ทรัมป์ เผย อิหร่านเตรียมระงับโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้ง
|

ทรัมป์ เผย อิหร่านเตรียมระงับโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้ง

ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump เปิดเผยว่า อิหร่านได้ตกลงที่จะ “ระงับโครงการนิวเคลียร์อย่างไม่มีกำหนด” ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกครั้งสำคัญที่อาจนำไปสู่ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างทั้งสองประเทศ หลังจากที่เตหะรานประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้การเดินเรือพาณิชย์กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ยืนยันว่า ข้อตกลงในการหยุดกิจกรรมนิวเคลียร์ของอิหร่านจะเป็นแบบ “ไม่มีกำหนดสิ้นสุด” หรือกล่าวได้ว่าเป็นการระงับแบบถาวร “ประเด็นสำคัญส่วนใหญ่ตกลงกันได้แล้ว และทุกอย่างน่าจะดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว” ทรัมป์กล่าว

ขณะเดียวกัน เขายังปฏิเสธข้อเรียกร้องสำคัญของอิหร่านอย่างชัดเจน นั่นคือ การปล่อยเงินที่ถูกอายัดไว้ โดยยืนยันว่า สหรัฐจะไม่คืนเงินดังกล่าวให้

รายละเอียดข้อตกลงยังไม่ชัดเจน

แม้ทรัมป์จะแสดงความมั่นใจ แต่รายละเอียดของข้อตกลงยังคงไม่ชัดเจน และทางอิหร่านเองก็ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคำกล่าวอ้างนี้

ประเด็นสำคัญคือ ข้อเสนอเรื่องการระงับโครงการนิวเคลียร์นั้น อาจขัดแย้งกับจุดยืนเดิมของอิหร่าน ที่ยืนยันมาโดยตลอดว่าประเทศมี “สิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม” เพื่อการพัฒนาด้านพลังงาน

สัญญาณบวกเพิ่มขึ้นหลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ในวันเดียวกัน ผู้นำอิหร่านประกาศว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ หลังจากที่อิสราเอลตกลงหยุดยิงในเลบานอน

หลังการประกาศดังกล่าว มีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 8 ลำ ที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย รีบเคลื่อนตัวเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซทันที เพื่อทดสอบว่าการเปิดเส้นทางครั้งนี้เป็นจริงหรือไม่

ทรัมป์ส่งสัญญาณเชิงบวกเพิ่มเติม

ระหว่างเดินทางกลับกรุงวอชิงตันด้วยเครื่อง Air Force One ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาได้รับ “ข่าวดีบางอย่าง” ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน แม้จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด

เขายังระบุว่า การเจรจาจะดำเนินต่อไปตลอดช่วงสุดสัปดาห์ “ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น และมันสมเหตุสมผลมาก และผมคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง เราต้องรอดูต่อไป”
“สิ่งสำคัญที่สุดคือ อิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์”

แต่ยังคงมีความเสี่ยงด้านการทหาร

แม้จะมีสัญญาณเชิงบวก ทรัมป์ก็ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาใช้กำลังทางทหาร หากการหยุดยิงสิ้นสุดลง “บางทีผมอาจจะไม่ต่อเวลาหยุดยิง และถ้าเป็นแบบนั้น เราอาจต้องกลับไปใช้มาตรการปิดล้อม และอาจต้องเริ่มโจมตีอีกครั้ง”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนว่า แม้การเจรจาจะคืบหน้า แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบางอย่างมาก

เบื้องหลังความขัดแย้ง: จุดเริ่มต้นของสงคราม

สัญญาณความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสงครามที่เริ่มต้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

อิหร่านตอบโต้ด้วยการ:

  • โจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค
  • โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซของพันธมิตรสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย

เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่วิกฤตพลังงานระดับโลกทันที

ราคาพลังงานร่วงแรงจากความหวังสันติภาพ

หลังข่าวความคืบหน้าในการเจรจา:

  • ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงประมาณ 9% เหลือราว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาดีเซลในสหรัฐและยุโรปลดลง
  • ราคาน้ำมันจริง (Physical market) เช่น Dated Brent ลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม

ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน จากความคาดหวังว่าสงครามจะสิ้นสุดลงในเร็ว ๆ นี้

ความเสี่ยงทางการเมืองสำหรับทรัมป์

แม้ว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวก แต่การทำข้อตกลงกับอิหร่านอาจเป็น “ความเสี่ยงทางการเมือง” สำหรับทรัมป์

ข้อตกลงที่กำลังเจรจามีลักษณะคล้ายกับ Joint Comprehensive Plan of Action หรือ JCPOA ที่ทำขึ้นในปี 2015

ซึ่งทรัมป์เคยวิจารณ์อย่างหนัก และถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวในปี 2018 โดยเรียกว่า “เป็นข้อตกลงที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

ประเด็นเงินอายัด 20,000 ล้านดอลลาร์

มีรายงานว่า หนึ่งในข้อเสนอคือ:

  • สหรัฐอาจปล่อยเงินอายัดของอิหร่านมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์
  • แลกกับการที่อิหร่านยอมยกเลิกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ

แต่ทรัมป์ปฏิเสธแนวคิดนี้อย่างชัดเจน

ความกังวลจากฝ่ายการเมืองสหรัฐ

วุฒิสมาชิก Lindsey Graham แสดงความกังวลว่า: “ผมมั่นใจว่าทรัมป์จะไม่ยอมให้อิหร่านร่ำรวยจากเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์”
“จะไม่มี JCPOA ภายใต้การบริหารของทรัมป์”

การเจรจายังไม่สิ้นสุด

ก่อนหน้านี้ การเจรจาหยุดยิงในอิสลามาบัด นำโดยรองประธานาธิบดี JD Vance ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเจรจารอบใหม่ และทรัมป์เองก็กล่าวว่าเขา “อาจเดินทางไปลงนามข้อตกลงด้วยตัวเอง”

ความไม่แน่นอนยังคงอยู่

แม้จะมีความหวัง แต่หลายฝ่ายยังคงสงสัยว่า:

  • การส่งออกน้ำมันจะกลับมาเป็นปกติได้เร็วแค่ไหน
  • การปิดล้อมของสหรัฐยังคงมีผล
  • อิหร่านมองว่าการปิดล้อมเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ปัจจัยจากเลบานอนยังเป็นตัวแปรสำคัญ

แม้ว่าทรัมป์จะบอกว่าการเจรจากับอิหร่าน “แยกจาก” การหยุดยิงในเลบานอน แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองประเด็นเชื่อมโยงกันอย่างมาก

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล Benjamin Netanyahu ระบุว่า:

  • ปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน “ยังไม่เสร็จสิ้น”
  • เป้าหมายคือการทำลายกลุ่ม Hezbollah

ผลกระทบในเลบานอน

  • มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 คน
  • มีผู้พลัดถิ่นกว่า 1 ล้านคน
  • กองทัพอิสราเอลยังคงยึดพื้นที่บางส่วน

ท่าทีของทรัมป์ต่อภูมิภาค

ทรัมป์กล่าวว่า: “เราต้องการให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ และเราจะจัดการสถานการณ์ในเลบานอน”
“เราจะไม่ทิ้งระเบิดเลบานอนอย่างหนัก และจะไม่ให้ใครทำแบบนั้น”

บทสรุปภาพรวม

สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า:

  • ความขัดแย้งกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยน”
  • แต่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
  • การเมืองและการทหารยังคงเป็นตัวแปรหลัก

แม้ทรัมป์จะมองในแง่บวก แต่:

  • ข้อตกลงยังไม่ชัดเจน
  • อิหร่านยังไม่ยืนยัน
  • ความเสี่ยงในการกลับมาปะทะยังคงมีอยู่

สำหรับตลาดโลก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ข่าวการเมือง แต่เป็น “ปัจจัยกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก” โดยเฉพาะในด้านพลังงานและความมั่นคงระหว่างประเทศ

Similar Posts