วอลล์สตรีท

  • | |

    วอลล์สตรีทระทึกก่อนสัปดาห์ชี้ชะตา จับตา PCE Nvidia และแจ็กสันโฮล

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมด้วยภาพที่ขัดแย้งกันในตัวเอง เมื่อแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กลบข่าวดีจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) เริ่มย่อตัวลง ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.28% มาปิดที่ 7,652.86 จุด ถอยห่างจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เพิ่งทำไว้เมื่อต้นเดือนออกไปอีกก้าว ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ที่มีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูงร่วงลงแรงกว่าที่ 0.76% ปิดที่ 25,980.19 จุด สวนทางกับดัชนี Dow Jones Industrial Average ที่ยังบวกได้ 140.15 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 53,417.16 จุด ตามรายงานของ CNBC ภาพดังกล่าวเป็นเพียงบทนำของสัปดาห์ที่นักลงทุนทั่วโลกขนานนามว่าเป็น “สัปดาห์แห่งการชี้ชะตา” ของตลาดช่วงปลายฤดูร้อน เพราะภายในไม่กี่วันข้างหน้า วอลล์สตรีทต้องเผชิญเหตุการณ์สำคัญถึงสามด้านพร้อมกัน ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญที่สุด ผลประกอบการของ Nvidia บริษัทที่เป็นหัวใจของกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปราศรัยครั้งแรกของนายเควิน วอร์ช…

  • | |

    วอลล์สตรีทปิดสัปดาห์แดง! พายุพันธบัตร-น้ำมัน-เฟดถล่มหุ้นสหรัฐ

    บทวิเคราะห์ชิ้นนี้จะพาผู้อ่านเจาะลึกทุกแรงขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นในสัปดาห์แห่งความปั่นป่วน ตั้งแต่กลไกในตลาดตราสารหนี้ ไปจนถึงสมรภูมิพลังงาน คริปโทเคอร์เรนซีที่สวนกระแสพุ่งแรง ทองคำที่ยืนเหนือระดับสูงสุด และที่สำคัญที่สุดคือ “ผลกระทบที่ส่งตรงถึงกระเป๋าเงินของนักลงทุนไทย” ในทุกมิติ สิ่งที่ทำให้สัปดาห์นี้แตกต่างจากช่วงก่อนหน้า คือการที่ตลาดต้องเผชิญ “แรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน” (multiple headwinds) ในเวลาเดียวกัน แทนที่จะเป็นปัจจัยเดี่ยว ๆ ที่ตลาดพอจะรับมือได้ ทั้งความเสี่ยงด้านการคลัง ความเสี่ยงด้านนโยบายการเงิน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่ตึงตัว ได้ประดังเข้ามาในจังหวะเดียวกัน จนทำให้ความสงบในช่วงต้นเดือนสิงหาคมกลายเป็นเพียงความสงบก่อนพายุ และเปิดฉากสู่ช่วงเวลาที่นักลงทุนต้องกลับมาให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างจริงจังอีกครั้ง 1. ภาพรวมสัปดาห์: สามดัชนีปิดลบยกแผง แม้วันศุกร์ดีดกลับ บรรยากาศการซื้อขายในสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนคำว่า “กระตุกขึ้น-ทรุดลง” ได้อย่างชัดเจน ตลาดเปิดสัปดาห์ด้วยแรงขายต่อเนื่อง ก่อนจะสลับบวก-ลบรายวันตามข่าวสารที่ไหลเข้ามาอย่างไม่หยุด และแม้จะจบสัปดาห์ด้วยการฟื้นตัว แต่ก็ไม่เพียงพอจะลบล้างความเสียหายสะสมได้ ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.43% ที่ระดับ 7,674.37 จุด ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต บวก 0.43% ปิดที่ 26,180.45 จุด ขณะที่ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เป็นพระเอกของวัน ด้วยการพุ่งขึ้นถึง…

  • | |

    วอลล์สตรีทถอยจากจุดสูงสุด น้ำมันพุ่ง บอนด์ยีลด์ทะยาน ก่อนเปิดรายงานเฟด

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยอาการ “ถอยเพื่อตั้งหลัก” หลังไต่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยแรงกดดันหลักมาจากสามปัจจัยที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ได้แก่ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากความไม่แน่นอนของวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวที่ทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ และความกังวลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ที่ตลาดยังอ่านทางไม่ออก ท่ามกลางกระแสการลงทุนในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นเสาค้ำยันสำคัญเพียงหนึ่งเดียวที่พยุงบรรยากาศไม่ให้ทรุดลงแรง ในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2026 ดัชนีหลักทั้งสามตัวของวอลล์สตรีทปิดในแดนลบพร้อมกัน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ร่วงลง 272.63 จุด หรือราว 0.51% ปิดที่ 53,459.78 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นมาตรวัดตลาดในวงกว้าง ลดลง 0.52% มาอยู่ที่ 7,745.06 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยี ปรับลง 0.32% ปิดที่ 26,644.91…

  • | |

    S&P 500 ทะลุ 7,800 จุดทำนิวไฮ! เงินเฟ้อชะลอ-เฟดจ่อคงดอกเบี้ย

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2026 ด้วยการทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง เมื่อดัชนี S&P 500 ทะยานผ่านระดับ 7,800 จุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด หลังตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนกรกฎาคมออกมา “แบนราบ” เกินความคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ ตอกย้ำสัญญาณจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันก่อนหน้าที่บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคากำลังคลี่คลาย และเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจ “คงดอกเบี้ย” ต่อไปได้ แทนที่จะต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมตามที่ตลาดหวาดกลัวมาตลอดหลายเดือน ทว่าเบื้องหลังตัวเลขนิวไฮที่ดูสวยงามนั้น กลับซ่อนความเปราะบางและความขัดแย้งเชิงโครงสร้างเอาไว้หลายชั้น ทั้งภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อและยังปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ของการค้าน้ำมันโลก การแบ่งฝ่ายภายในคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ตลอดจนปรากฏการณ์ที่หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่าง Cisco และ Cerebras ถูกเทขายอย่างหนัก ทั้งที่รายงานผลประกอบการออกมาเติบโตแข็งแกร่ง สะท้อนว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่ “ดีแค่ไหนก็ยังไม่พอ” บทความนี้จะพาผู้อ่านไปสำรวจภาพรวมทั้งหมดของวอลล์สตรีทในสัปดาห์นี้ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจส่งตรงถึงพอร์ตของนักลงทุนไทย ภาพรวมตลาด: สามดัชนีหลักปิดบวก S&P 500 นำทัพทำนิวไฮเหนือ 7,800 จุด ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี ดัชนี S&P…

  • | |

    วอลล์สตรีทนิวไฮ! จ้างงานสหรัฐฯ พลิกอ่อนแอ ตลาดลุ้นเฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ย

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์การซื้อขายที่ผ่านมาด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง หลังรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนกรกฎาคมพลิกออกมาติดลบเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ ปลุกความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ Kevin Warsh อาจต้องพักการพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัวแรง ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบสองเดือน และตลาดยังจับตาสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงกดดันราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด ภาพรวมของ Wall Street ในสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนภาวะ “ข่าวร้ายกลายเป็นข่าวดี” (bad news is good news) อย่างชัดเจน กล่าวคือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาอ่อนแอกลับเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้น เพราะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและทำให้นักลงทุนคลายความกังวลว่าเฟดจะเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป ท่ามกลางบริบทที่ไม่ปกติ เมื่อเฟดในเวลานี้กำลังชั่งใจระหว่างการ “ขึ้น” ดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ มากกว่าการ “ลด” ดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่ตลาดคุ้นเคยในช่วงหลายปีก่อนหน้า บทความนี้จะสรุปภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ และวิเคราะห์ผลกระทบต่อนักลงทุนไทยอย่างรอบด้าน วอลล์สตรีทปิดนิวไฮ ปิดสัปดาห์แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดที่ระดับ 7,757.64 จุด เพิ่มขึ้น 0.62% ซึ่งเป็นการปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่…

  • | |

    วอลล์สตรีทแยกทาง! ดาวโจนส์นิวไฮ 5 วันติด S&P500-Nasdaq ย่อ รอตัวเลขจ้างงาน

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันพุธที่ 5 สิงหาคม ในภาพที่อธิบายได้ด้วยคำเดียวว่า “แยกทาง” เมื่อดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ยังเดินหน้าทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ปิดที่ 54,349.12 จุด บวก 263.24 จุด หรือราว 0.49% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ย่อลง 0.17% มาอยู่ที่ 7,723.55 จุด ตัดสถิติบวก 4 วันติด ส่วน Nasdaq Composite ที่หนักไปทางหุ้นเทคโนโลยีร่วงแรงกว่าที่ 0.83% ปิดที่ 26,363.44 จุด สะท้อนแรงหมุนเวียนเงินลงทุน (rotation) ที่ไหลออกจากกลุ่มเทคฯ และเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งร้อนแรงมาทั้งสัปดาห์ เข้าสู่หุ้นกลุ่มเศรษฐกิจดั้งเดิมอย่างอุตสาหกรรม การแพทย์ และการเงิน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้บริบทที่ซับซ้อน ทั้งผลประกอบการไตรมาสสองของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ทยอยประกาศออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ความหวังต่อข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กดราคาน้ำมันลง และความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช…

  • | |

    วอลล์สตรีททำนิวไฮ 4 วันติด S&P 500 ทะลุ 7,700 ดาวโจนส์พุ่ง 900 จุด

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ในการซื้อขายวันอังคารที่ 4 สิงหาคม โดยดัชนี S&P 500 บวก 1.79% ปิดที่ 7,736.52 จุด ทำสถิติปิดสูงสุดใหม่แซงระดับเดิมของเดือนมิถุนายน ขณะที่ดาวโจนส์ทะยาน 907.47 จุด หรือ 1.71% ปิดที่ 54,085.88 จุด และแนสแด็กคอมโพสิตพุ่งแรงสุด 2.59% ปิดที่ 26,584.99 จุด แรงขับเคลื่อนหลักมาจากความหวังว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง กดราคาน้ำมันดิบร่วงแรง ประกอบกับผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทเทคโนโลยีกลุ่ม AI ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด นำโดย Palantir ที่พุ่งเกือบ 30% ในวันเดียว ปลุกความเชื่อมั่นว่าดีมานด์ปัญญาประดิษฐ์ยังไม่แผ่ว ภาพรวมตลาด: แรลลีสี่วันติดพาวอลล์สตรีทกลับสู่โหมด Risk-On บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับสู่โหมดเปิดรับความเสี่ยง (risk-on) อย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นเดือนสิงหาคม หลังผ่านเดือนกรกฎาคมที่เต็มไปด้วยความผันผวน โดยเฉพาะจากความกังวลว่ากระแสการลงทุนใน AI อาจกำลังชะลอตัว การปิดตลาดวันอังคารถือเป็นวันที่ 4…

  • |

    วอลล์สตรีทรีบาวด์ก่อนศึกงบ Big Tech จับตา Alphabet-Tesla ทดสอบ AI

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาปิดในแดนบวกทั้งสามดัชนีหลักในการซื้อขายวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม ตัดวงจรขาลงติดต่อกันสามวันทำการ โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และผลประกอบการไตรมาสสองที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาดจากบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำ ทว่าบรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังถูกปกคลุมด้วยความไม่แน่นอนสามชั้นซ้อนกัน ทั้งการรอผลประกอบการของกลุ่ม Big Tech ที่จะเป็นบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ที่สุดของเมกะเทรนด์ปัญญาประดิษฐ์ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้ประธานคนใหม่ที่มีท่าทีสายเหยี่ยว และสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังคงกดดันราคาน้ำมันและความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดโลก สัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ต้องจับตาใกล้ชิดที่สุดของครึ่งหลังปี 2569 เพราะทิศทางของวอลล์สตรีทในไม่กี่วันข้างหน้าจะส่งผลต่อกระแสเงินทุนต่างชาติ ค่าเงินบาท และดัชนี SET โดยตรง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดในเวลานี้ พร้อมประเมินผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนของคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รีบาวด์ — สามดัชนีหลักตัดวงจรขาลงสามวัน จากรายงานของ CNBC การซื้อขายในวันอังคารปิดตลาดในแดนบวกทั้งกระดาน โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) บวกขึ้น 385.38 จุด หรือคิดเป็น 0.74% ปิดที่ระดับ 52,224.64 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดตลาดในวงกว้าง ปรับขึ้น 0.89% ปิดที่ 7,509.20 จุด ส่วนดัชนี…

  • วอลล์สตรีทปิดลบ หุ้นชิปฉุดตลาด TSMC กำไรทุบสถิติ Netflix ดิ่ง 8%

    หลังแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับมากดดันตลาดอีกครั้ง แม้บริษัทผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่อย่าง TSMC จะรายงานกำไรทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก็ตาม ขณะเดียวกัน Netflix ก็สร้างความผิดหวังด้วยรายได้ที่พลาดเป้าและแนวโน้มไตรมาสหน้าที่อ่อนแอ ส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 8% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ท่ามกลางแรงกดดันจากนโยบายการเงินที่ยังคงเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่น ภาพรวมการซื้อขายในวันพฤหัสบดีสะท้อนภาวะ “ความคาดหวังสูงเกินไป” ที่ครอบงำตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นักลงทุนเผชิญกับความย้อนแย้งที่น่าสนใจ กล่าวคือ ผลประกอบการของบริษัทชั้นนำหลายแห่งออกมาแข็งแกร่งเกินคาด แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลง ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดได้ซึมซับข่าวดีเข้าไปในราคาไปมากแล้ว (priced in) และกำลังมองหาปัจจัยกระตุ้นใหม่ที่จะผลักดันดัชนีให้ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อไป ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ระดับ 52,552.97 จุด ลดลง 105.67 จุด หรือราว 0.20% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.51% และดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี ร่วงลงหนักที่สุดถึง 1.47% ด้านดัชนี Russell 2000…

  • |

    วอลล์สตรีทดีดกลับรับเงินเฟ้อชะลอ IBM ดิ่ง 25% แบงก์กำไรทำสถิติ

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาปิดในแดนบวกเมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม หลังตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนมิถุนายนออกมา “เย็น” กว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ ช่วยลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัวแรงและผลประกอบการไตรมาส 2 ของกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนยังถูกปกคลุมด้วยเงาสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ผลักราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 10% ภายในสัปดาห์เดียว บทความนี้ประมวลภาพรวมความเคลื่อนไหวสำคัญของวอลล์สตรีท พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบที่ส่งตรงถึงตลาดหุ้นไทย ค่าเงินบาท และพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนไทย วอลล์สตรีทดีดกลับ: สามดัชนีหลักปิดบวกหลังตัวเลขเงินเฟ้อคลายกังวล ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันอังคารด้วยภาพที่ต่างจากต้นสัปดาห์อย่างสิ้นเชิง โดย CNBC รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.38% ปิดที่ระดับ 7,543.59 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยีทะยานขึ้น 0.9% ปิดที่ 26,107.01 จุด ส่วนดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดบวกเพียงเล็กน้อยที่ 9.63 จุด…