เจาะลึกราคาทองคำมหาโหด: วิเคราะห์จุดสูงสุดประวัติศาสตร์และแนวโน้ม "สงกรานต์เลือดหรือลาภ" ปี 2569

เจาะลึกราคาทองคำมหาโหด: วิเคราะห์จุดสูงสุดประวัติศาสตร์และแนวโน้ม “สงกรานต์เลือดหรือลาภ” ปี 2569

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตลาดทองคำโลกและตลาดทองคำไทยได้จารึกสถิติใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวและน่าตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน เมื่อราคาทองคำพุ่งทะยานราวกับจรวดก่อนจะเกิดการปรับฐานอย่างรุนแรงในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ท่ามกลางบรรยากาศที่คนไทยกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ บทความนี้จะวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์ราคาทองคำทั้งในตลาดโลก (Gold Spot) และราคาทองคำแท่งของไทยอย่างเจาะลึก พร้อมบทวิเคราะห์แนวโน้มที่นักลงทุนต้องรู้

1. อัปเดตราคาทองคำวันนี้ (9 เมษายน 2569)

สถานการณ์ราคาทองคำในเช้าวันนี้เปิดตลาดมาด้วยการปรับตัวลงแรง หลังจากที่เมื่อวานนี้ (8 เมษายน) ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนักจนมีการประกาศราคาสลับไปมามากกว่า 50 ครั้ง

ตารางราคาทองคำไทย (ประกาศครั้งที่ 1)

ประเภททองคำราคารับซื้อ (บาท)ราคาขายออก (บาท)เปลี่ยนแปลง
ทองคำแท่ง 96.5%71,70071,900↓ 600
ทองรูปพรรณ 96.5%70,26672,700↓ 600
  • Gold Spot (นิวยอร์ก): เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 4,712 – 4,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  • ค่าเงินบาท: ทรงตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่บริเวณ 31.90 – 32.00 บาทต่อดอลลาร์

วิเคราะห์ภาพรวม: แม้ราคาจะปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดของเมื่อวานที่เคยแตะระดับ 73,900 บาท (ทองรูปพรรณ) แต่ระดับราคาในปัจจุบันที่ 71,000 ปลายๆ ยังถือว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา

2. ทำไมทองคำถึงพุ่งทะลุโลก? (บทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน)

ปัจจัยที่ผลักดันให้ทองคำขึ้นมาแตะระดับ $4,700 – $4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2569 นี้ ไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว แต่เป็น “Perfect Storm” ของสามปัจจัยหลัก:

A. วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ขั้นสุดยอด (Geopolitical Chaos)

สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาคือตัวแปรหลัก แม้จะมีข่าวการเจรจาหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ออกมาสั้นๆ จนทำให้ราคาทองคำย่อตัวลงมาในวันนี้ แต่ความไม่แน่นอนเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นชนักติดหลังที่ทำให้ไม่มีใครกล้าทิ้งทองคำอย่างถาวร ทองคำยังคงทำหน้าที่เป็น “สินทรัพย์หลบภัย” (Safe Haven) ที่ดีที่สุดในยามที่กลิ่นอายสงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มหนาหู

B. นโยบายการเงินและภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก

ในปี 2569 ธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) ส่งผลให้มีการเข้าซื้อทองคำสำรองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะธนาคารกลางในเอเชียและตะวันออกกลาง ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น (น้ำมันแตะ $100) ทองคำจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Hedge)

C. พฤติกรรมตลาดทองคำไทยและค่าเงินบาท

สิ่งที่ทำให้ราคาทองไทย “โหด” กว่าทองโลกในบางช่วง คือค่าเงินบาทที่ผันผวนหนัก แม้ในวันนี้บาทจะแข็งค่าช่วยกดราคาทองให้ถูกลงบ้าง แต่หากดูเทรนด์ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงไปแตะ 34-35 บาทในช่วงก่อนหน้า ได้กลายเป็นตัวคูณที่ทำให้ทองคำแท่งในไทยพุ่งไปแตะหลัก 7 หมื่นบาทได้อย่างรวดเร็ว

3. แนวโน้มราคาทองคำในช่วง “สัปดาห์สงกรานต์”

สำหรับพี่น้องชาวไทยที่กำลังสงสัยว่า “ควรขายทองไปเที่ยวสงกรานต์” หรือ “ควรซื้อเก็บไว้ก่อนหยุดยาว” นี่คือบทวิเคราะห์คาดการณ์:

กรณีที่ 1: สถานการณ์สงครามยืดเยื้อ (Bullish Scenario)

หากในช่วงหยุดยาวสงกรานต์ (13-16 เมษายน) การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว หรือมีการปะทะกันทางทหาร ราคาทองคำ Gold Spot มีโอกาสพุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ทันที ซึ่งจะดันให้ราคาทองไทยทะยานสู่ 75,000 – 80,000 บาท ในช่วงที่ตลาดบ้านเราปิดทำการ (แต่ร้านทองออนไลน์และแอปพลิเคชันยังคงวิ่งตามราคาโลก)

กรณีที่ 2: การเจรจาสันติภาพชั่วคราว (Bearish/Sideway Scenario)

หากในช่วงสงกรานต์มีการประกาศ “พักรบ” อย่างเป็นทางการ ทองคำอาจเกิดแรงเทขายทำกำไร (Sell on Fact) ราคามีโอกาสย่อตัวกลับมาทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,500 ดอลลาร์ หรือทองไทยอาจลงมาเห็นเลข 68,000 – 69,000 บาท อีกครั้ง

4. กลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย

“ทองคำในราคา 7 หมื่นบาท ไม่ใช่สนามเล่นของมือสมัครเล่นอีกต่อไป”

  1. สำหรับผู้ที่มีทองในมือ: หากคุณมีกำไรสะสมมาตั้งแต่บาทละ 3-4 หมื่น การแบ่งขายทำกำไร (Partial Take Profit) 20-30% ในช่วงราคาเหนือ 7 หมื่นบาทก่อนวันหยุดสงกรานต์ถือเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัย เพื่อเก็บเงินสดไว้เตรียมรับความผันผวน
  2. สำหรับผู้ที่อยากซื้อเพิ่ม: ไม่แนะนำให้ “ไล่ราคา” ในขณะที่กราฟเป็นแนวดิ่ง ควรเล็งจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาแตะแนวรับ หรือใช้วิธี DCA (ทยอยซื้อเฉลี่ย) เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดดอยที่ความสูงระดับประวัติศาสตร์
  3. ระวังช่วงหยุดยาว: ในวันที่ 13-15 เมษายน ตลาดทองคำแท่งในประเทศจะปิดการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ การซื้อขายผ่านแอปฯ จะมีความผันผวนของส่วนต่าง (Spread) ที่สูงขึ้น ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมให้ดี

5. บทสรุป: สงกรานต์ปี 2569 ปีแห่งทองคำสลัดสะบัด

ราคาทองคำในวันนี้ที่ระดับ 71,900 บาท เป็นเพียงจุดพักตัวท่ามกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่สงบ เทศกาลสงกรานต์ปีนี้อาจไม่ได้มีแค่สาดน้ำ แต่อาจมีการสาด “แรงเทขาย” หรือ “แรงไล่ซื้อ” อย่างหนักหน่วงในตลาดโลก นักลงทุนต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดชนิดรายชั่วโมง เพราะในโลกปี 2026 ข่าวเพียงหนึ่งทวีตหรือหนึ่งโดรนที่ตกผิดที่ สามารถเปลี่ยนราคาทองคำได้นับพันบาทในชั่วข้ามคืน

คำเตือน: การลงทุนในทองคำมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในช่วงที่มีความตึงเครียดของสงคราม ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

Similar Posts

  • | |

    GameStop หุ้นมีมยื่นข้อเสนอซื้อ eBay มูลค่า 56,000 ล้านดอลลาร์ หวังท้าชน Amazon

    ในหนึ่งในดีลที่กล้าหาญและเหนือความคาดหมายที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนสมัยใหม่ GameStop ผู้ค้าปลีกวิดีโอเกมสัญชาติอเมริกันที่เคยโด่งดังในฐานะ “หุ้นมีม” ได้ประกาศในวันอาทิตย์ว่าได้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ eBay แบบไม่ผูกมัดและไม่ได้รับการร้องขอ ในราคา 125 ดอลลาร์ต่อหุ้น ผ่านดีลที่ชำระครึ่งหนึ่งด้วยเงินสดและอีกครึ่งหนึ่งด้วยหุ้นสามัญของ GameStop ซึ่งประเมินมูลค่ารวมของแพลตฟอร์ม e-commerce ไว้ที่ประมาณ 55,500 ล้านดอลลาร์ ข้อเสนอนี้แสดงถึงเบี้ยบวม 20% จากราคาปิดของ eBay เมื่อวันศุกร์ที่ 104.07 ดอลลาร์ และเบี้ยบวมสูงถึง 46% จากราคาปิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่ GameStop เริ่มสร้างสถานะการถือครองหุ้นใน eBay การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความประหลาดใจให้กับวงการธุรกิจ แต่ยังตั้งคำถามสำคัญหลายประการเกี่ยวกับอนาคตของการค้าออนไลน์ในสหรัฐฯ และโลก ปฏิกิริยาของตลาด: ยินดีแต่ยังไม่เชื่อมั่นเต็มร้อย หลังจากข่าวแตกออกมาในช่วงนอกเวลาทำการ ตลาดตอบสนองอย่างรวดเร็วแต่ยังระมัดระวัง หุ้น eBay พุ่งขึ้นมากถึง 13.4% ในการซื้อขายหลังเวลาทำการ ไปแตะระดับประมาณ 118 ดอลลาร์ แต่ยังคงต่ำกว่าราคาที่ GameStop เสนอซื้อที่ 125 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ ช่องว่างระหว่างราคาเสนอซื้อที่ 125…

  • เจาะลึกพื้นฐานหุ้น (Stock Fundamentals) แบบครบวงจร: คู่มือวิเคราะห์มูลค่าหุ้นเชิงลึกสำหรับนักลงทุนระยะยาว

    ในโลกของการลงทุนที่เต็มไปด้วยความผันผวนและข้อมูลมหาศาล นักลงทุนจำนวนมากมักเริ่มต้นจากการติดตามข่าวสาร ดูกราฟราคา หรืออาศัยคำแนะนำจากบุคคลอื่นในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวอาจให้ผลลัพธ์ในระยะสั้น แต่ไม่ใช่รากฐานที่มั่นคงสำหรับความสำเร็จในระยะยาว สิ่งที่นักลงทุนระดับโลกให้ความสำคัญมาโดยตลอดคือ “การเข้าใจพื้นฐานของธุรกิจ” หรือที่เรียกว่า Stock Fundamentals ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงสุขภาพทางการเงิน ศักยภาพในการเติบโต และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนของบริษัท การวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental Analysis) จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น เปรียบเทียบกับราคาที่ตลาดกำหนด และค้นหาโอกาสในการลงทุนที่มีความคุ้มค่า นักลงทุนชื่อดังอย่าง Warren Buffett ได้ย้ำอยู่เสมอว่าการลงทุนที่ดีไม่ใช่การคาดเดาทิศทางตลาด แต่คือการเข้าใจคุณค่าของธุรกิจที่เราลงทุนอย่างแท้จริง ความหมายของ Stock Fundamentals Stock Fundamentals หมายถึงข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์สถานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ข้อมูลเหล่านี้มักปรากฏอยู่ในงบการเงิน เช่น งบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด ตัวชี้วัดพื้นฐานที่สำคัญประกอบด้วย: ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถตอบคำถามสำคัญได้ เช่น: หลักการทำงานของการวิเคราะห์พื้นฐาน การวิเคราะห์พื้นฐานมีเป้าหมายหลักคือการประเมิน “มูลค่าที่แท้จริง” (Intrinsic Value) ของหุ้น โดยไม่ยึดติดกับราคาที่ตลาดกำหนดในระยะสั้น กระบวนการวิเคราะห์โดยทั่วไปประกอบด้วย: นักวิเคราะห์จะนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบกันเพื่อสร้าง “ภาพรวมของบริษัท” และใช้ข้อมูลนั้นในการตัดสินใจลงทุน หากราคาหุ้นในตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง นักลงทุนอาจพิจารณาซื้อหุ้นนั้น ในทางกลับกัน หากราคาสูงเกินไป…

  • ผลประกอบการ Mag 7 และวาระสุดท้ายของ Powell: สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาสัปดาห์นี้

    หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแข็งแกร่งในวันศุกร์และ Nvidia ทำสถิติราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง นักลงทุนทั่วโลกกำลังเตรียมรับมือกับสัปดาห์ที่อัดแน่นไปด้วยเหตุการณ์สำคัญมากที่สุดแห่งฤดูกาลประกาศผลประกอบการนี้ ทั้งตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ย และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกที่กำลังจะออกมาพร้อมกัน ภาพรวมตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะมองไปข้างหน้า ย้อนดูตัวเลขจากสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อน ดัชนี S&P 500 ปิดวันศุกร์บวก 0.8% และทำกำไรได้ 0.6% ตลอดสัปดาห์ ขณะที่ Nasdaq ซึ่งเน้นหนักในกลุ่มเทคโนโลยีปิดวันศุกร์พุ่งขึ้นถึง 1.6% และสร้างผลตอบแทน 1.5% ตลอดช่วงห้าวันซื้อขาย ในทางตรงกันข้าม Dow Jones Industrial Average ปิดวันศุกร์ลดลง 0.2% และทำผลตอบแทนติดลบ 0.4% ตลอดสัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นขนาดใหญ่มากกว่าหุ้นในวงกว้าง สถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่านยังคงเป็นตัวแปรที่ไม่มีความแน่นอน และนักลงทุนจำนวนมากยังรู้สึกอึดอัดกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงคุกรุ่น แต่ในสัปดาห์นี้ตลาดจะมีปัจจัยขับเคลื่อนอื่นๆ มากมายที่จะช่วยตอบคำถามสำคัญของตลาด และในขณะเดียวกันก็อาจก่อให้เกิดคำถามใหม่ที่ยังไม่มีคำตอบ ไฮไลต์ปฏิทินเหตุการณ์สัปดาห์นี้ สัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่สำคัญที่สุดของปีสำหรับนักลงทุน ด้วยเหตุการณ์ใหญ่ที่ซ้อนทับกันอยู่หลายชั้น ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ และข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ Magnificent Seven เปิดบัญชีพร้อมกันวันพุธ จุดสนใจหลักของสัปดาห์คือผลประกอบการไตรมาสแรกจาก ห้าในเจ็ด บริษัทกลุ่ม Magnificent Seven…

  • ตลาดคริปโตเดือดร้อน: Bitcoin สะดุดที่ $77,000 ขณะ ETF ไหลออก $1 พันล้าน DeFi โดนแฮก และ Trump Media ถอนแผน ETF

    วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกกำลังเผชิญกับพายุหลายลูกพร้อมกัน ณ ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสถาบันที่ไหลออกจาก Bitcoin ETF เป็นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ รวมถึงมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์เดียว การที่ Trump Media ถอนแผนเปิดตัว ETF คริปโต ไปจนถึงเหตุการณ์ช็อควงการ DeFi เมื่อโปรโตคอล Echo ถูกแฮกผ่านการปลอมแปลง eBTC มูลค่ากว่า 76.7 ล้านดอลลาร์บน Blockchain Monad สัปดาห์ที่ผ่านมาจึงถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดของตลาดในปี 2569 นี้ ราคา Bitcoin ยังคงเคว้งอยู่ในกรอบแคบๆ รอบ $76,000–$77,000 ขณะที่ Ethereum ดิ่งลงแตะ $2,100 ท่ามกลางความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และแรงกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น บทความนี้จะพาท่านวิเคราะห์ทุกประเด็นที่กำลังส่งสัญญาณกำหนดทิศทางของตลาดในช่วงสัปดาห์นี้ Bitcoin ติดหล่ม $77,000: ตลาดรอสัญญาณจากสงครามอิหร่านและอัตราดอกเบี้ย ภาพรวมราคาของ…

  • เศรษฐกิจโลก 2026: สงครามตะวันออกกลาง ดอกเบี้ยสูง และผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

    เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับพายุหลายลูกพร้อมกัน ทั้งสงครามในตะวันออกกลางที่ฉุดรั้งการเติบโต ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจนหลายธนาคารกลางต้องทบทวนเส้นทางดอกเบี้ย และภาวะเงินเฟ้อที่กลับมาร้อนแรงในหลายประเทศ ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2026 ลงเหลือเพียง 3.1% จากที่เคยคาดไว้ที่ 3.4% ก่อนความขัดแย้งจะปะทุ สำหรับประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้อีกต่อไป IMF ส่งสัญญาณเตือน: เศรษฐกิจโลกอยู่ใต้เงาสงคราม รายงาน World Economic Outlook ฉบับเดือนเมษายน 2026 ของ IMF ตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ “Global Economy in the Shadow of War” สื่อสารถึงสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้อย่างชัดเจน ก่อนการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวที่น่าประทับใจ ภาคเอกชนปรับตัวรับมือกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ได้ดี ในขณะที่บูมของ AI และการลงทุนด้านเทคโนโลยีหนุนการเติบโต แต่ทุกอย่างพลิกผัน เมื่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้เปลี่ยนภาพรวมเศรษฐกิจโลกอย่างสิ้นเชิง ภายใต้สมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งจะจำกัดขอบเขตและระยะเวลา IMF คาดว่าการเติบโตของ GDP โลกจะชะลอตัวสู่ระดับ 3.1% ในปี 2026…

  • |

    ตลาดหุ้นเอเชียระส่ำ นิกเกอิดิ่ง-เซตร่วง ขณะนักลงทุนจับตาซัมมิต Trump-Xi และสงครามอิหร่าน

    ตลาดหุ้นเอเชียสัปดาห์นี้ดำเนินไปท่ามกลางความไม่แน่นอนหลายชั้น ทั้งผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอด Trump-Xi ณ กรุงปักกิ่ง ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านที่กระทบเส้นทางพลังงานโลก และการตีความนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวลงแตะระดับ 61,644 จุด ในขณะที่ฮั่งเส็งของฮ่องกงเคลื่อนไหวรอบ 25,962 จุด ส่วนดัชนี SET ของไทยปิดที่ 1,517.95 จุด ลดลง 21.17 จุด สะท้อนแรงกดดันรอบด้านที่นักลงทุนต้องเผชิญในช่วงสัปดาห์สำคัญนี้ ซัมมิต Trump-Xi: เหตุการณ์ที่โลกจับตา การเดินทางเยือนปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ที่นั่งตำแหน่งครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี การเดินทางครั้งนี้ยังมีซีอีโอรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วมคณะด้วย ไม่ว่าจะเป็นอีลอน มัสก์ จากเทสลา, ทิม คุก จากแอปเปิล, แลร์รี ฟิงก์ จากแบล็คร็อก และเคลลี ออร์เทอร์เบิร์ก ซีอีโอของโบอิ้ง นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่าการพูดคุยครั้งนี้มีแนวโน้มมุ่งเน้นประเด็นการค้าและการควบคุมการส่งออก ครอบคลุมทั้งภาษีศุลกากร…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *