ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากอิหร่าน และผลประกอบการยักษ์ใหญ่ที่ต้องจับตา
| |

ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากอิหร่าน และผลประกอบการยักษ์ใหญ่ที่ต้องจับตา

แม้ว่าข่าวเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะยังมีความไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงไปมา แต่ตลาดหุ้นสหรัฐกลับเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม โดยดัชนีหลัก 2 ใน 3 สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ ขณะที่ทั้ง 3 ดัชนีปิดบวกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3

  • S&P 500 ปิดวันศุกร์เพิ่มขึ้น 1.2% และบวกทั้งสัปดาห์ 4.5%
  • Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.5% ในวันศุกร์ และพุ่งถึง 6.8% ตลอดสัปดาห์
  • Dow Jones Industrial Average แม้ยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่เพิ่มขึ้น 1.8% หรือกว่า 850 จุด และปิดสัปดาห์บวก 3.2%

วิเคราะห์เพิ่มเติม

ภาพรวมนี้สะท้อนสิ่งที่เรียกว่า “ตลาดมองข้ามความเสี่ยงระยะสั้น” (risk discounting) โดยนักลงทุนเลือกโฟกัสไปที่:

  • แนวโน้มกำไรของบริษัท
  • สภาพคล่องในระบบ
  • ความหวังว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ลุกลาม

ในเชิงพฤติกรรมตลาด การที่หุ้นขึ้นท่ามกลางข่าวลบ แสดงถึง “แรงซื้อเชิงโครงสร้าง” ที่ยังแข็งแกร่ง เช่น กองทุน, ETF และนักลงทุนสถาบันที่ยังคงไหลเข้าตลาด

ปฏิทินเศรษฐกิจ: ข้อมูลน้อย แต่ผลประกอบการแน่น

สัปดาห์นี้จะมีลักษณะ “ข้อมูลเศรษฐกิจเบา แต่ข่าวบริษัทหนัก” ซึ่งมักทำให้ตลาดตอบสนองต่อผลประกอบการรายบริษัทมากกว่าปัจจัยมหภาค

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ

  • ยอดค้าปลีก (Retail Sales) วันอังคาร
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก University of Michigan วันศุกร์

ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะจะสะท้อน “สุขภาพของผู้บริโภค” หลังจากเศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันจากสงครามและเงินเฟ้อมานานกว่า 2 เดือน

วิเคราะห์เชิงลึก

ผู้บริโภคเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ของเศรษฐกิจสหรัฐ (คิดเป็นกว่า 60-70% ของ GDP)
ดังนั้น:

  • ถ้ายอดค้าปลีกชะลอ → เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอ
  • ถ้าความเชื่อมั่นต่ำ → การใช้จ่ายในอนาคตจะลดลง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดัชนีความเชื่อมั่นก่อนหน้านี้ตกลงไปที่ 47.6 ซึ่งเป็นระดับต่ำมากในเชิงประวัติศาสตร์ สะท้อนความกังวลของผู้บริโภคต่อ:

  • ราคาสินค้าที่สูงเพิ่มมากขึ้น
  • ความไม่แน่นอนของสงคราม
  • รายได้ที่แท้จริงลดลง

หากตัวเลขยังไม่ฟื้น อาจเป็นสัญญาณว่าการบริโภคกำลังเข้าสู่ช่วงชะลอตัวจริง

ผลประกอบการบริษัทใหญ่: ตัวกำหนดทิศทางตลาดระยะสั้น

สัปดาห์นี้มีบริษัทสำคัญหลายแห่งรายงานผลประกอบการ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของเศรษฐกิจในหลายมิติ

บริษัทที่ต้องจับตา

  • Tesla (รายงานวันพุธ)
  • Intel (วันพฤหัสบดี)
  • Alaska Air Group (วันจันทร์)
  • United Airlines (วันอังคาร)
  • GE Vernova (วันพุธ)

วิเคราะห์เชิงลึกแยกอุตสาหกรรม

1. Tesla → ตัวแทนของ “AI + EV + Growth”

ผลประกอบการของ Tesla ไม่ได้สะท้อนแค่ยอดขายรถยนต์ แต่ยังเป็น proxy ของ:

  • ความต้องการสินค้าเทคโนโลยี
  • การลงทุนใน AI
  • sentiment ของหุ้น growth

หาก Tesla:

  • ทำได้ดีกว่าคาด → ตลาด growth อาจไปต่อ
  • ต่ำกว่าคาด → อาจเกิดแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยี

2. Intel → ตัวชี้วัดวัฏจักร semiconductor

Intel เป็นตัวแทนของ:

  • การลงทุนในชิป
  • ความต้องการด้าน data center
  • การแข่งขันใน AI hardware

ราคาหุ้นที่ขึ้นสูงสุดในรอบหลายปีสะท้อนความคาดหวังสูง
ดังนั้น “risk ของ disappointment” ก็สูงตามไปด้วย

3. สายการบิน → ตัวสะท้อนต้นทุนพลังงาน

บริษัทอย่าง Alaska Air และ United Airlines จะสะท้อน:

  • ผลกระทบจากราคาน้ำมัน
  • demand การเดินทาง
  • ความสามารถในการผลักต้นทุนไปยังผู้บริโภค

ถ้ากำไรถูกกดดัน → แสดงว่าต้นทุนพลังงานเริ่มกระทบจริง

4. GE Vernova → AI + พลังงาน

บริษัทนี้สำคัญมากเพราะอยู่ใน intersection ของ:

  • AI infrastructure
  • พลังงาน
  • data center

ถ้าผลออกมาดี → ยืนยัน narrative “AI boom ยังแข็งแรง”

ตลาดหุ้น: โหมด Risk-On กลับมา

นักวิเคราะห์จาก LPL Financial ระบุว่า: “Risk appetite กลับมา และมีการหมุนกลุ่มหุ้นเชิงวัฏจักร (cyclical rotation) เริ่มเกิดขึ้น”

วิเคราะห์เชิงกลยุทธ์

คำว่า “offense is taking the field” หมายถึง:

  • นักลงทุนเริ่มซื้อสินทรัพย์เสี่ยง
  • หุ้น cyclical เช่น industrial, tech เริ่ม outperform
  • เงินไหลออกจาก safe haven

นี่เป็นสัญญาณว่า:

  • ตลาดเชื่อว่าเศรษฐกิจยังไม่ถดถอย
  • หรืออย่างน้อย “เลวร้ายไม่เท่าที่กลัว”

อย่างไรก็ตาม การหมุนกลุ่ม (rotation) มักเกิดในช่วงต้นของ cycle
ซึ่งอาจหมายความว่า:

  • ตลาดกำลัง pricing การฟื้นตัว
  • หรือกำลัง over-optimistic

ความเสี่ยงจากอิหร่านยังไม่จบ

แม้จะมีสัญญาณบวก เช่น การเปิด Strait of Hormuz แต่สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน

  • Abbas Araghchi ระบุว่าช่องแคบ “เปิดแล้ว”
  • แต่การขนส่งจริงยัง “ติดขัด”

วิเคราะห์เชิงภูมิรัฐศาสตร์

นี่คือ classic case ของ “headline vs reality”:

  • ข่าวบวก → ตลาดขึ้น
  • แต่ข้อเท็จจริง → ยังมี friction

ความเสี่ยงสำคัญ:

  • ceasefire อาจไม่ยั่งยืน
  • การปิดช่องแคบอีกครั้ง
  • escalation ทางทหาร

ซึ่งทั้งหมดจะกระทบ:

  • ราคาน้ำมัน
  • supply chain
  • เงินเฟ้อ

Insight สำคัญ: ตลาดกำลังเดิมพันอะไร?

ตลาดหุ้นในตอนนี้กำลัง “เดิมพัน 3 อย่างพร้อมกัน”

1. สงครามจะไม่ลุกลาม

แม้ยังไม่มีข้อตกลงถาวร แต่ตลาดเชื่อว่า:

  • ความขัดแย้งจะถูกควบคุมได้

2. เศรษฐกิจยังไม่เข้าสู่ recession

ข้อมูลยังไม่ชี้ไปสู่การถดถอยเต็มรูปแบบ
แม้จะมีสัญญาณชะลอ

3. กำไรบริษัทยังแข็งแรง

earnings season จะเป็นตัวพิสูจน์ narrative นี้

บทวิเคราะห์เชิงลึก: ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่

แม้ตลาดจะดูแข็งแกร่ง แต่มีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ต้องระวัง

  • Valuation อยู่ในระดับสูง
  • ความคาดหวังต่อ AI และ growth สูงมาก
  • geopolitical risk ยัง unresolved
  • เงินเฟ้อยังไม่จบ

สิ่งที่อันตรายคือ:
ตลาดอาจกำลัง “pricing perfection”
แต่โลกความจริงยังเต็มไปด้วย uncertainty

สรุปเชิงมุมมอง (โดยไม่สรุปเนื้อหา)

สัปดาห์นี้จะเป็นช่วงสำคัญที่:

  • ข้อมูลผู้บริโภคจะบอกว่าเศรษฐกิจยังแข็งแรงหรือไม่
  • ผลประกอบการจะยืนยันหรือทำลาย narrative ตลาด
  • สถานการณ์อิหร่านจะเป็นตัวกำหนด sentiment

ตลาดในตอนนี้ไม่ได้เคลื่อนด้วย “ข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว”
แต่ขับเคลื่อนด้วย “ความคาดหวัง”

และเมื่อความคาดหวังสูง
ความเสี่ยงของความผิดหวังก็สูงตามไปด้วย

Similar Posts

  • | |

    Kospi ของเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่ ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวผสมผสาน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น-ความเสี่ยงจากอิหร่าน

    ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นเอกภาพในวันจันทร์ โดยมีทั้งดัชนีที่พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่และดัชนีที่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางบรรยากาศที่ซับซ้อนจากสองปัจจัยที่ดึงตลาดในทิศทางตรงข้ามกัน นั่นคือกระแส AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงแข็งแกร่ง กับความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าสิ้นสุด Kospi เกาหลีใต้: ดาวเด่นที่ทิ้งห่างทุกคน ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.67% ทำสถิติสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์ที่ 7,818.83 จุด ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่โดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค แรงขับเคลื่อนหลักของ Kospi มาจากกระแสชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังร้อนแรงทั่วโลก เกาหลีใต้เป็นที่ตั้งของ Samsung Electronics และ SK Hynix สองในสามผู้ผลิต DRAM ชิปความจำรายใหญ่ที่สุดของโลกที่รวมกันครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Micron Technology ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเกือบ 38% ในสัปดาห์เดียว ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อ Samsung และ SK Hynix ในฐานะบริษัทที่แข่งขันในตลาดเดียวกันและได้ประโยชน์จากการขาดแคลนชิปความจำเช่นเดียวกัน Samsung ที่เพิ่งเข้าร่วมสโมสรมูลค่าตลาด 1 ล้านล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และ SK Hynix ที่กำลังได้รับข้อเสนอมหาศาลจาก Big Tech…

  • เศรษฐกิจโลก 2026: สงครามตะวันออกกลาง ดอกเบี้ยสูง และผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

    เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับพายุหลายลูกพร้อมกัน ทั้งสงครามในตะวันออกกลางที่ฉุดรั้งการเติบโต ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจนหลายธนาคารกลางต้องทบทวนเส้นทางดอกเบี้ย และภาวะเงินเฟ้อที่กลับมาร้อนแรงในหลายประเทศ ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2026 ลงเหลือเพียง 3.1% จากที่เคยคาดไว้ที่ 3.4% ก่อนความขัดแย้งจะปะทุ สำหรับประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้อีกต่อไป IMF ส่งสัญญาณเตือน: เศรษฐกิจโลกอยู่ใต้เงาสงคราม รายงาน World Economic Outlook ฉบับเดือนเมษายน 2026 ของ IMF ตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ “Global Economy in the Shadow of War” สื่อสารถึงสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้อย่างชัดเจน ก่อนการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวที่น่าประทับใจ ภาคเอกชนปรับตัวรับมือกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ได้ดี ในขณะที่บูมของ AI และการลงทุนด้านเทคโนโลยีหนุนการเติบโต แต่ทุกอย่างพลิกผัน เมื่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้เปลี่ยนภาพรวมเศรษฐกิจโลกอย่างสิ้นเชิง ภายใต้สมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งจะจำกัดขอบเขตและระยะเวลา IMF คาดว่าการเติบโตของ GDP โลกจะชะลอตัวสู่ระดับ 3.1% ในปี 2026…

  • | |

    AI กำลังมา!!! Nvidia หนุน Vast Data ระดมทุนแตะมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์

    บริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ Vast Data ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการระดมทุนรอบใหม่มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นแตะระดับ 30,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท นับเป็นหนึ่งในดีลที่สะท้อนความร้อนแรงของอุตสาหกรรม AI ได้อย่างชัดเจน โดยมี Nvidia ยักษ์ใหญ่ด้านชิปประมวลผลกราฟิกและ AI เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนหลักร่วมกับนักลงทุนสถาบันระดับโลก การระดมทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นตัวเลขที่น่าจับตา แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญว่าตลาดกำลังให้คุณค่ากับ “โครงสร้างพื้นฐาน AI” มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโมเดล AI ระดับโลกจำนวนมาก Vast Data คือใคร และเหตุใดจึงมีความสำคัญในยุค AI Vast Data ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาโซลูชันด้านการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (data infrastructure) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับยุค AI โดยเฉพาะ ในโลกของ AI การมีโมเดลที่ทรงพลังเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมี “ข้อมูล” ที่มีคุณภาพและสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วในระดับมหาศาล เนื่องจากการฝึกโมเดล AI จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาล และต้องสามารถส่งข้อมูลเข้าสู่ GPU…

  • การซื้อขายหุ้น Tesla รอบประกาศผลประกอบการ: เหมือนโยนเหรียญ แต่นักลงทุนระยะยาวมีโอกาสได้เปรียบกว่า

    ทุกครั้งที่ Tesla เตรียมประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส นักเทรดทั่วโลกต่างจับตามองด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึก เพราะหุ้นตัวนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของการเคลื่อนไหวราคาที่รุนแรงและคาดเดาได้ยาก บางครั้งพุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน บางครั้งก็ดิ่งลงอย่างน่าใจหาย ทำให้ดูเหมือนว่าการเล่นรอบประกาศผลประกอบการของ Tesla นั้นเป็นโอกาสทองของนักเก็งกำไร แต่ข้อมูลทางสถิติที่สะสมมาตลอดกว่า 15 ปีกลับบอกเล่าเรื่องราวที่น่าคิดกว่านั้นมาก นั่นคือ การเดิมพันระยะสั้นรอบประกาศผลนั้นไม่ต่างอะไรกับการโยนเหรียญ แต่สำหรับนักลงทุนที่มีความอดทนและมองการณ์ไกล สถิติกลับเอนเอียงเข้าข้างพวกเขาอย่างชัดเจน ซื้อก่อนประกาศผล ผลลัพธ์คืออะไร? นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ข้อมูลจาก Yahoo Finance ซึ่งครอบคลุมผลประกอบการรายไตรมาสของ Tesla ทุกครั้งจนถึงปี 2026 ได้เปิดเผยภาพที่ชัดเจนว่า ระยะเวลาที่ถือหุ้นนั้นสำคัญอย่างยิ่งต่อผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับ หากซื้อหุ้น Tesla ก่อนการประกาศผลประกอบการแล้วถือไว้เพียง 1 วัน ผลตอบแทนเฉลี่ย (Median Return) จะอยู่ที่ -1.0% โดยมีอัตราชนะ (Win Rate) หรือสัดส่วนครั้งที่ได้กำไรอยู่ที่เพียง 48% ซึ่งต่ำกว่าการโยนเหรียญเสียอีก ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าแม้แต่การถือหุ้นผ่านคืนเดียวรอรับข่าวประกาศผลก็ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแต่อย่างใด ยืดระยะเวลาออกไปเป็น 1 สัปดาห์ สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไรนัก ผลตอบแทนเฉลี่ยยังคงติดลบที่ -1.1% และอัตราชนะก็ลดลงเล็กน้อยเหลือ…

  • ตลาดคริปโตสัปดาห์นี้: SpaceX เปิดคลัง Bitcoin, BitMine กวาด ETH, และยุค Warsh ที่กำลังทดสอบเส้นประสาทนักลงทุน

    ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2566 ดำเนินท่ามกลางแรงขับเคลื่อนที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง การเปิดเผยคลัง Bitcoin มูลค่ากว่า 1.29 พันล้านดอลลาร์ของ SpaceX และการเข้าซื้อ Ethereum ครั้งใหญ่ของ BitMine Immersion Technologies ตอกย้ำภาพการยอมรับของสถาบันที่ขยายกว้างขึ้นอย่างไม่หยุด ขณะที่อีกด้านหนึ่ง การเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ของ Kevin Warsh ที่มีท่าทีเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่พุ่งแตะระดับ 5% กำลังทำให้ Bitcoin ทรงตัวอยู่ในกรอบ 74,000–77,000 ดอลลาร์โดยไม่อาจทะลุขึ้นได้ SpaceX เปิดแฟ้ม S-1: บิตคอยน์ 18,712 เหรียญโผล่ในงบของบริษัทจรวด เหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดในรอบสัปดาห์นี้คือการที่ SpaceX ยื่นแบบแสดงรายการ S-1 ต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อเตรียม IPO ภายใต้ชื่อย่อหุ้น SPCX บนตลาด Nasdaq โดยบริษัทของ Elon Musk เปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าถือ Bitcoin…

  • |

    เศรษฐกิจโลกเผชิญพายุสามทิศ: สงครามตะวันออกกลาง อัตราดอกเบี้ยแข็งตัว และเงาเงินเฟ้อที่ยังไม่จาง

    โลกเดินเข้าสู่ปี 2569 ด้วยความหวังว่าเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวจากบาดแผลแห่งยุคโควิดและสงครามการค้า ทว่าชะตากรรมได้บิดแผนการนั้นเสียสิ้น เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่คุกรุ่นขึ้นกลายเป็นตัวแปรทำลายล้างที่ทรงพลังที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ได้ปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ลงเหลือเพียง 3.1% จากเป้าหมายเดิม 3.4% พร้อมระบุในรายงาน World Economic Outlook เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจโลกกำลัง “ยืนอยู่ในเงาของสงคราม” ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการกดดันเงินเฟ้อที่กลับมาพุ่งสูงกับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว สำหรับนักลงทุนไทยและผู้กำหนดนโยบาย ภาพรวมนี้มีนัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด สงครามตะวันออกกลาง: ตัวแปรที่เปลี่ยนสมการเศรษฐกิจโลก หากจะเข้าใจพลวัตเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ได้อย่างถูกต้อง จำเป็นต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของวิกฤต นั่นคือการปะทุของสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงาน ก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้น เศรษฐกิจโลกยังคงแสดงความแข็งแกร่งจากปลายปี 2568 โดยภาคเอกชนปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป ท่ามกลางมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าที่ประกาศไว้ การสนับสนุนทางการคลังของบางประเทศ เงื่อนไขทางการเงินที่เอื้ออำนวย และการเติบโตของเทคโนโลยี คาดการณ์ก่อนสงครามชี้ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตได้ถึง 3.4% แต่สงครามตะวันออกกลางได้หยุดโมเมนตัมนั้นไว้ ธนาคารโลกรายงานว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและการรบกวนการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรับภาระการขนส่งน้ำมันดิบทางทะเลของโลกประมาณ 35% ได้ก่อให้เกิดการลดลงของอุปทานน้ำมันโลกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเริ่มต้นที่ระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์จะปรับลงจากจุดสูงสุด แต่ยังคงสูงกว่าระดับต้นปีกว่า 50% และธนาคารโลกคาดการณ์ว่าน้ำมันดิบเบรนต์จะเฉลี่ยอยู่ที่…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *