ประเด็นอิหร่านในการประชุมสุดยอด Trump-Xi อาจดึงเวลาและความสนใจออกจากข้อพิพาทภาษีและแร่หายาก
|

ประเด็นอิหร่านในการประชุมสุดยอด Trump-Xi อาจดึงเวลาและความสนใจออกจากข้อพิพาทภาษีและแร่หายาก

การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐฯ กับประธานาธิบดี Xi Jinping แห่งจีน ที่กำหนดไว้ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม กำลังเข้าใกล้มาด้วยความคาดหวังที่สูงมากจากทั่วโลก ทั้งในแง่ของโอกาสที่จะยุติสงครามในอิหร่าน ลดความตึงเครียดทางการค้า และวางรากฐานสำหรับความร่วมมือระหว่างสองมหาอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายรายเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า ความซับซ้อนของสถานการณ์อาจทำให้การประชุมครั้งนี้สร้างความคืบหน้าได้น้อยกว่าที่หลายฝ่ายหวัง โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของธุรกิจทั้งสองประเทศ

สงครามอิหร่านจะครองพื้นที่วาระการประชุม

ปัจจัยแรกที่นักวิเคราะห์ระบุว่าจะดึงเวลาและความสนใจออกจากประเด็นเศรษฐกิจคือ สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งยังคงดำเนินอยู่และกำลังอยู่ในขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนของการเจรจาสันติภาพ

Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่าอิหร่านจะเป็นหัวข้อหลักในการประชุม ซึ่งตอกย้ำว่าสงครามที่ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกมากกว่าสองเดือนนี้จะไม่ถูกละเลยในห้องประชุมสุดยอด

บริบทที่สำคัญคือเพียงไม่กี่วันก่อนการประชุม จีนเพิ่งต้อนรับ Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ซึ่งส่งสัญญาณหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งว่าจีนกำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็นตัวกลางที่น่าเชื่อถือ และอิหร่านกำลังใช้ความสัมพันธ์กับจีนเพื่อเสริมสถานะการต่อรองกับสหรัฐฯ

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด เมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งยิงใส่กันอีกครั้ง โดยต่างฝ่ายต่างโทษอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เริ่มก่อน และยังมีรายงานจากสื่อจีน Caixin ว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่จีนเป็นเจ้าของถูกโจมตี ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงจะทำให้จีนมีส่วนได้เสียโดยตรงในความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น

Hai Zhao ผู้อำนวยการด้านการศึกษาการเมืองระหว่างประเทศของ Chinese Academy of Social Sciences สถาบันคิดเห็นของรัฐจีน กล่าวว่าการยุติสงครามอิหร่านจะเป็น “ความโล่งใจอย่างมากสำหรับธุรกิจโลก” และจะ “ถูกจดจำในฐานะความสำเร็จ” ของการประชุมสุดยอด Trump-Xi

ปริศนาของนักธุรกิจที่จะร่วมเดินทาง: น้อยกว่าที่คาด

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจและสะท้อนถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนในปัจจุบันคือรายชื่อนักธุรกิจที่จะร่วมเดินทางไปกับ Trump ซึ่งดูเหมือนจะน้อยกว่าที่หลายคนคาดไว้

รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธคำเชิญของจีน ในการจัดประชุมเฉพาะภาคอุตสาหกรรมระหว่างผู้นำระดับสูงของจีนกับ CEO ของบริษัทอเมริกัน โดยให้เหตุผลว่ากังวลว่าอาจทำให้ธุรกิจอเมริกันดูใกล้ชิดกับปักกิ่งมากเกินไป ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนทางการเมืองในประเทศสหรัฐฯ เองที่การทำธุรกิจกับจีนยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางการเมือง

รายชื่อผู้บริหารที่เสนอไว้สองโหลอาจถูกลดเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ในขณะที่การเดินทางของ Trump ไปซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วมีผู้บริหารมากกว่า 30 คน ร่วมเดินทาง และเมื่อครั้งที่ Trump เยือนจีนในสมัยแรกปี 2560 มีผู้บริหารใกล้ 30 คนร่วมไป พร้อมลงนามดีล 37 รายการ มูลค่ากว่า 250,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่า CEO ของ Boeing และ Citigroup จะร่วมเดินทางด้วย โดย Boeing คาดว่าจะปิดคำสั่งซื้อเครื่องบินขนาดใหญ่ครั้งแรกจากจีนในรอบเกือบทศวรรษ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับบริษัทที่กำลังต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับตลาดจีน

ความตึงเครียดในวงการธุรกิจอเมริกันในจีน

Michael Hart ประธานหอการค้าอเมริกันในจีน ซึ่งตั้งอยู่ในปักกิ่ง ให้ข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของสงครามต่อบรรยากาศทางธุรกิจว่า “นับตั้งแต่การดำเนินการทางทหารของสหรัฐฯ ในช่วงต้นปีนี้ เจ้าหน้าที่จีนลังเลที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนธุรกิจอเมริกันมากขึ้น”

ความลังเลนี้สร้างอุปสรรคในทางปฏิบัติต่อบริษัทอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจในจีน ทั้งในแง่ของการเข้าถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาล การขอใบอนุญาต และการทำธุรกิจกับบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาล Hart มองว่าภาพของ Trump และ Xi ที่ปรากฏร่วมกันอาจส่งสัญญาณภายในจีนว่า “การมีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจอเมริกันเป็นที่ยอมรับได้มากขึ้นอีกครั้ง”

กระทรวงการต่างประเทศจีนบอกกับ CNBC ว่าจีนยินดีต้อนรับการขยายตัวทางธุรกิจของสหรัฐฯ และหวังว่าบริษัทต่างๆ จะสามารถก้าวหน้าในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคีต่อไปได้

ภาษีนำเข้าและแร่หายาก: ประเด็นที่อาจรอไม่ไหว

แม้ว่าอิหร่านจะครองวาระส่วนใหญ่ แต่ยังมีประเด็นทางเศรษฐกิจที่สำคัญและเร่งด่วนที่ต้องการการแก้ไข

ในด้านภาษีนำเข้า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงมีอยู่แม้ว่าทั้งสองประเทศจะกำลัง “ถอยหลังออกจากการเผชิญหน้าล่าสุด” ในเรื่องมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และเทคโนโลยี จีนเป็นประเทศใหญ่แรกที่ตอบโต้ภาษีที่ทีม Trump ประกาศในเดือนเมษายน 2568 และความขัดแย้งยังคงมีผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างต่อเนื่อง

ในด้านแร่หายาก (Rare Earths) จีนกำลังขยายการควบคุมการส่งออกอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐฯ เพราะแร่หายากเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสิ่งของตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงยานพาหนะไฟฟ้า อาวุธทางทหาร และอุปกรณ์พลังงานสะอาด การที่จีนครองการผลิตและการส่งออกแร่หายากมากกว่า 60% ของโลก ทำให้มันมีอำนาจต่อรองที่ยิ่งใหญ่ในมือ

ดีลที่อาจเกิดขึ้นได้จริง: ถั่วเหลืองและเครื่องบิน

แม้ว่าความคาดหวังโดยรวมจะถูกลดลง แต่นักวิเคราะห์ยังคงมองเห็นพื้นที่สำหรับความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในบางประเด็น

Scott Kennedy ที่ปรึกษาอาวุโสด้านธุรกิจและเศรษฐกิจจีนของ Center for Strategic and International Studies ระบุว่า Trump น่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงในเรื่อง การซื้อถั่วเหลืองและเครื่องบิน Boeing ของจีน ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ชัดเจนร่วมกัน จีนต้องการเมล็ดธัญพืชจากสหรัฐฯ เพื่อความมั่นคงทางอาหาร และ Boeing ต้องการคำสั่งซื้อขนาดใหญ่เพื่อฟื้นฟูยอดขายในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Kennedy ยังคาดว่า Trump จะหารือเรื่องแผนการจัดตั้งองค์กรการค้าและการลงทุน เรียกว่า “Boards” เพื่อจัดการประเด็นทวิภาคีเฉพาะเจาะจง ซึ่งเป็นแนวทางที่อาจช่วยให้การเจรจาในอนาคตมีโครงสร้างที่ชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Kennedy มีการประเมินที่น่าคิดว่า “การประชุมน่าจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับข้อได้เปรียบที่จีนได้รับในช่วงปีที่ผ่านมา” ซึ่งบ่งชี้ว่าโดยรวมแล้ว จีนอาจออกมาจากการประชุมนี้ในฐานะที่ได้เปรียบมากกว่าสหรัฐฯ ในบางมิติ

ความร่วมมือด้าน AI Security: ประเด็นใหม่ที่น่าจับตา

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดและอาจสร้างความประหลาดใจคือรายงานว่า สหรัฐฯ และจีนกำลังมองหาความร่วมมือในด้านความปลอดภัยของ AI เพื่อป้องกันไม่ให้การแข่งขันด้าน AI กลายเป็นวิกฤตที่บานปลาย

ประเด็นนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างมาก เพราะทั้งสองประเทศกำลังลงทุนอย่างมหาศาลใน AI และต่างก็ตระหนักว่าหาก AI ที่ทรงพลังไม่ได้รับการควบคุมที่ดี อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ความร่วมมือในด้านนี้อาจเป็นพื้นที่ที่หายากมากที่ทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง

ในขณะเดียวกัน ทั้งสองประเทศกำลังถอยหลังออกจากการเผชิญหน้าเรื่องมาตรการคว่ำบาตรในภาคเทคโนโลยี ซึ่งอาจเปิดช่องให้มีการหารือที่สร้างสรรค์มากขึ้นในด้านการกำกับดูแล AI ร่วมกัน

วิเคราะห์เชิงลึก: ใครได้ประโยชน์จากการประชุมครั้งนี้?

เมื่อมองภาพรวมของสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอด ก็มีคำถามสำคัญว่าใครได้ประโยชน์มากกว่ากัน

ในแง่ของ สหรัฐฯ ประโยชน์หลักที่ Trump ต้องการคือการได้รับความร่วมมือจากจีนในการกดดันอิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งจะช่วยยุติวิกฤตพลังงานและลดแรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ดีลถั่วเหลืองและเครื่องบินจะเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่า Trump ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจริงๆ จากการประชุม

ในแง่ของ จีน ผลลัพธ์ที่ปักกิ่งต้องการมีความซับซ้อนกว่า Beijing ต้องการลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ที่ยังคงกดดันภาคการส่งออก และต้องการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการสูญเสียข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ที่ได้สะสมมา

Kennedy วิเคราะห์ว่าวาระหลักของปักกิ่งจะอยู่ที่ ภาษีนำเข้า สถานะของไต้หวัน และข้อจำกัดของสหรัฐฯ ต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ซึ่งเป็นประเด็นที่จีนมองว่าเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติพื้นฐาน

บทสรุป: การประชุมที่สำคัญแต่ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน

การประชุมสุดยอด Trump-Xi ในวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้อาจเป็นหนึ่งในการพบปะระดับผู้นำที่สำคัญที่สุดในรอบหลายปี ทั้งเพราะบริบทของสงครามในอิหร่านที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และเพราะความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจใหญ่ที่สุดในโลกยังคงเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของระเบียบโลกในทศวรรษนี้

สิ่งที่ชัดเจนคือการประชุมครั้งนี้จะไม่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ในคราวเดียว แต่หากสามารถสร้างความคืบหน้าในเรื่องอิหร่านและรักษาช่องทางการสื่อสารระหว่างสองประเทศไว้ได้ มันก็จะเป็นก้าวที่สำคัญในทิศทางที่ถูกต้องสำหรับทั้งเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงระหว่างประเทศ และสำหรับตลาดการเงินที่กำลังจับตามองทุกประโยคที่ออกมาจากการพบปะครั้งนี้ ผลลัพธ์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

Similar Posts

  • โลกเดือด เศรษฐกิจสั่น: ภูมิรัฐศาสตร์ปี 2026 เขย่าตลาดโลกและนักลงทุนไทย

    ปี 2026 กลายเป็นปีที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกปะทุรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่ยังคุกรุ่น การคว่ำบาตรอิหร่าน ไปจนถึงวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้น้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทุกเหตุการณ์เหล่านี้ส่งแรงสั่นสะเทือนผ่านห่วงโซ่อุปทานโลก กระทบราคาสินค้า เงินเฟ้อ และการเติบโตทางเศรษฐกิจในทุกทวีป รวมถึงประเทศไทยที่นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจเห็นการเติบโตหดตัวลงได้มากกว่าครึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อ วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: วิกฤตพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นโดยอิหร่านมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดสงครามทางอากาศกับอิหร่านและสังหารผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามได้ออกคำเตือนห้ามผ่านช่องแคบ บุกยึดและโจมตีเรือพาณิชย์ รวมถึงวางทุ่นระเบิดในช่องแคบด้วย ผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกนั้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 10-13% ไปอยู่ที่ราว 80-82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในวันที่ 2 มีนาคม 2026 การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกถึง 20% รวมถึงปริมาณ LNG จำนวนมาก ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่านี่คือ “วิกฤตความมั่นคงด้านพลังงานโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” การปิดช่องแคบนำไปสู่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งสูงเกิน 120…

  • |

    วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: เปิดแล้วจริงหรือแค่มีเงื่อนไข”? เมื่อสหรัฐ–อิหร่านส่งสัญญาณขัดแย้ง โลกพลังงานจึงผันผวนทันที

    สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงสร้างความสับสนให้กับตลาดโลก หลังจากที่อิหร่านออกมาประกาศว่า “ช่องแคบฮอร์มุซ” เปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ในช่วงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน แต่ในเวลาเดียวกัน สหรัฐอเมริกายังคงยืนยันว่าการปิดล้อมทางทะเลยังมีผลบังคับใช้ ความไม่สอดคล้องกันของข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดจริง” หรือเป็นเพียงการเปิดแบบมีเงื่อนไข ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบขนส่งน้ำมันของโลก อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบ แต่มีเงื่อนไขแฝง รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Seyed Abbas Araghchi ระบุว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปตามข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน โดยเรือพาณิชย์สามารถเดินทางผ่านได้ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดสำคัญอยู่ที่ “เงื่อนไข” ซึ่งกำหนดว่า: วิเคราะห์เชิงลึก การเปิดช่องแคบในลักษณะนี้ ไม่ใช่ “เสรีภาพในการเดินเรือ” อย่างแท้จริง แต่เป็นการควบคุมเชิงยุทธศาสตร์ โดยอิหร่านยังคงถืออำนาจในการคัดกรองและควบคุมการผ่านเข้าออก นั่นหมายความว่า: ในมุมตลาดพลังงาน นี่ถือเป็น “ความเสี่ยงเชิงระบบ” เพราะแม้จะเปิด แต่ก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ สหรัฐยังคงปิดล้อม: ความขัดแย้งเชิงนโยบาย ประธานาธิบดี Donald Trump แสดงความขอบคุณต่ออิหร่านที่เปิดช่องแคบ แต่ในเวลาเดียวกันก็ยืนยันว่า: ต่อมา ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าช่องแคบ “เปิดเต็มรูปแบบ” ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลจากฝั่งอิหร่านเอง วิเคราะห์เชิงลึก สถานการณ์นี้สะท้อน “เกมการเมืองระหว่างประเทศ” อย่างชัดเจน: ความขัดแย้งด้านข้อมูลนี้ส่งผลให้: ฝ่ายนิติบัญญัติอิหร่านโต้แย้งทันที…

  • |

    ตลาดหุ้นโลกสัปดาห์นี้: AI ขับเคลื่อนตลาด, ดาว-โจนส์ทำ All-Time High, ไต้หวัน-เกาหลีใต้พลิกโฉมแผนที่การลงทุนโลก

    ตลาดหุ้นโลกปิดสัปดาห์ด้วยบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา ขณะที่ดัชนีดาว-โจนส์ทำลายสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล และดัชนี S&P 500 บันทึกสัปดาห์ที่ดีติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 8 ซึ่งนับเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 กลไกสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการฟื้นตัวครั้งนี้ ได้แก่ ผลประกอบการแข็งแกร่งของ NVIDIA ยักษ์ใหญ่ชิป AI ความหวังสันติภาพตะวันออกกลางที่กลับมาอีกครั้ง และการปรับโครงสร้างอำนาจตลาดหุ้นโลกที่น่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อไต้หวันและเกาหลีใต้แซงหน้าชาติตะวันตกขึ้นมาอยู่ในแถวหน้าด้านมูลค่าตลาดทุนโลกด้วยพลังของกระแส AI สถานการณ์โดยรวมสะท้อนให้เห็นความขัดแย้งระหว่างแรงขับเคลื่อนเชิงบวกจากโลกเทคโนโลยี กับความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงกดดันตลาดพลังงานและพันธบัตรอย่างต่อเนื่อง ดาว-โจนส์แตะ All-Time High, S&P 500 ชนะ 8 สัปดาห์ติด ดัชนีดาว-โจนส์ อินดัสเทรียล เอเวอเรจบวกขึ้น 294.04 จุด หรือ 0.58% ปิดที่ 50,579.70 จุด โดยดัชนีทำสถิติสูงสุดตลอดกาลทั้งในระหว่างวันและตอนปิดตลาด ขณะที่ S&P 500 ขึ้น 0.37% ปิดที่ 7,473.47 จุด ส่วน Nasdaq Composite ปรับขึ้น 0.19% ปิดที่ 26,343.97…

  • |

    จากสิงคโปร์ถึงบรัสเซลส์ ผู้นำโลกจับตาดูการประชุมสุดยอด Trump-Xi จากระยะไกล

    เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump และประธานาธิบดีจีน Xi Jinping พบกันในกรุงปักกิ่งในวันพฤหัสบดี ทั้งสองและทีมงานจะปิดผนึกผลลัพธ์ในประเด็นที่อาจครอบคลุมได้อย่างกว้างขวางอย่างที่ไม่เคยเห็นในการประชุมทวิภาคีครั้งใดในรอบหลายทศวรรษ วาระการประชุมครอบคลุมตั้งแต่การค้า เทคโนโลยี การควบคุมการส่งออกแร่หายาก ไต้หวัน สงครามอิหร่าน ไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ ทำให้การประชุมสุดยอดครั้งนี้กลายเป็นเหตุการณ์ที่ทั้งโลกกำลังจับตามองด้วยความกังวลและความหวังพร้อมกัน Chad Bown นักวิจัยอาวุโสของ Peterson Institute for International Economics สรุปความสำคัญได้อย่างกระชับว่า “แทบทุกคนมีส่วนได้เสียในผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้” และนั่นคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะในโลกที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในห้องประชุมที่ปักกิ่งจะส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนนับพันล้านคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนั้น บริบทและเส้นทางสู่การประชุม การประชุมสุดยอดครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เป็นผลจากเส้นทางที่ขรุขระและซับซ้อนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การประชุมซึ่งเดิมกำหนดไว้ในเดือนมีนาคม ถูกเลื่อนออกไปเมื่อสหรัฐฯ ตกอยู่ในสงครามกับอิหร่าน ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ก่อนการประชุม ทั้งสองฝ่ายต่างเพิ่มแรงกดดันซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง วอชิงตันกล่าวหาปักกิ่งว่าดำเนินแคมเปญ “ระดับอุตสาหกรรม” เพื่อขโมยเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ในขณะที่จีนสั่งให้บริษัทต่างๆ ไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านของสหรัฐฯ พร้อมกับเป็นเจ้าภาพต้อนรับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ก่อนการประชุมสุดยอดในปักกิ่ง ยังมีการประชุมเตรียมการสำคัญในเกาหลีใต้วันพุธ เมื่อ He Lifeng รองนายกรัฐมนตรีจีน และ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ…

  • |

    Private Credit มูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ จุดชนวนความกังวลด้านเสถียรภาพโลก หน่วยงานกำกับดูแลส่งสัญญาณเตือน

    ในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่พุ่งสูง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ มีความเสี่ยงอีกประเภทหนึ่งที่กำลังเติบโตอย่างเงียบๆ แต่ทรงพลังอย่างมากในระบบการเงินโลก นั่นคือ Private Credit หรือสินเชื่อเอกชนที่ไม่ผ่านตลาดทุนสาธารณะ Financial Stability Board (FSB) หน่วยงานกำกับดูแลเสถียรภาพทางการเงินระดับโลกที่ประกอบด้วยธนาคารกลาง หน่วยงานกำกับดูแล และรัฐมนตรีการคลังจากประเทศกลุ่ม G20 ออกรายงานที่ครอบคลุมและเตือนอย่างชัดเจนในวันพุธว่า อุตสาหกรรม Private Credit ที่กำลังเติบโตจนมีมูลค่าใกล้ 2 ล้านล้านดอลลาร์ กำลังสร้างความเปราะบางให้กับตลาดการเงินโดยรวม และเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลในระดับชาติเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมนี้โดยเร็ว Private Credit คืออะไร และทำไมมันถึงเติบโตขึ้นมาขนาดนี้? ก่อนที่จะเข้าใจความเสี่ยงที่ FSB กำลังเตือน จำเป็นต้องเข้าใจว่า Private Credit คืออะไรและมันเติบโตมาได้อย่างไร Private Credit หรือสินเชื่อเอกชนคือการปล่อยกู้โดยตรงจากกองทุนและนักลงทุนสถาบันไปยังบริษัทต่างๆ โดยไม่ผ่านธนาคารพาณิชย์หรือตลาดตราสารหนี้สาธารณะ มันเปรียบเสมือน “ธนาคารเงาที่มีขนาดใหญ่มาก” ที่ดำเนินงานนอกสายตาของสาธารณชนและนอกระบบกำกับดูแลแบบดั้งเดิม รากเหง้าของการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Private Credit มาจากวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 เมื่อธนาคารพาณิชย์และธนาคารเพื่อการลงทุนถอนตัวออกจากการปล่อยกู้ในส่วนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าเดิม เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ที่เข้มงวดขึ้น ช่องว่างที่เกิดขึ้นนั้นถูกเติมเต็มโดยกองทุน Private Credit…

  • |

    ทรัมป์ เผย อิหร่านเตรียมระงับโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้ง

    ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump เปิดเผยว่า อิหร่านได้ตกลงที่จะ “ระงับโครงการนิวเคลียร์อย่างไม่มีกำหนด” ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกครั้งสำคัญที่อาจนำไปสู่ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างทั้งสองประเทศ หลังจากที่เตหะรานประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้การเดินเรือพาณิชย์กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ยืนยันว่า ข้อตกลงในการหยุดกิจกรรมนิวเคลียร์ของอิหร่านจะเป็นแบบ “ไม่มีกำหนดสิ้นสุด” หรือกล่าวได้ว่าเป็นการระงับแบบถาวร “ประเด็นสำคัญส่วนใหญ่ตกลงกันได้แล้ว และทุกอย่างน่าจะดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว” ทรัมป์กล่าว ขณะเดียวกัน เขายังปฏิเสธข้อเรียกร้องสำคัญของอิหร่านอย่างชัดเจน นั่นคือ การปล่อยเงินที่ถูกอายัดไว้ โดยยืนยันว่า สหรัฐจะไม่คืนเงินดังกล่าวให้ รายละเอียดข้อตกลงยังไม่ชัดเจน แม้ทรัมป์จะแสดงความมั่นใจ แต่รายละเอียดของข้อตกลงยังคงไม่ชัดเจน และทางอิหร่านเองก็ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคำกล่าวอ้างนี้ ประเด็นสำคัญคือ ข้อเสนอเรื่องการระงับโครงการนิวเคลียร์นั้น อาจขัดแย้งกับจุดยืนเดิมของอิหร่าน ที่ยืนยันมาโดยตลอดว่าประเทศมี “สิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม” เพื่อการพัฒนาด้านพลังงาน สัญญาณบวกเพิ่มขึ้นหลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในวันเดียวกัน ผู้นำอิหร่านประกาศว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ หลังจากที่อิสราเอลตกลงหยุดยิงในเลบานอน หลังการประกาศดังกล่าว มีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 8 ลำ ที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย รีบเคลื่อนตัวเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซทันที เพื่อทดสอบว่าการเปิดเส้นทางครั้งนี้เป็นจริงหรือไม่ ทรัมป์ส่งสัญญาณเชิงบวกเพิ่มเติม ระหว่างเดินทางกลับกรุงวอชิงตันด้วยเครื่อง Air Force One ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาได้รับ “ข่าวดีบางอย่าง” ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน แม้จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด เขายังระบุว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *