ตลาดหุ้นโลกพุ่ง! Nvidia ทุบสถิติรายได้ ราคาน้ำมันดิ่ง หลังสัญญาณดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน
| |

ตลาดหุ้นโลกพุ่ง! Nvidia ทุบสถิติรายได้ ราคาน้ำมันดิ่ง หลังสัญญาณดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน

ตลาดหุ้นโลกในสัปดาห์นี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานสำคัญสามทิศทาง ได้แก่ ผลประกอบการของ Nvidia ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด สัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาสันติภาพในช่องแคบฮอร์มุซ และแรงกดดันที่ยังคงอยู่จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ณ เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 ดัชนี S&P 500 ซื้อขายที่ระดับ 7,423 จุด เพิ่มขึ้น 0.94% ขณะที่ Dow Jones อยู่ที่ 49,816 จุด บวก 0.92% และ Nasdaq พุ่งขึ้น 1.34% สู่ระดับ 26,217 จุด สะท้อนภาพความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ค่อยๆ ฟื้นตัวในกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน

Nvidia ประกาศผลประกอบการ Q1 FY2027: “ดีมานด์พุ่งพรวด” Jensen Huang กล่าว

เหตุการณ์ที่ตลาดจับตามากที่สุดในสัปดาห์นี้คือการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปีการเงิน 2027 ของ Nvidia (NVDA) เมื่อคืนวันที่ 20 พฤษภาคม ซึ่งออกมาแข็งแกร่งเกินกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ โดย CNBC รายงานว่า Nvidia ทำรายได้รวมทะลุ 81,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้ ซึ่งสูงกว่าประมาณการของ Wall Street อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 1.87 ดอลลาร์ เทียบกับที่คาดไว้ที่ 1.76 ดอลลาร์

Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ปิดท้ายการประชุมนักลงทุนด้วยถ้อยคำที่หนักแน่นว่า “ไตรมาสนี้ถือเป็นไตรมาสพิเศษอย่างแท้จริง ความต้องการพุ่งขึ้นแบบ parabolic และเหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก: Agentic AI มาถึงแล้ว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังไม่มีทีท่าจะชะลอตัวลงในเร็ววันนี้

อย่างไรก็ดี ปฏิกิริยาของราคาหุ้น Nvidia กลับไม่ร้อนแรงเหมือนที่หลายฝ่ายคาดหวัง Investing.com บันทึกว่าราคาหุ้นปรับลงราว 4.13% หลังประกาศผลในชั่วโมง after-hours ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา กล่าวคือแม้ผลประกอบการจะดีเกินคาด แต่ราคาหุ้นกลับย่อตัวเพราะนักลงทุนได้ “price in” ความคาดหวังสูงไว้ล่วงหน้าแล้ว นอกจากนี้ Nvidia ยังงดพยากรณ์ยอดขายในตลาดจีนอย่างเป็นทางการ แม้ CEO จะเพิ่งร่วมคณะของประธานาธิบดีทรัมป์ไปเยือนปักกิ่งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมก็ตาม

สำหรับคำแนะนำรายได้ไตรมาสถัดไป (กรกฎาคม) ที่ Nvidia ให้ไว้ที่ 91,000 ล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่าตัวเลขนี้ “ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์บางกลุ่มคาดไว้เล็กน้อย” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้นปรับฐาน อย่างไรก็ดี Kiplinger รายงานว่า นักวิเคราะห์จาก Wedbush อย่าง Matt Bryson แสดงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องว่าบริษัทยังคงเป็น “ผู้จัดหา AI silicon รายนำที่จะเอาชนะการคาดการณ์ได้อีกครั้ง” โดยอ้างถึงการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่แข็งแกร่งทั้งในปี 2026 และ 2027

ปัจจุบัน Nasdaq รายงานว่า Nvidia มีส่วนแบ่งตลาดในชิปเร่งความเร็ว AI อยู่ที่ราว 81% และการเปิดตัว Blackwell architecture ที่กำลัง ramp up ยังคงเป็นแรงหนุนหลัก แม้จะเผชิญการแข่งขันจาก AMD และ Intel รวมถึงการพัฒนา custom silicon โดยเหล่า hyperscaler อย่าง Google, Amazon และ Microsoft ก็ตาม

ราคาน้ำมันดิ่ง หลังสัญญาณดีลสหรัฐฯ-อิหร่านสร้างความหวัง

ปัจจัยที่ส่งผลบวกอย่างชัดเจนต่อตลาดในสัปดาห์นี้คือสัญญาณเชิงบวกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดย Trading Economics รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ถึง 3 ลำสามารถออกจากช่องแคบฮอร์มุซพร้อมน้ำมันเต็มลำในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่า “ดีลกับอิหร่านอาจเกิดขึ้นเร็วๆ นี้” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อด้านพลังงาน

สำหรับบริบทที่กว้างขึ้น IEA รายงานประจำเดือนพฤษภาคมระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซที่ดำเนินมากว่า 10 สัปดาห์ทำให้ราคาน้ำมัน North Sea Dated พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุด 144 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนจะดิ่งลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ ความผันผวนอย่างรุนแรงนี้ส่งผลให้ IEA ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2026 ลง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือที่ 104 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ล่าสุด Yahoo Finance บันทึกราคา Brent Crude ขณะที่ตลาดยังเปิดในวันนี้ที่ 107.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.79% จากวันก่อน สะท้อนให้เห็นความโล่งอกของตลาดพลังงานที่เริ่มเชื่อว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจคลี่คลายลงได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งหากดีลสำเร็จจริง จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ

พันธบัตรสหรัฐฯ และฟิสคัลคลาวด์: มรดกจากการปรับลด Credit Rating ของ Moody’s

หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงเงาปกคลุมตลาดในช่วงนี้คือการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะยาวยังทรงตัวในระดับสูง CNBC รายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดที่ 4.631% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2025 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านระยะ 30 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 6.68%

บริบทสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ เมื่อปีที่แล้วในเดือนพฤษภาคม 2025 Moody’s ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐอเมริกาจาก Aaa ลงมาที่ Aa1 กลายเป็นสถาบันจัดอันดับรายสุดท้ายที่ยังให้คะแนนสูงสุดแก่สหรัฐฯ (ก่อนหน้านี้ S&P ปรับลดตั้งแต่ปี 2011 และ Fitch ในปี 2023) CNBC รายงานว่าตอนนั้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปีพุ่งทะลุ 5% ในระยะสั้น ขณะที่ J.P. Morgan Asset Management วิเคราะห์ว่าผลกระทบระยะยาวสำคัญกว่าระยะสั้น เพราะสะท้อนปัญหาหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่ทะลุ 36 ล้านล้านดอลลาร์

ปัจจุบันในปี 2026 มรดกของการปรับลด Credit Rating นั้นยังสะท้อนผ่าน “term premium” ที่นักลงทุนเรียกร้องเพิ่มเติม ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวค้างอยู่ในระดับสูง กดดันทั้งราคาหุ้นในกลุ่มที่ sensitive ต่อดอกเบี้ย และเพิ่มความกังวลเรื่อง “stagflation” ที่ Seeking Alpha รายงานว่า Atlanta Fed’s Bostic ยังส่งสัญญาณถึง “upside risks to inflation” ที่เพิ่มขึ้น

ตลาดหุ้นเอเชีย: ญี่ปุ่นสั่นคลอน จีนยืนหยัด อินเดียผงาด

ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียในช่วงสัปดาห์นี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามบริบทของแต่ละประเทศ Marketscreener รายงานว่าตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงติดต่อกัน 4 วันในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงกดดันหลักจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ก่อนที่ข่าวดีจาก Nvidia และสัญญาณดีลอิหร่านจะช่วยพยุงตลาดในช่วงปลายสัปดาห์

ญี่ปุ่น: ตลาดเปิดต่ำในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่กลับมาและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ IG International ระบุว่าสำหรับปี 2026 เป้าหมายของดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 52,000 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล Takaichi ที่ครอบคลุมการลงทุนในด้านกลาโหม AI และพลังงานเจเนอเรชันใหม่

จีน: ตลาดหุ้นจีนเคลื่อนไหวในทิศทางบวกกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค โดย Marketscreener รายงานว่าตลาดหุ้นจีนเดินหน้าสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ขับเคลื่อนโดยกระแสนวัตกรรมใน Healthcare, Semiconductors และ AI รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปักกิ่ง

อินเดีย: Marketscreener รายงานว่าตลาดหุ้นอินเดียเปิดสัปดาห์ด้วยความระมัดระวัง ก่อนที่สัญญาณดีลอิหร่านจากทรัมป์จะช่วยหนุนกลุ่มพลังงานและ Adani Group ให้ปรับตัวขึ้น PineBridge Investments ประเมินว่าอินเดียอยู่ในจุดสำคัญสำหรับการฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากที่ตลาดหุ้นอินเดียไม่ได้วิ่งแรงเท่ากับตลาดหุ้นเอเชียอื่นๆ ในปี 2025 โดยปัจจัยหนุนหลักคือการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่งและการลงทุนจากภาครัฐที่ต่อเนื่อง

Wall Street ปรับตัว: จากความกลัวทาริฟฟ์สู่ยุค AI และดีลการค้าใหม่

The Street รายงานว่าก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อ Dow Jones ทะลุ 50,000 จุดเป็นครั้งแรก และ S&P 500 พุ่งทะลุ 7,500 จุด หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางกลับจากการเยือนจีนพร้อมสัญญาณดีลการค้าที่ “fantastic” แม้ยังไม่มีข้อตกลงชัดเจน แต่การที่ CEO บิ๊กธุรกิจอเมริกา 16 รายร่วมคณะในครั้งนี้ รวมถึง Jensen Huang แห่ง Nvidia สร้างความเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ทางการค้าสหรัฐฯ-จีนกำลังเปลี่ยนทิศทาง

Greenlight Capital’s David Einhorn ให้สัมภาษณ์กับ CNBC บนเวที Sohn Conference ในนิวยอร์กว่า ตลาดฟื้นตัวแบบ V-shape ตั้งแต่ต้นปีอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ “ผมคิดว่าตลาดมีราคาแพงมากมาหลายปีแล้ว” เขากล่าว พร้อมเตือนว่า “ช้าหรือเร็ว เราจะมีโอกาสที่ดีกว่านี้” อย่างไรก็ดี ท่ามกลางการฟื้นตัวของดัชนีหลัก กลุ่ม tech ยังคงเป็นผู้นำตลาด โดยเฉพาะชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ Seeking Alpha รายงานว่า Nvidia, Broadcom และ Astera Labs อยู่ใน “top chip stocks for 2026” ของ Morgan Stanley

บทสรุปและผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามตลาดต่างประเทศ ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในช่วงต่อจากนี้มีหลายมิติ

มิติที่ 1 AI Supercycle ยังไม่จบ: ผลประกอบการของ Nvidia ยืนยันว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จาก hyperscaler ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลทางบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคในเอเชียรวมถึงไทย โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Data Center, Cloud Computing และ Electronic Components

มิติที่ 2 ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ: หากดีลสหรัฐฯ-อิหร่านสำเร็จจริง ราคาน้ำมันที่ลดลงจะเป็นผลดีต่อไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ช่วยลดต้นทุนการผลิต และอาจเอื้อต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของไทยในอนาคต กลุ่มที่ได้ประโยชน์ทันทีคือสายการบิน ขนส่ง และอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง

มิติที่ 3 ดอลลาร์แข็ง-บาทอ่อน: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ยังสูงส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งกดดันเงินบาทและสกุลเงินเอเชียโดยรวม นักลงทุนที่มีพอร์ตในสินทรัพย์ต่างประเทศอาจได้รับ currency gain เพิ่มเติม แต่ต้องระวังความเสี่ยงหากดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อ Fed เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย

มิติที่ 4 ตลาดหุ้นไทยในบริบทโลก: ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวแข็งแกร่งในลักษณะ V-shape และหลาย Valuation อยู่ในระดับสูง นักลงทุนสถาบันบางส่วนเริ่มมองหาตลาดที่ยังมี “Valuation Discount” อย่างอาเซียนรวมถึงไทย อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยต้องอาศัยปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก ทั้งการบริโภค การท่องเที่ยว และนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน

คำแนะนำเชิงกลยุทธ์: ท่ามกลางความผันผวน นักลงทุนควรพิจารณากระจายพอร์ตผสมระหว่างสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จาก AI Supercycle (Tech, Semiconductor ETF), สินทรัพย์ที่ Hedge เงินเฟ้อ (ทอง ปัจจุบันอยู่ที่ 4,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตาม Yahoo Finance) และสินทรัพย์ที่ตอบสนองต่อการลดลงของราคาน้ำมัน หลีกเลี่ยงการ Over-concentrated ในกลุ่มใดกลุ่มเดียว และติดตามสถานการณ์ Strait of Hormuz และการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนอย่างใกล้ชิดต่อไป

Similar Posts

  • |

    วิกฤตพลังงานโลก 2569: สงครามอิหร่านฉุด GDP เงินเฟ้อพุ่ง กระทบไทยหนัก

    เมื่อโลกเพิ่งจะเริ่มหายใจได้สะดวกขึ้นหลังจากผ่านพ้นคลื่นภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ในปี 2568 บททดสอบใหม่ก็ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าเป็น “บททดสอบครั้งใหญ่” ของเศรษฐกิจโลก ช่องแคบฮอร์มุซ—ทางน้ำที่ขนส่งน้ำมันถึงราว 20% ของโลก—ถูกปิดตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งพรวด เงินเฟ้อที่กำลังจะสงบลงกลับฟื้นคืนชีพ และธนาคารกลางทั่วโลกต้องเผชิญกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการดูแลเสถียรภาพราคาและการพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจ บทความนี้รวบรวมภาพรวมล่าสุดของสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค นโยบายการเงิน และผลกระทบต่อนักลงทุนไทยที่ควรจับตา วิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน: จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของปี 2569 การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของการค้าน้ำมันโลก พร้อมกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอิหร่านและกลุ่มประเทศ GCC ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ตามการประเมินขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงโลก พุ่งขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่วันที่เกิดความขัดแย้งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ไปแตะระดับประมาณ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงกลางเดือนมีนาคม ขณะที่ในช่วงเวลาสูงสุด ราคา Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยพุ่งสูงสุดที่…

  • |

    OpenAI ทอดเงาเหนือผลประกอบการของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีทั้งสี่

    ในสัปดาห์ที่ถือเป็นจุดไคลแมกซ์ของฤดูกาลประกาศผลประกอบการ ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังเตรียมรับตัวเลขจากสี่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Amazon, Alphabet, Meta และ Microsoft มีบริษัทหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อบริษัทจดทะเบียนใดๆ กลับทอดเงาอันยาวไกลเหนือทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น บริษัทนั้นคือ OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ที่แม้จะไม่เคยเปิดเผยตัวเลขทางการเงินต่อสาธารณะเลยสักครั้ง แต่กลับกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการประเมินอนาคตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก นักลงทุนเอกชนปัจจุบันให้มูลค่า OpenAI สูงถึงกว่า 850,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทกลายเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งรายได้และการใช้จ่ายมหาศาลของ OpenAI ถูกตลาดมองว่าเป็น “ตัวชี้วัดแทน (Proxy)” ของทิศทางการลงทุนใน AI ทั้งอุตสาหกรรม ทำให้ทุกข่าวที่เกี่ยวข้องกับ OpenAI ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วทั้งตลาด ศึกในชั้นศาล: Musk ปะทะ Altman บนเวทีสาธารณะ OpenAI จะครองพื้นที่หน้าสื่อในสัปดาห์นี้อยู่แล้วจากการต่อสู้ทางกฎหมายที่ดึงดูดความสนใจอย่างมาก ระหว่าง Sam Altman CEO ของ OpenAI และ Elon Musk CEO ของ Tesla ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมวิสัยทัศน์และหุ้นส่วนผู้ก่อตั้งในองค์กรเดียวกัน…

  • |

    “ไพ่ใบใหม่ในสนามรบ”: สหรัฐฯ–อิหร่านยกระดับสงครามคำพูด ท่ามกลางการเจรจาสันติภาพที่ยังไร้ทิศทาง

    สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้ยกระดับ “สงครามคำพูด” ระหว่างกันอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงชั่วคราวที่ยังเปราะบางและกำลังจะหมดอายุลงในไม่ช้า โดยทั้งสองฝ่ายต่างพยายามเพิ่มแรงกดดันและเดิมพันทางการเมืองก่อนที่จะมีความพยายามครั้งที่สองในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และความไม่ไว้วางใจที่ยังฝังลึกระหว่างทั้งสองประเทศ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาของอิหร่าน ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันอังคาร โดยวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่ากำลัง “ปิดล้อมและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง” พร้อมทั้งกล่าวหาว่าสหรัฐฯ พยายามเปลี่ยนโต๊ะเจรจาให้กลายเป็น “โต๊ะยอมจำนน” หรือใช้เป็นข้ออ้างในการกลับไปสู่การทำสงครามอีกครั้ง คำกล่าวนี้ไม่เพียงเป็นการตอบโต้เชิงการเมือง แต่ยังสะท้อนมุมมองของอิหร่านที่มองว่าสหรัฐฯ ใช้การเจรจาเป็นเครื่องมือกดดันมากกว่าการหาทางออกอย่างแท้จริง กาลิบาฟยังส่งสัญญาณว่าอิหร่านมี “อำนาจต่อรองใหม่” ในสถานการณ์เผชิญหน้าครั้งนี้ โดยกล่าวว่า “ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เตรียมเปิดเผยไพ่ใบใหม่ในสนามรบ” แม้จะไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม แต่คำพูดดังกล่าวสามารถตีความได้ว่าอิหร่านอาจมีมาตรการทางทหาร เทคโนโลยี หรือยุทธศาสตร์ใหม่ที่พร้อมจะนำมาใช้ ซึ่งอาจเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับสถานการณ์มากขึ้น พร้อมย้ำจุดยืนว่า “เราไม่ยอมรับการเจรจาภายใต้เงาของการคุกคาม” ซึ่งสะท้อนถึงการปฏิเสธแรงกดดันจากภายนอกอย่างชัดเจน ถ้อยแถลงที่รุนแรงขึ้นนี้เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ได้ออกมาขู่ซ้ำว่าจะใช้กำลังทหารอย่างหนักหน่วงโจมตีอิหร่าน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยถึงขั้นกล่าวว่า “ระเบิดจำนวนมากจะเริ่มถูกทิ้ง” คำขู่เช่นนี้ยิ่งทำให้บรรยากาศการเจรจาตึงเครียด และเพิ่มความเสี่ยงที่สถานการณ์จะลุกลามไปสู่ความขัดแย้งทางทหารเต็มรูปแบบ ในขณะเดียวกัน สถานะของการเจรจาสันติภาพในอนาคต รวมถึงรายละเอียดสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ กลับยิ่งคลุมเครือมากขึ้น โดยทรัมป์เองมีท่าทีที่เปลี่ยนไปมา ระหว่างการใช้วาทะเชิงข่มขู่กับการแสดงความพร้อมที่จะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง สะท้อนถึงความไม่แน่นอนในนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของทั้งพันธมิตรและฝ่ายตรงข้าม มาร์ค ซีเวอร์ส อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ…

  • |

    เฟดเปลี่ยนยุค! “เควิน วอร์ช” รับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ท่ามกลางเงินเฟ้อพุ่ง-ECB คุมเชิง

    ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่บทใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เพิ่งผ่านการเปลี่ยนผู้นำครั้งประวัติศาสตร์ ขณะที่เงินเฟ้อในสหรัฐฯ กลับมาพุ่งสูงเกิน 3.8% ต่อปี และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็เลือกยืนดอกเบี้ยท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่น สถานการณ์เหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงไทย ที่ต้องเฝ้าติดตามทิศทางนโยบายการเงินโลกอย่างใกล้ชิด เฟดเปลี่ยนยุค: “เควิน วอร์ช” ขึ้นแท่นประธานคนที่ 17 วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 54 ต่อ 45 เสียง รับรองนายเควิน วอร์ช อายุ 56 ปี ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คนที่ 17 สืบต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งครบวาระในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 การโหวตครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในมติที่มีความขัดแย้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การแต่งตั้งประธานเฟด สะท้อนให้เห็นว่าความเป็นอิสระของธนาคารกลางกลายเป็นประเด็นทางการเมืองอย่างเต็มตัว วอร์ชได้รับการยืนยันจากวุฒิสภาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 และจะเข้ารับตำแหน่งต่อจากพาวเวลล์ที่หมดวาระประธาน สิ่งที่น่าสนใจคือ พาวเวลล์จะยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการ Fed ต่อไป หลังการสืบสวนทางอาญาของกระทรวงยุติธรรมที่เกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงาน Fed ทำให้เขาตัดสินใจอยู่ต่อ โดยเขาย้ำว่าการโจมตีสถาบันเฟดคุกคามความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินโดยปราศจากปัจจัยทางการเมือง…

  • นักเทรดบน Kalshi คาด WTI จะพุ่งทะลุ 125 ดอลลาร์ เกินสถิติสูงสุดในช่วงสงครามอิหร่าน

    ในขณะที่ตลาดน้ำมันดิบโลกยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นักเทรดบนแพลตฟอร์ม Kalshi ซึ่งเป็นตลาดทำนายเหตุการณ์ (Prediction Markets) ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ยังไม่ถึงจุดสูงสุดของปีนี้ และยังมีโอกาสที่จะพุ่งขึ้นไปสูงกว่าระดับสูงสุดในช่วงสงครามอีกมาก ตัวเลขที่ตลาดทำนายบอก: มากกว่าครึ่งหนึ่งเชื่อว่าจะแตะ 127 ดอลลาร์ ข้อมูลจาก Kalshi ระบุว่ามีโอกาส มากกว่า 50% ที่ราคา WTI จะแตะระดับ 127 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าระดับปิดสูงสุดในปัจจุบันที่ประมาณ 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 7 เมษายนอย่างมีนัยสำคัญ และนักเทรดยังประเมินโอกาส 63% ที่ราคาจะข้ามระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคา WTI ยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะประกาศหยุดยิง แต่ก็ยังสูงกว่าระดับต่ำสุดที่ 82.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 17 เมษายนอย่างมาก ราคาปัจจุบันกลับมาอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง…

  • Apple แต่งตั้งซีอีโอคนใหม่: John Ternus รับไม้ต่อจาก Tim Cook

    บริษัท Apple ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า John Ternus จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ของบริษัท โดยจะเข้ารับตำแหน่งแทน Tim Cook ซึ่งจะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นประธานกรรมการบริหาร (Executive Chairman) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นไป นับเป็นการเปลี่ยนผู้นำระดับสูงครั้งสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และอาจเป็นจุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในทศวรรษถัดไปของบริษัท Ternus ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัททันทีที่ขึ้นเป็น CEO ขณะเดียวกัน Arthur Levinson ประธานกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร (nonexecutive chairman) จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้อำนวยการอิสระหลัก (lead independent director) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญในการกำกับดูแลความโปร่งใสและความสมดุลของอำนาจภายในบอร์ด Apple ระบุในแถลงการณ์ว่า Cook จะยังคงทำหน้าที่ CEO ไปจนถึงช่วงฤดูร้อน เพื่อทำงานร่วมกับ Ternus อย่างใกล้ชิดในการส่งมอบงานและถ่ายทอดประสบการณ์ให้ราบรื่นที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงการวางแผนสืบทอดตำแหน่งอย่างเป็นระบบ และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผู้นำอย่างกะทันหัน นี่ถือเป็นการเปลี่ยน CEO ครั้งแรกของ Apple นับตั้งแต่ Cook เข้ารับตำแหน่งต่อจาก Steve Jobs…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *