เฟดพลิกเกม ECB ติดกับดักฮอร์มุซ ศึกดอกเบี้ยรอบใหม่ที่นักลงทุนไทยต้องจับตา
สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่สับสนที่สุดของตลาดการเงินโลกในรอบปี 2569 ภายในเวลาเพียงห้าวันทำการ ความคาดหวังของนักลงทุนต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) พลิกกลับสองรอบ จากที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเคยให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคมสูงถึงราว 50% ในวันที่ 14 กรกฎาคม ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคเดือนมิถุนายนที่ออกมาต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญได้ฉุดโอกาสดังกล่าวลงเหลือเพียงราว 17% ในชั่วข้ามคืน ก่อนที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นกว่า 16% ภายในสัปดาห์เดียวจากการปะทะรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และผลักให้คำถามเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอยู่บนโต๊ะประชุมอีกครั้ง สำหรับนักลงทุนไทย นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะในสัปดาห์เดียวกันนั้น เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 14 เดือนครึ่งที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองคำหลุดแนว 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และดัชนี SET ยังคงติดกรอบแคบใต้ระดับ 1,650 จุด ขณะที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกซึ่งเป็นหัวรถจักรของตลาดในครึ่งปีแรกกลับเผชิญแรงเทขายหนัก บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องประชุมของธนาคารกลางสองแห่งใหญ่ที่สุดของโลก เหตุใดทิศทางนโยบายจึงแยกออกจากกันมากกว่าที่เคย และนักลงทุนไทยควรวางตำแหน่งพอร์ตอย่างไรในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้าที่จะมีการประชุมทั้ง ECB เฟด และธนาคารกลางญี่ปุ่นเรียงกันแบบไม่มีช่องว่าง CPI เดือนมิถุนายนพลิกเกม: เงินเฟ้อสหรัฐฯ ร่วงแรงสุดในรอบหกปี จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของสัปดาห์เกิดขึ้นเช้าวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม เมื่อสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) เผยแพร่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมิถุนายน CNBC…
