อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังเรือพาณิชย์ถูกยิง ขณะที่ทรัมป์เตือนห้ามใช้เป็นเครื่องต่อรอง
|

อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังเรือพาณิชย์ถูกยิง ขณะที่ทรัมป์เตือนห้ามใช้เป็นเครื่องต่อรอง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดอีกครั้ง เมื่ออิหร่านประกาศ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” อีกครั้งในวันเสาร์ เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากเพิ่งเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ ส่งผลให้ตลาดพลังงานและการขนส่งทั่วโลกกลับเข้าสู่ภาวะไม่แน่นอน

ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump ออกมาเตือนว่า อิหร่านไม่สามารถใช้การปิดช่องแคบเพื่อ “แบล็กเมล” สหรัฐได้

อิหร่านสั่งปิดช่องแคบ พร้อมคำเตือนรุนแรงต่อเรือทุกลำ

กองทัพเรือของหน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดจนกว่าสหรัฐจะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

พร้อมออกคำเตือนอย่างชัดเจนว่า:

  • ห้ามเรือทุกลำเคลื่อนออกจากจุดจอดในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน
  • การเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกมองว่า “ร่วมมือกับศัตรู”
  • และอาจตกเป็นเป้าหมายทางทหาร

วิเคราะห์เชิงลึก

คำเตือนนี้ถือเป็นการ “ยกระดับความตึงเครียด” อย่างมีนัยสำคัญ เพราะ:

  • ไม่ใช่แค่การปิดเส้นทาง แต่เป็นการ “ข่มขู่โดยตรง”
  • เพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยให้กับบริษัทขนส่ง
  • ทำให้ต้นทุนประกันภัยทางทะเลพุ่งสูง

ในเชิงยุทธศาสตร์ นี่คือการใช้ “chokepoint” ที่สำคัญที่สุดของโลกเป็นเครื่องมือกดดัน

เกิดเหตุยิงเรือจริงในพื้นที่

ศูนย์ United Kingdom Maritime Trade Operations ของกองทัพอังกฤษรายงานว่า:

  • เรือปืนของ IRGC ยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง
  • ลูกเรือปลอดภัย แต่เหตุการณ์สร้างความตื่นตระหนก

นอกจากนี้:

  • มีเรืออย่างน้อย 2 ลำรายงานว่าถูกยิง
  • อินเดียเรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าชี้แจง หลังเรือสัญชาติอินเดียถูกโจมตี

วิเคราะห์เชิงลึก

เหตุการณ์นี้สำคัญมาก เพราะ:

  • เปลี่ยนสถานการณ์จาก “ความเสี่ยงเชิงทฤษฎี” เป็น “ความเสี่ยงจริง”
  • บริษัทเดินเรืออาจหยุดใช้เส้นทางทันที
  • ตลาดพลังงานอาจเข้าสู่ภาวะ panic

ความย้อนแย้ง: เพิ่งเปิด แต่กลับปิดทันที

ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน อิหร่านเพิ่งประกาศเปิดช่องแคบภายใต้เงื่อนไขช่วงหยุดยิง

แต่ล่าสุดกลับระบุว่า:

  • สหรัฐ “ไม่ทำตามข้อตกลง”
  • การปิดล้อมยังดำเนินอยู่
  • จึงต้องปิดช่องแคบอีกครั้ง

สื่อ IRIB ของรัฐอิหร่านระบุว่า:

  • การผ่านช่องแคบต้องได้รับ “การอนุมัติจากอิหร่าน”

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่สะท้อนว่า:

  • ข้อตกลงไม่มีความชัดเจน
  • หรืออาจเป็น “การตีความต่างกัน”

ผลลัพธ์คือ:

  • ตลาดเกิดความสับสน
  • นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
  • การตัดสินใจทางธุรกิจยากขึ้น

อิหร่านยืนยันควบคุมช่องแคบอย่างเต็มที่

โฆษก IRGC Ebrahim Zolfaghari ระบุว่า:

  • การควบคุมช่องแคบกลับมาอยู่ในมือกองทัพ
  • จะปิดต่อไปตราบใดที่สหรัฐยังปิดล้อม

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่คือการประกาศ “อธิปไตยทางยุทธศาสตร์” อย่างชัดเจน:

  • อิหร่านแสดงว่าควบคุมเส้นทางพลังงานโลก
  • ใช้เป็น leverage ในการเจรจา

ทรัมป์: “อิหร่านเล่นเกม” แต่สหรัฐไม่ยอม

ทรัมป์กล่าวว่า:

  • การเจรจากำลังไปได้ดี
  • คาดว่าจะมีความคืบหน้าเร็ว ๆ นี้

แต่ก็วิจารณ์อิหร่านว่า:

“พวกเขาเล่นเกมเล็กน้อย”
“พวกเขาอยากปิดช่องแคบอีกครั้ง”
“พวกเขาไม่สามารถแบล็กเมลเราได้”

วิเคราะห์เชิงลึก

คำพูดนี้สะท้อนว่า:

  • สหรัฐมองว่าอิหร่านใช้ “แรงกดดันทางเศรษฐกิจ”
  • แต่ก็ยังเปิดทางเจรจา

ความเสี่ยงการกลับมาโจมตีอีกครั้ง

ทรัมป์ยังเตือนว่า:

  • อาจไม่ต่ออายุข้อตกลงหยุดยิง
  • การปิดล้อมจะยังอยู่
  • และอาจกลับมาใช้กำลังทหาร

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่คือ “Dual strategy”:

  • ใช้การเจรจา + แรงกดดันทางทหาร
  • เพิ่ม leverage ในการต่อรอง

การเจรจายังไม่สำเร็จ

การเจรจาที่นำโดย JD Vance และ Mohammad Bagher Ghalibaf ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง

อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐ

วิเคราะห์เชิงลึก

ความล่าช้านี้หมายถึง:

  • ความเสี่ยงยังไม่ลดลง
  • ตลาดยังผันผวนต่อ

อิหร่านตั้งเงื่อนไขชัดเจน

สภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่านระบุว่า:

  • สหรัฐต้อง “ลดข้อเรียกร้อง”
  • ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์จริง

และยืนยันว่า:

  • จะควบคุมช่องแคบจนกว่าสงครามจบ
  • อาจเก็บค่าผ่านทาง
  • ตรวจสอบเรืออย่างละเอียด

วิเคราะห์เชิงลึก

นี่คือการเปลี่ยนช่องแคบจาก:

  • “เส้นทางสาธารณะ” → “เครื่องมือรัฐ”

ความสับสนยังคงอยู่

แม้รัฐมนตรีต่างประเทศ Seyed Abbas Araghchi เคยประกาศเปิดช่องแคบ

แต่:

  • ต้องใช้เส้นทางเฉพาะ
  • อาจมีค่าธรรมเนียม
  • และล่าสุดกลับปิดอีก

วิเคราะห์เชิงลึก

สถานการณ์นี้ทำให้:

  • ผู้ประกอบการไม่กล้าใช้งาน
  • ความเสี่ยงสูงกว่าผลตอบแทน

ผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก

  • ราคาน้ำมันร่วงกว่า 10%
  • ช่องแคบนี้ขนส่งน้ำมัน ~20% ของโลก

วิเคราะห์เชิงลึก

หากปิดจริง:

  • จะเป็น “วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุด”
  • ราคาน้ำมันอาจพุ่งทันที

ประเด็นนิวเคลียร์ยังเป็นจุดขัดแย้ง

ทรัมป์ระบุว่า:

  • สหรัฐต้องการนำยูเรเนียมทั้งหมดออกจากอิหร่าน

แต่อิหร่านปฏิเสธ

รอง รมต.ต่างประเทศ Saeed Khatibzadeh กล่าวว่า:

  • สหรัฐยังมีข้อเรียกร้อง “สูงเกินไป”

ความตึงเครียดลุกลามสู่เลบานอน

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส Emmanuel Macron ระบุว่า:

  • ทหารรักษาสันติภาพเสียชีวิต 1 นาย
  • บาดเจ็บ 3 นาย

มีการกล่าวโทษกลุ่ม Hezbollah แต่ถูกปฏิเสธ

ภาพรวมสงคราม

ยอดผู้เสียชีวิต:

  • อิหร่าน: ~3,000 คน
  • เลบานอน: ~2,290 คน
  • อิสราเอล: 23 คน
  • ทหารสหรัฐ: 13 นาย

บทวิเคราะห์ภาพรวม

1. ช่องแคบฮอร์มุซ = จุดเสี่ยงระดับโลก

เป็นเส้นทางพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

2. ความไม่แน่นอนสูงมาก

  • เปิด → ปิด → เปิด → ปิด
  • ตลาดคาดการณ์ไม่ได้

3. การเมืองนำเศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันขึ้นลงตามข่าวการเมือง

4. ความเสี่ยงการทหารยังสูง

  • มีการยิงจริง
  • อาจกลับสู่สงครามเต็มรูปแบบ

5. ตลาดอยู่ในโหมด “ระวังตัว”

  • นักลงทุนไม่มั่นใจ
  • การลงทุนชะลอ

สรุป

สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า:

  • แม้จะมีการเจรจา
  • แต่ความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย

ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็น “จุดตึงเครียดสำคัญของโลก” และทุกการเคลื่อนไหวของอิหร่านและสหรัฐจะส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะตลาดพลังงาน

ในระยะสั้น โลกยังต้องเผชิญกับ:

  • ความผันผวน
  • ความไม่แน่นอน
  • และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงอย่างต่อเนื่อง

Similar Posts

  • |

    ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หลัง Trump ขู่อิหร่านรอบใหม่ Brent ทะลุ 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    ตลาดน้ำมันโลกยังคงร้อนแรงไม่หยุด เมื่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอีกครั้งในวันพุธ ขณะที่นักเทรดต้องชั่งน้ำหนักระหว่างสองปัจจัยที่กำลังสั่นสะเทือนตลาดพร้อมกัน ทั้งการที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตัดสินใจถอนตัวออกจาก OPEC อย่างกะทันหันจนตลาดตกใจ และสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าสงครามอิหร่านจะไม่สิ้นสุดลงในเร็ววันอย่างที่หลายฝ่ายเคยหวัง น้ำมันดิบ Brent มาตรฐานสากล สัญญาส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวขึ้น 2.8% มาอยู่ที่ 114.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 7:18 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้นในเซสชันวันอังคารที่ทำให้ Brent บันทึกสถิติการปรับตัวขึ้นเป็นบวก 7 เซสชันติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานหลายปี ขณะที่น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ สัญญาส่งมอบเดือนมิถุนายน พุ่งขึ้น 3.3% ไปอยู่ที่ 103.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อจากที่ปิดบวก 3.7% ในเซสชันก่อนหน้า และเมื่อมองภาพรวมนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 WTI สะสมกำไรไว้มากกว่า 49%…

  • | |

    ภูมิรัฐศาสตร์เขย่าเศรษฐกิจโลก: สงครามการค้า คว่ำบาตร สะเทือนพอร์ตนักลงทุนไทย

    โลกการเงินในไตรมาสสามของปี 2569 กำลังเคลื่อนตัวอยู่บนเส้นด้ายของความไม่แน่นอนที่ซับซ้อนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อสามแรงกดดันใหญ่—สงครามการค้าที่สหรัฐฯ ยกกำแพงภาษีสูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง วิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ และเครือข่ายมาตรการคว่ำบาตรที่แบ่งห่วงโซ่อุปทานโลกออกเป็นขั้ว—มาบรรจบกันพร้อมกัน นักลงทุนทั่วโลกจึงต้องประเมินความเสี่ยงใหม่ทั้งหมด ขณะที่ราคาทองคำพุ่งทำสถิติเหนือ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับยืนที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และตลาดหุ้นไทยก็กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลกด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับ บทความนี้จะพาผู้อ่านสำรวจภาพรวมของความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กำลังหล่อหลอมทิศทางการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี และวิเคราะห์ว่านักลงทุนไทยควรวางตำแหน่งพอร์ตอย่างไรท่ามกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์ลูกนี้ สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนยกระดับใหม่ ภาษีนำเข้าแตะจุดสูงสุดในรอบศตวรรษ ประเด็นที่ครองพาดหัวข่าวเศรษฐกิจระหว่างประเทศตลอดปี 2569 ยังคงเป็นสงครามการค้าที่ทวีความเข้มข้นภายใต้นโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งข้อมูลจาก Tax Foundation ระบุว่า อัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยของสหรัฐฯ ได้ไต่ขึ้นสู่ระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเมื่อสิ้นปี 2568 และยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องมาถึงกลางปีนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ทรัมป์ประกาศเลื่อนการปรับขึ้นภาษีตอบโต้ (reciprocal tariff) ที่จะแตะ 125 เปอร์เซ็นต์ออกไปอีก 90 วัน ซึ่งเป็นการยืดเวลาสงบศึกทางการค้าชั่วคราวเพื่อเปิดช่องให้การเจรจาดำเนินต่อไป แม้จะมีการพักรบเป็นระยะ แต่ผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อการค้าโลกนั้นเกิดขึ้นแล้วอย่างชัดเจน รายงานอัปเดตปี 2569 ของ McKinsey Global Institute ประเมินว่ากำแพงภาษีได้ผลักดันให้มูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนหดตัวลงราว 30 เปอร์เซ็นต์…

  • |

    ตลาดโลกเข้าโหมดพิสูจน์: งบ Q2 น้ำมันปะทุ เฟดยุควอร์ชส่อขึ้นดอกเบี้ย

    ตลาดการเงินโลกกำลังเดินเข้าสู่สัปดาห์ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “จุดตัดสิน” ของครึ่งปีหลัง 2569 หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา (6-10 กรกฎาคม) วอลล์สตรีทแสดงอาการ “แยกทาง” อย่างชัดเจน ดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติปิดเหนือระดับ 53,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันจันทร์ ก่อนที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปะทุขึ้นใหม่จะลบกำไรทั้งหมดทิ้ง จนดัชนีบลูชิปปิดสัปดาห์ติดลบ 0.5% ในขณะที่ดัชนี Nasdaq ซึ่งมีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูงกลับบวกได้ 1.74% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.23% ปิดบวกเป็นสัปดาห์ที่ 4 จาก 5 สัปดาห์หลังสุด ภาพที่ขัดแย้งกันนี้บอกอะไรบางอย่างกับนักลงทุน: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในเวลานี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องเดียว แต่ถูกดึงไปคนละทางโดยสามแรงที่ทรงพลังพอ ๆ กัน — แรงแรกคือ “ธีม AI” ที่ยังคงดูดเงินเข้าหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอย่างไม่ลดละ แรงที่สองคือราคาน้ำมันที่กลับมาพุ่งอีกครั้งหลังข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านล่มลง และแรงที่สามคือธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ที่กำลังถกเถียงกันภายในว่าจะ “ขึ้น” ดอกเบี้ยหรือ “คง” ดอกเบี้ยต่อไป…

  • เฟด-ECB เดินเกมสวนทาง! เศรษฐกิจโลกเสี่ยงโตช้าสุดนับแต่โควิด

    เมื่อธนาคารกลางรายใหญ่ของโลกเริ่มเดินเกมสวนทางกันอย่างชัดเจน ฝั่งสหรัฐฯ ธนาคารกลาง (เฟด) ภายใต้ผู้ว่าการคนใหม่ เควิน วอร์ช ตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่กลับส่งสัญญาณเปิดทางให้ “ขึ้นดอกเบี้ย” ได้ในช่วงที่เหลือของปี สวนทางกับความคาดหวังเดิมที่ตลาดมองว่าเฟดกำลังจะเข้าสู่วงจรผ่อนคลายนโยบายการเงิน ขณะที่ฝั่งยุโรป ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยไปเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลาง ต้นตอของความปั่นป่วนทั้งหมดนี้ยังคงวนเวียนอยู่ที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งแม้จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติความขัดแย้งไปแล้ว แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังคงลากยาว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่เคยพุ่งทะลุ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ก่อนจะร่วงกลับลงมาใกล้ระดับก่อนสงครามที่ราว 72-73 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือน สะท้อนความผันผวนที่ยังไม่จบสิ้นของตลาดพลังงานโลก ธนาคารโลก (World Bank) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกปี 2026 ลงเหลือ 2.5% จากเดิมที่คาดไว้ 2.9% เมื่อเดือนมกราคม ซึ่งหากเป็นจริงจะถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ยุคโควิด-19 เป็นต้นมา สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ สถานการณ์ในช่วงนี้ถือว่าต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะทิศทางดอกเบี้ยที่ไม่ชัดเจนของเฟด ประกอบกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่หายไปสนิท กำลังสร้างความผันผวนให้กับสินทรัพย์เกือบทุกประเภท…

  • |

    Rubio ระบุสหรัฐฯ คาดรับคำตอบจากอิหร่านเรื่องข้อตกลงสันติภาพ “วันนี้”

    ในวันศุกร์ที่โลกกำลังจับตามองอย่างใจจดใจจ่อ Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณที่สร้างทั้งความหวังและความไม่แน่นอนพร้อมกัน เมื่อเขาแถลงต่อสื่อมวลชนในกรุงโรมระหว่างการเยือนพระสันตปาปา Leo XIV ว่า สหรัฐฯ คาดว่าจะได้รับการตอบสนองจากอิหร่านเกี่ยวกับข้อเสนอยุติสงครามภายในวันนี้ “เราควรจะได้รู้อะไรบางอย่างวันนี้ เราคาดหวังการตอบสนองจากพวกเขา” Rubio กล่าวเมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถานะของการเจรจากับอิหร่าน “เราจะดูว่าการตอบสนองนั้นมีเนื้อหาอะไร ความหวังคือมันเป็นสิ่งที่สามารถนำเราเข้าสู่กระบวนการเจรจาที่จริงจัง” ถ้อยคำเหล่านี้ดูเหมือนเรียบง่าย แต่บรรจุความหมายที่ลึกซึ้งและสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ตึงเครียดอย่างยิ่งในกระบวนการทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่ในหลายเมืองพร้อมกัน ทั้งในวอชิงตัน เตหะราน อิสลามาบัด ปักกิ่ง และโรม บริบท: จาก 14 ประเด็นสู่การรอคอยที่เร่งด้วน เพื่อเข้าใจความสำคัญของสิ่งที่ Rubio กล่าวในวันศุกร์ จำเป็นต้องย้อนดูเส้นทางที่นำมาสู่จุดนี้ก่อน ต้นสัปดาห์ Axios และสื่ออื่นๆ รายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเข้าใกล้ บันทึกความเข้าใจ 14 ประเด็นในหน้าเดียว ที่จะยุติสงครามและวางกรอบสำหรับการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน วอชิงตันรอการตอบสนองจากเตหะรานใน “ประเด็นสำคัญหลายประการ” ภายใน 48 ชั่วโมง ในวันพฤหัสบดี อิหร่านยืนยันว่ากำลัง “พิจารณาข้อความ” ที่ได้รับจากสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางปากีสถาน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือส่งคำตอบ ตามสื่อของรัฐอิหร่านที่อ้างอิงเจ้าหน้าที่อิหร่าน และตอนนี้ในวันศุกร์ Rubio…

  • | |

    ธนาคารกลางโลกเดินคนละทาง เงินเฟ้อเหนียว สงครามพลังงานป่วนตลาด

    ครึ่งหลังของปี 2569 กำลังเผยให้เห็นภาพเศรษฐกิจโลกที่ “แตกเป็นเสี่ยง” อย่างชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี ธนาคารกลางรายใหญ่ของโลกเดินนโยบายสวนทางกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงพร้อมเสียงเรียกร้องให้ “ขึ้น” ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กลับลำมาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อจากสงคราม ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังตรึงดอกเบี้ยต่ำจนเงินเยนทรุดสู่จุดอ่อนค่าที่สุดในรอบ 40 ปี ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามสหรัฐ-อิหร่านที่ยังกดดันราคาพลังงาน เงินเฟ้อที่ลงช้ากว่าคาด และตลาดแรงงานสหรัฐที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง สำหรับนักลงทุนไทย นี่คือช่วงเวลาที่ “ส่วนต่างดอกเบี้ย” กำลังกดเงินบาทให้อ่อนค่า และท้าทายการจัดพอร์ตอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน รายงานฉบับนี้ประมวลความเคลื่อนไหวสำคัญจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, Reuters, CNBC, Financial Times และ Wall Street Journal เพื่อฉายภาพว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเดินไปทางใด และเหตุการณ์เหล่านี้จะส่งแรงกระเพื่อมมาถึงตลาดทุนไทย ค่าเงินบาท และการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อย่างไรในช่วงที่เหลือของปี เฟดตรึงดอกเบี้ยท่ามกลาง “ศึกในบ้าน” สามเสียงแตกเรียกร้องขึ้นดอกเบี้ย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติ 9 ต่อ 3…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *