กำแพง Liquidation ของ Ethereum ใกล้ปะทุ: ระดับ $2,451 อาจเขย่าตลาดกว่า 1.47 พันล้านดอลลาร์
| |

กำแพง Liquidation ของ Ethereum ใกล้ปะทุ: ระดับ $2,451 อาจเขย่าตลาดกว่า 1.47 พันล้านดอลลาร์

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในช่วงเวลานี้กำลังเข้าสู่ภาวะ “แรงกดดันสูงสุด” โดยเฉพาะสำหรับ Ethereum (ETH) ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ระดับราคาสำคัญซึ่งอาจจุดชนวนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่

ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่า หากราคา ETH ทะลุระดับ 2,451 ดอลลาร์ จะมีสถานะ Short มูลค่ากว่า 1.473 พันล้านดอลลาร์ที่เสี่ยงถูก Liquidate ขณะที่หากราคาปรับตัวลงต่ำกว่า 2,220 ดอลลาร์ ก็จะมีสถานะ Long มูลค่ากว่า 1.099 พันล้านดอลลาร์ที่อาจถูกล้างพอร์ตเช่นกัน

สถานการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขธรรมดา แต่สะท้อน “โครงสร้างตลาดที่เปราะบาง” ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นแรงเร่ง (acceleration mechanism) ได้ทันทีเมื่อราคาขยับถึงจุดใดจุดหนึ่ง

โครงสร้างตลาดปัจจุบัน: สมดุลที่พร้อมแตกหัก

ราคาปัจจุบันของ ETH อยู่บริเวณประมาณ 2,375 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างสองโซนสำคัญ

วิเคราะห์เชิงลึก:

  • ตลาดกำลังอยู่ใน “สมดุลปลอม” (false equilibrium)
    กล่าวคือ ราคาอาจดูนิ่ง แต่ความจริงแล้วมีแรงซื้อและแรงขายที่สะสมอยู่จำนวนมากรอการปลดปล่อย
  • นักลงทุนทั้งฝั่ง Long และ Short ต่างมั่นใจในมุมมองของตน
    ส่งผลให้เกิดการใช้เลเวอเรจสูงทั้งสองฝั่ง ซึ่งเป็นสัญญาณของตลาดที่ “เปราะบาง”
  • เมื่อราคาขยับเพียงเล็กน้อย อาจทำให้สมดุลนี้พังทลาย
    และนำไปสู่การเคลื่อนไหวแบบ “ไม่เป็นเชิงเส้น” (non-linear move)

เจาะลึก Liquidation Bands: กลไกที่ขับเคลื่อนความผันผวน

แพลตฟอร์ม Coinglass ระบุระดับ 2,451 และ 2,220 ดอลลาร์ว่าเป็น “Liquidation Bands” ซึ่งเป็นจุดที่มีการสะสมของคำสั่งที่เสี่ยงถูกบังคับปิดจำนวนมาก

ขยายความสำคัญของ Liquidation Bands:

  • เป็น “แผนที่ของความเสี่ยง”
    แสดงให้เห็นว่าตลาดมีความเปราะบางอยู่ตรงไหน
  • เป็น “แหล่งสภาพคล่อง”
    เพราะเมื่อเกิด Liquidation จะมีคำสั่งซื้อหรือขายจำนวนมากถูกส่งเข้าตลาดทันที
  • เป็น “เป้าหมายของ Smart Money”
    นักลงทุนรายใหญ่หรือ Market Makers อาจใช้ข้อมูลนี้ในการลากราคาไปยังจุดที่สามารถสร้างกำไรได้สูงสุด

วิเคราะห์เชิงพฤติกรรม: ทำไมราคาอาจวิ่งแรงกว่าที่คาด

1. ตลาดที่มี Overleverage สูง

การที่มีสถานะเลเวอเรจจำนวนมาก หมายความว่า:

  • ผู้เล่นในตลาดมี “Margin of error ต่ำมาก”
  • การเคลื่อนไหวเพียง 2–3% สามารถล้างพอร์ตได้

ขยายผล:

  • นักลงทุนรายย่อยมักใช้เลเวอเรจสูงเพื่อหวังผลกำไรเร็ว
  • แต่เมื่อราคาวิ่งสวน → ถูก Liquidate → กลายเป็นแรงขาย/ซื้อเพิ่มเติม

สิ่งนี้สร้าง “Feedback Loop” ที่ทำให้ราคาเคลื่อนที่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ

2. กลไก Short Squeeze (ฝั่งขาขึ้น)

หาก ETH ทะลุ 2,451 ดอลลาร์:

  • Short positions ถูกบังคับปิด
  • ระบบจะ “ซื้อคืน” เพื่อปิดสถานะ
  • เกิดแรงซื้อเพิ่มเติมโดยอัตโนมัติ

วิเคราะห์เพิ่มเติม:

  • Short squeeze มักเกิดในช่วงที่ตลาด “ไม่คาดคิด”
  • นักลงทุนที่มั่นใจว่าราคาจะลง จะถูกบังคับให้ซื้อในราคาที่สูงขึ้น
  • ส่งผลให้ราคา “พุ่งแบบเร่งตัว” (parabolic move)

3. กลไก Long Squeeze (ฝั่งขาลง)

หาก ETH หลุด 2,220 ดอลลาร์:

  • Long positions ถูก Liquidate
  • ระบบจะ “ขายออก”
  • เกิดแรงขายต่อเนื่อง

วิเคราะห์เพิ่มเติม:

  • Long squeeze มักรุนแรงกว่า เพราะตลาดคริปโตมี bias ขาขึ้น
  • นักลงทุนจำนวนมากมักถือ Long → เมื่อโดนล้างพอร์ต → panic sell

4. Liquidation Cascade: เอฟเฟกต์ลูกโซ่

เมื่อ Liquidation เริ่มต้น:

  • จะกระตุ้น Liquidation ถัดไป
  • เกิด “Domino effect”

ตัวอย่าง:

  • ราคาแตะ 2,451 → Short ถูกล้าง → ราคาขึ้น → Short เพิ่มเติมถูกล้าง → ราคาขึ้นต่อ

บทบาทของ Exchange และ Market Makers

แพลตฟอร์มอย่าง:

  • Binance
  • OKX
  • Bybit

มีบทบาทสำคัญในการ:

1. รักษาสภาพคล่อง

Market makers จะ:

  • เสนอราคา bid/ask ตลอดเวลา
  • ทำให้ตลาดซื้อขายได้ทันที

2. จัดการความเสี่ยง

เมื่อมี position ขาดทุน:

  • ระบบจะ Liquidate เพื่อป้องกัน negative balance

3. ส่งผลต่อราคาโดยอ้อม

เพราะ Liquidation = market order ขนาดใหญ่

Ethereum กับบทบาทในระบบการเงินใหม่

Ethereum ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไร แต่เป็น “Infrastructure”

1. ศูนย์กลางของ Stablecoin

Stablecoin:

  • ใช้เป็น Margin
  • ใช้ใน DeFi
  • ใช้โอนเงินข้ามประเทศ

วิเคราะห์:

เมื่อเกิด Liquidation:

  • Stablecoin ถูกใช้ปิดสถานะ
  • ส่งผลต่อ liquidity ในระบบทั้งหมด

2. การเติบโตของ Tokenized Assets

สินทรัพย์โลกจริง (RWA):

  • พันธบัตร
  • อสังหาริมทรัพย์
  • หุ้น

กำลังถูกนำมาอยู่บน Ethereum

3. กรณี HKDAP และบทบาทฮ่องกง

โครงการ Stablecoin จากฮ่องกง:

  • ต้องการสร้างระบบที่โปร่งใส
  • รองรับการเงินระดับสถาบัน

Animoca Brands เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลัก

Evan Auyang ระบุว่า:

  • Stablecoin คือ “สะพาน” ระหว่าง Web2 และ Web3

วิเคราะห์เชิงระบบ (Macro Perspective)

1. ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk)

เมื่อ ETH ผันผวน:

  • DeFi protocols อาจได้รับผลกระทบ
  • Collateral ถูก liquidate

2. ความเชื่อมโยงกับ TradFi

ธนาคารและสถาบัน:

  • เริ่มใช้ Blockchain มากขึ้นแล้ว
  • ใช้ Ethereum เป็น settlement layer

3. ผลกระทบต่อเงินทุนโลก

Liquidation ขนาดใหญ่:

  • อาจทำให้เงินไหลออกจาก crypto
  • หรือเกิด inflow หากเกิด squeeze

มุมมองนักลงทุนเชิงกลยุทธ์

ฝั่ง Bullish (มองขึ้น)

  • หากทะลุ 2,451 → momentum จะเร่งตัว
  • อาจเกิด breakout ที่แท้จริง

ฝั่ง Bearish (มองลง)

  • หากหลุด 2,220 → sentiment จะเปลี่ยนทันที
  • อาจเกิด panic sell

กลยุทธ์ที่ควรพิจารณา

1. ลดเลเวอเรจ

เพื่อลดความเสี่ยงจาก liquidation

2. ใช้ Stop Loss อย่างมีวินัย

เพราะตลาดอาจเคลื่อนไหวเร็วมาก

3. รอ confirmation

ไม่ควรเข้า position ก่อน breakout ชัดเจน

บทสรุปเชิงลึก

สถานการณ์ของ Ethereum ในตอนนี้สะท้อน “จุดตัดของแรงเก็งกำไรและโครงสร้างระบบการเงิน”

  • ระดับ 2,451 และ 2,220 ไม่ใช่แค่แนวราคา
  • แต่เป็น “จุดระเบิดของสภาพคล่อง”

ในโลกที่ Ethereum กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการเงินดิจิทัล
การเคลื่อนไหวของราคาจึงไม่ได้ส่งผลแค่กับนักเทรด
แต่ยังเชื่อมโยงไปถึง DeFi, Stablecoin และระบบการเงินระดับโลก

นักลงทุนที่เข้าใจกลไกเหล่านี้ จะสามารถ:

  • มองเห็นโอกาสก่อนตลาด
  • และจัดการความเสี่ยงได้ดีกว่าคนส่วนใหญ่

Similar Posts

  • กลยุทธ์ปรับพอร์ตลงทุน 2026 เจาะลึกกระแสกองทุน ETF ตราสารหนี้ และหุ้นตลาดเกิดใหม่

    ภาพรวมการลงทุนทั่วโลกในขณะนี้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ (Structural Shift) ที่ทำให้นักลงทุนสถาบันและผู้จัดการกองทุนระดับโลกจำเป็นต้องรื้อระบบคิดและทบทวนกลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนแบบดั้งเดิม ภายหลังจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และการส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกกลับมามีความน่าสนใจอีกครั้งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าความเสี่ยง ในขณะเดียวกัน ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเอเชียและละตินอเมริกา กลายเป็นเป้าหมายหลักในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flows) เนื่องจากระดับราคา (Valuation) ที่ยังคงซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ประกอบกับการขยายตัวของนวัตกรรมการลงทุนผ่านกองทุนรวมดัชนี (ETFs) ที่มีสภาพคล่องสูงและค่าธรรมเนียมต่ำ ทำให้นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันสามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็วเพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างเสถียรภาพในระยะยาว 1. ยุคทองของตราสารหนี้ (Fixed Income Renaissance): บอนด์ยิลด์ปรับฐานเปิดจังหวะล็อกผลตอบแทนระยะยาว ตามรายงานเชิงลึกจาก Bloomberg และ Financial Times ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury yield) ได้ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องมาเคลื่อนไหวในกรอบ 4.40% – 4.45% หลังจากตลาดแรงงานและภาคการผลิตของสหรัฐฯ แสดงแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้ราคาตราสารหนี้ขยับตัวสูงขึ้น และสร้างแรงจูงใจให้ผู้จัดการพอร์ตลงทุนหันมาให้น้ำหนักในตราสารหนี้ระยะยาว (Long-duration Bonds) เพื่อล็อกอัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับสูงไว้ก่อนที่ธนาคารกลางหลักๆ ของโลกจะปรับลดดอกเบี้ยลงอย่างเป็นทางการ นักวิเคราะห์จาก…

  • | |

    GameStop หุ้นมีมยื่นข้อเสนอซื้อ eBay มูลค่า 56,000 ล้านดอลลาร์ หวังท้าชน Amazon

    ในหนึ่งในดีลที่กล้าหาญและเหนือความคาดหมายที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนสมัยใหม่ GameStop ผู้ค้าปลีกวิดีโอเกมสัญชาติอเมริกันที่เคยโด่งดังในฐานะ “หุ้นมีม” ได้ประกาศในวันอาทิตย์ว่าได้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ eBay แบบไม่ผูกมัดและไม่ได้รับการร้องขอ ในราคา 125 ดอลลาร์ต่อหุ้น ผ่านดีลที่ชำระครึ่งหนึ่งด้วยเงินสดและอีกครึ่งหนึ่งด้วยหุ้นสามัญของ GameStop ซึ่งประเมินมูลค่ารวมของแพลตฟอร์ม e-commerce ไว้ที่ประมาณ 55,500 ล้านดอลลาร์ ข้อเสนอนี้แสดงถึงเบี้ยบวม 20% จากราคาปิดของ eBay เมื่อวันศุกร์ที่ 104.07 ดอลลาร์ และเบี้ยบวมสูงถึง 46% จากราคาปิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่ GameStop เริ่มสร้างสถานะการถือครองหุ้นใน eBay การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความประหลาดใจให้กับวงการธุรกิจ แต่ยังตั้งคำถามสำคัญหลายประการเกี่ยวกับอนาคตของการค้าออนไลน์ในสหรัฐฯ และโลก ปฏิกิริยาของตลาด: ยินดีแต่ยังไม่เชื่อมั่นเต็มร้อย หลังจากข่าวแตกออกมาในช่วงนอกเวลาทำการ ตลาดตอบสนองอย่างรวดเร็วแต่ยังระมัดระวัง หุ้น eBay พุ่งขึ้นมากถึง 13.4% ในการซื้อขายหลังเวลาทำการ ไปแตะระดับประมาณ 118 ดอลลาร์ แต่ยังคงต่ำกว่าราคาที่ GameStop เสนอซื้อที่ 125 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ ช่องว่างระหว่างราคาเสนอซื้อที่ 125…

  • เฟดสายเหยี่ยวกดบิตคอยน์หลุด 63,000 ดอลลาร์ Ethereum Foundation เผชิญวิกฤตผู้บริหารลาออก

    ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเผชิญแรงเทขายรอบใหม่ในสัปดาห์นี้ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช ส่งสัญญาณ “สายเหยี่ยว” ที่เหนือความคาดหมายของตลาดในการประชุมนโยบายการเงินครั้งแรกของเขาเมื่อวันที่ 16-17 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าตลาดคริปโตทั่วโลกที่เคยทรงตัวอยู่ราว 2.26 ล้านล้านดอลลาร์ปรับตัวลงแรงกว่า 4% ในช่วง 24 ชั่วโมง บิตคอยน์ (Bitcoin) ร่วงทะลุระดับ 63,000 ดอลลาร์ และแตะจุดต่ำสุดในรอบวันที่ 62,236 ดอลลาร์ ส่วนอีเทอเรียม (Ethereum) ที่เผชิญทั้งแรงกดดันจากภาวะมหภาคและปัญหาภายในองค์กรพร้อมกัน ร่วงลงมาซื้อขายในกรอบ 1,650-1,740 ดอลลาร์ ขณะที่ดัชนี Fear & Greed Index ของตลาดคริปโตดิ่งลงไปแตะระดับ 8-15 จุด เข้าสู่โซน “Extreme Fear” หรือความกลัวสุดขั้วอย่างเป็นทางการ สถานการณ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นคือ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงเป็นปัจจัยแทรกซ้อนสำคัญ โดยมีกำหนดการลงนามสันติภาพอย่างเป็นทางการที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นปัจจัยบวกตัวสุดท้ายของสัปดาห์ที่จะช่วยลดราคาน้ำมันและเปิดทางให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงในระยะถัดไป ในขณะเดียวกัน Ethereum Foundation กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นจากการที่ผู้บริหารระดับสูงทยอยลาออกรวมแล้วอย่างน้อย…

  • |

    ตลาดหุ้นโลกสัปดาห์นี้: AI ขับเคลื่อนตลาด, ดาว-โจนส์ทำ All-Time High, ไต้หวัน-เกาหลีใต้พลิกโฉมแผนที่การลงทุนโลก

    ตลาดหุ้นโลกปิดสัปดาห์ด้วยบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา ขณะที่ดัชนีดาว-โจนส์ทำลายสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล และดัชนี S&P 500 บันทึกสัปดาห์ที่ดีติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 8 ซึ่งนับเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 กลไกสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการฟื้นตัวครั้งนี้ ได้แก่ ผลประกอบการแข็งแกร่งของ NVIDIA ยักษ์ใหญ่ชิป AI ความหวังสันติภาพตะวันออกกลางที่กลับมาอีกครั้ง และการปรับโครงสร้างอำนาจตลาดหุ้นโลกที่น่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อไต้หวันและเกาหลีใต้แซงหน้าชาติตะวันตกขึ้นมาอยู่ในแถวหน้าด้านมูลค่าตลาดทุนโลกด้วยพลังของกระแส AI สถานการณ์โดยรวมสะท้อนให้เห็นความขัดแย้งระหว่างแรงขับเคลื่อนเชิงบวกจากโลกเทคโนโลยี กับความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงกดดันตลาดพลังงานและพันธบัตรอย่างต่อเนื่อง ดาว-โจนส์แตะ All-Time High, S&P 500 ชนะ 8 สัปดาห์ติด ดัชนีดาว-โจนส์ อินดัสเทรียล เอเวอเรจบวกขึ้น 294.04 จุด หรือ 0.58% ปิดที่ 50,579.70 จุด โดยดัชนีทำสถิติสูงสุดตลอดกาลทั้งในระหว่างวันและตอนปิดตลาด ขณะที่ S&P 500 ขึ้น 0.37% ปิดที่ 7,473.47 จุด ส่วน Nasdaq Composite ปรับขึ้น 0.19% ปิดที่ 26,343.97…

  • |

    โลกยุคอาวุธเศรษฐกิจ: สงครามการค้า คว่ำบาตร วิกฤตพลังงาน สั่นคลอนตลาดปี 2026

    ครึ่งหลังของปี 2026 เปิดฉากขึ้นท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เปราะบางที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อ “เครื่องมือทางเศรษฐกิจ” อย่างภาษีศุลกากร มาตรการคว่ำบาตร และการควบคุมเส้นทางพลังงาน ถูกยกระดับเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์อย่างเปิดเผย กำแพงภาษี Section 122 ของสหรัฐฯ กำลังจะหมดอายุในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ พร้อมกับเงาของมาตรการ Section 301 ที่รออยู่ ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นอัมพาตจากสงครามอิหร่านที่ผลักราคาน้ำมันขึ้นสู่ระดับใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สหภาพยุโรปเดินหน้ามาตรการคว่ำบาตรรอบที่ 21 ที่ลุกลามจากรัสเซียไปถึงจีน สวนทางกับดัชนีดาวโจนส์ที่กลับทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายงานฉบับนี้ประมวลภาพความขัดแย้งทางเศรษฐกิจที่กำลังหล่อหลอมทิศทางตลาดโลก และวิเคราะห์นัยสำคัญต่อพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนไทย ในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกดูเหมือนจะแยกขาดจากความเป็นจริงทางภูมิรัฐศาสตร์ ตัวเลขและเหตุการณ์ต่าง ๆ กลับบอกเล่าเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก ดัชนี Dow Jones ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 52,900 จุด เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม แต่ในอีกฟากหนึ่งของเศรษฐกิจ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนมิถุนายนกลับเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 110,000 ตำแหน่งเกือบครึ่งหนึ่ง สะท้อนภาพเศรษฐกิจสองด้านที่กำลังดำเนินไปพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือความคึกคักของกระแสลงทุนปัญญาประดิษฐ์ (AI)…

  • |

    ตลาดหุ้นเอเชียระส่ำ นิกเกอิดิ่ง-เซตร่วง ขณะนักลงทุนจับตาซัมมิต Trump-Xi และสงครามอิหร่าน

    ตลาดหุ้นเอเชียสัปดาห์นี้ดำเนินไปท่ามกลางความไม่แน่นอนหลายชั้น ทั้งผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอด Trump-Xi ณ กรุงปักกิ่ง ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านที่กระทบเส้นทางพลังงานโลก และการตีความนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวลงแตะระดับ 61,644 จุด ในขณะที่ฮั่งเส็งของฮ่องกงเคลื่อนไหวรอบ 25,962 จุด ส่วนดัชนี SET ของไทยปิดที่ 1,517.95 จุด ลดลง 21.17 จุด สะท้อนแรงกดดันรอบด้านที่นักลงทุนต้องเผชิญในช่วงสัปดาห์สำคัญนี้ ซัมมิต Trump-Xi: เหตุการณ์ที่โลกจับตา การเดินทางเยือนปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ที่นั่งตำแหน่งครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี การเดินทางครั้งนี้ยังมีซีอีโอรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วมคณะด้วย ไม่ว่าจะเป็นอีลอน มัสก์ จากเทสลา, ทิม คุก จากแอปเปิล, แลร์รี ฟิงก์ จากแบล็คร็อก และเคลลี ออร์เทอร์เบิร์ก ซีอีโอของโบอิ้ง นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่าการพูดคุยครั้งนี้มีแนวโน้มมุ่งเน้นประเด็นการค้าและการควบคุมการส่งออก ครอบคลุมทั้งภาษีศุลกากร…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *