ตลาดหุ้นเอเชียระส่ำ นิกเกอิดิ่ง-เซตร่วง ขณะนักลงทุนจับตาซัมมิต Trump-Xi และสงครามอิหร่าน
|

ตลาดหุ้นเอเชียระส่ำ นิกเกอิดิ่ง-เซตร่วง ขณะนักลงทุนจับตาซัมมิต Trump-Xi และสงครามอิหร่าน

ตลาดหุ้นเอเชียสัปดาห์นี้ดำเนินไปท่ามกลางความไม่แน่นอนหลายชั้น ทั้งผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอด Trump-Xi ณ กรุงปักกิ่ง ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านที่กระทบเส้นทางพลังงานโลก และการตีความนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวลงแตะระดับ 61,644 จุด ในขณะที่ฮั่งเส็งของฮ่องกงเคลื่อนไหวรอบ 25,962 จุด ส่วนดัชนี SET ของไทยปิดที่ 1,517.95 จุด ลดลง 21.17 จุด สะท้อนแรงกดดันรอบด้านที่นักลงทุนต้องเผชิญในช่วงสัปดาห์สำคัญนี้

ซัมมิต Trump-Xi: เหตุการณ์ที่โลกจับตา

การเดินทางเยือนปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ที่นั่งตำแหน่งครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี การเดินทางครั้งนี้ยังมีซีอีโอรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วมคณะด้วย ไม่ว่าจะเป็นอีลอน มัสก์ จากเทสลา, ทิม คุก จากแอปเปิล, แลร์รี ฟิงก์ จากแบล็คร็อก และเคลลี ออร์เทอร์เบิร์ก ซีอีโอของโบอิ้ง

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่าการพูดคุยครั้งนี้มีแนวโน้มมุ่งเน้นประเด็นการค้าและการควบคุมการส่งออก ครอบคลุมทั้งภาษีศุลกากร การจำกัดการส่งออกแร่หายาก และเซมิคอนดักเตอร์ มากกว่าจะเป็นการรีเซตความสัมพันธ์ทวิภาคีในวงกว้าง พร้อมชี้ว่าจีนอาจตกลงเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตร พลังงาน และเครื่องบินจากสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีเพิ่มเติม

สิ่งที่ตลาดคาดหวังสูงสุดคือการต่ออายุสงบศึกทางการค้า ทั้งสองฝ่ายตกลงผลักดันความสัมพันธ์เชิงร่วมมือในวันแรกของการประชุม โดยมุ่งสร้าง “ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์” ซึ่งจะเป็นกรอบนำทางสำหรับสามปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม สัญญาณจากทรัมป์ระหว่างสัปดาห์ยังคงผสมปนเปกัน ประธานาธิบดีทรัมป์เตือนว่าสงบศึกนั้นอยู่ใน “สภาวะวิกฤติ” ซึ่งทำให้นักลงทุนในเอเชียยังไม่กล้าเปิดสถานะซื้อเต็มที่

นิกเกอิพลิกผัน ทะลุ 62,000 แล้วร่วงกลับ

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นสัปดาห์นี้สร้างจุดน่าสนใจทางเทคนิคหลายจุด ดัชนีนิกเกอิ 225 ทะลุระดับ 62,000 จุดเป็นครั้งแรก ขณะที่ตลาดเอเชียแปซิฟิกโดยรวมแสดงพลวัตที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดวันที่ 15-16 พฤษภาคม แสดงว่านิกเกอิปรับตัวลงมาปิดที่ระดับ 61,644 จุด ลดลงราว 1.61%

ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดญี่ปุ่นมาจากภาคพันธบัตรรัฐบาล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2540 แตะระดับ 2.545% หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผยว่าคณะกรรมการบางส่วนเห็นว่าควรปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้

Nikkei Asia รายงานว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง โดยตลาดจับตาว่าการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ จะส่งผลต่อค่าเงินเยนและการ unwind carry trade อย่างไร ซึ่งเหตุการณ์ครั้งก่อนในปี 2567 ทำให้นิกเกอิดิ่ง 26% ภายในระยะเวลาไม่ถึงเดือน ยังคงเป็นบทเรียนที่นักลงทุนระวังอยู่

ฮั่งเส็งเดินหน้าฝ่าความไม่แน่นอน ตาจับ Trump-Xi

ตลาดหุ้นฮ่องกงเคลื่อนไหวท่ามกลางความหวังและความกังวลสลับกันตลอดสัปดาห์ ดัชนีฮั่งเส็งปิดทรงตัวแถว 26,389 จุดในวันพฤหัสบดี หลังจากแรงซื้อต้นทำการจางลง เนื่องจากนักลงทุนยังลังเลที่จะเปิดสถานะใหม่ขณะรอความชัดเจนจากการประชุม Trump-Xi ในกรุงปักกิ่ง

ก่อนหน้านั้น ดัชนีฮั่งเส็งพุ่งขึ้น 160 จุด หรือ 0.6% มาอยู่ที่ 26,550 จุด ขณะที่ความหวังเรื่องการลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนหนุนบรรยากาศตลาดหุ้นฮ่องกง โดยหุ้นเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก นำโดยเทนเซนต์ที่บวก 2.6% พร้อมกับ Meituan, InnoScience Technology, Kuaishou และ Xiaomi ที่ปรับขึ้นในระดับใกล้เคียงกัน

South China Morning Post รายงานว่า Goldman Sachs มองว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้ “อาจเป็นตัวเร่งเชิงยุทธวิธีสำหรับความแข็งแกร่งของเงินหยวนและหุ้นจีน” โดยธนาคารยักษ์ใหญ่ยังคง overweight ในหุ้นจีน โดยเฉพาะ A-shares ในแผ่นดินใหญ่ มากกว่า H-shares ในฮ่องกง

ปัญหาที่กดดันตลาดเพิ่มเติมคือหุ้นเทคโนโลยีที่ร่วงแรง ในบรรดาหุ้นที่ปรับตัวลงแรงประกอบด้วย Tencent Holdings (-0.4%), Xiaomi (-2.7%), Meituan (-3.1%), Pop Mart (-3.1%) และ Kuaishou Technology (-2.8%) ขณะที่ SMIC พลิกกลับมาบวกเกือบ 2%

SET ไทย: ฟื้นตัวแต่ยังเปราะบาง ระหว่างเดินหน้าฝ่าพายุโลก

ดัชนี SET ของไทยปิดที่ 1,517.95 จุดในวันที่ 17 พฤษภาคม ลดลง 21.17 จุด โดยอยู่ในโซนที่นักวิเคราะห์มองว่าฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญจากจุดต่ำสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ข้อมูลจาก Bangkok Post ระบุว่า SET50 อยู่ที่ 993.92 จุด และ SET100 อยู่ที่ 2,127.38 จุด

ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า ดัชนี SET50 ปรับตัวขึ้น 1.2% มาอยู่แถว 983 จุด หลังจากสหรัฐฯ ระงับปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซ และมีผลประกอบการเชิงบวกจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หนุนให้ฟิวเจอร์ส S&P ปรับขึ้น

อย่างไรก็ดี มีปัจจัยเฉพาะในประเทศที่กดดันตลาดด้วยเช่นกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% พร้อมเตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ลงเหลือเพียง 1.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยในเดือนเมษายนพุ่งขึ้นแตะ 2.89% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 และใกล้เคียงกับขอบบนของกรอบเป้าหมาย 1-3% ของธนาคารกลาง

ก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นเดือนมีนาคม SET เคยดิ่งหนักถึง 5.3% ปิดที่ 1,384.61 จุด พร้อมมูลค่าซื้อขายสูงถึง 159,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึงสามเท่า หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน จนทำให้ตลาดต้องหยุดพักการซื้อขายชั่วคราวเมื่อดัชนีดิ่งเกิน 8%

Bangkok Post รายงานว่า Bualuang Securities ประเมินว่าหาก SET สามารถก้าวผ่านความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศได้ ดัชนีเป้าหมายสิ้นปีอยู่ที่ 1,440 จุด

เงินบาท: ดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทสะท้อนแรงกดดันที่ตลาดเผชิญอยู่ได้อย่างชัดเจน ข้อมูลจาก Bangkok Bank ณ วันที่ 15 พฤษภาคม ระบุว่าค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.33-32.87 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ (ราคาซื้อ-ขาย) ซึ่งอ่อนค่ากว่าช่วงต้นปีในระดับที่ต้องติดตาม

สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียทั้งหมดเผชิญแรงกดดันจากสองทาง ทั้งการเสริมความแข็งแกร่งของดอลลาร์และความผันผวนจากราคาน้ำมันที่ทะยานสูงขึ้นเนื่องจากความเสี่ยงต่อช่องแคบฮอร์มุซ

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียอย่างหนัก และต้องแบกรับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เจ้าหน้าที่สิงคโปร์เตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมเรียกร้องให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบได้อย่างเสรี

Nikkei Asia รายงานเพิ่มเติมว่า หากทรัมป์และสีจิ้นผิงบรรลุข้อตกลงเรื่องช่องแคบฮอร์มุซได้ จะเป็นผลดีต่อสกุลเงินและตลาดหุ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทันที รวมถึงค่าเงินบาทและดัชนี SET ด้วย

ปัจจัยเสี่ยงระยะสั้น: อิหร่าน แร่หายาก และเฟด

นอกจากปัจจัย Trump-Xi แล้ว สามตัวแปรหลักที่กำลังกำหนดทิศทางตลาดในช่วงนี้คือสถานการณ์อิหร่าน การห้ามส่งออกแร่หายากของจีน และนโยบายดอกเบี้ยของเฟด

สงครามอิหร่าน: ความขัดแย้งที่ดำเนินมานานกว่าที่ทำเนียบขาวคาดไว้กลายเป็นปัจจัยที่ซับซ้อนในการเจรจา ฝ่ายวิเคราะห์บางส่วนมองว่าจีนได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์จากสงครามครั้งนี้ เนื่องจากปักกิ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดและผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน

แร่หายาก: จีนระงับการส่งออกแร่หายากและแม่เหล็กที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก รวมถึงแบนการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์จาก Nexperia China ซึ่งสร้างความปั่นป่วนในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ส่งผลกระทบทางการเมืองและเศรษฐกิจในยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

เฟดและเงินเฟ้อสหรัฐฯ: ค่าดัชนี S&P 500 พุ่งทำ all-time high ใหม่ที่ 7,444.25 จุด แม้ว่าจะมีรายงานเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดออกมา โดยนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักในหุ้นเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ส่งสัญญาณว่าตลาดวอลล์สตรีทยังคงแข็งแกร่ง แต่ก็เพิ่มโอกาสที่เฟดจะคงดอกเบี้ยไว้นานขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่อย่างไทย

มุมมองจากนักวิเคราะห์: โอกาสและความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนไทย

Justin Feng นักเศรษฐศาสตร์เอเชียจาก HSBC กล่าวว่า ซัมมิต Trump-Xi ถือเป็น “การทดสอบสำคัญ” สำหรับพลวัตอำนาจ G2 ของโลก โดยชี้ว่าสหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรปรวมกันคิดเป็น 60% ของ GDP โลก ซึ่งผลลัพธ์ของการประชุมจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังทุกตลาดการเงิน

Paradorn Tiaranapramote รองประธานอาวุโสฝ่ายวิจัย Asia Plus Securities (ASPS) ให้ความเห็นในช่วงต้นปีว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าที่คาด ในขณะที่ไทยผ่านจุดต่ำสุดทางเศรษฐกิจแล้วในไตรมาสสามปีที่แล้ว และเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว

สำหรับนักลงทุนไทยในสภาวะปัจจุบัน ควรติดตามตัวแปรหลักสามด้านคือ (1) ผลลัพธ์เชิงรูปธรรมจากการประชุม Trump-Xi โดยเฉพาะเรื่องภาษีสินค้าและแร่หายาก (2) ความคืบหน้าของสงครามอิหร่านและผลกระทบต่อราคาพลังงาน ซึ่งส่งตรงมาถึงอัตราเงินเฟ้อไทย และ (3) ทิศทางเงินทุนต่างชาติที่จะไหลกลับเข้าหรือออกจากตลาดเกิดใหม่ขึ้นอยู่กับเฟด

บทสรุป: ตลาดเอเชียยืนหยัดแต่ยังต้องการ “ตัวเร่ง” ใหม่

สัปดาห์นี้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าตลาดการเงินเอเชียยังคงเป็นเกมที่ไวต่อสัญญาณจากมหาอำนาจ ดัชนีนิกเกอิที่เคยทะลุ 62,000 จุด ฮั่งเส็งที่แกว่งตัวรอบ 26,000 จุด และ SET ที่ฟื้นกลับมาเหนือ 1,500 จุด ล้วนสะท้อนความคาดหวังที่นักลงทุนมีต่อผลลัพธ์ของ Trump-Xi

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงยังคงรุมเร้าจากหลายทิศทาง ทั้งความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่าน ราคาน้ำมันที่สูง เงินเฟ้อที่ยังคงเกาะตัว และคำถามเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ สำหรับนักลงทุนไทย กลยุทธ์ที่นักวิเคราะห์หลายสำนักแนะนำคือการกระจายพอร์ตระหว่างหุ้นไทยที่ valuation น่าสนใจ หุ้นต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดจีน-ฮ่องกง และทองคำเป็น hedge ในยามที่ความไม่แน่นอนยังสูง

การจับตาปฏิกิริยาของตลาดเอเชียในช่วงสัปดาห์นี้จะบ่งชี้ว่านักลงทุนทั่วโลกมองผลการประชุมสุดยอด Trump-Xi ว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” จริงหรือเพียงแค่ “การจัดการความคาดหวัง” เท่านั้น

Similar Posts

  • | |

    ดาวโจนส์ทำนิวไฮก่อนย่อ หุ้นชิปร่วงหนัก Micron ดิ่ง 10% จับตา Fed ยุค Warsh

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดฉากไตรมาส 3 ปี 2026 ด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความหวังและความกังวล เมื่อดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ระหว่างวันที่ระดับ 52,742.66 จุด ก่อนจะแผ่วลงมาปิดตลาดในแดนลบเล็กน้อยที่ 52,305.24 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ร่วงลง 0.66% จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่างหนัก นำโดย Micron ที่ดิ่งลงกว่า 10% หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อความยั่งยืนของกระแสการลงทุนด้าน AI ที่ผลักดันตลาดมาตลอดครึ่งปีแรก ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาในสัปดาห์นี้คือการปรากฏตัวครั้งแรกบนเวทีระดับโลกของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ ในงานประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB Forum) ที่เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส ซึ่ง Warsh ส่งสัญญาณชัดเจนว่าเงินเฟ้อยังคง “สูงเกินไป” และ Fed จะเดินหน้าสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้ได้ พร้อมยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางจากแรงกดดันทางการเมือง ขณะเดียวกันตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ที่ออกมาต่ำกว่าคาด กำลังเพิ่มน้ำหนักให้กับรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ที่จะประกาศในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งเลื่อนมาเร็วกว่าปกติหนึ่งวันเนื่องจากตลาดปิดทำการในวันศุกร์เนื่องในวันชาติสหรัฐฯ บทความนี้จะพาผู้อ่านเจาะลึกความเคลื่อนไหวของวอลล์สตรีทในการซื้อขายวันแรกของไตรมาส 3 ตั้งแต่ภาพรวมดัชนีหลัก การหมุนเวียนของเม็ดเงินออกจากหุ้นชิปเข้าสู่หุ้นซอฟต์แวร์และกลุ่มการเงิน…

  • |

    วิเคราะห์เชิงลึก: เหตุการณ์ Zerion ถูกโจมตีด้วย AI และภัยคุกคามใหม่ของแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีได้เผชิญกับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการโจมตีที่ไม่ได้อาศัยช่องโหว่ทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่กลับมุ่งเป้าไปที่ “มนุษย์” ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของระบบ ล่าสุดกรณีของ Zerion ได้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มใหม่ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง นั่นคือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการทำ Social Engineering เพื่อเจาะระบบองค์กร ภาพรวมเหตุการณ์: Zerion ถูกเจาะระบบผ่าน “มนุษย์” ไม่ใช่โค้ด บริษัท Zerion ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกระเป๋าเงินคริปโตชื่อดัง ยืนยันเมื่อวันพุธว่า ถูกโจมตีทางไซเบอร์โดยกลุ่มที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ (DPRK) ผ่านแคมเปญ Social Engineering ระยะยาว แม้ว่าความเสียหายจะไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเหตุการณ์อื่นในวงการ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “วิธีการโจมตี” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาไปอีกขั้นของภัยไซเบอร์ วิเคราะห์เพิ่มเติม เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า: นี่คือการเปลี่ยนยุคของ Cybersecurity จาก “การป้องกันระบบ” ไปสู่ “การป้องกันพฤติกรรมมนุษย์” รายละเอียดการโจมตี: AI + Social Engineering ระดับสูง วิธีที่แฮกเกอร์ใช้ในการเจาะระบบ จากรายงานของ Zerion: แม้ว่าระบบหลักและเงินของผู้ใช้งานจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่บริษัทต้อง: วิเคราะห์เชิงลึก…

  • |

    วิกฤตพลังงานโลก 2569: สงครามอิหร่านฉุด GDP เงินเฟ้อพุ่ง กระทบไทยหนัก

    เมื่อโลกเพิ่งจะเริ่มหายใจได้สะดวกขึ้นหลังจากผ่านพ้นคลื่นภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ในปี 2568 บททดสอบใหม่ก็ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าเป็น “บททดสอบครั้งใหญ่” ของเศรษฐกิจโลก ช่องแคบฮอร์มุซ—ทางน้ำที่ขนส่งน้ำมันถึงราว 20% ของโลก—ถูกปิดตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งพรวด เงินเฟ้อที่กำลังจะสงบลงกลับฟื้นคืนชีพ และธนาคารกลางทั่วโลกต้องเผชิญกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการดูแลเสถียรภาพราคาและการพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจ บทความนี้รวบรวมภาพรวมล่าสุดของสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค นโยบายการเงิน และผลกระทบต่อนักลงทุนไทยที่ควรจับตา วิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน: จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของปี 2569 การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของการค้าน้ำมันโลก พร้อมกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอิหร่านและกลุ่มประเทศ GCC ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ตามการประเมินขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงโลก พุ่งขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่วันที่เกิดความขัดแย้งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ไปแตะระดับประมาณ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงกลางเดือนมีนาคม ขณะที่ในช่วงเวลาสูงสุด ราคา Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยพุ่งสูงสุดที่…

  • วิเคราะห์หุ้นสหรัฐฯ ดิ่งรับแรงเทขายบิ๊กเทค AI เงินทุนหมุนเข้ากลุ่ม Value หุ้นปันผลสูง

    สถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ (Wall Street) ล่าสุดประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ปิดตลาดในแดนลบสลับผันผวนอย่างรุนแรง โดยดัชนีหลักทั้ง S&P 500 และ Nasdaq ถูกกดดันอย่างหนักจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเคยกุมบังเหียนตลาดขาขึ้นมาอย่างยาวนาน ทว่าการปรับตัวลดลงในครั้งนี้กลับสวนทางกับภาพรวมของตลาดที่หุ้นกว่า 3 ใน 5 ตัวในดัชนี S&P 500 ยังคงสามารถปิดในแดนบวกได้ เนื่องจากนักลงทุนขยับเม็ดเงินเข้าสู่กลุ่มหุ้นดั้งเดิม (Value Stocks) และหุ้นขนาดเล็ก (Small-cap) หลังจากมีการเปิดเผย ข้อมูลดัชนีภาคการผลิต (ISM Manufacturing) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมิถุนายนที่ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก ส่งผลให้อัตราการว่างงานดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 4.2% ปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury yield) ชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดของวันที่ 4.50% มาอยู่ที่ 4.46%-4.47% เปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือลดความเข้มงวดในการปรับขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ลง ดัชนี…

  • |

    เฟดเปลี่ยนท่าที-อีซีบี ขึ้นดอกเบี้ยรอบแรกใน 3 ปี วิกฤตน้ำมันอิหร่านยังกดเงินเฟ้อโลก

    ฉากทัศน์เศรษฐกิจโลกในช่วงกลางปี 2026 กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ Kevin Warsh ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ทำให้ตลาดต้องสะดุ้งคือน้ำเสียงที่ “แข็งกร้าวกว่าที่คาด” ของถ้อยแถลง พร้อมกับการเปิดเผยว่าคณะกรรมการ FOMC เกือบครึ่งเห็นว่าธนาคารกลางอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ ไม่ใช่ลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่กลับมาคุกรุ่นจากวิกฤตพลังงาน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเงาของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดทับราคาพลังงานและความเชื่อมั่นของตลาดทุนทั่วโลกอยู่จนถึงวันนี้ สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องวางแผนพอร์ตการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของสถานการณ์ พร้อมประเมินผลกระทบที่อาจตามมา เฟดเปลี่ยนเกม: ประธานใหม่ ท่าทีใหม่ ความเสี่ยงขึ้นดอกเบี้ยกลับมาอีกครั้ง การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ถือเป็นการประชุมแรกที่ Kevin Warsh นั่งเก้าอี้ประธานเฟดอย่างเป็นทางการ และผลลัพธ์ที่ออกมาก็สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดไม่น้อย คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50-3.75% ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่ของปีนี้ สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขดอกเบี้ยคือรูปแบบการสื่อสารที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในการประชุมครั้งแรกของ Warsh แถลงการณ์ของเฟดได้รับการปรับให้สั้นกระชับขึ้นอย่างมาก และที่สำคัญกว่านั้น Warsh…

  • | |

    หุ้น SoftBank พุ่ง 16% ขณะตลาดหุ้นญี่ปุ่นฟื้นตัวแรงหลังหยุดยาว Nikkei 225 ทำสถิติสูงสุดใหม่

    ในวันพฤหัสบดีที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นกลับมาเปิดทำการอีกครั้งหลังจากปิดทำการช่วงวันหยุดยาว Golden Week บรรยากาศการซื้อขายกลายเป็นพายุของความกระตือรือร้นที่นักลงทุนแทบไม่ได้คาดไว้ เมื่อ SoftBank Group บริษัทลงทุนด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น พุ่งขึ้นถึง 16.5% ในการซื้อขายวันเดียว ทำสถิติการเพิ่มขึ้นที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 และขณะเดียวกัน ดัชนี Nikkei 225 ก็ทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงกำลังของกระแส AI ที่กำลังโหมกระพือทั่วโลกและญี่ปุ่นกำลังจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด “สามวันในวันเดียว”: เมื่อตลาดที่ปิดทำการนานเกินไปต้องไล่ตามโลก เพื่อเข้าใจว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงในวันนี้จึงรุนแรงขนาดนี้ จำเป็นต้องเข้าใจบริบทก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการในช่วงหยุดยาว Golden Week ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดประจำชาติที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ในขณะที่ตลาดหุ้นปิดอยู่นั้น โลกกำลังเกิดเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด กระแส AI ที่ยิ่งแรงขึ้น และสัญญาณบวกจากกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน Billy Leung นักยุทธศาสตร์การลงทุนของ Global X ETFs อธิบายสถานการณ์นี้ได้อย่างกระชับและตรงประเด็นว่า “ญี่ปุ่นปิดทำการในช่วงท้ายของ Golden Week ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกกำลังพุ่งขึ้น ดังนั้นการเคลื่อนไหววันนี้คือ Nikkei กำลังตีราคาสามเซสชันในวันเดียว” ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Catch-Up Rally”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *