ใครยิงก่อน? ช่องแคบฮอร์มุซร้อนระอุอีกครั้ง ขณะข้อตกลงหยุดยิงและตลาดน้ำมันตกอยู่ในอันตราย
|

ใครยิงก่อน? ช่องแคบฮอร์มุซร้อนระอุอีกครั้ง ขณะข้อตกลงหยุดยิงและตลาดน้ำมันตกอยู่ในอันตราย

ในโลกที่ความขัดแย้งสมัยใหม่มักดำเนินไปในลักษณะ “หยุด-เริ่ม” อย่างไม่สม่ำเสมอ สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งในวันพฤหัสบดีว่า ทุกความหวังที่สร้างขึ้นมาสามารถถูกพังทลายลงได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เมื่อกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากยิงใส่กันในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้ยิงก่อน ท่ามกลางความพยายามทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่และความหวังว่าสงครามกว่าสองเดือนจะสิ้นสุดลง

“ใครยิงก่อน?”: คำถามที่ไม่มีคำตอบที่ง่าย

หัวใจของวิกฤตในวันพฤหัสบดีคือการปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซที่ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากัน ในขณะที่ประธานาธิบดี Trump ยืนกรานว่าการหยุดยิงระหว่างวอชิงตันและเตหะรานยังคงมีผลบังคับใช้ แม้ว่าเขาจะอ้างว่าสหรัฐฯ “ทำลายล้างอย่างสมบูรณ์” ชาวอิหร่านที่เกี่ยวข้องในการปะทะ

ฝ่ายอิหร่านให้เรื่องราวที่แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง โดยระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่กำลังเดินทางจากน่านน้ำชายฝั่งมุ่งหน้าสู่ช่องแคบ ซึ่งเป็นการกล่าวหาที่หากเป็นจริงจะถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ที่อิหร่านมีในน่านน้ำของตนเองและข้อตกลงหยุดยิง

ความขัดแย้งระหว่างเรื่องเล่าของสองฝ่ายนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นอย่างมาก เพราะมันหมายความว่าทั้งสองฝ่ายสามารถอ้างได้ว่าตนเองกำลังตอบโต้การยั่วยุของอีกฝ่าย ไม่ใช่เริ่มการโจมตีก่อน ซึ่งในทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศมีความสำคัญอย่างมาก

เส้นแบ่งระหว่างการหยุดยิงกับการสู้รบกำลังเลือนลางลงทุกวัน และนั่นคือสัญญาณที่น่ากังวลมากสำหรับทั้งกระบวนการทางการทูตและตลาดพลังงานโลก

Shell CEO ส่งสัญญาณเตือน: ขาดแคลนน้ำมัน 1,000 ล้านบาร์เรล

ในขณะที่ผู้นำทางการเมืองกำลังถกเถียงกันว่าใครยิงก่อน โลกธุรกิจพลังงานกำลังเผชิญกับความเป็นจริงที่โหดร้ายกว่านั้น Wael Sawan CEO ของ Shell บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ออกมาเตือนนักลงทุนว่าตลาดน้ำมันกำลังเผชิญกับ การขาดแคลนน้ำมันถึง 1,000 ล้านบาร์เรล และสถานการณ์นี้จะยิ่งเลวร้ายลงทุกวันที่ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป

ตัวเลข 1,000 ล้านบาร์เรลนั้นมหาศาลอย่างยิ่ง ในการเปรียบเทียบ ความต้องการน้ำมันดิบทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน ดังนั้น 1,000 ล้านบาร์เรลจึงเท่ากับการขาดแคลนที่สะสมตลอดประมาณ 10 วันของความต้องการโลก แต่ในความเป็นจริง การขาดแคลนนี้กระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคและประเภทของน้ำมันที่มาจากตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ผลกระทบรุนแรงกว่าตัวเลขรวมบ่งชี้

คำเตือนจาก Sawan มีน้ำหนักอย่างมากเพราะมันมาจากผู้บริหารสูงสุดของหนึ่งในบริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีข้อมูลโดยตรงจากการดำเนินธุรกิจในตลาดพลังงานโลก Shell ไม่ใช่บริษัทที่จะเตือนเกินจริงเพื่อผลักดันราคาน้ำมัน เพราะการทำเช่นนั้นจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของบริษัทในระยะยาว

ราคาน้ำมัน: ความผันผวนที่สะท้อนความไม่แน่นอน

ปฏิกิริยาของตลาดน้ำมันต่อพัฒนาการในวันพฤหัสบดีสะท้อนให้เห็นถึงความสับสนและความไม่แน่นอนที่นักเทรดกำลังต้องรับมือ

ราคาน้ำมันดิ่งลงในวันพฤหัสบดี แต่กลับมาฟื้นตัวในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ในเอเชีย โดย Brent ปรับตัวขึ้น 2.29% มาอยู่ที่ 102.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI เพิ่มขึ้น 2.09% มาอยู่ที่ 96.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

รูปแบบของการดิ่งแล้วฟื้นนี้บ่งชี้ว่าตลาดกำลังมองทั้งสองทิศทางพร้อมกัน ในด้านหนึ่งมีความหวังว่าสันติภาพกำลังใกล้เข้ามา ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันลดลง แต่ในอีกด้านหนึ่ง การปะทะที่ยังดำเนินอยู่และคำเตือนจาก Shell CEO เกี่ยวกับการขาดแคลนยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคา

นักวิเคราะห์ตลาดพลังงานหลายรายชี้ว่าความผันผวนของราคาน้ำมันในระดับสูงเช่นนี้สร้างความยากลำบากอย่างมากสำหรับผู้ซื้อน้ำมันในระยะยาว เพราะการวางแผนงบประมาณและการ Hedge ความเสี่ยงกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีต้นทุนสูงขึ้นมาก

ทองคำและเงิน: ประโยชน์จากทั้งสงครามและสันติภาพ

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ทองคำ และ เงิน

นักวิเคราะห์ตลาดบอกกับ CNBC ว่าการปรับตัวขึ้นของทองคำและเงินที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีก่อนจะชะลอตัวลง อาจกลับมาได้แรงอีกครั้งหากมีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ฟังดูขัดแย้ง เพราะโดยปกติทองคำมักถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ราคาสูงขึ้นในช่วงที่มีความไม่แน่นอน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน สันติภาพอาจดีต่อทองคำและเงินด้วยเหตุผลที่แตกต่าง ราคาน้ำมันที่ลดลงหลังสันติภาพจะลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้ Fed ลดดอกเบี้ย และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่านั้นเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำและเงินที่ไม่มีผลตอบแทนจากดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นถอย: Amazon และชิปลากลง S&P 500

ความวุ่นวายในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อ S&P 500 ปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี นำโดยการดิ่งลงของหุ้น Amazon และหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Broadcom และ Micron Technology

การที่ Amazon ลดลงนั้นเชื่อมโยงกับความกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นสำหรับ Datacenter ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ AWS การที่ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงทำให้ต้นทุนไฟฟ้าสูงขึ้น ซึ่งกดดันอัตรากำไรของธุรกิจ Cloud Computing

ในส่วนของชิป แม้ว่าผลประกอบการของ AMD จะดีเกินคาด แต่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้นักลงทุนบางส่วนตัดสินใจลดความเสี่ยงออกจากหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า

Cloudflare: เมื่อ AI เปลี่ยนโฉมบริษัทเทคโนโลยีด้วยการเลิกจ้าง

ในข่าวองค์กร Cloudflare บริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต ประกาศแผนการเลิกจ้างพนักงาน หนึ่งในห้าของกำลังแรงงาน ทำให้ราคาหุ้นดิ่งลงถึง 18%

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ขนาดของการเลิกจ้าง แต่คือเหตุผลที่บริษัทให้ไว้ Cloudflare ระบุว่า AI แบบ Agentic ได้ “เปลี่ยนแปลงงานของบริษัทโดยพื้นฐาน” และบางตำแหน่ง “ไม่ใช่บทบาทที่เราต้องการสำหรับอนาคตอีกต่อไป”

ถ้อยคำเหล่านี้เป็นหนึ่งในการยอมรับสาธารณะที่ตรงไปตรงมาที่สุดจากบริษัทเทคโนโลยีที่ระบุว่า AI กำลังทำให้ตำแหน่งงานบางประเภทล้าสมัยโดยตรง ไม่ใช่แค่การปรับโครงสร้างทั่วไปหรือการตัดต้นทุน แต่เป็นการยอมรับว่า Agentic AI กำลังทำหน้าที่แทนพนักงานบางส่วนได้แล้วในปัจจุบัน

เหตุการณ์นี้ส่งคลื่นกระแทกไปทั่วอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพราะ Cloudflare ไม่ใช่บริษัทที่กำลังดิ้นรนหรือล้มเหลว แต่เป็นบริษัทที่กำลังเติบโต ซึ่งหมายความว่าแม้แต่บริษัทที่ประสบความสำเร็จก็กำลังใช้ AI เพื่อทำงานที่เคยต้องใช้คนมากขึ้น

วิเคราะห์เชิงลึก: ช่องแคบฮอร์มุซคือ “บาร์ไฟท์” ที่ไม่มีใครจำได้ว่าใครชกก่อน

บทบรรณาธิการของ CNBC เปรียบเทียบสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซว่าเหมือน “การทะเลาะในบาร์ที่ไม่มีใครจำได้ว่าใครชกก่อน” ซึ่งเป็นคำเปรียบที่จับใจและมีความหมายลึกซึ้ง

ในทะเลาะในบาร์ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าใครชกก่อน แต่อยู่ที่ว่าทุกคนกำลังสูญเสียเพราะความรุนแรงที่ดำเนินต่อไป และ “ใครที่จ่ายสำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่แตก” ก็คือตลาดการเงินและผู้บริโภคทั่วโลกที่ต้องแบกรับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ

ในโลกความเป็นจริง ผลกระทบที่ “ตลาดจดจำ” เหล่านี้รวมถึงราคาน้ำมันที่ยังสูงกว่าร้อยดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต้นทุนการขนส่งที่พุ่งสูง ห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก สายการบินที่แบกต้นทุนเชื้อเพลิงมหาศาล และผู้บริโภคทั่วโลกที่ต้องจ่ายราคาสูงขึ้นสำหรับสินค้าและบริการทุกประเภท

ฟุตบอลโลก: ช่วงพักจากความเครียดของตลาด

ในมุมที่เบากว่าเล็กน้อย ฝรั่งเศสได้รับการโหวตเป็น “เต็งหนึ่ง” สำหรับ FIFA World Cup ในอเมริกาเหนือปีนี้ตามการสำรวจของ Bank of America โดยประมาณ 40% ของแฟนบอลที่ถูกสำรวจเดิมพันให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์อีกครั้ง และ Kylian Mbappé กองหน้าของฝรั่งเศสและ Real Madrid ถูกมองว่าจะเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของทัวร์นาเมนต์

อย่างไรก็ตาม ความเห็นไม่ได้เป็นเอกฉันท์ เพราะ Microsoft Copilot ระบบ AI ของ Microsoft มองว่าสเปนมีโอกาสเท่ากันในการยกถ้วยแชมป์ ความขัดแย้งระหว่างการสำรวจของนักลงทุนมนุษย์กับการทำนายของ AI เป็นสัญลักษณ์ที่น่าสนใจในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจต่างๆ มากขึ้น

บทสรุป: โลกที่ยังคงรอความชัดเจน

วันพฤหัสบดีนี้ทิ้งความรู้สึกคลุมเครือและไม่แน่นอนไว้กับตลาดการเงินและผู้สังเกตการณ์ทั่วโลก คำถามที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นว่าการหยุดยิงยังมีผลบังคับใช้จริงหรือไม่ การเจรจาสันติภาพจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในสัปดาห์นี้หรือไม่ และราคาน้ำมันจะเดินไปในทิศทางใดในสัปดาห์ข้างหน้า

สิ่งที่แน่นอนคือในโลกที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็น “บาร์ไฟท์” ที่ไม่มีใครจำได้ว่าใครชกก่อน ตลาดการเงินและผู้บริโภคทั่วโลกจะยังคงต้องจ่ายสำหรับ “เฟอร์นิเจอร์ที่แตก” ต่อไปทุกวันที่ความขัดแย้งยังไม่ได้รับการแก้ไข

Similar Posts

  • |

    วอลล์สตรีทร่วง หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ดาวโจนส์ -507 จุด

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบแรงในช่วงค่ำวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ หลังจากการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) ครั้งแรกภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ “เควิน วอร์ช” ส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวกว่าที่ตลาดคาดไว้อย่างมีนัยสำคัญ โดย เฟดคงดอกเบี้ยไว้ที่ช่วง 3.50–3.75% ตามที่คาดการณ์ แต่สิ่งที่ตลาดไม่ได้คาดไว้คือ dot plot ชุดใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าเฟดมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีความจำเป็น โดยค่ากลางของอัตราดอกเบี้ยปลายปีปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3.8% จาก 3.4% ในการประมาณการครั้งก่อน ผลที่ตามมาคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 2 ปีพุ่งขึ้นกว่า 16 basis points มาอยู่ที่ 4.216% ระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ขณะที่ตลาดหุ้นทุกดัชนีหลักปิดลบ ดาวโจนส์ร่วง 507 จุด หรือ 0.98% ปิดที่ 51,492.55 จุด ขณะที่ S&P 500 หลุด 1.21% และ Nasdaq Composite ร่วง 1.34% ซึ่งเป็นการปิดที่อ่อนแอที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ของตลาดนิวยอร์ก สัปดาห์ที่ผ่านมาวอลล์สตรีทเต็มไปด้วยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ IPO…

  • |

    เงินเฟ้อสหรัฐ 4.2% พุ่งสูงสุด 3 ปี เฟดยุค Warsh ลุ้นดอกเบี้ย 17 มิ.ย.

    ยามที่โลกกำลังจับตาดูว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) จะส่งสัญญาณอะไรในการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิถุนายน 2569 ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดก็ออกมาสาดน้ำเย็นใส่ความหวังผู้ที่รอการลดดอกเบี้ย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤษภาคมพุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.2% เมื่อเทียบรายปี — สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี — โดยมีสงครามอิหร่านและวิกฤตพลังงานเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ฝั่งยุโรป ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็เผชิญบทพิสูจน์ที่ไม่ต่างกัน บทความนี้รวบรวมพัฒนาการสำคัญทั้งหมดที่นักลงทุนไทยต้องรู้ก่อนที่ประวัติศาสตร์การเงินโลกจะถูกเขียนขึ้นในสัปดาห์นี้ เงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง 4.2%: สัญญาณเตือนจากสมรภูมิพลังงาน ตัวเลขที่สำนักสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ประกาศเมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมานั้นหนักกว่าที่ตลาดส่วนใหญ่เตรียมใจไว้ แม้ตัวเลข 4.2% จะตรงกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ แต่มันยังหมายถึงการเร่งตัวขึ้นเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน นับจากอัตรา 3.8% ในเดือนเมษายน ตัวการสำคัญที่สุดคือพลังงาน CNBC รายงานว่าราคาพลังงานโดยรวมพุ่งขึ้น 23.5% เมื่อเทียบรายปี โดยราคาน้ำมันเบนซินทะยาน 40.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงถึง…

  • | |

    ตลาดหุ้นเอเชียคึกคักรับกระแส AI นิกเกอิทะลุ 68,000 SET แกว่งตัว จับตาเฟด-บาทอ่อน

    ตลาดหุ้นเอเชียเปิดสัปดาห์กลางเดือนสิงหาคม 2569 ด้วยบรรยากาศที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงหนุนสองด้านอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือกระแสการลงทุนในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลง ผลักดันให้ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นพุ่งทะลุระดับ 68,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และดัชนี TOPIX ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยคลายแรงกดดันต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้น สำหรับนักลงทุนไทย ภาพรวมนี้มีความสำคัญไม่น้อย เพราะแม้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จะยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบและปิดในแดนลบเล็กน้อยที่ระดับราว 1,612 จุด แต่กระแสเงินทุนต่างชาติ ทิศทางค่าเงินบาท และราคาน้ำมันในตลาดโลก ล้วนเชื่อมโยงโดยตรงกับพอร์ตการลงทุนของคนไทย บทความนี้จะพาไปสำรวจภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียและปัจจัยแวดล้อมที่กำลังกำหนดทิศทางการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบและกลยุทธ์ที่นักลงทุนไทยควรจับตา หัวข้อสำคัญที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ ได้แก่ ปรากฏการณ์นิวไฮของตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเมกะเทรนด์ AI, ภาพรวมตลาดฮ่องกง จีน และเกาหลีใต้, สมรภูมิการคาดการณ์นโยบายเฟดที่กำลังผันผวน, สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยและกระแสเงินทุนต่างชาติ, ทิศทางค่าเงินบาทและนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ปัจจัยราคาน้ำมันและความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนบทสรุปเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นทำนิวไฮ นิกเกอิทะลุ 68,000 จุด รับแรงส่งเมกะเทรนด์ AI หากจะเลือกดาวเด่นของตลาดหุ้นเอเชียในปี 2569 คงหนีไม่พ้นตลาดหุ้นญี่ปุ่น…

  • | |

    วอลล์สตรีทระทึกก่อนสัปดาห์ชี้ชะตา จับตา PCE Nvidia และแจ็กสันโฮล

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมด้วยภาพที่ขัดแย้งกันในตัวเอง เมื่อแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กลบข่าวดีจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) เริ่มย่อตัวลง ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.28% มาปิดที่ 7,652.86 จุด ถอยห่างจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เพิ่งทำไว้เมื่อต้นเดือนออกไปอีกก้าว ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ที่มีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูงร่วงลงแรงกว่าที่ 0.76% ปิดที่ 25,980.19 จุด สวนทางกับดัชนี Dow Jones Industrial Average ที่ยังบวกได้ 140.15 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 53,417.16 จุด ตามรายงานของ CNBC ภาพดังกล่าวเป็นเพียงบทนำของสัปดาห์ที่นักลงทุนทั่วโลกขนานนามว่าเป็น “สัปดาห์แห่งการชี้ชะตา” ของตลาดช่วงปลายฤดูร้อน เพราะภายในไม่กี่วันข้างหน้า วอลล์สตรีทต้องเผชิญเหตุการณ์สำคัญถึงสามด้านพร้อมกัน ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญที่สุด ผลประกอบการของ Nvidia บริษัทที่เป็นหัวใจของกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปราศรัยครั้งแรกของนายเควิน วอร์ช…

  • |

    ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านในระดับสูงขึ้นหากไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ ท่ามกลางสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายกำลังใกล้บรรลุข้อตกลง

    ในวันพุธที่ผ่านมา บรรยากาศทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผันผวนอย่างรวดเร็วและรุนแรงในชั่วโมงเดียวกัน สลับไปมาระหว่างความหวังว่าสงครามที่กินเวลากว่าสองเดือนกำลังจะสิ้นสุดลง กับคำขู่ทางทหารที่น่าหวาดเกรงจากผู้นำสหรัฐฯ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน Truth Social ว่าอิหร่านจะถูกโจมตี “ในระดับที่สูงขึ้นมากอย่างน่าเศร้า” หากไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ แต่ในเวลาเดียวกัน สำนักข่าว Axios รายงานว่าวอชิงตันและเตหะรานกำลังเข้าใกล้บันทึกความเข้าใจหนึ่งหน้าที่มี 14 ประเด็น ซึ่งอาจยุติสงครามและวางกรอบสำหรับการเจรจาต่อไป สถานการณ์ในวันนี้สรุปได้ด้วยประโยคเดียวคือ โลกกำลังเดินบนเส้นแบ่งที่บางมากระหว่างสันติภาพและการทวีความรุนแรงของสงคราม และทุกคำพูด ทุกโพสต์ และทุกท่าทีของผู้นำแต่ละฝ่ายกำลังส่งผลต่อทิศทางของตลาดการเงินโลกและชีวิตของผู้คนนับล้านในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ ทรัมป์ พูด: ข้อความที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง การสื่อสารของ ทรัมป์ ในวันพุธนี้มีหลายชั้นและหลายช่องทาง ซึ่งแต่ละข้อความมีน้ำเสียงและความหมายที่แตกต่างกันออกไปตามกลุ่มผู้รับสาร บน Truth Social ทรัมป์ ระบุว่าปฏิบัติการทางทหาร “Operation Epic Fury” จะสิ้นสุดลงหากอิหร่าน “ยอมรับในสิ่งที่ตกลงกันไว้แล้ว ซึ่งอาจเป็นข้อสันนิษฐานที่ใหญ่” และหากเป็นเช่นนั้น การปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ ในท่าเรืออิหร่านในอ่าวโอมานจะ “อนุญาตให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดสำหรับทุกคน รวมถึงอิหร่านด้วย” แต่ท้ายข้อความเขาเพิ่มคำขู่ที่ชัดเจนว่า “ถ้าพวกเขาไม่ยอมรับ การทิ้งระเบิดจะเริ่มต้น และมันจะเป็น อย่างน่าเศร้า…

  • | |

    ธนาคารกลางโลกเดินคนละทาง เงินเฟ้อเหนียว สงครามพลังงานป่วนตลาด

    ครึ่งหลังของปี 2569 กำลังเผยให้เห็นภาพเศรษฐกิจโลกที่ “แตกเป็นเสี่ยง” อย่างชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี ธนาคารกลางรายใหญ่ของโลกเดินนโยบายสวนทางกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงพร้อมเสียงเรียกร้องให้ “ขึ้น” ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กลับลำมาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อจากสงคราม ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังตรึงดอกเบี้ยต่ำจนเงินเยนทรุดสู่จุดอ่อนค่าที่สุดในรอบ 40 ปี ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามสหรัฐ-อิหร่านที่ยังกดดันราคาพลังงาน เงินเฟ้อที่ลงช้ากว่าคาด และตลาดแรงงานสหรัฐที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง สำหรับนักลงทุนไทย นี่คือช่วงเวลาที่ “ส่วนต่างดอกเบี้ย” กำลังกดเงินบาทให้อ่อนค่า และท้าทายการจัดพอร์ตอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน รายงานฉบับนี้ประมวลความเคลื่อนไหวสำคัญจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, Reuters, CNBC, Financial Times และ Wall Street Journal เพื่อฉายภาพว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเดินไปทางใด และเหตุการณ์เหล่านี้จะส่งแรงกระเพื่อมมาถึงตลาดทุนไทย ค่าเงินบาท และการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อย่างไรในช่วงที่เหลือของปี เฟดตรึงดอกเบี้ยท่ามกลาง “ศึกในบ้าน” สามเสียงแตกเรียกร้องขึ้นดอกเบี้ย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติ 9 ต่อ 3…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *