ตลาดหุ้นโลกพุ่ง! Nvidia ทุบสถิติรายได้ ราคาน้ำมันดิ่ง หลังสัญญาณดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน
| |

ตลาดหุ้นโลกพุ่ง! Nvidia ทุบสถิติรายได้ ราคาน้ำมันดิ่ง หลังสัญญาณดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน

ตลาดหุ้นโลกในสัปดาห์นี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานสำคัญสามทิศทาง ได้แก่ ผลประกอบการของ Nvidia ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด สัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาสันติภาพในช่องแคบฮอร์มุซ และแรงกดดันที่ยังคงอยู่จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ณ เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 ดัชนี S&P 500 ซื้อขายที่ระดับ 7,423 จุด เพิ่มขึ้น 0.94% ขณะที่ Dow Jones อยู่ที่ 49,816 จุด บวก 0.92% และ Nasdaq พุ่งขึ้น 1.34% สู่ระดับ 26,217 จุด สะท้อนภาพความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ค่อยๆ ฟื้นตัวในกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน

Nvidia ประกาศผลประกอบการ Q1 FY2027: “ดีมานด์พุ่งพรวด” Jensen Huang กล่าว

เหตุการณ์ที่ตลาดจับตามากที่สุดในสัปดาห์นี้คือการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปีการเงิน 2027 ของ Nvidia (NVDA) เมื่อคืนวันที่ 20 พฤษภาคม ซึ่งออกมาแข็งแกร่งเกินกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ โดย CNBC รายงานว่า Nvidia ทำรายได้รวมทะลุ 81,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้ ซึ่งสูงกว่าประมาณการของ Wall Street อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 1.87 ดอลลาร์ เทียบกับที่คาดไว้ที่ 1.76 ดอลลาร์

Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ปิดท้ายการประชุมนักลงทุนด้วยถ้อยคำที่หนักแน่นว่า “ไตรมาสนี้ถือเป็นไตรมาสพิเศษอย่างแท้จริง ความต้องการพุ่งขึ้นแบบ parabolic และเหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก: Agentic AI มาถึงแล้ว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังไม่มีทีท่าจะชะลอตัวลงในเร็ววันนี้

อย่างไรก็ดี ปฏิกิริยาของราคาหุ้น Nvidia กลับไม่ร้อนแรงเหมือนที่หลายฝ่ายคาดหวัง Investing.com บันทึกว่าราคาหุ้นปรับลงราว 4.13% หลังประกาศผลในชั่วโมง after-hours ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา กล่าวคือแม้ผลประกอบการจะดีเกินคาด แต่ราคาหุ้นกลับย่อตัวเพราะนักลงทุนได้ “price in” ความคาดหวังสูงไว้ล่วงหน้าแล้ว นอกจากนี้ Nvidia ยังงดพยากรณ์ยอดขายในตลาดจีนอย่างเป็นทางการ แม้ CEO จะเพิ่งร่วมคณะของประธานาธิบดีทรัมป์ไปเยือนปักกิ่งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมก็ตาม

สำหรับคำแนะนำรายได้ไตรมาสถัดไป (กรกฎาคม) ที่ Nvidia ให้ไว้ที่ 91,000 ล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่าตัวเลขนี้ “ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์บางกลุ่มคาดไว้เล็กน้อย” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้นปรับฐาน อย่างไรก็ดี Kiplinger รายงานว่า นักวิเคราะห์จาก Wedbush อย่าง Matt Bryson แสดงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องว่าบริษัทยังคงเป็น “ผู้จัดหา AI silicon รายนำที่จะเอาชนะการคาดการณ์ได้อีกครั้ง” โดยอ้างถึงการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่แข็งแกร่งทั้งในปี 2026 และ 2027

ปัจจุบัน Nasdaq รายงานว่า Nvidia มีส่วนแบ่งตลาดในชิปเร่งความเร็ว AI อยู่ที่ราว 81% และการเปิดตัว Blackwell architecture ที่กำลัง ramp up ยังคงเป็นแรงหนุนหลัก แม้จะเผชิญการแข่งขันจาก AMD และ Intel รวมถึงการพัฒนา custom silicon โดยเหล่า hyperscaler อย่าง Google, Amazon และ Microsoft ก็ตาม

ราคาน้ำมันดิ่ง หลังสัญญาณดีลสหรัฐฯ-อิหร่านสร้างความหวัง

ปัจจัยที่ส่งผลบวกอย่างชัดเจนต่อตลาดในสัปดาห์นี้คือสัญญาณเชิงบวกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดย Trading Economics รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ถึง 3 ลำสามารถออกจากช่องแคบฮอร์มุซพร้อมน้ำมันเต็มลำในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่า “ดีลกับอิหร่านอาจเกิดขึ้นเร็วๆ นี้” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อด้านพลังงาน

สำหรับบริบทที่กว้างขึ้น IEA รายงานประจำเดือนพฤษภาคมระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซที่ดำเนินมากว่า 10 สัปดาห์ทำให้ราคาน้ำมัน North Sea Dated พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุด 144 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนจะดิ่งลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ ความผันผวนอย่างรุนแรงนี้ส่งผลให้ IEA ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2026 ลง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือที่ 104 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ล่าสุด Yahoo Finance บันทึกราคา Brent Crude ขณะที่ตลาดยังเปิดในวันนี้ที่ 107.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.79% จากวันก่อน สะท้อนให้เห็นความโล่งอกของตลาดพลังงานที่เริ่มเชื่อว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจคลี่คลายลงได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งหากดีลสำเร็จจริง จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ

พันธบัตรสหรัฐฯ และฟิสคัลคลาวด์: มรดกจากการปรับลด Credit Rating ของ Moody’s

หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงเงาปกคลุมตลาดในช่วงนี้คือการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะยาวยังทรงตัวในระดับสูง CNBC รายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดที่ 4.631% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2025 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านระยะ 30 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 6.68%

บริบทสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ เมื่อปีที่แล้วในเดือนพฤษภาคม 2025 Moody’s ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐอเมริกาจาก Aaa ลงมาที่ Aa1 กลายเป็นสถาบันจัดอันดับรายสุดท้ายที่ยังให้คะแนนสูงสุดแก่สหรัฐฯ (ก่อนหน้านี้ S&P ปรับลดตั้งแต่ปี 2011 และ Fitch ในปี 2023) CNBC รายงานว่าตอนนั้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปีพุ่งทะลุ 5% ในระยะสั้น ขณะที่ J.P. Morgan Asset Management วิเคราะห์ว่าผลกระทบระยะยาวสำคัญกว่าระยะสั้น เพราะสะท้อนปัญหาหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่ทะลุ 36 ล้านล้านดอลลาร์

ปัจจุบันในปี 2026 มรดกของการปรับลด Credit Rating นั้นยังสะท้อนผ่าน “term premium” ที่นักลงทุนเรียกร้องเพิ่มเติม ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวค้างอยู่ในระดับสูง กดดันทั้งราคาหุ้นในกลุ่มที่ sensitive ต่อดอกเบี้ย และเพิ่มความกังวลเรื่อง “stagflation” ที่ Seeking Alpha รายงานว่า Atlanta Fed’s Bostic ยังส่งสัญญาณถึง “upside risks to inflation” ที่เพิ่มขึ้น

ตลาดหุ้นเอเชีย: ญี่ปุ่นสั่นคลอน จีนยืนหยัด อินเดียผงาด

ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียในช่วงสัปดาห์นี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามบริบทของแต่ละประเทศ Marketscreener รายงานว่าตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงติดต่อกัน 4 วันในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงกดดันหลักจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ก่อนที่ข่าวดีจาก Nvidia และสัญญาณดีลอิหร่านจะช่วยพยุงตลาดในช่วงปลายสัปดาห์

ญี่ปุ่น: ตลาดเปิดต่ำในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่กลับมาและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ IG International ระบุว่าสำหรับปี 2026 เป้าหมายของดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 52,000 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล Takaichi ที่ครอบคลุมการลงทุนในด้านกลาโหม AI และพลังงานเจเนอเรชันใหม่

จีน: ตลาดหุ้นจีนเคลื่อนไหวในทิศทางบวกกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค โดย Marketscreener รายงานว่าตลาดหุ้นจีนเดินหน้าสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ขับเคลื่อนโดยกระแสนวัตกรรมใน Healthcare, Semiconductors และ AI รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปักกิ่ง

อินเดีย: Marketscreener รายงานว่าตลาดหุ้นอินเดียเปิดสัปดาห์ด้วยความระมัดระวัง ก่อนที่สัญญาณดีลอิหร่านจากทรัมป์จะช่วยหนุนกลุ่มพลังงานและ Adani Group ให้ปรับตัวขึ้น PineBridge Investments ประเมินว่าอินเดียอยู่ในจุดสำคัญสำหรับการฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากที่ตลาดหุ้นอินเดียไม่ได้วิ่งแรงเท่ากับตลาดหุ้นเอเชียอื่นๆ ในปี 2025 โดยปัจจัยหนุนหลักคือการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่งและการลงทุนจากภาครัฐที่ต่อเนื่อง

Wall Street ปรับตัว: จากความกลัวทาริฟฟ์สู่ยุค AI และดีลการค้าใหม่

The Street รายงานว่าก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อ Dow Jones ทะลุ 50,000 จุดเป็นครั้งแรก และ S&P 500 พุ่งทะลุ 7,500 จุด หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางกลับจากการเยือนจีนพร้อมสัญญาณดีลการค้าที่ “fantastic” แม้ยังไม่มีข้อตกลงชัดเจน แต่การที่ CEO บิ๊กธุรกิจอเมริกา 16 รายร่วมคณะในครั้งนี้ รวมถึง Jensen Huang แห่ง Nvidia สร้างความเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ทางการค้าสหรัฐฯ-จีนกำลังเปลี่ยนทิศทาง

Greenlight Capital’s David Einhorn ให้สัมภาษณ์กับ CNBC บนเวที Sohn Conference ในนิวยอร์กว่า ตลาดฟื้นตัวแบบ V-shape ตั้งแต่ต้นปีอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ “ผมคิดว่าตลาดมีราคาแพงมากมาหลายปีแล้ว” เขากล่าว พร้อมเตือนว่า “ช้าหรือเร็ว เราจะมีโอกาสที่ดีกว่านี้” อย่างไรก็ดี ท่ามกลางการฟื้นตัวของดัชนีหลัก กลุ่ม tech ยังคงเป็นผู้นำตลาด โดยเฉพาะชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ Seeking Alpha รายงานว่า Nvidia, Broadcom และ Astera Labs อยู่ใน “top chip stocks for 2026” ของ Morgan Stanley

บทสรุปและผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามตลาดต่างประเทศ ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในช่วงต่อจากนี้มีหลายมิติ

มิติที่ 1 AI Supercycle ยังไม่จบ: ผลประกอบการของ Nvidia ยืนยันว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จาก hyperscaler ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลทางบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคในเอเชียรวมถึงไทย โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Data Center, Cloud Computing และ Electronic Components

มิติที่ 2 ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ: หากดีลสหรัฐฯ-อิหร่านสำเร็จจริง ราคาน้ำมันที่ลดลงจะเป็นผลดีต่อไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ช่วยลดต้นทุนการผลิต และอาจเอื้อต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของไทยในอนาคต กลุ่มที่ได้ประโยชน์ทันทีคือสายการบิน ขนส่ง และอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง

มิติที่ 3 ดอลลาร์แข็ง-บาทอ่อน: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ยังสูงส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งกดดันเงินบาทและสกุลเงินเอเชียโดยรวม นักลงทุนที่มีพอร์ตในสินทรัพย์ต่างประเทศอาจได้รับ currency gain เพิ่มเติม แต่ต้องระวังความเสี่ยงหากดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อ Fed เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย

มิติที่ 4 ตลาดหุ้นไทยในบริบทโลก: ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวแข็งแกร่งในลักษณะ V-shape และหลาย Valuation อยู่ในระดับสูง นักลงทุนสถาบันบางส่วนเริ่มมองหาตลาดที่ยังมี “Valuation Discount” อย่างอาเซียนรวมถึงไทย อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยต้องอาศัยปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก ทั้งการบริโภค การท่องเที่ยว และนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน

คำแนะนำเชิงกลยุทธ์: ท่ามกลางความผันผวน นักลงทุนควรพิจารณากระจายพอร์ตผสมระหว่างสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จาก AI Supercycle (Tech, Semiconductor ETF), สินทรัพย์ที่ Hedge เงินเฟ้อ (ทอง ปัจจุบันอยู่ที่ 4,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตาม Yahoo Finance) และสินทรัพย์ที่ตอบสนองต่อการลดลงของราคาน้ำมัน หลีกเลี่ยงการ Over-concentrated ในกลุ่มใดกลุ่มเดียว และติดตามสถานการณ์ Strait of Hormuz และการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนอย่างใกล้ชิดต่อไป

Similar Posts

  • ดาวโจนส์ทะลุ 52,000 จุดเป็นครั้งแรก หุ้นเทคสหรัฐฯ ฟื้นตัวแรง ตลาดจับตารายงานการจ้างงานเดือนมิถุนายน

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดท้ายสัปดาห์การซื้อขายช่วงสั้นก่อนวันหยุดยาว Fourth of July ด้วยบรรยากาศคึกคักเกินคาด เมื่อดัชนีดาวโจนส์อุตสาหกรรม (Dow Jones Industrial Average) ปิดตลาดเหนือระดับ 52,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีพุ่งขึ้นถึง 2% และดัชนี S&P 500 บวกแรง 1.2% หลังจากทั้งสองดัชนีปิดสัปดาห์ก่อนหน้าด้วยการร่วงลงอย่างหนัก แรงหนุนสำคัญมาจากการที่หุ้น Alphabet บริษัทแม่ของ Google เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีดาวโจนส์อย่างเป็นทางการแทนที่ Verizon ประกอบกับสัญญาณคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่ปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่ตลาดกำลังประเมินทิศทางการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่อีกครั้ง หลังผ่านพ้นช่วงการเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ครั้งใหญ่ในเดือนมิถุนายนที่ทำให้มูลค่าตลาดของกลุ่มชิปหายไปกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามทิศทางตลาดโลก สัปดาห์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะนอกจากการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีแล้ว ตลาดยังต้องจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนมิถุนายนที่จะประกาศในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งเลื่อนขึ้นมาจากกำหนดการปกติเนื่องจากตลาดจะปิดทำการในวันศุกร์เพื่อหยุดยาวประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นปัจจัยชี้วัดสำคัญต่อทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นว่าเฟดอาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในบางช่วงของปีนี้…

  • |

    “ไพ่ใบใหม่ในสนามรบ”: สหรัฐฯ–อิหร่านยกระดับสงครามคำพูด ท่ามกลางการเจรจาสันติภาพที่ยังไร้ทิศทาง

    สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้ยกระดับ “สงครามคำพูด” ระหว่างกันอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงชั่วคราวที่ยังเปราะบางและกำลังจะหมดอายุลงในไม่ช้า โดยทั้งสองฝ่ายต่างพยายามเพิ่มแรงกดดันและเดิมพันทางการเมืองก่อนที่จะมีความพยายามครั้งที่สองในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และความไม่ไว้วางใจที่ยังฝังลึกระหว่างทั้งสองประเทศ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาของอิหร่าน ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันอังคาร โดยวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่ากำลัง “ปิดล้อมและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง” พร้อมทั้งกล่าวหาว่าสหรัฐฯ พยายามเปลี่ยนโต๊ะเจรจาให้กลายเป็น “โต๊ะยอมจำนน” หรือใช้เป็นข้ออ้างในการกลับไปสู่การทำสงครามอีกครั้ง คำกล่าวนี้ไม่เพียงเป็นการตอบโต้เชิงการเมือง แต่ยังสะท้อนมุมมองของอิหร่านที่มองว่าสหรัฐฯ ใช้การเจรจาเป็นเครื่องมือกดดันมากกว่าการหาทางออกอย่างแท้จริง กาลิบาฟยังส่งสัญญาณว่าอิหร่านมี “อำนาจต่อรองใหม่” ในสถานการณ์เผชิญหน้าครั้งนี้ โดยกล่าวว่า “ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เตรียมเปิดเผยไพ่ใบใหม่ในสนามรบ” แม้จะไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม แต่คำพูดดังกล่าวสามารถตีความได้ว่าอิหร่านอาจมีมาตรการทางทหาร เทคโนโลยี หรือยุทธศาสตร์ใหม่ที่พร้อมจะนำมาใช้ ซึ่งอาจเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับสถานการณ์มากขึ้น พร้อมย้ำจุดยืนว่า “เราไม่ยอมรับการเจรจาภายใต้เงาของการคุกคาม” ซึ่งสะท้อนถึงการปฏิเสธแรงกดดันจากภายนอกอย่างชัดเจน ถ้อยแถลงที่รุนแรงขึ้นนี้เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ได้ออกมาขู่ซ้ำว่าจะใช้กำลังทหารอย่างหนักหน่วงโจมตีอิหร่าน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยถึงขั้นกล่าวว่า “ระเบิดจำนวนมากจะเริ่มถูกทิ้ง” คำขู่เช่นนี้ยิ่งทำให้บรรยากาศการเจรจาตึงเครียด และเพิ่มความเสี่ยงที่สถานการณ์จะลุกลามไปสู่ความขัดแย้งทางทหารเต็มรูปแบบ ในขณะเดียวกัน สถานะของการเจรจาสันติภาพในอนาคต รวมถึงรายละเอียดสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ กลับยิ่งคลุมเครือมากขึ้น โดยทรัมป์เองมีท่าทีที่เปลี่ยนไปมา ระหว่างการใช้วาทะเชิงข่มขู่กับการแสดงความพร้อมที่จะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง สะท้อนถึงความไม่แน่นอนในนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของทั้งพันธมิตรและฝ่ายตรงข้าม มาร์ค ซีเวอร์ส อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ…

  • สงครามตะวันออกกลางปลุกความเสี่ยง “Stagflation” ต่อเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง

    ผลกระทบสะสมจากสงครามในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 สัปดาห์ กำลังเริ่มสะท้อนออกมาในข้อมูลเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะผ่านชุดข้อมูล “ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)” จากหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดล่วงหน้าที่สำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ สิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์และตลาดการเงินกำลังจับตาไม่ใช่เพียงแค่การชะลอตัวของเศรษฐกิจเท่านั้น แต่คือ “ลักษณะของการชะลอตัว” ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อหรือไม่ เพราะหากสองสิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน จะนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า stagflation ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่ยากต่อการบริหารจัดการมากที่สุดในเชิงนโยบายเศรษฐกิจ ภาพรวมข้อมูล PMI และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก การตีความข้อมูล PMI ต้องเข้าใจว่าเป็นการสะท้อน “ความรู้สึกและการตัดสินใจของผู้บริหารธุรกิจ” ไม่ใช่เพียงตัวเลขผลลัพธ์ ดังนั้นหาก PMI ลดลง หมายความว่าภาคธุรกิจเริ่มระมัดระวังมากขึ้น เช่น การชะลอการจ้างงาน การลดคำสั่งซื้อวัตถุดิบ หรือการชะลอการลงทุนใหม่ ในบริบทของสงคราม ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ PMI ไม่ได้มาจากดีมานด์ที่หายไปเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจาก “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น” โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ ซึ่งทำให้ธุรกิจอยู่ในภาวะที่ต้องตัดสินใจยากขึ้นระหว่างการรักษากำไรและการรักษาปริมาณการผลิต Stagflation: ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่เริ่มชัดขึ้น คำว่า stagflation กลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง โดย S&P Global ได้สะท้อนความกังวลนี้ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Stagflation คือสถานการณ์ที่: สิ่งที่ทำให้ stagflation เป็นปัญหาคือ…

  • ตลาดคริปโตสัปดาห์นี้: SpaceX เปิดคลัง Bitcoin, BitMine กวาด ETH, และยุค Warsh ที่กำลังทดสอบเส้นประสาทนักลงทุน

    ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2566 ดำเนินท่ามกลางแรงขับเคลื่อนที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง การเปิดเผยคลัง Bitcoin มูลค่ากว่า 1.29 พันล้านดอลลาร์ของ SpaceX และการเข้าซื้อ Ethereum ครั้งใหญ่ของ BitMine Immersion Technologies ตอกย้ำภาพการยอมรับของสถาบันที่ขยายกว้างขึ้นอย่างไม่หยุด ขณะที่อีกด้านหนึ่ง การเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ของ Kevin Warsh ที่มีท่าทีเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่พุ่งแตะระดับ 5% กำลังทำให้ Bitcoin ทรงตัวอยู่ในกรอบ 74,000–77,000 ดอลลาร์โดยไม่อาจทะลุขึ้นได้ SpaceX เปิดแฟ้ม S-1: บิตคอยน์ 18,712 เหรียญโผล่ในงบของบริษัทจรวด เหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดในรอบสัปดาห์นี้คือการที่ SpaceX ยื่นแบบแสดงรายการ S-1 ต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อเตรียม IPO ภายใต้ชื่อย่อหุ้น SPCX บนตลาด Nasdaq โดยบริษัทของ Elon Musk เปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าถือ Bitcoin…

  • ตลาดคริปโตเดือดร้อน: Bitcoin สะดุดที่ $77,000 ขณะ ETF ไหลออก $1 พันล้าน DeFi โดนแฮก และ Trump Media ถอนแผน ETF

    วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกกำลังเผชิญกับพายุหลายลูกพร้อมกัน ณ ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสถาบันที่ไหลออกจาก Bitcoin ETF เป็นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ รวมถึงมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์เดียว การที่ Trump Media ถอนแผนเปิดตัว ETF คริปโต ไปจนถึงเหตุการณ์ช็อควงการ DeFi เมื่อโปรโตคอล Echo ถูกแฮกผ่านการปลอมแปลง eBTC มูลค่ากว่า 76.7 ล้านดอลลาร์บน Blockchain Monad สัปดาห์ที่ผ่านมาจึงถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดของตลาดในปี 2569 นี้ ราคา Bitcoin ยังคงเคว้งอยู่ในกรอบแคบๆ รอบ $76,000–$77,000 ขณะที่ Ethereum ดิ่งลงแตะ $2,100 ท่ามกลางความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และแรงกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น บทความนี้จะพาท่านวิเคราะห์ทุกประเด็นที่กำลังส่งสัญญาณกำหนดทิศทางของตลาดในช่วงสัปดาห์นี้ Bitcoin ติดหล่ม $77,000: ตลาดรอสัญญาณจากสงครามอิหร่านและอัตราดอกเบี้ย ภาพรวมราคาของ…

  • |

    Rubio ระบุสหรัฐฯ คาดรับคำตอบจากอิหร่านเรื่องข้อตกลงสันติภาพ “วันนี้”

    ในวันศุกร์ที่โลกกำลังจับตามองอย่างใจจดใจจ่อ Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณที่สร้างทั้งความหวังและความไม่แน่นอนพร้อมกัน เมื่อเขาแถลงต่อสื่อมวลชนในกรุงโรมระหว่างการเยือนพระสันตปาปา Leo XIV ว่า สหรัฐฯ คาดว่าจะได้รับการตอบสนองจากอิหร่านเกี่ยวกับข้อเสนอยุติสงครามภายในวันนี้ “เราควรจะได้รู้อะไรบางอย่างวันนี้ เราคาดหวังการตอบสนองจากพวกเขา” Rubio กล่าวเมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถานะของการเจรจากับอิหร่าน “เราจะดูว่าการตอบสนองนั้นมีเนื้อหาอะไร ความหวังคือมันเป็นสิ่งที่สามารถนำเราเข้าสู่กระบวนการเจรจาที่จริงจัง” ถ้อยคำเหล่านี้ดูเหมือนเรียบง่าย แต่บรรจุความหมายที่ลึกซึ้งและสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ตึงเครียดอย่างยิ่งในกระบวนการทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่ในหลายเมืองพร้อมกัน ทั้งในวอชิงตัน เตหะราน อิสลามาบัด ปักกิ่ง และโรม บริบท: จาก 14 ประเด็นสู่การรอคอยที่เร่งด้วน เพื่อเข้าใจความสำคัญของสิ่งที่ Rubio กล่าวในวันศุกร์ จำเป็นต้องย้อนดูเส้นทางที่นำมาสู่จุดนี้ก่อน ต้นสัปดาห์ Axios และสื่ออื่นๆ รายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเข้าใกล้ บันทึกความเข้าใจ 14 ประเด็นในหน้าเดียว ที่จะยุติสงครามและวางกรอบสำหรับการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน วอชิงตันรอการตอบสนองจากเตหะรานใน “ประเด็นสำคัญหลายประการ” ภายใน 48 ชั่วโมง ในวันพฤหัสบดี อิหร่านยืนยันว่ากำลัง “พิจารณาข้อความ” ที่ได้รับจากสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางปากีสถาน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือส่งคำตอบ ตามสื่อของรัฐอิหร่านที่อ้างอิงเจ้าหน้าที่อิหร่าน และตอนนี้ในวันศุกร์ Rubio…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *