้อย่างตรงไปตรงมาในรายงาน World Economic Outlook เดือนเมษายน 2569 ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งสำคัญจากการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง โดยสมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งจะสั้นและจำกัด ทำให้การเติบโตของโลกถูกคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวเหลือ 3.1% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 พร้อมกับเงินเฟ้อโลกที่คาดว่าจะพุ่งขึ้นเล็กน้อยในปี 2569 ก่อนที่จะลดลงอีกครั้งในปี 2570 แต่ในสถานการณ์เลวร้าย ตัวเลขเหล่านั้นอาจยิ่งแย่กว่านั้นมาก ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดพลังงานที่เขย่าโลก การปิดช่องแคบฮอร์มุซและความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญในภูมิภาคที่เป็นศูนย์กลางการจัดหาไฮโดรคาร์บอนของโลกทำให้เกิดความเป็นไปได้ของวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หากการสู้รบยังคงดำเนินต่อไป ในสถานการณ์อ้างอิงที่สมมติว่าความขัดแย้งสั้นและราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 19% การเติบโตของโลกยังคงอยู่ที่เพียง 3.1% ในปีนี้ และเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 4.4% ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนอย่างมากจากแนวโน้มการลดเงินเฟ้อของโลกในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ในสถานการณ์เลวร้ายที่การปิดกั้นยืดเยื้อและราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นมาก การเติบโตของโลกจะลดลงเหลือ…

  • | |

    GameStop หุ้นมีมยื่นข้อเสนอซื้อ eBay มูลค่า 56,000 ล้านดอลลาร์ หวังท้าชน Amazon

    ในหนึ่งในดีลที่กล้าหาญและเหนือความคาดหมายที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนสมัยใหม่ GameStop ผู้ค้าปลีกวิดีโอเกมสัญชาติอเมริกันที่เคยโด่งดังในฐานะ “หุ้นมีม” ได้ประกาศในวันอาทิตย์ว่าได้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ eBay แบบไม่ผูกมัดและไม่ได้รับการร้องขอ ในราคา 125 ดอลลาร์ต่อหุ้น ผ่านดีลที่ชำระครึ่งหนึ่งด้วยเงินสดและอีกครึ่งหนึ่งด้วยหุ้นสามัญของ GameStop ซึ่งประเมินมูลค่ารวมของแพลตฟอร์ม e-commerce ไว้ที่ประมาณ 55,500 ล้านดอลลาร์ ข้อเสนอนี้แสดงถึงเบี้ยบวม 20% จากราคาปิดของ eBay เมื่อวันศุกร์ที่ 104.07 ดอลลาร์ และเบี้ยบวมสูงถึง 46% จากราคาปิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่ GameStop เริ่มสร้างสถานะการถือครองหุ้นใน eBay การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความประหลาดใจให้กับวงการธุรกิจ แต่ยังตั้งคำถามสำคัญหลายประการเกี่ยวกับอนาคตของการค้าออนไลน์ในสหรัฐฯ และโลก ปฏิกิริยาของตลาด: ยินดีแต่ยังไม่เชื่อมั่นเต็มร้อย หลังจากข่าวแตกออกมาในช่วงนอกเวลาทำการ ตลาดตอบสนองอย่างรวดเร็วแต่ยังระมัดระวัง หุ้น eBay พุ่งขึ้นมากถึง 13.4% ในการซื้อขายหลังเวลาทำการ ไปแตะระดับประมาณ 118 ดอลลาร์ แต่ยังคงต่ำกว่าราคาที่ GameStop เสนอซื้อที่ 125 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ ช่องว่างระหว่างราคาเสนอซื้อที่ 125…

  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดระส่ำ อิหร่านอ้างปิดช่องแคบฮอร์มุซ น้ำมันพุ่ง 4% SET ยืนเหนือ 1,600 จุด

    ตลาดหุ้นเอเชียเปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยบรรยากาศตึงเครียด เมื่อสถานการณ์สู้รบในอ่าวเปอร์เซียปะทุขึ้นอีกครั้ง และอิหร่านออกมาอ้างว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรงในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 และจุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อรอบใหม่ให้กลับมาปกคลุมตลาดการเงินทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่นักลงทุนเพิ่งจะเริ่มผ่อนคลายกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้ไม่นาน สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้น 3.3% ในการซื้อขายช่วงต้นตลาดเอเชีย แตะระดับ 78.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดล่าสุดที่ 70.14 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) เพิ่มขึ้น 3.4% สู่ระดับ 73.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อมาในช่วงสายของวัน สำนักข่าว AP รายงานว่าราคาน้ำมันเบรนท์ขยับขึ้นต่อเนื่องเป็น 3.9% ที่ระดับ 78.96 ดอลลาร์ ส่วน WTI บวกราว 4% ที่ 74.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการลบล้างแรงผ่อนคลายที่ตลาดได้รับจากข่าวการเจรจาก่อนหน้านี้แทบทั้งหมด แรงกดดันจากราคาพลังงานสะท้อนกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นทันที ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นปรับตัวลง 1.0% ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่ร่วงไปแล้ว 1.7% ขณะที่ดัชนี MSCI Asia-Pacific (ไม่รวมญี่ปุ่น)…

  • |

    ตลาดหุ้นเอเชียระส่ำ นิกเกอิดิ่ง-เซตร่วง ขณะนักลงทุนจับตาซัมมิต Trump-Xi และสงครามอิหร่าน

    ตลาดหุ้นเอเชียสัปดาห์นี้ดำเนินไปท่ามกลางความไม่แน่นอนหลายชั้น ทั้งผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอด Trump-Xi ณ กรุงปักกิ่ง ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านที่กระทบเส้นทางพลังงานโลก และการตีความนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวลงแตะระดับ 61,644 จุด ในขณะที่ฮั่งเส็งของฮ่องกงเคลื่อนไหวรอบ 25,962 จุด ส่วนดัชนี SET ของไทยปิดที่ 1,517.95 จุด ลดลง 21.17 จุด สะท้อนแรงกดดันรอบด้านที่นักลงทุนต้องเผชิญในช่วงสัปดาห์สำคัญนี้ ซัมมิต Trump-Xi: เหตุการณ์ที่โลกจับตา การเดินทางเยือนปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ที่นั่งตำแหน่งครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี การเดินทางครั้งนี้ยังมีซีอีโอรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วมคณะด้วย ไม่ว่าจะเป็นอีลอน มัสก์ จากเทสลา, ทิม คุก จากแอปเปิล, แลร์รี ฟิงก์ จากแบล็คร็อก และเคลลี ออร์เทอร์เบิร์ก ซีอีโอของโบอิ้ง นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่าการพูดคุยครั้งนี้มีแนวโน้มมุ่งเน้นประเด็นการค้าและการควบคุมการส่งออก ครอบคลุมทั้งภาษีศุลกากร…

  • | |

    วอลล์สตรีทร่วงหนัก ดาวโจนส์ดิ่ง 700 จุด ศึกเบสเซนต์-เฟดสะเทือนตลาดพันธบัตร

    ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดตลาดวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) ด้วยแรงเทขายกระจายทั่วกระดาน หลังความพยายาม “ดับไฟ” ในตลาดพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ยาวนาน ประกอบกับผลประกอบการของวอลมาร์ท (Walmart) ที่สะท้อนภาพผู้บริโภคอเมริกันเริ่มรัดเข็มขัด ยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุนที่เปราะบางอยู่แล้วจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นตามความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ยืนในระดับสูงสุดในรอบเกือบสองทศวรรษ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ดิ่งลงราว 1.3% หรือเกือบ 700 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.8% และดัชนี Nasdaq Composite ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีลดลงราว 1% ลบล้างการฟื้นตัวของวันก่อนหน้าจนหมดสิ้น ตามรายงานของ Yahoo Finance และ CNBC ทั้งสามดัชนีหลักกำลังมุ่งหน้าปิดสัปดาห์ในแดนลบ โดย S&P 500 ร่วงราว 1.9% ในสัปดาห์นี้ Nasdaq ลดลงราว 2.5% และดาวโจนส์ลบไปแล้วราว 1.8% ซึ่งจะเป็นการยุติสถิติบวกติดต่อกันสามสัปดาห์ของ S&P 500 และเป็นสัปดาห์ที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม เบื้องหลังภาพความผันผวนครั้งนี้คือการปะทะกันเชิงนโยบายที่หาได้ยากยิ่งระหว่างสองสถาบันการเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐ…

  • | |

    XRPL เร่งยกระดับความปลอดภัย: วิเคราะห์ Audit $550,000 และผลกระทบต่ออนาคตของ XRP

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว จากการเป็นเพียงระบบโอนเงินแบบกระจายศูนย์ ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ซับซ้อน ซึ่งรองรับทั้ง DeFi, NFT, และแอปพลิเคชัน Web3 ระดับโลก อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้มาพร้อมกับความเสี่ยง โดยเฉพาะในด้าน “ความปลอดภัย” ที่กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินความสำเร็จของโปรเจกต์บล็อกเชน ล่าสุด XRP Ledger (XRPL) ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ด้วยการสนับสนุนการแข่งขันตรวจสอบความปลอดภัย (Audit Contest) มูลค่า 550,000 ดอลลาร์ ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความจริงจังในการพัฒนาเครือข่าย แต่ยังเป็นสัญญาณเชิงกลยุทธ์ต่ออนาคตของ XRP และระบบนิเวศทั้งหมด บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจข่าวดังกล่าว พร้อมวิเคราะห์เชิงลึกถึงผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ และการลงทุน สรุปข่าว: XRPL เปิดเกมตรวจสอบความปลอดภัยครั้งใหญ่ Vet ซึ่งเป็น validator ของ XRP Ledger ได้เปิดเผยว่า ระบบนิเวศ XRPL กำลังเดินหน้าโครงการสำคัญเพื่อยกระดับความปลอดภัย โดยอ้างอิงถึงการประกาศของ SHERLOCK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านการตรวจสอบ smart contract โครงการนี้เป็นการแข่งขัน audit…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *