ค่าเงินดอลลาร์

  • | |

    ทองคำพุ่งแตะ $4,490 ดอลลาร์ร่วงรอบ 3 เดือน หลังคลังสหรัฐกดบอนด์ยีลด์

    ตลาดการเงินโลกกลับมาคึกคักอีกครั้งในการซื้อขายวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกโรงด้วยมาตรการที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “ผิดปกติวิสัย” เพื่อสกัดวิกฤตในตลาดพันธบัตร ด้วยการประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว (buyback) อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว จุดชนวนให้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ทรุดตัวลง ดอลลาร์อ่อนค่าแตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือน และราคาทองคำพุ่งทะยานทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน ราคาทองคำตลาดจร (spot) ปิดตลาดที่ราว 4,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ บวกขึ้นราว 154 ดอลลาร์ หรือ 3.55% ในวันเดียว ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าไต่ขึ้นแตะระดับ 4,551 ดอลลาร์ ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน สวนทางกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนแรงลงทั่วกระดาน โดยดัชนีดอลลาร์ (DXY) ร่วงลงไปแตะ 98.77 จุดในบางช่วง ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ส่วนคู่เงิน USD/JPY ดิ่งลงแตะ 158.05 เยน และ EUR/USD พุ่งขึ้นทดสอบ 1.1677 ดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ภาพรวมของสัปดาห์นี้จึงเป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่…

  • | |

    กลยุทธ์จัดพอร์ต 2026: ETF พันธบัตร และตลาดเกิดใหม่ โอกาสใหม่ของนักลงทุนไทย

    กลางเดือนสิงหาคม 2026 ตลาดการเงินโลกกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งของทศวรรษ หลังจากที่ “ความยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ” หรือ US Exceptionalism ซึ่งครองบัลลังก์ตลาดทุนโลกมานานกว่าสิบปี เริ่มส่งสัญญาณสั่นคลอนอย่างชัดเจน รายงานการจ้างงานเดือนกรกฎาคมที่พลิกกลับมาติดลบเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าต่อเนื่อง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังทรงตัวในระดับสูง และการหมุนเวียนของเม็ดเงินลงทุนที่ไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไปสู่สินทรัพย์นอกประเทศ ล้วนกำลังบีบให้นักลงทุนสถาบันทั่วโลกต้องทบทวนสูตรการจัดพอร์ตแบบเดิมที่พึ่งพาหุ้นเทคโนโลยีอเมริกันเป็นหลัก บทความนี้จะพาผู้อ่านเจาะลึกภูมิทัศน์การลงทุนล่าสุด ตั้งแต่ทางแยกนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้ประธานคนใหม่ ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไม “ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” และ “ETF ระดับโลก” จึงกลายเป็นคำตอบที่ผู้จัดการกองทุนระดับโลกกำลังพูดถึงมากที่สุด พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบและโอกาสที่มีต่อนักลงทุนไทยโดยตรง ภาพรวมของสถานการณ์ในเวลานี้แตกต่างจากช่วงต้นปีอย่างสิ้นเชิง เมื่อต้นปี 2026 นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ว่าเฟดจะเดินหน้าลดดอกเบี้ย แต่วิกฤตพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซได้จุดชนวนเงินเฟ้อรอบใหม่ จนทำให้ตลาดพลิกกลับมากังวลเรื่องการ “ขึ้นดอกเบี้ย” แทน กระทั่งช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้เอง ที่ตัวเลขเศรษฐกิจชุดใหม่กลับมาเปลี่ยนเกมอีกครั้ง ทำให้ทิศทางของตลาดตราสารหนี้ ตลาดหุ้น และค่าเงิน กลับเข้าสู่ภาวะที่คาดเดายากและเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับผู้ที่กระจายความเสี่ยงเป็น จุดพลิกของตลาดแรงงานสหรัฐฯ กับทางแยกของเฟดภายใต้วอร์ช หัวใจของความปั่นป่วนในตลาดเวลานี้อยู่ที่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา CNBC รายงานว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ สูญเสียตำแหน่งงานไปถึง 23,000…

  • กลยุทธ์พอร์ตลงทุน 2026: ETF พันธบัตร และตลาดเกิดใหม่ฉายแสง

    ปี 2026 กำลังพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดการเงินโลก นับตั้งแต่ยุคดอกเบี้ยศูนย์ที่หลอกหลอนนักลงทุนในช่วงโควิด-19 ผ่านมาถึงวัฏจักรขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) วันนี้ภูมิทัศน์การลงทุนโลกกำลังเข้าสู่บทใหม่ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยโอกาส ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ตลาดพันธบัตรฟื้นตัว และตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) กลายเป็นดาวรุ่งที่ Wall Street ต่างจับตา สำหรับนักลงทุนไทยที่กำลังพิจารณากระจายพอร์ตออกสู่สินทรัพย์ต่างประเทศ บทความนี้รวบรวมข้อมูลและมุมมองจากสำนักการเงินชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็น Bloomberg, CNBC, Goldman Sachs, J.P. Morgan, Fidelity, Charles Schwab, VanEck และ BlackRock เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ครอบคลุมที่สุดของแนวโน้มการลงทุนในปีนี้ ตลาดเกิดใหม่: จากดาวรองสู่ดาวเด่นของ Wall Street ตลาดเกิดใหม่เริ่มต้นปี 2026 ในฐานะธีมการลงทุนที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Wall Street โดยผู้จัดการกองทุนทั่วโลกต่างเชื่อว่าวัฏจักรการไหลเข้าของเม็ดเงินในตลาดเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี ความเชื่อมั่นนี้มีรากฐานมาจากผลการดำเนินงานที่น่าทึ่งในปีที่ผ่านมา ตราสารหนี้ภาครัฐตลาดเกิดใหม่สกุลเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในปี 2025 โดย J.P. Morgan EMBI Global Diversified Index…

  • พอร์ตการลงทุนปี 2026: ETF ตราสารหนี้-ตลาดเกิดใหม่ บทเรียนและโอกาสที่นักลงทุนไทยไม่ควรมองข้าม

    ปี 2026 กำลังพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับนักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการจัดสรรพอร์ตให้รับมือกับความผันผวนจากสงครามการค้า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และวัฏจักรดอกเบี้ยที่กำลังเปลี่ยนทิศ สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปีนี้คือ เงินทุนกำลังไหลออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ ขณะที่ ETF ตราสารหนี้และตลาดเกิดใหม่กำลังดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายปี CNBC รายงานว่า การถกเถียงเรื่อง “Sell America” และการหมุนเวียนเงินทุนออกจากตลาดสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้พอร์ตการลงทุนขยายตัวไปสู่ทั้งหุ้นและพันธบัตรต่างประเทศ โดย Joanna Gallegos ผู้ร่วมก่อตั้ง BondBloxx บริษัท ETF ตราสารหนี้ ระบุในรายการ “ETF Edge” ว่า “พื้นที่ที่ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุดในตราสารหนี้ทั้งปีที่แล้วและปีนี้จนถึงปัจจุบัน คือตลาดเกิดใหม่” และยกตัวอย่างว่า iShares JPMorgan USD Emerging Markets Bond ETF (EMB) สร้างผลตอบแทนกว่า 13% ในปี 2025 บทความนี้รวบรวมและวิเคราะห์ภาพรวมจากรายงานของสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก เพื่อให้นักลงทุนไทยเข้าใจทิศทางของตลาดและสามารถปรับกลยุทธ์พอร์ตได้อย่างมีข้อมูลรองรับ 1. ปี 2025 สร้างบทพิสูจน์: ตลาดเกิดใหม่พิชิตทุกคลาสสินทรัพย์ หากมองย้อนกลับไปยังปี 2025 ซึ่งเป็นปีฐานของการตัดสินใจลงทุนปัจจุบัน ตลาดเกิดใหม่แสดงผลงานที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง…