เจาะลึกราคาทองคำมหาโหด: วิเคราะห์จุดสูงสุดประวัติศาสตร์และแนวโน้ม "สงกรานต์เลือดหรือลาภ" ปี 2569

เจาะลึกราคาทองคำมหาโหด: วิเคราะห์จุดสูงสุดประวัติศาสตร์และแนวโน้ม “สงกรานต์เลือดหรือลาภ” ปี 2569

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตลาดทองคำโลกและตลาดทองคำไทยได้จารึกสถิติใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวและน่าตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน เมื่อราคาทองคำพุ่งทะยานราวกับจรวดก่อนจะเกิดการปรับฐานอย่างรุนแรงในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ท่ามกลางบรรยากาศที่คนไทยกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ บทความนี้จะวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์ราคาทองคำทั้งในตลาดโลก (Gold Spot) และราคาทองคำแท่งของไทยอย่างเจาะลึก พร้อมบทวิเคราะห์แนวโน้มที่นักลงทุนต้องรู้

1. อัปเดตราคาทองคำวันนี้ (9 เมษายน 2569)

สถานการณ์ราคาทองคำในเช้าวันนี้เปิดตลาดมาด้วยการปรับตัวลงแรง หลังจากที่เมื่อวานนี้ (8 เมษายน) ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนักจนมีการประกาศราคาสลับไปมามากกว่า 50 ครั้ง

ตารางราคาทองคำไทย (ประกาศครั้งที่ 1)

ประเภททองคำราคารับซื้อ (บาท)ราคาขายออก (บาท)เปลี่ยนแปลง
ทองคำแท่ง 96.5%71,70071,900↓ 600
ทองรูปพรรณ 96.5%70,26672,700↓ 600
  • Gold Spot (นิวยอร์ก): เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 4,712 – 4,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  • ค่าเงินบาท: ทรงตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่บริเวณ 31.90 – 32.00 บาทต่อดอลลาร์

วิเคราะห์ภาพรวม: แม้ราคาจะปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดของเมื่อวานที่เคยแตะระดับ 73,900 บาท (ทองรูปพรรณ) แต่ระดับราคาในปัจจุบันที่ 71,000 ปลายๆ ยังถือว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา

2. ทำไมทองคำถึงพุ่งทะลุโลก? (บทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน)

ปัจจัยที่ผลักดันให้ทองคำขึ้นมาแตะระดับ $4,700 – $4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2569 นี้ ไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว แต่เป็น “Perfect Storm” ของสามปัจจัยหลัก:

A. วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ขั้นสุดยอด (Geopolitical Chaos)

สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาคือตัวแปรหลัก แม้จะมีข่าวการเจรจาหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ออกมาสั้นๆ จนทำให้ราคาทองคำย่อตัวลงมาในวันนี้ แต่ความไม่แน่นอนเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นชนักติดหลังที่ทำให้ไม่มีใครกล้าทิ้งทองคำอย่างถาวร ทองคำยังคงทำหน้าที่เป็น “สินทรัพย์หลบภัย” (Safe Haven) ที่ดีที่สุดในยามที่กลิ่นอายสงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มหนาหู

B. นโยบายการเงินและภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก

ในปี 2569 ธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) ส่งผลให้มีการเข้าซื้อทองคำสำรองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะธนาคารกลางในเอเชียและตะวันออกกลาง ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น (น้ำมันแตะ $100) ทองคำจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Hedge)

C. พฤติกรรมตลาดทองคำไทยและค่าเงินบาท

สิ่งที่ทำให้ราคาทองไทย “โหด” กว่าทองโลกในบางช่วง คือค่าเงินบาทที่ผันผวนหนัก แม้ในวันนี้บาทจะแข็งค่าช่วยกดราคาทองให้ถูกลงบ้าง แต่หากดูเทรนด์ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงไปแตะ 34-35 บาทในช่วงก่อนหน้า ได้กลายเป็นตัวคูณที่ทำให้ทองคำแท่งในไทยพุ่งไปแตะหลัก 7 หมื่นบาทได้อย่างรวดเร็ว

3. แนวโน้มราคาทองคำในช่วง “สัปดาห์สงกรานต์”

สำหรับพี่น้องชาวไทยที่กำลังสงสัยว่า “ควรขายทองไปเที่ยวสงกรานต์” หรือ “ควรซื้อเก็บไว้ก่อนหยุดยาว” นี่คือบทวิเคราะห์คาดการณ์:

กรณีที่ 1: สถานการณ์สงครามยืดเยื้อ (Bullish Scenario)

หากในช่วงหยุดยาวสงกรานต์ (13-16 เมษายน) การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว หรือมีการปะทะกันทางทหาร ราคาทองคำ Gold Spot มีโอกาสพุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ทันที ซึ่งจะดันให้ราคาทองไทยทะยานสู่ 75,000 – 80,000 บาท ในช่วงที่ตลาดบ้านเราปิดทำการ (แต่ร้านทองออนไลน์และแอปพลิเคชันยังคงวิ่งตามราคาโลก)

กรณีที่ 2: การเจรจาสันติภาพชั่วคราว (Bearish/Sideway Scenario)

หากในช่วงสงกรานต์มีการประกาศ “พักรบ” อย่างเป็นทางการ ทองคำอาจเกิดแรงเทขายทำกำไร (Sell on Fact) ราคามีโอกาสย่อตัวกลับมาทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,500 ดอลลาร์ หรือทองไทยอาจลงมาเห็นเลข 68,000 – 69,000 บาท อีกครั้ง

4. กลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย

“ทองคำในราคา 7 หมื่นบาท ไม่ใช่สนามเล่นของมือสมัครเล่นอีกต่อไป”

  1. สำหรับผู้ที่มีทองในมือ: หากคุณมีกำไรสะสมมาตั้งแต่บาทละ 3-4 หมื่น การแบ่งขายทำกำไร (Partial Take Profit) 20-30% ในช่วงราคาเหนือ 7 หมื่นบาทก่อนวันหยุดสงกรานต์ถือเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัย เพื่อเก็บเงินสดไว้เตรียมรับความผันผวน
  2. สำหรับผู้ที่อยากซื้อเพิ่ม: ไม่แนะนำให้ “ไล่ราคา” ในขณะที่กราฟเป็นแนวดิ่ง ควรเล็งจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาแตะแนวรับ หรือใช้วิธี DCA (ทยอยซื้อเฉลี่ย) เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดดอยที่ความสูงระดับประวัติศาสตร์
  3. ระวังช่วงหยุดยาว: ในวันที่ 13-15 เมษายน ตลาดทองคำแท่งในประเทศจะปิดการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ การซื้อขายผ่านแอปฯ จะมีความผันผวนของส่วนต่าง (Spread) ที่สูงขึ้น ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมให้ดี

5. บทสรุป: สงกรานต์ปี 2569 ปีแห่งทองคำสลัดสะบัด

ราคาทองคำในวันนี้ที่ระดับ 71,900 บาท เป็นเพียงจุดพักตัวท่ามกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่สงบ เทศกาลสงกรานต์ปีนี้อาจไม่ได้มีแค่สาดน้ำ แต่อาจมีการสาด “แรงเทขาย” หรือ “แรงไล่ซื้อ” อย่างหนักหน่วงในตลาดโลก นักลงทุนต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดชนิดรายชั่วโมง เพราะในโลกปี 2026 ข่าวเพียงหนึ่งทวีตหรือหนึ่งโดรนที่ตกผิดที่ สามารถเปลี่ยนราคาทองคำได้นับพันบาทในชั่วข้ามคืน

คำเตือน: การลงทุนในทองคำมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในช่วงที่มีความตึงเครียดของสงคราม ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

Similar Posts

  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดระส่ำ อิหร่านอ้างปิดช่องแคบฮอร์มุซ น้ำมันพุ่ง 4% SET ยืนเหนือ 1,600 จุด

    ตลาดหุ้นเอเชียเปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยบรรยากาศตึงเครียด เมื่อสถานการณ์สู้รบในอ่าวเปอร์เซียปะทุขึ้นอีกครั้ง และอิหร่านออกมาอ้างว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรงในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 และจุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อรอบใหม่ให้กลับมาปกคลุมตลาดการเงินทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่นักลงทุนเพิ่งจะเริ่มผ่อนคลายกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้ไม่นาน สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้น 3.3% ในการซื้อขายช่วงต้นตลาดเอเชีย แตะระดับ 78.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดล่าสุดที่ 70.14 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) เพิ่มขึ้น 3.4% สู่ระดับ 73.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อมาในช่วงสายของวัน สำนักข่าว AP รายงานว่าราคาน้ำมันเบรนท์ขยับขึ้นต่อเนื่องเป็น 3.9% ที่ระดับ 78.96 ดอลลาร์ ส่วน WTI บวกราว 4% ที่ 74.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการลบล้างแรงผ่อนคลายที่ตลาดได้รับจากข่าวการเจรจาก่อนหน้านี้แทบทั้งหมด แรงกดดันจากราคาพลังงานสะท้อนกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นทันที ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นปรับตัวลง 1.0% ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่ร่วงไปแล้ว 1.7% ขณะที่ดัชนี MSCI Asia-Pacific (ไม่รวมญี่ปุ่น)…

  • พบกับ “YouTube Whisperers” กลุ่มที่ปรึกษาที่กำลังเฟื่องฟูอยู่เบื้องหลังช่อง MrBeast และช่องอื่นๆ ที่ทำรายได้หลักล้านดอลลาร์

    ในโลกที่ YouTube กลายเป็นอาณาจักรสื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีกลุ่มมืออาชีพกลุ่มหนึ่งที่กำลังเงียบๆ สะสมอำนาจและรายได้จากเบื้องหลัง พวกเขาไม่ใช่ผู้สร้างเนื้อหา แต่เป็นผู้ที่บอกผู้สร้างเนื้อหาว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร บุคคลเหล่านี้คือ “YouTube Strategists” หรือที่บางคนเรียกว่า “YouTube Whisperers” ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ที่กำลังกลายเป็นอาชีพที่ทั้งหายากและมีราคาสูงลิ่วในอุตสาหกรรมการสร้างเนื้อหาออนไลน์ ที่มาของ YouTube Whisperer ผู้ที่สร้างชื่อจากการสังเกต Paddy Galloway คือชื่อที่ในวงการ YouTube ผู้สร้างเนื้อหาระดับโลกต่างรู้จักดี แม้ว่าผู้ชมทั่วไปจะแทบไม่เคยได้ยินชื่อของเขา Galloway เริ่มต้นโพสต์วิดีโอ YouTube ของตัวเองในปี 2549 หรือเพียงหนึ่งปีหลังจากที่ YouTube เปิดให้บริการ และใช้เวลาหลายปีในการพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมวิดีโอบางชิ้นถึงแพร่กระจายเป็นไวรัลในขณะที่ชิ้นอื่นๆ หายไปในทะเลของเนื้อหา ความอยากรู้อยากเห็นของเขาพัฒนาจากความสนใจส่วนตัวไปสู่การสร้างวิดีโอที่วิเคราะห์ความสำเร็จของผู้อื่น เขาสร้างสิ่งที่เรียกว่า “YouTube Masterclass” ซึ่งรวมถึงวิดีโออย่าง “Peter McKinnon ได้ผู้ติดตาม 1 ล้านคนในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีได้อย่างไร” และ “MrBeast โตได้อย่างไร” วิดีโอเหล่านี้ดึงดูดผู้ชมได้ประมาณ 500,000 คน และที่สำคัญกว่านั้นคือมันดึงดูดความสนใจของ Jimmy Donaldson…

  • | |

    Kospi ของเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่ ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวผสมผสาน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น-ความเสี่ยงจากอิหร่าน

    ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นเอกภาพในวันจันทร์ โดยมีทั้งดัชนีที่พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่และดัชนีที่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางบรรยากาศที่ซับซ้อนจากสองปัจจัยที่ดึงตลาดในทิศทางตรงข้ามกัน นั่นคือกระแส AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงแข็งแกร่ง กับความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าสิ้นสุด Kospi เกาหลีใต้: ดาวเด่นที่ทิ้งห่างทุกคน ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.67% ทำสถิติสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์ที่ 7,818.83 จุด ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่โดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค แรงขับเคลื่อนหลักของ Kospi มาจากกระแสชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังร้อนแรงทั่วโลก เกาหลีใต้เป็นที่ตั้งของ Samsung Electronics และ SK Hynix สองในสามผู้ผลิต DRAM ชิปความจำรายใหญ่ที่สุดของโลกที่รวมกันครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Micron Technology ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเกือบ 38% ในสัปดาห์เดียว ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อ Samsung และ SK Hynix ในฐานะบริษัทที่แข่งขันในตลาดเดียวกันและได้ประโยชน์จากการขาดแคลนชิปความจำเช่นเดียวกัน Samsung ที่เพิ่งเข้าร่วมสโมสรมูลค่าตลาด 1 ล้านล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และ SK Hynix ที่กำลังได้รับข้อเสนอมหาศาลจาก Big Tech…

  • วอลล์สตรีทปิดบวกท้ายสัปดาห์ ก่อนศึกใหญ่งบแบงก์-เงินเฟ้อ-เฟดสัปดาห์หน้า

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดวันศุกร์ (10 ก.ค.) ในแดนบวกอย่างระมัดระวัง ปิดฉากสัปดาห์ที่ผันผวนหนักด้วยชัยชนะรายสัปดาห์ของทั้งดัชนี S&P 500 และ Nasdaq โดยมีแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Nvidia และ Meta พร้อมการเปิดตัวขายหุ้น IPO ของ SK Hynix ที่กลายเป็นการระดมทุนของบริษัทต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วอลล์สตรีท ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังกลั้นหายใจรอสัปดาห์หน้าที่อัดแน่นด้วยงบการเงินแบงก์ยักษ์ใหญ่ ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และการปรากฏตัวครั้งแรกต่อสภาคองเกรสของประธานเฟดคนใหม่ ‘เควิน วอร์ช’ ที่อาจกำหนดทิศทางตลาดในครึ่งปีหลัง ปิดตลาดวันศุกร์: ดัชนีหลักปิดบวก ปิดสัปดาห์ผันผวนด้วยชัยชนะ บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ปิดท้ายสัปดาห์ด้วยโทนบวก โดยดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.42% ปิดที่ระดับ 7,575.39 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี เพิ่มขึ้น 0.29% ปิดที่ 26,281.61 จุด ส่วนดัชนี Dow Jones Industrial…

  • ตลาดคริปโตโปรแกรม: บิทคอยน์ดีดตัวแต่อีเธอเรียมยังอ่อนแอ

    สถานการณ์ตลาดคริปโตปัจจุบัน: ความผันผวนท่ามกลางความเกลือกระหว่างกระทิง-หมี บิทคอยน์คืนตัวขึ้นมาเหนือ 81,200 ดอลลาร์ หลังจากลดลงเหลือ 79,800 ดอลลาร์ เมื่อได้รับข้อมูลเงินเฟ้อสูงกว่าคาดหมาย ขณะที่ BNB เพิ่มขึ้น 2.5% ในการเทรด 24 ชั่วโมง และ Dogecoin เพิ่มขึ้น 1.3% โดย กองทุนคริปโตได้รับกระแสเงินไหลเข้ามากที่สุดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างเชื่อง ตามที่ มูลค่าตลาดคริปโตโลกอยู่ที่ 2.79 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้น 0.2% ในช่วง 24 ชั่วโมง ส่วนปริมาณการเทรดรวมในวันนั้นอยู่ที่ 95.6 พันล้านดอลลาร์ โดยบิทคอยน์โดมิแนนซ์อยู่ที่ 58.3% และอีเธอเรียมโดมิแนนซ์อยู่ที่ 9.96% บิทคอยน์: สัญญาณบูลลิช ท่ามกลางความเกลือข้อมูลเศรษฐศาสตร์ ตัวชี้วัดวัฏจักรกระทิง-หมีของบิทคอยน์หันเป็นสีเขียวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีนาคม 2023 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ 90,000 ดอลลาร์เป็นจุดสำคัญถัดไปที่อาจสร้างการเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง บิทคอยน์เทรดระหว่าง 79.8k ถึง 81.3k เนื่องจากตลาดดูดซึมข้อมูลเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าการบูมล่าสุดสะท้อนระบบการ leverage-driven short squeeze ข้อเท็จจริงนี้ชี้ให้เห็นว่าการผลักดันราคาขึ้นมาในช่วงเวลาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมนั้นได้รับพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากตำแหน่งเทขาด ข้อมูลเงินเฟ้อที่ร้อนแรงยังคงมีผลกระทบต่อตลาด โดยบิทคอยน์เทรดที่…

  • เฟดสายเหยี่ยวกดบิตคอยน์หลุด 63,000 ดอลลาร์ Ethereum Foundation เผชิญวิกฤตผู้บริหารลาออก

    ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเผชิญแรงเทขายรอบใหม่ในสัปดาห์นี้ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช ส่งสัญญาณ “สายเหยี่ยว” ที่เหนือความคาดหมายของตลาดในการประชุมนโยบายการเงินครั้งแรกของเขาเมื่อวันที่ 16-17 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าตลาดคริปโตทั่วโลกที่เคยทรงตัวอยู่ราว 2.26 ล้านล้านดอลลาร์ปรับตัวลงแรงกว่า 4% ในช่วง 24 ชั่วโมง บิตคอยน์ (Bitcoin) ร่วงทะลุระดับ 63,000 ดอลลาร์ และแตะจุดต่ำสุดในรอบวันที่ 62,236 ดอลลาร์ ส่วนอีเทอเรียม (Ethereum) ที่เผชิญทั้งแรงกดดันจากภาวะมหภาคและปัญหาภายในองค์กรพร้อมกัน ร่วงลงมาซื้อขายในกรอบ 1,650-1,740 ดอลลาร์ ขณะที่ดัชนี Fear & Greed Index ของตลาดคริปโตดิ่งลงไปแตะระดับ 8-15 จุด เข้าสู่โซน “Extreme Fear” หรือความกลัวสุดขั้วอย่างเป็นทางการ สถานการณ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นคือ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงเป็นปัจจัยแทรกซ้อนสำคัญ โดยมีกำหนดการลงนามสันติภาพอย่างเป็นทางการที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นปัจจัยบวกตัวสุดท้ายของสัปดาห์ที่จะช่วยลดราคาน้ำมันและเปิดทางให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงในระยะถัดไป ในขณะเดียวกัน Ethereum Foundation กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นจากการที่ผู้บริหารระดับสูงทยอยลาออกรวมแล้วอย่างน้อย…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *