โลกในเงาสงคราม: เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ฉีกแผนที่การค้าโลกใหม่อีกครั้ง
|

โลกในเงาสงคราม: เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ฉีกแผนที่การค้าโลกใหม่อีกครั้ง

ณ ขณะที่ประธานาธิบดี Donald Trump และประธานาธิบดี Xi Jinping กำลังนั่งคุยกันที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โลกภายนอกกำลังจับตามองด้วยความกังวลที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ การประชุมสุดยอดสองวันครอบคลุมประเด็นการค้า ภาษีนำเข้า ไต้หวัน อิหร่าน และปัญญาประดิษฐ์ แต่พื้นหลังของการเจรจาครั้งนี้คือภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่กำลังถูกฉีกทิ้งและเขียนใหม่โดยพลังของสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนขั้วอำนาจที่ดำเนินมาต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุไว้อย่างตรงไปตรงมาในรายงาน World Economic Outlook เดือนเมษายน 2569 ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งสำคัญจากการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง โดยสมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งจะสั้นและจำกัด ทำให้การเติบโตของโลกถูกคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวเหลือ 3.1% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 พร้อมกับเงินเฟ้อโลกที่คาดว่าจะพุ่งขึ้นเล็กน้อยในปี 2569 ก่อนที่จะลดลงอีกครั้งในปี 2570

แต่ในสถานการณ์เลวร้าย ตัวเลขเหล่านั้นอาจยิ่งแย่กว่านั้นมาก

ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดพลังงานที่เขย่าโลก

การปิดช่องแคบฮอร์มุซและความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญในภูมิภาคที่เป็นศูนย์กลางการจัดหาไฮโดรคาร์บอนของโลกทำให้เกิดความเป็นไปได้ของวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หากการสู้รบยังคงดำเนินต่อไป

ในสถานการณ์อ้างอิงที่สมมติว่าความขัดแย้งสั้นและราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 19% การเติบโตของโลกยังคงอยู่ที่เพียง 3.1% ในปีนี้ และเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 4.4% ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนอย่างมากจากแนวโน้มการลดเงินเฟ้อของโลกในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ในสถานการณ์เลวร้ายที่การปิดกั้นยืดเยื้อและราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นมาก การเติบโตของโลกจะลดลงเหลือ 2.5% ในปีนี้ และเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นถึง 5.4%

สิ่งที่ World Economic Forum ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนคือ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดคอขวดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญมาโดยตลอดเนื่องจากบทบาทของมันในการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลก และความขัดแย้งในอิหร่านได้ตอกย้ำแนวคิดอีกครั้งว่าจุดขนส่งเล็กๆ อย่างช่องแคบสามารถมีผลกระทบที่เกินขนาดต่อการค้า ความมั่นคงด้านพลังงาน และเสถียรภาพระหว่างประเทศ

ผลกระทบลูกโซ่ที่เกิดขึ้นนั้นกว้างขวางยิ่งกว่าที่หลายคนคาดคิด Lufthansa ต้องตัดเที่ยวบินระยะสั้น 20,000 เที่ยว รัฐบาลยุโรปเริ่มวางแผนรับมือกับการขาดแคลนเชื้อเพลิง ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งขึ้น 103% ในเดือนเดียว และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ใช้ในอุปกรณ์ AI ขาดแคลนเนื่องจากการโจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบีย

สงครามการค้าและ “อาวุธลับ” แร่หายากของจีน

ในขณะที่สงครามอิหร่านครอบงำพาดหัวข่าว มีอีกมิติหนึ่งของการเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจระหว่างสหรัฐฯ และจีน

จีนเป็นมหาอำนาจด้านแร่หายากของโลก ครองตลาดราว 85% ของกระบวนการแปรรูปและมากกว่า 90% ของการผลิตแม่เหล็ก ปักกิ่งควบคุมการแยกแร่หายากชนิดหนักโดยเฉพาะ ซึ่งไม่มีกระบวนการนี้เกิดขึ้นในสหรัฐฯ เลย

จีนได้แสดงให้เห็นถึงความยินดีที่เพิ่มขึ้นในการใช้อำนาจต่อรองห่วงโซ่อุปทานในระดับโลก โดยเกือบสามเท่าการใช้ข้อจำกัดการส่งออกระหว่างปี 2564 ถึง 2568 วอชิงตันมีความเปราะบางด้านแร่หายากอย่างชัดเจนในช่วงเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาล Trump ทำสงครามกับอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลว่ากระทรวงกลาโหมกำลังเผาผลาญกระสุนที่พึ่งพาวัสดุเหล่านี้

การค้าระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกได้รับผลกระทบนับตั้งแต่ Trump กลับมารับตำแหน่งปีที่แล้วและปล่อยภาษีสุดโหดชุดหนึ่งออกมา โดยกำหนดอัตราสูงสุดต่อจีนถึง 145% ในช่วงหนึ่ง ขณะที่ การนำเข้าของสหรัฐฯ จากจีนลดลง และส่งออกไปจีนก็ลดลงมากกว่า 25% ซึ่งเป็นตัวเลขมหาศาลในหนึ่งปี

ในบริบทนี้เองที่ ศูนย์กลางความสนใจได้เคลื่อนออกจากภาษีนำเข้าซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นไม้เด็ดชี้ขาดสำหรับ Trump และมุ่งไปสู่สิ่งที่มีโครงสร้างมากขึ้น นั่นคือการควบคุมของจีนเหนือแร่ธาตุวิกฤต แร่หายาก และห่วงโซ่อุปทานแม่เหล็กที่เป็นรากฐานของความสามารถทางทหารสมัยใหม่

การประชุมสุดยอด Trump-Xi: ใครมีไพ่ดีกว่า?

Scott Kennedy ที่ปรึกษาอาวุโสด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์จีนที่ CSIS กล่าวว่า “จีนเข้าสู่การประชุมครั้งนี้ด้วยความมั่นใจมากกว่าในปี 2560 มาก เมื่อตอนนั้นจีนกลัวแม้แต่การขึ้นภาษีเล็กน้อยของสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา Xi สามารถผลักดันกลับและทำให้การกระทำส่วนใหญ่ของ Trump เป็นกลางได้”

Al Jazeera รายงานว่า สองประเทศได้ตกลงที่จะลดความตึงเครียดชั่วคราวผ่านการสงบศึกทางการค้าที่บรรลุในการเจรจาที่เกาหลีใต้ โดยจีนตกลงซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรสหรัฐฯ เพิ่มเติม รวมถึงถั่วเหลือง ขณะที่วอชิงตันลดภาษีบางส่วน

ในด้านเทคโนโลยี CNBC รายงานว่า หลังจาก Trump พบกับ Xi ในวันพฤหัสบดี Reuters รายงานว่าวอชิงตันได้อนุมัติการขายชิป AI H200 ของ Nvidia ให้กับบริษัทเทคโนโลยีจีนรายใหญ่หลายแห่ง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ส่งผลให้หุ้น Nvidia และบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

การเปลี่ยนรูปของการค้าโลก: ใครได้ประโยชน์?

รายงานของ McKinsey Global Institute ชี้ว่า ภาษีนำเข้ากระตุ้นการปรับตัวของการค้า โดยการค้าสหรัฐฯ-จีนลดลงประมาณ 30% สหรัฐฯ แทนที่ประมาณสองในสามของช่องว่างด้วยการนำเข้าจากผู้ขายรายอื่น ในขณะที่ผู้ส่งออกจีนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงของเล่นลดราคาเฉลี่ย 8% เพื่อหาผู้ซื้อในตลาดใหม่ ASEAN เจริญรุ่งเรืองโดยเพิ่มการค้ากับทั้งสองเศรษฐกิจ แต่สหภาพยุโรปเผชิญกับการถูกบีบสองด้าน ได้แก่ การนำเข้าจีนที่มากขึ้นและภาษีสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น

สำหรับไทยและ ASEAN โดยรวม การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่การผลิตนี้นำมาซึ่งทั้งโอกาสและความเสี่ยง ในด้านโอกาส ประเทศที่ได้รับการลงทุนจากบริษัทที่ย้ายฐานการผลิตออกจากจีน เช่น เวียดนาม ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต่างได้รับประโยชน์อย่างมากจาก “China Plus One Strategy” อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญคือหากการประชุมสุดยอด Trump-Xi นำไปสู่การลดภาษีนำเข้าจากจีน แรงจูงใจในการย้ายการผลิตก็จะลดลงตาม

ภาวะ “โลกหลายขั้ว”: ความเสี่ยงที่สะสมในระยะยาว

รายงานความเสี่ยงโลกของ World Economic Forum ประจำปี 2569 พบว่า การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจ (Geoeconomic Confrontation) ขึ้นสู่อันดับต้นของความเสี่ยงระยะใกล้ โดย 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่ามันเป็นความเสี่ยงที่มีแนวโน้มสูงสุดที่จะก่อให้เกิดวิกฤตโลกในปี 2569 และถูกจัดอันดับที่ 1 ด้านความรุนแรงในระยะสองปีข้างหน้า

Eyck Freymann นักวิชาการจาก Hoover Institution อธิบายว่า ในระบบเศรษฐกิจโลกที่พึ่งพิงดอลลาร์สหรัฐสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างธนาคาร สิ่งนี้ให้อำนาจแก่สหรัฐฯ ในการคุกคามประเทศอื่นด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน และจีนก็กำลังพัฒนาจุดคอขวดของตนเองในแร่ธาตุสำคัญ

ตัวเลขที่น่าเป็นห่วงจาก IMF ชี้ให้เห็นว่า นอกเหนือจากความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนรูปโลกที่มีหลายขั้วมากขึ้น โดยมีคลื่นข้อจำกัดการค้าที่กำหนดโดยกลุ่มเศรษฐกิจหลักทุกกลุ่ม ทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศและการเติบโตได้รับความเสียหาย

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทยและกลยุทธ์ที่ควรพิจารณา

สำหรับนักลงทุนไทย สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนนี้สร้างทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่ต้องจัดการอย่างรอบคอบ

ผลกระทบด้านพลังงาน: ไทยนำเข้าน้ำมันประมาณ 60% ของที่ใช้ในประเทศ ราคาน้ำมัน Brent ที่ยังอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตในทุกภาคส่วน ทั้งการขนส่ง การเกษตร และการผลิตอุตสาหกรรม นักลงทุนควรติดตามพัฒนาการของการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว

โอกาสจาก Supply Chain Shift: การย้ายฐานการผลิตจากจีนยังคงเป็นแนวโน้มที่ดำเนินต่อเนื่อง นักลงทุนในหุ้นนิคมอุตสาหกรรมไทย ภาคโลจิสติกส์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อาจได้รับประโยชน์หากการประชุมสุดยอด Trump-Xi ไม่ได้นำไปสู่การลดภาษีนำเข้าจากจีนอย่างมีนัยสำคัญ

กลุ่มที่ต้องระวัง: ภาคการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่พึ่งพาตลาดจีน อาจได้รับผลกระทบหากการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการซื้อของจีนไปสู่สินค้าอเมริกันมากขึ้น

กลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์: หุ้นที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน AI ทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศยังคงมีแนวโน้มบวกจากความต้องการชิปความจำที่พุ่งสูง แม้จะมีความเสี่ยงจากการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน

บทสรุป: โลกที่ไม่มีสูตรสำเร็จ

ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกในปี 2569 ไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่ชัดเจน IMF เตือนว่า การยกระดับกำลังทหารที่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังนำมาซึ่งแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ความยั่งยืนทางการคลังและต่างประเทศอ่อนแอลง และเสี่ยงต่อการแย่งชิงการใช้จ่ายทางสังคม

สำหรับนักลงทุนไทย บทเรียนสำคัญในช่วงนี้คือการกระจายความเสี่ยง ติดตามพัฒนาการทางการทูตอย่างใกล้ชิด และมองหาโอกาสในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกในระยะยาว ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นตัวแปรสำคัญของการลงทุน การติดตามข่าวระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการลงทุนอย่างมีสติ

Similar Posts

  • จีนต้อนรับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ก่อนทรัมป์บินเยือนปักกิ่ง

    ในการเคลื่อนไหวทางการทูตที่มีนัยสำคัญอย่างลึกซึ้งต่อพลวัตของความขัดแย้งที่กำลังคุกรุ่นในตะวันออกกลาง จีน เปิดบ้านต้อนรับ Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านในวันพุธ นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และเตหะรานปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และที่ทำให้การเยือนครั้งนี้ยิ่งมีความสำคัญขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งคือมันเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่ประธานาธิบดี Donald Trump จะเดินทางเยือนปักกิ่งในช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นการประชุมสุดยอดที่ทั้งโลกจับตามองอย่างใจจดใจจ่อ ภาพของ Wang Yi นักการทูตสูงสุดของจีนที่นั่งพบกับ Araghchi ในกรุงปักกิ่งไม่กี่วันก่อน Trump บินลัดฟ้าเข้ามา ถ่ายทอดความซับซ้อนของภูมิรัฐศาสตร์โลกในยุคนี้ได้อย่างไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม มันคือการส่งสัญญาณพร้อมกันหลายทิศทาง ทั้งต่อสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน และต่อโลก ว่าจีนกำลังเล่นเกมที่ซับซ้อนและมีเป้าหมายของตัวเองอย่างชัดเจน จังหวะเวลาที่ไม่บังเอิญ: ปักกิ่งส่งสัญญาณอะไร? หนึ่งในรายละเอียดที่สะดุดตาผู้สังเกตการณ์ทางการทูตมากที่สุดคือวิธีที่ข่าวการเยือนนี้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ สื่อของรัฐจีนออกมาประกาศล่วงหน้าในคืนวันอังคาร โดยอ้างแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศที่ระบุชัดเจนว่า ปักกิ่งเป็นผู้ริเริ่มการเชิญ ไม่ใช่ฝ่ายอิหร่านที่ขอมา รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนเป็นพิธีการนี้กลับมีความหมายทางการทูตที่ลึกซึ้งอย่างมาก เพราะมันบ่งบอกว่าจีนต้องการให้โลกรับรู้ว่าการพบปะนี้เป็นความคิดริเริ่มของปักกิ่งเอง ไม่ใช่เพียงการตอบรับการติดต่อของอิหร่าน การประกาศล่วงหน้าแบบนี้ยังเป็นสัญญาณไปยังวอชิงตันว่าจีนมีบทบาทของตัวเองในการจัดการวิกฤตนี้ และไม่ได้รอรับคำสั่งจากสหรัฐฯ ว่าจะปฏิบัติต่ออิหร่านอย่างไร Amir Handjani สมาชิกคณะกรรมการของ Quincy Institute for Responsible Statecraft…

  • | |

    เกาหลีใต้ทดลองใช้ “เงินฝากโทเคน” สำหรับงบประมาณภาครัฐ: วิเคราะห์เชิงลึกถึงอนาคตของระบบการคลังดิจิทัล

    เกาหลีใต้กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบการเงินภาครัฐ ด้วยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ผ่าน “เงินฝากในรูปแบบโทเคน” (Tokenized Bank Deposits) เพื่อใช้ในค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการของรัฐบาล โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการทดลองเทคโนโลยีใหม่ แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนโครงสร้างของ “วิธีที่รัฐใช้เงิน” อย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมโครงการ: จากระบบบัตร → สู่ระบบเงินดิจิทัลที่ตั้งเงื่อนไขได้ ตามข้อมูลจาก Ministry of Economy and Finance South Korea (MOEF) ระบุว่า: การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ระบบเดิม: ระบบใหม่: วิเคราะห์เชิงลึก นี่คือการเปลี่ยนจาก “ระบบตรวจสอบ” → “ระบบควบคุม” ผลกระทบเชิงโครงสร้าง: Tokenized Deposits คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ ลักษณะของเงินฝากโทเคน ธนาคารที่เข้าร่วม รวมทั้งหมด 9 ธนาคารหลักของประเทศ วิเคราะห์: Tokenized Deposit vs Stablecoin vs CBDC 1. เทียบกับ Stablecoin ประเด็น Tokenized…

  • |

    Bitwise ชี้ Bitcoin มีโอกาสแซงมูลค่า “ทองคำ”: การเปลี่ยนผ่านจากสินทรัพย์เก็งกำไรสู่โครงสร้างการเงินโลก

    แนวคิดที่ว่า Bitcoin อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่กว่าทองคำ กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจาก Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Bitwise Asset Management ออกมาแสดงมุมมองว่า Bitcoin อาจไม่ได้เป็นเพียง “ทองคำดิจิทัล” อีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่ “เครื่องมือทางการเงินระดับโลก” Hougan ระบุว่า หาก Bitcoin สามารถทำหน้าที่ได้ทั้ง: มูลค่าตลาดของมันอาจ “แซงหน้าทองคำ” ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 33–34 ล้านล้านดอลลาร์ได้ในอนาคต แนวคิดหลัก: Bitcoin ไม่ได้แข่งกับทองคำเพียงอย่างเดียว หนึ่งในข้อสรุปสำคัญจาก Hougan คือ นักลงทุนจำนวนมาก “ประเมิน Bitcoin ต่ำเกินไป” เพราะมองว่า Bitcoin ต้องแทนที่ทองคำทั้งหมดจึงจะเติบโตได้ วิเคราะห์เชิงลึก: Hougan เคยประเมินว่า: ขยายความ: ดังนั้น: จุดเปลี่ยนสำคัญ: Bitcoin จากสินทรัพย์เก็งกำไร → เครื่องมือการเงินจริง แนวคิดนี้เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น หลังมีรายงานว่าอิหร่านพิจารณาใช้ Bitcoin ในการชำระค่าผ่านทางในช่องแคบ…

  • | |

    กำไร BP พุ่งเกินเท่าตัว เหนือคาดการณ์ หลังสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่งสูง

    ในสัปดาห์ที่ตลาดพลังงานโลกยังคงร้อนแรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง BP บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 ที่สร้างความประหลาดใจให้กับวงการในเชิงบวกอย่างมาก เมื่อกำไรสุทธิพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ผลักดันโดยราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ผลลัพธ์นี้ไม่เพียงตอกย้ำความแข็งแกร่งของธุรกิจพลังงานในยามที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านอุปทาน แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งอันน่าขันของโลกสมัยใหม่ที่ความทุกข์ยากจากสงครามกลับกลายเป็นกำไรงามสำหรับอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับราคาพลังงาน ตัวเลขที่พูดแทนตัวเอง: กำไรที่ทิ้งห่างการคาดการณ์ BP รายงาน กำไรต้นทุนทดแทนพื้นฐาน (Underlying Replacement Cost Profit) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่บริษัทใช้แทนกำไรสุทธิ อยู่ที่ 3,200 ล้านดอลลาร์ สำหรับสามเดือนแรกของปี 2569 ตัวเลขนี้เหนือกว่าการคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย LSEG ซึ่งอยู่ที่ 2,630 ล้านดอลลาร์ อยู่ถึง 570 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึงกว่า 21% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า ภาพยิ่งชัดเจนขึ้นว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน กำไรสุทธิในไตรมาสแรกของปีที่แล้วอยู่ที่เพียง 1,380 ล้านดอลลาร์ และในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 อยู่ที่ 1,540 ล้านดอลลาร์ การกระโดดขึ้นมาที่ 3,200 ล้านดอลลาร์ในครั้งนี้จึงหมายความว่ากำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปี และเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าด้วย BP อธิบายว่าผลลัพธ์ไตรมาสแรกนี้สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมจากการซื้อขายน้ำมันที่ “ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ” และผลการดำเนินงานกลางน้ำที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยล้วนได้รับประโยชน์โดยตรงจากความผันผวนของราคาพลังงานที่สูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง เสียงจาก CEO:…

  • เศรษฐกิจโลก 2026: สงครามตะวันออกกลาง ดอกเบี้ยสูง และผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

    เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับพายุหลายลูกพร้อมกัน ทั้งสงครามในตะวันออกกลางที่ฉุดรั้งการเติบโต ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจนหลายธนาคารกลางต้องทบทวนเส้นทางดอกเบี้ย และภาวะเงินเฟ้อที่กลับมาร้อนแรงในหลายประเทศ ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2026 ลงเหลือเพียง 3.1% จากที่เคยคาดไว้ที่ 3.4% ก่อนความขัดแย้งจะปะทุ สำหรับประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้อีกต่อไป IMF ส่งสัญญาณเตือน: เศรษฐกิจโลกอยู่ใต้เงาสงคราม รายงาน World Economic Outlook ฉบับเดือนเมษายน 2026 ของ IMF ตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ “Global Economy in the Shadow of War” สื่อสารถึงสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้อย่างชัดเจน ก่อนการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวที่น่าประทับใจ ภาคเอกชนปรับตัวรับมือกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ได้ดี ในขณะที่บูมของ AI และการลงทุนด้านเทคโนโลยีหนุนการเติบโต แต่ทุกอย่างพลิกผัน เมื่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้เปลี่ยนภาพรวมเศรษฐกิจโลกอย่างสิ้นเชิง ภายใต้สมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งจะจำกัดขอบเขตและระยะเวลา IMF คาดว่าการเติบโตของ GDP โลกจะชะลอตัวสู่ระดับ 3.1% ในปี 2026…

  • | |

    ตลาดหุ้นโลกพุ่ง! Nvidia ทุบสถิติรายได้ ราคาน้ำมันดิ่ง หลังสัญญาณดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน

    ตลาดหุ้นโลกในสัปดาห์นี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานสำคัญสามทิศทาง ได้แก่ ผลประกอบการของ Nvidia ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด สัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาสันติภาพในช่องแคบฮอร์มุซ และแรงกดดันที่ยังคงอยู่จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ณ เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 ดัชนี S&P 500 ซื้อขายที่ระดับ 7,423 จุด เพิ่มขึ้น 0.94% ขณะที่ Dow Jones อยู่ที่ 49,816 จุด บวก 0.92% และ Nasdaq พุ่งขึ้น 1.34% สู่ระดับ 26,217 จุด สะท้อนภาพความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ค่อยๆ ฟื้นตัวในกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน Nvidia ประกาศผลประกอบการ Q1 FY2027: “ดีมานด์พุ่งพรวด” Jensen Huang กล่าว เหตุการณ์ที่ตลาดจับตามากที่สุดในสัปดาห์นี้คือการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปีการเงิน 2027 ของ Nvidia (NVDA) เมื่อคืนวันที่ 20…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *