Bitwise ชี้ Bitcoin มีโอกาสแซงมูลค่า “ทองคำ”: การเปลี่ยนผ่านจากสินทรัพย์เก็งกำไรสู่โครงสร้างการเงินโลก
|

Bitwise ชี้ Bitcoin มีโอกาสแซงมูลค่า “ทองคำ”: การเปลี่ยนผ่านจากสินทรัพย์เก็งกำไรสู่โครงสร้างการเงินโลก

แนวคิดที่ว่า Bitcoin อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่กว่าทองคำ กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจาก Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Bitwise Asset Management ออกมาแสดงมุมมองว่า Bitcoin อาจไม่ได้เป็นเพียง “ทองคำดิจิทัล” อีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่ “เครื่องมือทางการเงินระดับโลก”

Hougan ระบุว่า หาก Bitcoin สามารถทำหน้าที่ได้ทั้ง:

  • เป็นแหล่งเก็บมูลค่า (Store of Value)
  • และเป็นสกุลเงินสำหรับการใช้งานจริง (Medium of Exchange)

มูลค่าตลาดของมันอาจ “แซงหน้าทองคำ” ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 33–34 ล้านล้านดอลลาร์ได้ในอนาคต

แนวคิดหลัก: Bitcoin ไม่ได้แข่งกับทองคำเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในข้อสรุปสำคัญจาก Hougan คือ นักลงทุนจำนวนมาก “ประเมิน Bitcoin ต่ำเกินไป” เพราะมองว่า Bitcoin ต้องแทนที่ทองคำทั้งหมดจึงจะเติบโตได้

วิเคราะห์เชิงลึก:

  • ในความเป็นจริง Bitcoin ไม่จำเป็นต้อง “ชนะ” ทองคำ
  • แต่เพียงแค่ “แบ่งส่วนตลาด” ของสินทรัพย์เก็บมูลค่า (Store-of-value market) ก็เพียงพอ

Hougan เคยประเมินว่า:

  • หาก Bitcoin ครองเพียง 17% ของตลาดนี้
  • ราคาอาจแตะระดับ 1 ล้านดอลลาร์ต่อเหรียญในระยะยาว

ขยายความ:

  • ตลาด Store of Value ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ “ขยายตัวตลอดเวลา”
  • ทองคำเองเติบโตจาก ~2.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2004 → มากกว่า 30 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน

ดังนั้น:

  • Bitcoin ไม่ได้แย่งเค้กก้อนเดิม
  • แต่กำลังเข้าไปอยู่ใน “เค้กที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ”

จุดเปลี่ยนสำคัญ: Bitcoin จากสินทรัพย์เก็งกำไร → เครื่องมือการเงินจริง

แนวคิดนี้เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น หลังมีรายงานว่าอิหร่านพิจารณาใช้ Bitcoin ในการชำระค่าผ่านทางในช่องแคบ Hormuz

วิเคราะห์เชิงลึก:

เหตุการณ์นี้สะท้อน 3 ประเด็นสำคัญ:

1. Bitcoin เริ่มถูกใช้ในระดับ “รัฐต่อรัฐ”

  • ไม่ใช่แค่การลงทุนรายบุคคล
  • แต่เป็นเครื่องมือในระบบเศรษฐกิจจริง

2. ลดการพึ่งพาระบบการเงินแบบดั้งเดิม

  • ระบบ SWIFT หรือธนาคารกลางอาจถูก bypass
  • Bitcoin กลายเป็น “ทางเลือกที่ไม่ขึ้นกับการเมือง”

3. การเงินโลกกำลังถูก “weaponized”

Hougan ระบุว่า:

  • ประเทศต่าง ๆ ใช้ระบบการเงินเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์
  • Bitcoin จึงกลายเป็นทางเลือกที่ “เป็นกลาง”

บทบาทคู่ (Dual Role): Store of Value + Currency

หนึ่งในแนวคิดที่สำคัญที่สุดคือ Bitcoin อาจมี “บทบาทคู่”

1. เป็น Store of Value (เหมือนทองคำ)

คุณสมบัติ:

  • จำนวนจำกัด (21 ล้านเหรียญ)
  • ไม่ขึ้นกับรัฐบาล
  • ป้องกันเงินเฟ้อ

2. เป็น Currency (เหมือนดอลลาร์)

คุณสมบัติ:

  • โอนข้ามประเทศได้ทันที
  • ใช้ในธุรกรรมจริง
  • ไม่ต้องผ่านตัวกลาง

วิเคราะห์เชิงลึก: ทำไม “Dual Role” ถึงสำคัญมาก

หาก Bitcoin เป็นแค่ Store of Value:

  • มูลค่าจะถูกจำกัดโดยตลาดทองคำ

แต่ถ้าเป็นทั้ง 2 อย่าง:

  • จะเข้าไปอยู่ในตลาดที่ใหญ่กว่ามาก เช่น:
    • ระบบการชำระเงินโลก
    • Forex
    • Cross-border trade

ซึ่งมีมูลค่าหลายร้อยล้านล้านดอลลาร์

การใช้งานจริงกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก

แม้ Bitcoin ยังมีมูลค่าตลาดประมาณ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ แต่การใช้งานจริงกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างประเทศที่ adoption สูง:

  • อาร์เจนตินา
  • ตุรกี
  • เวเนซุเอลา

วิเคราะห์เชิงลึก:

ประเทศเหล่านี้มีลักษณะร่วมกัน:

  • เงินเฟ้อสูง
  • ค่าเงินอ่อนค่า
  • ระบบการเงินไม่เสถียร

ผลลัพธ์:

  • ประชาชนใช้ Bitcoin เพื่อ “รักษามูลค่าเงิน”

Data สนับสนุน: การยอมรับในระดับประชาชน

ผลสำรวจจาก Coinbase พบว่า:

  • 87% ของชาวอาร์เจนตินาเชื่อว่า Blockchain คือทางสู่ “อิสรภาพทางการเงิน”

วิเคราะห์เพิ่มเติม:

นี่คือ “Bottom-up adoption”

  • ไม่ได้มาจากรัฐบาล
  • แต่มาจากประชาชน

ซึ่งมักมีความยั่งยืนมากกว่า

การยอมรับในระดับสถาบัน (Institutional Adoption)

นอกจากประชาชนแล้ว บริษัทและองค์กรต่าง ๆ ก็เริ่มถือ Bitcoin มากขึ้น

  • มากกว่า 1.5 ล้าน BTC อยู่ในงบดุลบริษัท
  • มูลค่าประมาณ 116 พันล้านดอลลาร์

วิเคราะห์เชิงลึก:

Institutional adoption มีผลสำคัญ:

1. เพิ่มความน่าเชื่อถือ

  • จากสินทรัพย์ speculative → กลายเป็น asset class

2. ลด volatility ในระยะยาว

  • นักลงทุนระยะยาวเข้ามาแทน speculative trader

3. สร้าง demand ต่อเนื่อง

  • เช่น ETF, hedge funds, family offices

การใช้งานเชิงพาณิชย์ (Merchant Adoption)

ข้อมูลจาก BTC Map ระบุว่า:

  • มีร้านค้าประมาณ 11,000 แห่งทั่วโลกที่รับ Bitcoin

วิเคราะห์:

แม้ตัวเลขยังไม่สูงมาก แต่มีความสำคัญในเชิง “โครงสร้าง”

  • Bitcoin กำลังเปลี่ยนจาก asset → payment network
  • การใช้งานจริง = foundation ของมูลค่า

วิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ: Bitcoin vs ทองคำ

จุดแข็งของทองคำ:

  • มีประวัติยาวนาน
  • เป็นที่ยอมรับทั่วโลก
  • มีการถือครองโดยธนาคารกลาง

จุดแข็งของ Bitcoin:

  • โอนง่ายกว่า
  • ไม่ต้องเก็บรักษาทางกายภาพ
  • ตรวจสอบได้ (transparent blockchain)

Hougan ชี้ว่า:

  • ทองคำมีข้อจำกัดด้าน logistics
  • ขณะที่ Bitcoin สามารถโอนข้ามโลกได้ทันที

วิเคราะห์เชิงมหภาค (Macro View)

1. ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

  • สงคราม
  • การคว่ำบาตร
  • ความตึงเครียดระหว่างประเทศ

→ เพิ่มความต้องการ “สินทรัพย์ที่เป็นกลาง”

2. หนี้สาธารณะทั่วโลก

  • เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  • ทำให้ความเชื่อมั่นใน fiat currency ลดลง

3. ระบบการเงินกำลังเปลี่ยนผ่าน

จาก:

  • ธนาคาร → Blockchain
  • Fiat → Digital assets

ความท้าทายที่ยังต้องจับตา

แม้ภาพระยะยาวจะดูแข็งแกร่ง แต่ยังมีความเสี่ยงสำคัญ:

1. Regulation

  • รัฐบาลอาจควบคุมเข้มขึ้น

2. ความผันผวน

  • Bitcoin ยังมี volatility สูง

3. การยอมรับจากธนาคารกลาง

  • ปัจจุบันยังไม่ถือ BTC เป็น reserve

บทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุน

มุมมองระยะยาว:

  • Bitcoin = Digital Gold + Payment Layer

มุมมองระยะกลาง:

  • ขึ้นอยู่กับ adoption rate

มุมมองระยะสั้น:

  • ยังมีความผันผวนสูง

บทสรุปเชิงลึก

แนวคิดของ Bitwise ไม่ได้บอกว่า Bitcoin จะ “แทนที่ทองคำ” ทันที

แต่ชี้ว่า:

  • โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่สินทรัพย์ดิจิทัลมีบทบาทมากขึ้น
  • และ Bitcoin อาจกลายเป็น “แกนกลาง” ของระบบนั้น

หาก Bitcoin สามารถ:

  • เป็นทั้ง Store of Value
  • และเป็น Currency

มูลค่าของมันจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ตลาดทองคำ
แต่จะขยายไปสู่ระบบการเงินระดับโลก

ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญบางคนเริ่มมองว่า
Bitcoin อาจไม่ได้แค่ “ไล่ตามทองคำ”
แต่มีโอกาส “แซง” ในระยะยาว

Similar Posts

  • |

    เฟดเปลี่ยนท่าที-อีซีบี ขึ้นดอกเบี้ยรอบแรกใน 3 ปี วิกฤตน้ำมันอิหร่านยังกดเงินเฟ้อโลก

    ฉากทัศน์เศรษฐกิจโลกในช่วงกลางปี 2026 กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ Kevin Warsh ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ทำให้ตลาดต้องสะดุ้งคือน้ำเสียงที่ “แข็งกร้าวกว่าที่คาด” ของถ้อยแถลง พร้อมกับการเปิดเผยว่าคณะกรรมการ FOMC เกือบครึ่งเห็นว่าธนาคารกลางอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ ไม่ใช่ลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่กลับมาคุกรุ่นจากวิกฤตพลังงาน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเงาของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดทับราคาพลังงานและความเชื่อมั่นของตลาดทุนทั่วโลกอยู่จนถึงวันนี้ สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องวางแผนพอร์ตการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของสถานการณ์ พร้อมประเมินผลกระทบที่อาจตามมา เฟดเปลี่ยนเกม: ประธานใหม่ ท่าทีใหม่ ความเสี่ยงขึ้นดอกเบี้ยกลับมาอีกครั้ง การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ถือเป็นการประชุมแรกที่ Kevin Warsh นั่งเก้าอี้ประธานเฟดอย่างเป็นทางการ และผลลัพธ์ที่ออกมาก็สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดไม่น้อย คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50-3.75% ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่ของปีนี้ สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขดอกเบี้ยคือรูปแบบการสื่อสารที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในการประชุมครั้งแรกของ Warsh แถลงการณ์ของเฟดได้รับการปรับให้สั้นกระชับขึ้นอย่างมาก และที่สำคัญกว่านั้น Warsh…

  • |

    เศรษฐกิจโลกปี 2026: Stagflation ภัยคุกคาม ธนาคารกลางสู้ศึกดอกเบี้ยท่ามกลางสงครามอิหร่าน

    สัญญาณเตือนจากองค์กรการเงินระหว่างประเทศกำลังดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ซับซ้อนและน่ากังวลที่สุดนับตั้งแต่ยุคหลังโควิด-19 เมื่อสงครามอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ได้พลิกสมการทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ส่งผลให้ราคาพลังงานทะยานสูง เงินเฟ้อกลับมาหลอกหลอน และธนาคารกลางทั่วโลกต้องเผชิญกับ “กับดักสองทาง” อันโหดร้าย ระหว่างการสู้กับเงินเฟ้อที่ต้องขึ้นดอกเบี้ย กับการพยุงการเติบโตที่ต้องลดดอกเบี้ย — ซึ่งทั้งสองทิศทางล้วนขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงไทย กำลังจับตามองการประชุมสำคัญของธนาคารกลางหลายแห่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยเฉพาะการประชุม FOMC ของเฟดวันที่ 16-17 มิถุนายน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ Kevin Warsh นั่งเก้าอี้ประธานเฟดอย่างเป็นทางการ IMF และ World Bank ส่งสัญญาณ: เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ยังไม่ถึงขั้นล่มสลาย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2026 ลงมาอยู่ที่ 3.1% จากที่เคยคาดไว้สูงกว่านี้ในเดือนมกราคม โดย Kristalina Georgieva ผู้อำนวยการ IMF กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “หากไม่มีวิกฤตนี้ เราจะได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโต แต่ตอนนี้ แม้แต่สถานการณ์ที่ดีที่สุดของเราก็ยังต้องมีการปรับลด” ในสถานการณ์เลวร้าย หากราคาน้ำมัน Brent…

  • |

    ความหวังที่ระมัดระวัง: ผู้ถือหุ้น Berkshire ชั่งน้ำหนักอนาคตภายใต้ CEO คนใหม่ Greg Abel

    ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยทั้งความคาดหวังและความไม่แน่นอน งานช้อปปิ้งของผู้ถือหุ้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Berkshire Hathaway ได้เปิดฉากขึ้นด้วยบรรยากาศที่ “ระมัดระวังแต่มองในแง่ดี” เมื่อนักลงทุนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่มารวมตัวกันเพื่อชั่งน้ำหนักทิศทางของบริษัทภายใต้การนำของผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ นี่คือการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่ Greg Abel จะขึ้นบนเวทีในฐานะ CEO ของ Berkshire Hathaway หลังจากเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม สืบทอดจาก Warren Buffett ตำนานนักลงทุนที่ครองบัลลังก์มานานกว่าครึ่งศตวรรษ และ Charlie Munger หุ้นส่วนคู่คิดผู้ล่วงลับ ซึ่งทั้งสองถูกจดจำในฐานะ “นักเล่าเรื่อง” และ “นักปราชญ์” ที่ดึงดูดผู้ถือหุ้นหลายหมื่นคนมาฟังปัญญาทุกปีในสิ่งที่ถูกเรียกว่า “Woodstock สำหรับนักลงทุน” ฝูงชนที่บางตากว่าเคย: สัญญาณของยุคใหม่ สิ่งแรกที่สะดุดตาในปีนี้คือจำนวนผู้เข้าร่วมที่สังเกตเห็นได้ว่า บางตากว่าปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้น เพราะส่วนหนึ่งของแรงดึงดูดของงานประชุม Berkshire ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา คือโอกาสที่จะได้เห็นและฟัง Buffett และ Munger พูดคุยอย่างเปิดเผยและฉลาดเฉลียวเป็นเวลาหลายชั่วโมง การที่ Buffett ไม่ได้นั่งบนเวทีในฐานะ CEO อีกต่อไป และ Munger จากไปแล้ว ทำให้สมการของงานนี้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ คำถามสำคัญที่ลอยอยู่ในอากาศตลอดทั้งวันคือ…

  • บิตคอยน์ทะลุ $73,000 หลังสหรัฐโจมตีอิหร่าน-Jefferies ชี้คริปโต IPO สร้างตลาด $1 ล้านล้าน

    ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเผชิญกับแรงขายหนักอีกครั้งในช่วงเช้าของวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 หลังสหรัฐอเมริกาดำเนินการโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ต่ออิหร่าน ส่งผลให้บิตคอยน์ (BTC) หล่นทะลุแนวรับสำคัญที่ $73,000 เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน พร้อมกับเกิดการล้างพอร์ตเลเวอเรจมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง ทว่าในขณะเดียวกัน Wall Street ยักษ์ใหญ่อย่าง Jefferies กลับออกรายงานมองโลกในแง่ดี ชี้ว่าคลื่นลูกใหม่ของ IPO คริปโตกำลังก่อตัว และอาจสร้างตลาดสาธารณะมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปี สถานการณ์ขัดแย้งระหว่างแรงกดดันระยะสั้นกับโอกาสเชิงโครงสร้างระยะยาวนี้ คือหัวใจของตลาดคริปโตในเดือนพฤษภาคม 2026 บิตคอยน์ร่วงหนักใต้ $73,000: แรงระเบิดจากสมรภูมิอิหร่าน บิตคอยน์ดิ่งทะลุระดับ $73,000 หลังสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน ส่งผลให้เกิดการขายแบบ Panic Sell ในสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง และมีการล้างสถานะเลเวอเรจในตลาดคริปโตรวมเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง โดยกว่า 93% ของสถานะที่ถูกบังคับปิดเป็นสถานะ Long ที่เดิมพันว่าราคาจะขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่เกิดซ้ำมาตลอดต้นปี 2026 นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์…

  • สงครามการค้า-คว่ำบาตรรัสเซียชุด 20 กระทบเศรษฐกิจโลกและไทยปี 2569

    เศรษฐกิจโลกในปี 2569 กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากหลายทิศทางพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่ยังคุกรุ่น มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเป็นชุดที่ 20 ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบเส้นทางการค้าทางทะเล ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังถูกวาดแผนที่ใหม่ทั้งหมด ทั้งหมดนี้กำลังส่งผลกระทบลึกลงมาถึงภาคส่งออกไทย ซึ่ง IMF และธนาคารแห่งประเทศไทยต่างเตือนว่าอาจทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำสุดในรอบสามทศวรรษนับจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ภาพรวมที่ดูเหมือนซับซ้อนนี้มีแกนกลางเดียวกันคือ โลกกำลังแตกออกเป็นหลายขั้วทางเศรษฐกิจ และประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการค้าระหว่างประเทศอย่างไทยกำลังยืนอยู่กลางพายุ สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน: จากสงครามภาษีสู่สงครามเทคโนโลยีและทรัพยากรยุทธศาสตร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ดูเหมือนจะยังคงรักษา “ข้อตกลงสงบศึกที่เปราะบาง” ในสงครามการค้าโลกนี้ไว้ได้หลังการประชุมสุดยอดที่ปักกิ่งในเดือนพฤษภาคม โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการแยกตัวออกจากกันอย่างสมบูรณ์ระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกยังไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่ภาษีนำเข้าสูง ข้อจำกัดด้านแร่ธาตุหายาก และการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยียังคงเป็นจุดที่ยังตกลงกันไม่ได้ สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ประเมินว่าความตึงเครียดในสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่เลวร้ายที่สุดน่าจะผ่านพ้นไปแล้ว หลังสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงลดภาษีในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราภาษีจาก 145% เหลือ 30% ส่วนจีนจะลดภาษีตอบโต้จาก 125% เหลือ 10% ทั้งสองฝ่ายยังตกลงระงับภาษีเพิ่มเติม 24% เป็นเวลา 90 วัน แต่ตลาดมองว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเจรจาที่ยาวและขรุขระ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดว่านี่ไม่ใช่แค่สงครามการค้าอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง โดย IMF คาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี…

  • |

    จากสิงคโปร์ถึงบรัสเซลส์ ผู้นำโลกจับตาดูการประชุมสุดยอด Trump-Xi จากระยะไกล

    เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump และประธานาธิบดีจีน Xi Jinping พบกันในกรุงปักกิ่งในวันพฤหัสบดี ทั้งสองและทีมงานจะปิดผนึกผลลัพธ์ในประเด็นที่อาจครอบคลุมได้อย่างกว้างขวางอย่างที่ไม่เคยเห็นในการประชุมทวิภาคีครั้งใดในรอบหลายทศวรรษ วาระการประชุมครอบคลุมตั้งแต่การค้า เทคโนโลยี การควบคุมการส่งออกแร่หายาก ไต้หวัน สงครามอิหร่าน ไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ ทำให้การประชุมสุดยอดครั้งนี้กลายเป็นเหตุการณ์ที่ทั้งโลกกำลังจับตามองด้วยความกังวลและความหวังพร้อมกัน Chad Bown นักวิจัยอาวุโสของ Peterson Institute for International Economics สรุปความสำคัญได้อย่างกระชับว่า “แทบทุกคนมีส่วนได้เสียในผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้” และนั่นคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะในโลกที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในห้องประชุมที่ปักกิ่งจะส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนนับพันล้านคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนั้น บริบทและเส้นทางสู่การประชุม การประชุมสุดยอดครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เป็นผลจากเส้นทางที่ขรุขระและซับซ้อนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การประชุมซึ่งเดิมกำหนดไว้ในเดือนมีนาคม ถูกเลื่อนออกไปเมื่อสหรัฐฯ ตกอยู่ในสงครามกับอิหร่าน ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ก่อนการประชุม ทั้งสองฝ่ายต่างเพิ่มแรงกดดันซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง วอชิงตันกล่าวหาปักกิ่งว่าดำเนินแคมเปญ “ระดับอุตสาหกรรม” เพื่อขโมยเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ในขณะที่จีนสั่งให้บริษัทต่างๆ ไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านของสหรัฐฯ พร้อมกับเป็นเจ้าภาพต้อนรับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ก่อนการประชุมสุดยอดในปักกิ่ง ยังมีการประชุมเตรียมการสำคัญในเกาหลีใต้วันพุธ เมื่อ He Lifeng รองนายกรัฐมนตรีจีน และ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *