อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังเรือพาณิชย์ถูกยิง ขณะที่ทรัมป์เตือนห้ามใช้เป็นเครื่องต่อรอง
|

อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังเรือพาณิชย์ถูกยิง ขณะที่ทรัมป์เตือนห้ามใช้เป็นเครื่องต่อรอง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดอีกครั้ง เมื่ออิหร่านประกาศ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” อีกครั้งในวันเสาร์ เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากเพิ่งเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ ส่งผลให้ตลาดพลังงานและการขนส่งทั่วโลกกลับเข้าสู่ภาวะไม่แน่นอน

ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump ออกมาเตือนว่า อิหร่านไม่สามารถใช้การปิดช่องแคบเพื่อ “แบล็กเมล” สหรัฐได้

อิหร่านสั่งปิดช่องแคบ พร้อมคำเตือนรุนแรงต่อเรือทุกลำ

กองทัพเรือของหน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดจนกว่าสหรัฐจะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

พร้อมออกคำเตือนอย่างชัดเจนว่า:

  • ห้ามเรือทุกลำเคลื่อนออกจากจุดจอดในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน
  • การเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกมองว่า “ร่วมมือกับศัตรู”
  • และอาจตกเป็นเป้าหมายทางทหาร

วิเคราะห์เชิงลึก

คำเตือนนี้ถือเป็นการ “ยกระดับความตึงเครียด” อย่างมีนัยสำคัญ เพราะ:

  • ไม่ใช่แค่การปิดเส้นทาง แต่เป็นการ “ข่มขู่โดยตรง”
  • เพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยให้กับบริษัทขนส่ง
  • ทำให้ต้นทุนประกันภัยทางทะเลพุ่งสูง

ในเชิงยุทธศาสตร์ นี่คือการใช้ “chokepoint” ที่สำคัญที่สุดของโลกเป็นเครื่องมือกดดัน

เกิดเหตุยิงเรือจริงในพื้นที่

ศูนย์ United Kingdom Maritime Trade Operations ของกองทัพอังกฤษรายงานว่า:

  • เรือปืนของ IRGC ยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง
  • ลูกเรือปลอดภัย แต่เหตุการณ์สร้างความตื่นตระหนก

นอกจากนี้:

  • มีเรืออย่างน้อย 2 ลำรายงานว่าถูกยิง
  • อินเดียเรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าชี้แจง หลังเรือสัญชาติอินเดียถูกโจมตี

วิเคราะห์เชิงลึก

เหตุการณ์นี้สำคัญมาก เพราะ:

  • เปลี่ยนสถานการณ์จาก “ความเสี่ยงเชิงทฤษฎี” เป็น “ความเสี่ยงจริง”
  • บริษัทเดินเรืออาจหยุดใช้เส้นทางทันที
  • ตลาดพลังงานอาจเข้าสู่ภาวะ panic

ความย้อนแย้ง: เพิ่งเปิด แต่กลับปิดทันที

ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน อิหร่านเพิ่งประกาศเปิดช่องแคบภายใต้เงื่อนไขช่วงหยุดยิง

แต่ล่าสุดกลับระบุว่า:

  • สหรัฐ “ไม่ทำตามข้อตกลง”
  • การปิดล้อมยังดำเนินอยู่
  • จึงต้องปิดช่องแคบอีกครั้ง

สื่อ IRIB ของรัฐอิหร่านระบุว่า:

  • การผ่านช่องแคบต้องได้รับ “การอนุมัติจากอิหร่าน”

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่สะท้อนว่า:

  • ข้อตกลงไม่มีความชัดเจน
  • หรืออาจเป็น “การตีความต่างกัน”

ผลลัพธ์คือ:

  • ตลาดเกิดความสับสน
  • นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
  • การตัดสินใจทางธุรกิจยากขึ้น

อิหร่านยืนยันควบคุมช่องแคบอย่างเต็มที่

โฆษก IRGC Ebrahim Zolfaghari ระบุว่า:

  • การควบคุมช่องแคบกลับมาอยู่ในมือกองทัพ
  • จะปิดต่อไปตราบใดที่สหรัฐยังปิดล้อม

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่คือการประกาศ “อธิปไตยทางยุทธศาสตร์” อย่างชัดเจน:

  • อิหร่านแสดงว่าควบคุมเส้นทางพลังงานโลก
  • ใช้เป็น leverage ในการเจรจา

ทรัมป์: “อิหร่านเล่นเกม” แต่สหรัฐไม่ยอม

ทรัมป์กล่าวว่า:

  • การเจรจากำลังไปได้ดี
  • คาดว่าจะมีความคืบหน้าเร็ว ๆ นี้

แต่ก็วิจารณ์อิหร่านว่า:

“พวกเขาเล่นเกมเล็กน้อย”
“พวกเขาอยากปิดช่องแคบอีกครั้ง”
“พวกเขาไม่สามารถแบล็กเมลเราได้”

วิเคราะห์เชิงลึก

คำพูดนี้สะท้อนว่า:

  • สหรัฐมองว่าอิหร่านใช้ “แรงกดดันทางเศรษฐกิจ”
  • แต่ก็ยังเปิดทางเจรจา

ความเสี่ยงการกลับมาโจมตีอีกครั้ง

ทรัมป์ยังเตือนว่า:

  • อาจไม่ต่ออายุข้อตกลงหยุดยิง
  • การปิดล้อมจะยังอยู่
  • และอาจกลับมาใช้กำลังทหาร

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่คือ “Dual strategy”:

  • ใช้การเจรจา + แรงกดดันทางทหาร
  • เพิ่ม leverage ในการต่อรอง

การเจรจายังไม่สำเร็จ

การเจรจาที่นำโดย JD Vance และ Mohammad Bagher Ghalibaf ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง

อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐ

วิเคราะห์เชิงลึก

ความล่าช้านี้หมายถึง:

  • ความเสี่ยงยังไม่ลดลง
  • ตลาดยังผันผวนต่อ

อิหร่านตั้งเงื่อนไขชัดเจน

สภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่านระบุว่า:

  • สหรัฐต้อง “ลดข้อเรียกร้อง”
  • ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์จริง

และยืนยันว่า:

  • จะควบคุมช่องแคบจนกว่าสงครามจบ
  • อาจเก็บค่าผ่านทาง
  • ตรวจสอบเรืออย่างละเอียด

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่คือการเปลี่ยนช่องแคบจาก:

  • “เส้นทางสาธารณะ” → “เครื่องมือรัฐ”

ความสับสนยังคงอยู่

แม้รัฐมนตรีต่างประเทศ Seyed Abbas Araghchi เคยประกาศเปิดช่องแคบ

แต่:

  • ต้องใช้เส้นทางเฉพาะ
  • อาจมีค่าธรรมเนียม
  • และล่าสุดกลับปิดอีก

วิเคราะห์เชิงลึก

สถานการณ์นี้ทำให้:

  • ผู้ประกอบการไม่กล้าใช้งาน
  • ความเสี่ยงสูงกว่าผลตอบแทน

ผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก

  • ราคาน้ำมันร่วงกว่า 10%
  • ช่องแคบนี้ขนส่งน้ำมัน ~20% ของโลก

วิเคราะห์เชิงลึก

หากปิดจริง:

  • จะเป็น “วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุด”
  • ราคาน้ำมันอาจพุ่งทันที

ประเด็นนิวเคลียร์ยังเป็นจุดขัดแย้ง

ทรัมป์ระบุว่า:

  • สหรัฐต้องการนำยูเรเนียมทั้งหมดออกจากอิหร่าน

แต่อิหร่านปฏิเสธ

รอง รมต.ต่างประเทศ Saeed Khatibzadeh กล่าวว่า:

  • สหรัฐยังมีข้อเรียกร้อง “สูงเกินไป”

ความตึงเครียดลุกลามสู่เลบานอน

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส Emmanuel Macron ระบุว่า:

  • ทหารรักษาสันติภาพเสียชีวิต 1 นาย
  • บาดเจ็บ 3 นาย

มีการกล่าวโทษกลุ่ม Hezbollah แต่ถูกปฏิเสธ

ภาพรวมสงคราม

ยอดผู้เสียชีวิต:

  • อิหร่าน: ~3,000 คน
  • เลบานอน: ~2,290 คน
  • อิสราเอล: 23 คน
  • ทหารสหรัฐ: 13 นาย

บทวิเคราะห์ภาพรวม

1. ช่องแคบฮอร์มุซ = จุดเสี่ยงระดับโลก

เป็นเส้นทางพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

2. ความไม่แน่นอนสูงมาก

  • เปิด → ปิด → เปิด → ปิด
  • ตลาดคาดการณ์ไม่ได้

3. การเมืองนำเศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันขึ้นลงตามข่าวการเมือง

4. ความเสี่ยงการทหารยังสูง

  • มีการยิงจริง
  • อาจกลับสู่สงครามเต็มรูปแบบ

5. ตลาดอยู่ในโหมด “ระวังตัว”

  • นักลงทุนไม่มั่นใจ
  • การลงทุนชะลอ

สรุป

สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า:

  • แม้จะมีการเจรจา
  • แต่ความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย

ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็น “จุดตึงเครียดสำคัญของโลก” และทุกการเคลื่อนไหวของอิหร่านและสหรัฐจะส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะตลาดพลังงาน

ในระยะสั้น โลกยังต้องเผชิญกับ:

  • ความผันผวน
  • ความไม่แน่นอน
  • และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงอย่างต่อเนื่อง

Similar Posts

  • |

    หุ้นชิปถล่มทั่วโลก! Samsung กำไรทุบสถิติแต่ตลาดผิดหวัง DeepSeek ซุ่มทำชิป AI ฉุด Nasdaq

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับสู่ภาวะตึงเครียดอีกครั้งในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 หลังเผชิญคลื่นการเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่รุนแรง โดยมีชนวนเหตุสองประการที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ประการแรกคือ ผลประกอบการไตรมาสสองของ Samsung Electronics ที่แม้จะทำกำไรทุบสถิติเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า แต่กลับไม่สามารถสร้างความพอใจให้นักลงทุนที่ตั้งความหวังไว้สูงลิ่ว และประการที่สองคือ รายงานของ Reuters ที่ระบุว่า DeepSeek สตาร์ตอัพ AI สัญชาติจีน กำลังซุ่มพัฒนาชิปปัญญาประดิษฐ์ของตนเอง ซึ่งอาจลดการพึ่งพาชิปจาก Nvidia และ Huawei ทั้งสองปัจจัยจุดชนวนความกังวลเรื่องความยั่งยืนของกระแสบูม AI ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดกระทิงตลอดปีนี้ ผลจากแรงเทขายดังกล่าว ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต (Nasdaq Composite) ปรับตัวลง 1.16% ปิดที่ 25,939.77 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลงราว 0.5% ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย 130.76 จุด หรือ…

  • |

    ประเด็นอิหร่านในการประชุมสุดยอด Trump-Xi อาจดึงเวลาและความสนใจออกจากข้อพิพาทภาษีและแร่หายาก

    การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐฯ กับประธานาธิบดี Xi Jinping แห่งจีน ที่กำหนดไว้ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม กำลังเข้าใกล้มาด้วยความคาดหวังที่สูงมากจากทั่วโลก ทั้งในแง่ของโอกาสที่จะยุติสงครามในอิหร่าน ลดความตึงเครียดทางการค้า และวางรากฐานสำหรับความร่วมมือระหว่างสองมหาอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายรายเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า ความซับซ้อนของสถานการณ์อาจทำให้การประชุมครั้งนี้สร้างความคืบหน้าได้น้อยกว่าที่หลายฝ่ายหวัง โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของธุรกิจทั้งสองประเทศ สงครามอิหร่านจะครองพื้นที่วาระการประชุม ปัจจัยแรกที่นักวิเคราะห์ระบุว่าจะดึงเวลาและความสนใจออกจากประเด็นเศรษฐกิจคือ สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งยังคงดำเนินอยู่และกำลังอยู่ในขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนของการเจรจาสันติภาพ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่าอิหร่านจะเป็นหัวข้อหลักในการประชุม ซึ่งตอกย้ำว่าสงครามที่ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกมากกว่าสองเดือนนี้จะไม่ถูกละเลยในห้องประชุมสุดยอด บริบทที่สำคัญคือเพียงไม่กี่วันก่อนการประชุม จีนเพิ่งต้อนรับ Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ซึ่งส่งสัญญาณหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งว่าจีนกำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็นตัวกลางที่น่าเชื่อถือ และอิหร่านกำลังใช้ความสัมพันธ์กับจีนเพื่อเสริมสถานะการต่อรองกับสหรัฐฯ ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด เมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งยิงใส่กันอีกครั้ง โดยต่างฝ่ายต่างโทษอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เริ่มก่อน และยังมีรายงานจากสื่อจีน Caixin ว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่จีนเป็นเจ้าของถูกโจมตี ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงจะทำให้จีนมีส่วนได้เสียโดยตรงในความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น Hai Zhao ผู้อำนวยการด้านการศึกษาการเมืองระหว่างประเทศของ Chinese Academy of…

  • โลกกำลังสั่นสะเทือน: สงครามอิหร่าน สงครามการค้า และวิกฤตพลังงาน บทเรียนที่นักลงทุนไทยต้องอ่าน

    โลกในปี 2569 กำลังเผชิญกับพายุภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไปจนถึงสงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจที่ยังไม่สิ้นสุด ทุกสิ่งเหล่านี้กำลังกดดันเศรษฐกิจโลกอย่างพร้อมกัน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออก World Economic Outlook ฉบับเดือนเมษายน 2569 ชื่อ “Global Economy in the Shadow of War” ประเมินว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะชะลอเหลือเพียง 3.1% พร้อมส่งสัญญาณชัดว่าความเสี่ยงเอนเอียงไปทางด้านลบอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางเงาสงครามที่ยาวและไม่แน่นอน สำหรับไทย ซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าและการท่องเที่ยวเป็นหลัก แรงกระแทกดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่ที่พาดหัวข่าว แต่กำลังซึมเข้าสู่ปั๊มน้ำมัน ห้องเครื่องโรงงาน และกระเป๋าเงินของคนไทยทุกคน สงครามอิหร่าน: วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยมีเป้าหมายคือโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร นิวเคลียร์ และผู้นำระดับสูง รวมถึงผู้นำสูงสุดอาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตในการโจมตีดังกล่าว อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ — เส้นเลือดใหญ่ของการค้าพลังงานโลกที่รับผ่านน้ำมันดิบและก๊าซ LNG ราว 20% ของปริมาณการค้าทางทะเลทั่วโลก…

  • |

    Private Credit มูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ จุดชนวนความกังวลด้านเสถียรภาพโลก หน่วยงานกำกับดูแลส่งสัญญาณเตือน

    ในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่พุ่งสูง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ มีความเสี่ยงอีกประเภทหนึ่งที่กำลังเติบโตอย่างเงียบๆ แต่ทรงพลังอย่างมากในระบบการเงินโลก นั่นคือ Private Credit หรือสินเชื่อเอกชนที่ไม่ผ่านตลาดทุนสาธารณะ Financial Stability Board (FSB) หน่วยงานกำกับดูแลเสถียรภาพทางการเงินระดับโลกที่ประกอบด้วยธนาคารกลาง หน่วยงานกำกับดูแล และรัฐมนตรีการคลังจากประเทศกลุ่ม G20 ออกรายงานที่ครอบคลุมและเตือนอย่างชัดเจนในวันพุธว่า อุตสาหกรรม Private Credit ที่กำลังเติบโตจนมีมูลค่าใกล้ 2 ล้านล้านดอลลาร์ กำลังสร้างความเปราะบางให้กับตลาดการเงินโดยรวม และเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลในระดับชาติเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมนี้โดยเร็ว Private Credit คืออะไร และทำไมมันถึงเติบโตขึ้นมาขนาดนี้? ก่อนที่จะเข้าใจความเสี่ยงที่ FSB กำลังเตือน จำเป็นต้องเข้าใจว่า Private Credit คืออะไรและมันเติบโตมาได้อย่างไร Private Credit หรือสินเชื่อเอกชนคือการปล่อยกู้โดยตรงจากกองทุนและนักลงทุนสถาบันไปยังบริษัทต่างๆ โดยไม่ผ่านธนาคารพาณิชย์หรือตลาดตราสารหนี้สาธารณะ มันเปรียบเสมือน “ธนาคารเงาที่มีขนาดใหญ่มาก” ที่ดำเนินงานนอกสายตาของสาธารณชนและนอกระบบกำกับดูแลแบบดั้งเดิม รากเหง้าของการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Private Credit มาจากวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 เมื่อธนาคารพาณิชย์และธนาคารเพื่อการลงทุนถอนตัวออกจากการปล่อยกู้ในส่วนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าเดิม เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ที่เข้มงวดขึ้น ช่องว่างที่เกิดขึ้นนั้นถูกเติมเต็มโดยกองทุน Private Credit…

  • ทองคำ-เงิน-น้ำมันป่วน เฟดเหยี่ยวสวนสันติภาพอิหร่าน ราคาผันผวนหนัก

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกกำลังเผชิญแรงบีบจากสองทิศทางที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจนในสัปดาห์นี้ ด้านหนึ่งคือราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ จนหลุดระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มทยอยเดินทางออกได้ตามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว ส่วนอีกด้านหนึ่งคือท่าทีแข็งกร้าวอย่างไม่คาดคิดของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ ที่ทำให้ตลาดเทเงินเข้าซื้อดอลลาร์อย่างหนัก กดดันให้ทองคำและเงินซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยร่วงลงรุนแรง โดยเฉพาะเงินที่ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 6 และทรุดลงมากกว่า 40% จากจุดสูงสุดเดือนมกราคม สะท้อนว่าทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่ทรงอิทธิพลยิ่งกว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปแล้วในขณะนี้ สำนัก CNBC รายงานว่าราคาทองคำในตลาดโลกยังคงแกว่งตัวผันผวนหนักในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ Al Jazeera ชี้ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมาแล้วกว่า 5% ติดต่อกันสองวันก่อนการลงนามกรอบข้อตกลงสันติภาพ และนักวิเคราะห์จากสำนักข่าวต่างๆ เริ่มหันมาให้น้ำหนักกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟดมากกว่าข่าวสงครามตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จะพาผู้อ่านไปสำรวจสถานการณ์ล่าสุดของตลาดน้ำมัน ทองคำ เงิน และสินค้าโภคภัณฑ์พลังงาน พร้อมมุมมองจากนักวิเคราะห์ชั้นนำ และวิเคราะห์ผลกระทบที่จะตกถึงนักลงทุนไทย น้ำมันดิบทรุดต่อเนื่อง 4 วัน หลุด 70 ดอลลาร์ เรือเริ่มออกจากฮอร์มุซได้ ราคาน้ำมันดิบโลกกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามตะวันออกกลางปะทุขึ้น โดยข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่าน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ร่วงหลุดระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่สี่ และเกือบจะลบล้างกำไรทั้งหมดที่สะสมมาตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์…

  • นักเทรดบน Kalshi คาด WTI จะพุ่งทะลุ 125 ดอลลาร์ เกินสถิติสูงสุดในช่วงสงครามอิหร่าน

    ในขณะที่ตลาดน้ำมันดิบโลกยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นักเทรดบนแพลตฟอร์ม Kalshi ซึ่งเป็นตลาดทำนายเหตุการณ์ (Prediction Markets) ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ยังไม่ถึงจุดสูงสุดของปีนี้ และยังมีโอกาสที่จะพุ่งขึ้นไปสูงกว่าระดับสูงสุดในช่วงสงครามอีกมาก ตัวเลขที่ตลาดทำนายบอก: มากกว่าครึ่งหนึ่งเชื่อว่าจะแตะ 127 ดอลลาร์ ข้อมูลจาก Kalshi ระบุว่ามีโอกาส มากกว่า 50% ที่ราคา WTI จะแตะระดับ 127 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าระดับปิดสูงสุดในปัจจุบันที่ประมาณ 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 7 เมษายนอย่างมีนัยสำคัญ และนักเทรดยังประเมินโอกาส 63% ที่ราคาจะข้ามระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคา WTI ยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะประกาศหยุดยิง แต่ก็ยังสูงกว่าระดับต่ำสุดที่ 82.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 17 เมษายนอย่างมาก ราคาปัจจุบันกลับมาอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *