นักลงทุนไทย

  • | |

    วอลล์สตรีทนิวไฮ! จ้างงานสหรัฐฯ พลิกอ่อนแอ ตลาดลุ้นเฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ย

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์การซื้อขายที่ผ่านมาด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง หลังรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนกรกฎาคมพลิกออกมาติดลบเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ ปลุกความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ Kevin Warsh อาจต้องพักการพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัวแรง ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบสองเดือน และตลาดยังจับตาสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงกดดันราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด ภาพรวมของ Wall Street ในสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนภาวะ “ข่าวร้ายกลายเป็นข่าวดี” (bad news is good news) อย่างชัดเจน กล่าวคือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาอ่อนแอกลับเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้น เพราะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและทำให้นักลงทุนคลายความกังวลว่าเฟดจะเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป ท่ามกลางบริบทที่ไม่ปกติ เมื่อเฟดในเวลานี้กำลังชั่งใจระหว่างการ “ขึ้น” ดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ มากกว่าการ “ลด” ดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่ตลาดคุ้นเคยในช่วงหลายปีก่อนหน้า บทความนี้จะสรุปภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ และวิเคราะห์ผลกระทบต่อนักลงทุนไทยอย่างรอบด้าน วอลล์สตรีทปิดนิวไฮ ปิดสัปดาห์แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดที่ระดับ 7,757.64 จุด เพิ่มขึ้น 0.62% ซึ่งเป็นการปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่…

  • | |

    ทองคำ-เงินทำนิวไฮ น้ำมันผันผวนรับเกมฮอร์มุซ เฟดพลิกความคาดหวัง

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกกลับมาเป็นศูนย์กลางความสนใจของนักลงทุนอีกครั้งในสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม 2026 เมื่อราคาทองคำพุ่งขึ้นเฉียดระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่บริเวณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงิน (Silver) ทะยานทะลุ 64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สร้างสถิติสัปดาห์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์แกว่งตัวรุนแรงในกรอบ 83–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามข่าวความคืบหน้าของดีลเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอเกินคาดอย่างมาก จนพลิกความคาดหวังของตลาดเรื่องทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และผลักดันดัชนีวอลล์สตรีททำสถิติปิดสูงสุดใหม่ บทความนี้จะพาผู้อ่านเจาะลึกทีละประเด็น พร้อมประเมินผลกระทบต่อพอร์ตของนักลงทุนไทย ทองคำทะยานเฉียดนิวไฮ แรงหนุนจากจ้างงานอ่อนแอและความหวังเฟดผ่อนคลาย ทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่โดดเด่นที่สุดของปี 2026 โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาราคากลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง CNBC รายงานว่า ราคาทองคำตลาดสปอต ณ ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม อยู่ที่ราว 4,356 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นจากระดับ 4,252 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้าอย่างชัดเจน ขณะที่ Yahoo Finance ระบุว่าราคาทองคำขยับขึ้นไปแตะ 4,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ถือเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน แรงขับเคลื่อนหลักมาจากรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนกรกฎาคมที่ออกมาผิดคาดอย่างรุนแรง TheStreet รายงานว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ…

  • | |

    วอลล์สตรีททำนิวไฮ 4 วันติด S&P 500 ทะลุ 7,700 ดาวโจนส์พุ่ง 900 จุด

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ในการซื้อขายวันอังคารที่ 4 สิงหาคม โดยดัชนี S&P 500 บวก 1.79% ปิดที่ 7,736.52 จุด ทำสถิติปิดสูงสุดใหม่แซงระดับเดิมของเดือนมิถุนายน ขณะที่ดาวโจนส์ทะยาน 907.47 จุด หรือ 1.71% ปิดที่ 54,085.88 จุด และแนสแด็กคอมโพสิตพุ่งแรงสุด 2.59% ปิดที่ 26,584.99 จุด แรงขับเคลื่อนหลักมาจากความหวังว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง กดราคาน้ำมันดิบร่วงแรง ประกอบกับผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทเทคโนโลยีกลุ่ม AI ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด นำโดย Palantir ที่พุ่งเกือบ 30% ในวันเดียว ปลุกความเชื่อมั่นว่าดีมานด์ปัญญาประดิษฐ์ยังไม่แผ่ว ภาพรวมตลาด: แรลลีสี่วันติดพาวอลล์สตรีทกลับสู่โหมด Risk-On บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับสู่โหมดเปิดรับความเสี่ยง (risk-on) อย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นเดือนสิงหาคม หลังผ่านเดือนกรกฎาคมที่เต็มไปด้วยความผันผวน โดยเฉพาะจากความกังวลว่ากระแสการลงทุนใน AI อาจกำลังชะลอตัว การปิดตลาดวันอังคารถือเป็นวันที่ 4…

  • | |

    เศรษฐกิจโลกเดือด: เฟดคงดอกเบี้ย น้ำมันพุ่ง เงินเฟ้อกลับมา กระทบหุ้นไทย

    สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม 2569 กลายเป็นหนึ่งในช่วงที่ตลาดการเงินโลกผันผวนรุนแรงที่สุดของปี เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% เป็นครั้งที่ห้าติดต่อกัน ด้วยมติที่แตกเป็น 9 ต่อ 3 เสียง ท่ามกลางเงินเฟ้อที่กลับมาเร่งตัวจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นกว่า 23% ในเดือนเดียว ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวเพียง 1.5% ในไตรมาสสอง ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยืดเยื้อ และความเสี่ยงที่ธนาคารกลางทั่วโลกอาจตกอยู่ในภาวะ “ตามหลัง” เงินเฟ้ออีกครั้ง เฟดคงดอกเบี้ยครั้งที่ 5 ท่ามกลาง “ศึกในครอบครัว” — วอร์ชยืนกรานเป้า 2% เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50-3.75% ต่อเนื่องเป็นการประชุมครั้งที่ห้า นับเป็นการตอกย้ำท่าทีระมัดระวังของเฟดตลอดทั้งปี หลังจากที่ปรับลดดอกเบี้ยไปสามครั้งในช่วงปลายปี 2568 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้การประชุมครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ คือความเห็นที่แตกแยกภายในคณะกรรมการอย่างชัดเจน โดยมีกรรมการถึงสามคนลงมติคัดค้าน ต้องการให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยทันที 0.25% กรรมการที่ลงมติสวนทาง…

  • | |

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผวา-ฟื้นในสองวัน: เฟดจุดชนวนเทขาย Microsoft นำเทคฯ ดีดกลับ

    ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเพิ่งผ่านสองวันทำการที่สะท้อนภาพ “รถไฟเหาะ” ได้ชัดเจนที่สุดในรอบปี เมื่อดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 1,150 จุดในวันพุธจากแรงกดดันสามด้านพร้อมกัน ทั้งการตรึงดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้ประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 และภาวะช็อกราคาน้ำมันจากสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน ก่อนที่ในวันพฤหัสบดี ตลาดจะพลิกกลับมาปิดบวกแรง โดยมีหุ้น Microsoft ที่พุ่งขึ้นถึง 16% ทำสถิติมูลค่าเพิ่มในวันเดียวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นหัวหอกลากกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และดัชนี Nasdaq ให้ฟื้นตัว บทความนี้ประมวลภาพรวมเหตุการณ์ ตัวเลขสำคัญ มุมมองผู้เชี่ยวชาญ และผลกระทบที่นักลงทุนไทยควรจับตา ความผันผวนรอบนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการประจวบเหมาะของหลายแรงกดดันที่สะสมมาตลอดเดือนกรกฎาคม ทั้งฤดูกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ความกังวลเรื่องการใช้เงินลงทุนมหาศาลใน AI ที่เริ่มถูกตั้งคำถาม การประชุมนโยบายการเงินของเฟดที่ผลลัพธ์คาดเดายาก และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย เมื่อปัจจัยเหล่านี้มาชนกันในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จึงเกิดการแกว่งตัวของราคาสินทรัพย์อย่างรุนแรงในระยะเวลาสั้นๆ ที่นักลงทุนทั่วโลกต้องปรับตัวตาม สำหรับนักลงทุนไทย เหตุการณ์ครั้งนี้มีนัยสำคัญมากกว่าเพียงตัวเลขดัชนีต่างประเทศ เพราะทั้งทิศทางราคาน้ำมัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ และกระแสเงินทุนต่างชาติ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อดัชนี SET ต้นทุนพลังงานในประเทศ และการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยในระยะถัดไป เฟดตรึงดอกเบี้ยครั้งที่ห้าติดต่อกัน จุดชนวนแรงเทขายหุ้น หัวใจของแรงกดดันในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม คือผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ…

  • | |

    ตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ วันนี้ วอลล์สตรีททรุด เฟดคงดอกเบี้ย หุ้นชิปนองเลือด

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 ด้วยภาพที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตา เมื่อดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 1,100 จุด ดัชนี S&P 500 ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเดือน และดัชนี Nasdaq 100 ปิดเข้าสู่เขต “ปรับฐาน” (correction) อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางแรงกดดันสามชั้นที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ได้แก่ การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มาพร้อมเสียงคัดค้านจากคณะกรรมการถึงสามเสียง คลื่นเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ทำให้มูลค่าหุ้นชิปทั่วโลกหายไปกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่วัน และความกังวลต่อการใช้จ่ายลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มหาศาลของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เริ่มกัดกินอัตรากำไร บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแรงกระเพื่อมของตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ พร้อมประเมินผลกระทบที่กำลังส่งตรงถึงนักลงทุนไทย ภาพรวมตลาด: แรงขายถล่มวอลล์สตรีท ดัชนีหลักร่วงยกกระดาน บรรยากาศการซื้อขายบนวอลล์สตรีทในวันพุธที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อแรงขายไหลเข้าท่วมตลาดตั้งแต่ช่วงบ่ายหลังการประชุมของเฟดสิ้นสุดลง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดดิ่งลงกว่า 1,100 จุด หรือคิดเป็นการลดลงราว 2.2% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดของดัชนีบลูชิปตัวนี้ในรอบหลายเดือน ขณะที่ดัชนี S&P 500 ที่สะท้อนภาพตลาดในวงกว้างปิดลบ 1.52% ที่ระดับ…

  • | |

    หุ้นสหรัฐฯ ผันผวน จับตาเฟด–งบบิ๊กเทค พายุขายหุ้นชิปและน้ำมันพุ่ง

    วอลล์สตรีทเข้าสู่สัปดาห์ที่คึกคักและเปราะบางที่สุดของไตรมาส เมื่อผู้ลงทุนต้องเผชิญกับ 3 แรงกดดันพร้อมกัน ทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะประกาศผลในคืนวันพุธที่ 29 กรกฎาคม การรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ตลาดตั้งคำถามหนักขึ้นเรื่อย ๆ เกี่ยวกับเม็ดเงินลงทุนมหาศาลด้าน AI และคลื่นเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ลุกลามจากเอเชียเข้าสู่สหรัฐฯ ขณะเดียวกันความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้งก็ผลักราคาน้ำมันดิบให้ดีดตัวแรง สร้างความไม่แน่นอนซ้อนทับเข้าไปในสมการเงินเฟ้อที่เฟดกำลังชั่งน้ำหนักอยู่พอดี ดัชนีหลักแกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ชี้ชะตา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์ด้วยภาพที่ผสมผสาน สะท้อนความลังเลของนักลงทุนที่ไม่กล้าเดิมพันหนักไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งก่อนเหตุการณ์สำคัญหลายรายการ ในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 262.83 จุด หรือราว 0.51% มาอยู่ที่ 52,210.08 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ซึ่งครอบคลุมหุ้นวงกว้างขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.02% ปิดที่ 7,413.18 จุด ส่วนดัชนีแนสแดค คอมโพสิตที่หนักไปทางหุ้นเทคโนโลยีกลับปรับตัวลง 0.18% มาอยู่ที่ 24,932.08 จุด สะท้อนว่าแรงกดดันยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีและชิปเป็นหลัก CNBC รายงานว่า ภาพการเคลื่อนไหวเช่นนี้เป็นผลจากการที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ลดช่วงลบลงได้บ้างในช่วงท้ายตลาด ประกอบกับราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงจากความคาดหวังว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะคลี่คลาย ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานกลายเป็นตัวถ่วงตลาดในช่วงต้นสัปดาห์ โดยเชฟรอน เอ็กซอนโมบิล…

  • |

    วอลล์สตรีทปิดลบ! S&P 500 ร่วง น้ำมันพุ่ง CapEx บิ๊กเทคเขย่าตลาด

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 ในแดนลบเป็นครั้งที่สี่ในรอบห้าวันทำการ ท่ามกลางแรงกดดันสองด้านที่บีบตลาดพร้อมกัน คือราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นกว่า 3% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือนจากสงครามสหรัฐฯ–อิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่คืนที่ 11 และความกังวลของนักลงทุนต่อรายงานผลประกอบการไตรมาสสองของสองยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Alphabet และ Tesla ที่ทยอยประกาศหลังตลาดปิด ซึ่งกลายเป็นบททดสอบสำคัญที่สุดของ ‘AI trade’ นับตั้งแต่ต้นปี ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,498.96 จุด ลดลง 0.14% ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 25,690.90 จุด ลดลง 0.57% ขณะที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average แทบไม่เปลี่ยนแปลง ปิดที่ 52,218.58 จุด ลดลงเพียง 6.06 จุด หรือ 0.01% บทความนี้จะพาผู้อ่านเจาะลึกทุกมิติของเซสชันการซื้อขายที่ตึงเครียดที่สุดเซสชันหนึ่งของฤดูกาลรายงานผลประกอบการรอบนี้ พร้อมประเมินผลกระทบที่นักลงทุนไทยต้องเตรียมรับมือ ภาพรวมตลาด: เมื่อพลังงานกับเทคโนโลยีเดินสวนทางกัน เซสชันการซื้อขายวันพุธที่…

  • | |

    ตลาดโลกผวาสงครามฮอร์มุซ ดาวโจนส์แกว่งใกล้ 5.3 หมื่นจุด เฟดเหยี่ยวกดบาทอ่อน

    ตลาดการเงินทั่วโลกในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวอยู่บนเส้นด้ายที่ตึงเครียด ระหว่างความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยืนระยะได้ กับความกลัวว่าไฟสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกครั้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซจะลุกลามจนฉุดราคาน้ำมันและเงินเฟ้อพุ่งกลับ นักลงทุนต้องชั่งน้ำหนักระหว่างแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ฟื้นตัวแรง กับสัญญาณ ‘เหยี่ยว’ ของธนาคารกลางสหรัฐยุคใหม่ภายใต้การนำของเควิน วอร์ช ที่เปิดทางขึ้นดอกเบี้ยแทนที่จะลด ผลพวงทั้งหมดสะท้อนตรงมายังนักลงทุนไทยผ่านค่าเงินบาทที่อ่อนทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองที่ผันผวน และต้นทุนพลังงานที่ยังทรงตัวสูง ภาพรวมของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ปิดบวกได้สำเร็จ โดยได้แรงหนุนหลักจากการดีดกลับของหุ้นผู้ผลิตชิปและการอ่อนตัวลงของราคาน้ำมัน ทำให้บรรยากาศการลงทุนคลายความตึงเครียดลงบางส่วน แม้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 52,487.41 จุด เพิ่มขึ้น 139.02 จุด หรือราว 0.27% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.81% ปิดที่ 7,543.64 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยีทะยานขึ้นถึง 1.30% ปิดที่ 26,206.89 จุด ตามรายงานของ CNBC สะท้อนว่าแรงซื้อกลับเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยีอย่างชัดเจนหลังเผชิญแรงเทขายในช่วงต้นสัปดาห์ บทความนี้จะพาผู้อ่านเจาะลึกทีละประเด็นสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางตลาดโลก ตั้งแต่การฟื้นตัวของหุ้นชิปและความเสี่ยงของฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์ วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกับราคาน้ำมันและทองคำ การเปลี่ยนขั้วนโยบายของเฟดยุควอร์ช ความเคลื่อนไหวของตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ไปจนถึงพลวัตของค่าเงินและตลาดหุ้นเอเชีย พร้อมประเมินผลกระทบที่จับต้องได้ต่อพอร์ตการลงทุนของคนไทย…

  • |

    หุ้นชิปถล่มทั่วโลก! Samsung กำไรทุบสถิติแต่ตลาดผิดหวัง DeepSeek ซุ่มทำชิป AI ฉุด Nasdaq

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับสู่ภาวะตึงเครียดอีกครั้งในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 หลังเผชิญคลื่นการเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่รุนแรง โดยมีชนวนเหตุสองประการที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ประการแรกคือ ผลประกอบการไตรมาสสองของ Samsung Electronics ที่แม้จะทำกำไรทุบสถิติเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า แต่กลับไม่สามารถสร้างความพอใจให้นักลงทุนที่ตั้งความหวังไว้สูงลิ่ว และประการที่สองคือ รายงานของ Reuters ที่ระบุว่า DeepSeek สตาร์ตอัพ AI สัญชาติจีน กำลังซุ่มพัฒนาชิปปัญญาประดิษฐ์ของตนเอง ซึ่งอาจลดการพึ่งพาชิปจาก Nvidia และ Huawei ทั้งสองปัจจัยจุดชนวนความกังวลเรื่องความยั่งยืนของกระแสบูม AI ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดกระทิงตลอดปีนี้ ผลจากแรงเทขายดังกล่าว ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต (Nasdaq Composite) ปรับตัวลง 1.16% ปิดที่ 25,939.77 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลงราว 0.5% ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย 130.76 จุด หรือ…