กลยุทธ์พอร์ตหุ้นของ Greg Abel: 60% ของ Berkshire ลงทุนใน 9 หุ้นหลัก บอกอะไรนักลงทุนได้บ้าง?

กลยุทธ์พอร์ตหุ้นของ Greg Abel: 60% ของ Berkshire ลงทุนใน 9 หุ้นหลัก บอกอะไรนักลงทุนได้บ้าง?

การเปลี่ยนแปลงผู้นำจาก Warren Buffett ไปสู่ Greg Abel ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวบุคคล แต่เป็น “การเปลี่ยนโครงสร้างทางความคิด” ของหนึ่งในองค์กรลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Berkshire Hathaway

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Berkshire ถูกขับเคลื่อนด้วยแนวคิดแบบ Buffett คือ:

  • การลงทุนระยะยาวในธุรกิจคุณภาพสูง
  • การถือครองหุ้นระยะยาวแบบไม่ขายบ่อย
  • การเน้น “intrinsic value” มากกว่า market timing

แต่เมื่อ Greg Abel เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ภาพที่เริ่มปรากฏคือ “การจัดระเบียบพอร์ต” ให้ชัดเจนขึ้นผ่านการสร้าง core holdings ที่มีน้ำหนักสูงมากในพอร์ต ซึ่งสะท้อนแนวคิดที่ต่างจาก Buffett เล็กน้อยในเชิง “โครงสร้างการบริหาร” แม้จะยังอยู่บนพื้นฐานเดียวกันในเชิง “คุณภาพของธุรกิจ”

สิ่งที่น่าสนใจคือ Berkshire ไม่ได้ลดความซับซ้อนของพอร์ตเพียงเพราะความง่ายในการบริหาร แต่กำลังสะท้อนแนวคิดใหม่ว่า ในโลกที่ข้อมูลล้นและตลาดผันผวนสูง การมี “แกนหลักของพอร์ต” ที่ชัดเจนคือสิ่งจำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของผลตอบแทนระยะยาว

โครงสร้าง Core Holdings: 9 หุ้นที่กำหนดทิศทางพอร์ต 60% ของ Berkshire

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดคือการที่ 9 หุ้นหลักคิดเป็นประมาณ 60% ของพอร์ตหุ้นมูลค่ารวมกว่า 320,000 ล้านดอลลาร์ของ Berkshire ซึ่งเป็นการ “กระจุกตัวเชิงกลยุทธ์” ที่น่าสนใจมาก

การกระจุกตัวในลักษณะนี้ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มความเสี่ยงโดยตรงเสมอไป แต่สะท้อนแนวคิดว่า:

  • Berkshire มี “ความเชื่อมั่นสูง” ในธุรกิจเหล่านี้
  • บริษัทเหล่านี้มี “moat” หรือความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่แข็งแรง
  • cash flow มีความเสถียรเพียงพอที่จะรองรับความผันผวน

ในเชิงการบริหารพอร์ต การถือหุ้นจำนวนจำกัดแต่มีคุณภาพสูง มักทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่าการกระจายตัวแบบกว้างเกินไป เพราะช่วยลด “noise” และเพิ่มความชัดเจนของทิศทางการลงทุน

Apple: แกนเทคโนโลยีที่เปลี่ยนจากอุปกรณ์สู่ระบบนิเวศ AI

Apple ยังคงเป็นตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ต Berkshire ที่ 18.5% ซึ่งสะท้อนว่าแม้จะมีการขายบางส่วนในช่วงปี 2023–2025 แต่ความสำคัญของ Apple ในพอร์ตก็ยังไม่ลดลง

Apple ในมุมของ Berkshire ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงบริษัทขาย iPhone อีกต่อไป แต่เป็น “cash flow machine” ที่มี ecosystem แข็งแรงมากที่สุดในโลกเทคโนโลยี

การวิเคราะห์ Apple ต้องมอง 3 ชั้นหลัก:

1. การเปลี่ยนผ่านจาก Hardware ไปสู่ Services

รายได้จาก iPhone ยังเป็น core แต่สัดส่วนรายได้จากบริการ เช่น App Store, iCloud และ subscription กำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งมี margin สูงกว่าฮาร์ดแวร์อย่างมาก

2. AI เป็นตัวเร่งรอบใหม่ของการ upgrade

การพัฒนา AI เช่น Siri เวอร์ชันใหม่ อาจเป็น catalyst สำคัญที่ทำให้เกิด “super upgrade cycle” โดยเฉพาะเมื่ออุปกรณ์รุ่นเก่าไม่สามารถรองรับฟีเจอร์ AI ได้เต็มรูปแบบ

3. ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง

แม้ Apple จะมีความแข็งแรง แต่ความเสี่ยงอยู่ที่:

  • การเติบโตชะลอในตลาด mature
  • การแข่งขันด้าน AI จาก big tech รายอื่น
  • การพึ่งพาผลิตภัณฑ์หลักเพียงไม่กี่ตัว

ในเชิง valuation การซื้อขายที่ประมาณ 31x forward earnings สะท้อนว่า Apple ไม่ได้ถูก แต่ก็ไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับคุณภาพของ cash flow

American Express: โมเดลการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายและพฤติกรรมผู้บริโภค

American Express เป็นหนึ่งในหุ้นที่ Berkshire ถือมายาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในโมเดลธุรกิจระยะยาว

Amex แตกต่างจากธนาคารทั่วไป เพราะ:

  • เน้นกลุ่มลูกค้ารายได้สูง
  • มี ecosystem ปิด (closed-loop network)
  • ควบคุมทั้ง issuer และ network

สิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้:

  • รายได้จาก swipe fee (discount revenue) เติบโตช้า
  • รายได้ดอกเบี้ยเติบโตเร็วขึ้น
  • รายได้จากค่าธรรมเนียมบัตรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

การเพิ่มค่าธรรมเนียมบัตร Platinum และ Business card แสดงให้เห็นว่า Amex มี “pricing power” สูงมาก ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของธุรกิจคุณภาพ

ในเชิงวิเคราะห์ Amex กำลังเปลี่ยนจาก: payment company → lifestyle financial platform

การเติบโตแบบนี้ช่วยเพิ่ม operating leverage ทำให้กำไรเติบโตเร็วกว่า revenue

Coca-Cola: ธุรกิจ consumer staple ที่มีความเสถียรสูงสุดในพอร์ต

Coca-Cola เป็นตัวแทนของ “predictable business model” ที่ Berkshire ชื่นชอบ

โครงสร้างธุรกิจของ Coca-Cola มีจุดแข็งสำคัญคือ:

  • แบรนด์ระดับโลกที่ครอบคลุมกว่า 200 ประเทศ
  • portfolio กว่า 32 แบรนด์ที่มีมูลค่าระดับพันล้านดอลลาร์
  • ระบบ distribution ที่แข็งแรงมากผ่าน bottling partners

สิ่งที่ทำให้ Coca-Cola น่าสนใจในเชิงลงทุนไม่ใช่ growth แต่คือ “pricing power”

บริษัทสามารถ:

  • ขึ้นราคาโดยไม่เสีย volume มาก
  • รักษา margin ได้แม้ต้นทุนเพิ่ม
  • ใช้ brand leverage ในการเปิดตลาดใหม่

ในเชิงการวิเคราะห์ระยะยาว Coca-Cola เป็นตัวอย่างของ “compounder แบบช้าแต่มั่นคง” ที่ช่วย stabilize พอร์ต Berkshire

Moody’s: ธุรกิจข้อมูลที่มี moat เชิงโครงสร้างสูง

Moody’s เป็นหนึ่งในสามบริษัท rating ที่สำคัญที่สุดในโลก

ธุรกิจ rating มีลักษณะเฉพาะคือ:

  • เป็น infrastructure ของตลาดตราสารหนี้
  • นักลงทุนต้องพึ่ง rating เพื่อประเมินความเสี่ยง
  • ผู้เล่นใหม่เข้าสู่ตลาดได้ยากมาก

Moody’s มี 2 แกนหลัก:

1. Credit Rating Business

เป็นธุรกิจหลักที่มี margin สูงและเสถียร เพราะ bond issuance เป็น activity ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

2. Analytics Business

เป็นส่วนที่เติบโตเร็วกว่า และกำลังได้รับแรงหนุนจาก:

  • AI
  • data analytics
  • subscription model

การผสมผสานสองส่วนนี้ทำให้ Moody’s เป็นทั้ง “stable cash generator” และ “growth engine”

กลุ่มบริษัทญี่ปุ่น: Berkshire ในเวอร์ชัน global capital allocator

การลงทุนใน 5 บริษัท trading house ของญี่ปุ่น ได้แก่:

  • Mitsubishi Corporation
  • Mitsui & Co.
  • Itochu Corporation
  • Marubeni Corporation
  • Sumitomo Corporation

สะท้อนแนวคิดที่ลึกมากกว่าการลงทุนปกติ เพราะบริษัทเหล่านี้มีโครงสร้างคล้าย Berkshire เอง:

  • ถือครองธุรกิจหลากหลาย
  • ใช้ cash flow จากธุรกิจเดิมไปลงทุนใหม่
  • มี discipline ด้าน capital allocation สูง

วิเคราะห์เชิงกลยุทธ์

การลงทุนในกลุ่มนี้มี 3 ชั้นของเหตุผล:

  1. Diversification ทางภูมิศาสตร์
    ลดการพึ่งพาเศรษฐกิจสหรัฐ
  2. Capital efficiency สูง
    บริษัทญี่ปุ่นเหล่านี้มี discipline ในการใช้เงินทุนดีขึ้นในช่วงทศวรรษหลัง
  3. Synergy กับ Berkshire
    สามารถร่วมลงทุนในโครงการระดับโลกได้

AI Megatrend: เงื่อนไขใหม่ของการเติบโตโลก

มีการคาดการณ์ว่า AI อาจมีมูลค่ารวมถึง $80 trillion ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก

สิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวเลข แต่คือ:

  • AI กำลังเป็น “infrastructure layer” ใหม่ของเศรษฐกิจ
  • ทุกอุตสาหกรรมจะถูก rewire
  • มูลค่าจะกระจายผ่าน supply chain ของ AI

ในบริบทนี้ หุ้นในพอร์ต Berkshire โดยเฉพาะ Apple และ Moody’s อาจได้รับผลกระทบเชิงบวกจาก AI โดยตรงและทางอ้อม

ภาพรวมเชิงโครงสร้างของพอร์ต Berkshire ภายใต้ Greg Abel

พอร์ต 9 หุ้นหลักสะท้อนแนวคิด 3 ชั้น:

1. Stability Layer

  • Coca-Cola
  • American Express

2. Quality Growth Layer

  • Apple
  • Moody’s

3. Global Capital Layer

  • Japanese trading houses

โครงสร้างนี้ทำให้พอร์ตมีทั้ง:

  • cash flow เสถียร
  • growth ระยะยาว
  • global diversification

บทวิเคราะห์เชิงลึก: ความแตกต่างระหว่าง Buffett และ Abel

Buffett:

  • เน้น instinct + valuation
  • กระจุกตัวในไม่กี่หุ้น
  • เน้น “ธุรกิจที่เข้าใจง่าย”

Abel:

  • เน้น structure ของพอร์ต
  • เน้น core holdings
  • เน้น operational alignment

ความแตกต่างนี้อาจไม่ใช่ “การเปลี่ยนทิศ” แต่เป็น “การเพิ่มระบบ” ให้กับแนวคิดเดิม

สรุปภาพใหญ่: พอร์ตที่สะท้อนโลกทุนยุคใหม่

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Berkshire ไม่ใช่แค่การเลือกหุ้น แต่คือ:

  • การสร้างระบบพอร์ตแบบ core-driven
  • การผสมผสานระหว่าง stability และ growth
  • การวางตำแหน่งเพื่อรองรับ AI megatrend

และทั้งหมดนี้สะท้อนว่า Berkshire กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่: ไม่ได้พึ่งแค่ “Buffett the investor” อีกต่อไป แต่พึ่ง “ระบบการลงทุนที่ยั่งยืน” มากกว่า

Similar Posts

  • | |

    โลกเศรษฐกิจในเงาสงคราม: ภูมิรัฐศาสตร์เขย่าการค้าโลก กระทบไทยอย่างไร 2569

    ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันหลายทิศทางพร้อมกันในลักษณะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าเป็น “การหยุดชะงักด้านอุปทานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก” ควบคู่กับสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ “การแข่งขันแบบมีการจัดการ” หลังการประชุมสุดยอดทรัมป์-สีจิ้นผิงในกรุงปักกิ่งเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่กำลังดันให้เศรษฐกิจมอสโกเข้าสู่ภาวะซบเซาอย่างเป็นทางการ IMF ปรับลดคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจโลกในรายงาน World Economic Outlook เดือนเมษายน 2569 เหลือเพียง 3.1% ลดลงจาก 3.4% ในปี 2568 โดยตั้งชื่อรายงานครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า “Global Economy in the Shadow of War” หรือ “เศรษฐกิจโลกในเงาสงคราม” สะท้อนให้เห็นบรรยากาศความเสี่ยงที่ปกคลุมการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ผลกระทบเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทั้งในแง่ราคาน้ำมัน เสถียรภาพค่าเงินบาท การท่องเที่ยว และทิศทางของตลาดหุ้น SET ในช่วงที่เหลือของปี สงครามอิหร่าน: ช็อคพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ที่พลิกโฉมตลาดพลังงานโลกในปีนี้คือปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งนำมาซึ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันที่มีน้ำมันดิบราว…

  • กลยุทธ์พอร์ตการลงทุนปี 2026: ETF พันธบัตร และตลาดเกิดใหม่ โอกาสทองที่นักลงทุนไทยไม่ควรพลาด

    นับเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับโลกการลงทุน เมื่อภาพรวมตลาดการเงินโลกในปี 2026 ถูกพลิกโฉมด้วยสามปัจจัยสำคัญที่ทำงานสอดประสานกัน ได้แก่ เงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง คลื่นเงินทุนมหาศาลที่ไหลทะลักเข้าสู่ ETF และพันธบัตรตลาดเกิดใหม่ที่กลับมาส่องประกายอีกครั้งหลังจากถูกมองข้ามมาหลายปี สำหรับนักลงทุนไทยที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดต่างประเทศ ปีนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องจับตามอง ETF พันธบัตร: ดาวเด่นแห่งปี 2025 ต่อเนื่องสู่ 2026 ปี 2025 เป็นปีแห่งการพิสูจน์ตัวเองอย่างแท้จริงของ ETF พันธบัตร ข้อมูลจาก Morningstar ระบุว่า ตลาด ETF ตราสารหนี้บันทึกยอดเงินไหลเข้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 ด้วยกระแสเงินรวมกว่า 384,000 ล้านดอลลาร์ โดย active ETF สามารถดึงดูดเงินทุนได้ถึง 38% ของกระแสเงินไหลเข้าทั้งหมดในตลาด ETF ตราสารหนี้ ความสำเร็จนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ปี 2025 เพราะ Morningstar คาดการณ์ว่าแนวโน้มนี้จะยังคงดำเนินต่อไป ปัจจุบัน เงินที่ลงทุนใน bond ETF คิดเป็น 29.6% ของเงินลงทุนรวมในกองทุนพันธบัตรทั้งหมด ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2025…

  • ตลาดคริปโตเดือดร้อน: Bitcoin สะดุดที่ $77,000 ขณะ ETF ไหลออก $1 พันล้าน DeFi โดนแฮก และ Trump Media ถอนแผน ETF

    วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกกำลังเผชิญกับพายุหลายลูกพร้อมกัน ณ ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสถาบันที่ไหลออกจาก Bitcoin ETF เป็นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ รวมถึงมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์เดียว การที่ Trump Media ถอนแผนเปิดตัว ETF คริปโต ไปจนถึงเหตุการณ์ช็อควงการ DeFi เมื่อโปรโตคอล Echo ถูกแฮกผ่านการปลอมแปลง eBTC มูลค่ากว่า 76.7 ล้านดอลลาร์บน Blockchain Monad สัปดาห์ที่ผ่านมาจึงถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดของตลาดในปี 2569 นี้ ราคา Bitcoin ยังคงเคว้งอยู่ในกรอบแคบๆ รอบ $76,000–$77,000 ขณะที่ Ethereum ดิ่งลงแตะ $2,100 ท่ามกลางความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และแรงกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น บทความนี้จะพาท่านวิเคราะห์ทุกประเด็นที่กำลังส่งสัญญาณกำหนดทิศทางของตลาดในช่วงสัปดาห์นี้ Bitcoin ติดหล่ม $77,000: ตลาดรอสัญญาณจากสงครามอิหร่านและอัตราดอกเบี้ย ภาพรวมราคาของ…

  • |

    Alphabet ร่วงหนัก 7% สูญมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ หลังนักวิจัย AI ระดับท็อปย้ายซบ OpenAI-Anthropic

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยภาพที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ที่หุ้นทรุดตัวลงราว 6-7% ในวันเดียว ซึ่งถือเป็นวันที่แย่ที่สุดในรอบปีของบริษัท สาเหตุมาจากการลาออกของนักวิจัย AI ระดับโลกสองคนรวดในสัปดาห์เดียวกัน ไปอยู่กับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ส่งผลให้มูลค่าตลาดของ Alphabet หายไปประมาณ 250,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 กลับทำสถิติประวัติศาสตร์ ทะลุระดับ 3,000 จุดเป็นครั้งแรก สะท้อนว่าเงินทุนกำลังหมุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ไปสู่สินทรัพย์อื่นที่มีความเสี่ยงกระจุกตัวน้อยกว่า ภาพรวมตลาดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมายังเต็มไปด้วยปัจจัยซับซ้อนหลายชั้น ตั้งแต่ผลกระทบที่ยังหลงเหลือจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณ “hawkish” เกินคาดเมื่อสัปดาห์ก่อน ไปจนถึงความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านที่ช่วยฉุดราคาน้ำมันลง และการเทขายทำกำไรในหุ้น SpaceX ที่ร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังจากพุ่งทำสถิติในการเข้าตลาดครั้งแรกเมื่อสองสัปดาห์ก่อน นักลงทุนไทยที่ติดตามตลาดโลกควรทำความเข้าใจภาพรวมเหล่านี้อย่างละเอียด เพราะมีนัยสำคัญต่อทั้งกองทุนต่างประเทศและทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เทคโนโลยีทั่วโลก Alphabet ร่วงหนักสุดในรอบปี หลังเสีย “สมองกล” ระดับโลกให้คู่แข่ง เหตุการณ์ที่สร้างแรงสะเทือนมากที่สุดในตลาดสัปดาห์นี้คือการที่หุ้น Alphabet ทรุดตัวลงอย่างรุนแรง โดย Reuters…

  • |

    ความหวังที่ระมัดระวัง: ผู้ถือหุ้น Berkshire ชั่งน้ำหนักอนาคตภายใต้ CEO คนใหม่ Greg Abel

    ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยทั้งความคาดหวังและความไม่แน่นอน งานช้อปปิ้งของผู้ถือหุ้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Berkshire Hathaway ได้เปิดฉากขึ้นด้วยบรรยากาศที่ “ระมัดระวังแต่มองในแง่ดี” เมื่อนักลงทุนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่มารวมตัวกันเพื่อชั่งน้ำหนักทิศทางของบริษัทภายใต้การนำของผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ นี่คือการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่ Greg Abel จะขึ้นบนเวทีในฐานะ CEO ของ Berkshire Hathaway หลังจากเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม สืบทอดจาก Warren Buffett ตำนานนักลงทุนที่ครองบัลลังก์มานานกว่าครึ่งศตวรรษ และ Charlie Munger หุ้นส่วนคู่คิดผู้ล่วงลับ ซึ่งทั้งสองถูกจดจำในฐานะ “นักเล่าเรื่อง” และ “นักปราชญ์” ที่ดึงดูดผู้ถือหุ้นหลายหมื่นคนมาฟังปัญญาทุกปีในสิ่งที่ถูกเรียกว่า “Woodstock สำหรับนักลงทุน” ฝูงชนที่บางตากว่าเคย: สัญญาณของยุคใหม่ สิ่งแรกที่สะดุดตาในปีนี้คือจำนวนผู้เข้าร่วมที่สังเกตเห็นได้ว่า บางตากว่าปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้น เพราะส่วนหนึ่งของแรงดึงดูดของงานประชุม Berkshire ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา คือโอกาสที่จะได้เห็นและฟัง Buffett และ Munger พูดคุยอย่างเปิดเผยและฉลาดเฉลียวเป็นเวลาหลายชั่วโมง การที่ Buffett ไม่ได้นั่งบนเวทีในฐานะ CEO อีกต่อไป และ Munger จากไปแล้ว ทำให้สมการของงานนี้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ คำถามสำคัญที่ลอยอยู่ในอากาศตลอดทั้งวันคือ…

  • Nvidia ทำลายสถิติโลก รายได้ 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์! พร้อมลุ้น Big Tech ทุ่มงบ AI ทะลุ 7 แสนล้านในปี 2026

    คืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2566) ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทต้องหยุดหายใจรอผลประกอบการของบริษัทที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองมากที่สุดในรอบหลายปี เมื่อ Nvidia เจ้าพ่อชิป AI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 (FY27 Q1) พร้อมตัวเลขที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับ Wall Street อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รายได้ทะลุ 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 85% จากปีก่อน พร้อมประกาศคาดการณ์ไตรมาส 2 ที่ 9.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก ขณะเดียวกัน บรรดายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Microsoft, Apple, Alphabet, Meta และ Amazon ต่างรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดพร้อมเผยแผนการลงทุนด้าน AI ที่มีมูลค่ารวมกันเกือบ 725,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ “ทุบสถิติโลก” ทุกปีที่ผ่านมา และยังมีข่าวใหญ่จากดีล Apple-Intel ที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อเมริกัน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญที่นักลงทุนไทยต้องรู้ในสัปดาห์นี้ Nvidia: “Demand Has Gone…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *