S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เปิดศักราชเดือนพฤษภาคม ขณะราคาน้ำมันร่วงและ Apple พุ่ง
| |

S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เปิดศักราชเดือนพฤษภาคม ขณะราคาน้ำมันร่วงและ Apple พุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มต้นเดือนพฤษภาคมด้วยบรรยากาศที่สดใส เมื่อ S&P 500 พุ่งทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ทั้งในแง่ระดับราคาระหว่างเซสชันและราคาปิด ได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Apple และสัญญาณที่ดีขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าความหวังด้านสันติภาพจะยังคงเปราะบางและห่างไกลจากความแน่นอนก็ตาม

ตัวเลขตลาด: สถิติที่บันทึกประวัติศาสตร์

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.29% ปิดที่ 7,230.12 จุด ทะลุระดับ 7,200 จุด เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 0.89% ปิดที่ 25,114.44 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ทั้งสองดัชนีบันทึกสถิติปิดสูงสุดในวันเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่กว้างขวางของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี

ในทางตรงกันข้าม Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลดลง 152.87 จุด หรือ 0.31% ปิดที่ 49,499.27 จุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างในองค์ประกอบของดัชนี เนื่องจาก Dow มีสัดส่วนของหุ้นอุตสาหกรรมและพลังงานสูงกว่า ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในวันนี้

เดือนเมษายนที่ยิ่งใหญ่: ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในรอบหลายปี

วันศุกร์นี้ยังถือเป็นการปิดฉากเดือนเมษายนที่น่าจดจำที่สุดในรอบหลายปี โดย S&P 500 และ Nasdaq ทำผลตอบแทนรายเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 ในขณะที่ Dow Jones บันทึกผลตอบแทนรายเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567

การเติบโตอย่างแข็งแกร่งนี้มาจากสองปัจจัยหลักที่เสริมกัน ได้แก่ ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์โดยรวม และความหวังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจเริ่มมีทิศทางสู่การเจรจายุติ แม้ว่าเส้นทางไปสู่สันติภาพจะยังคงขรุขระและไม่แน่นอนก็ตาม

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เมื่อมองจากต้นปี แม้ว่าตลาดจะเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มต้นขึ้น แต่ดัชนีหลักทั้งสามตัวในปัจจุบัน ต่างอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับต้นปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดได้ย่อยความเสี่ยงจากสงครามไปพอสมควรแล้ว และกำลังมองไปข้างหน้าที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและผลประกอบการมากขึ้น

Apple: ผู้ขับเคลื่อนหลักของวัน

หุ้น Apple พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในวันศุกร์ หลังจากที่บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสสองของปีงบประมาณที่เหนือกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ทั้งในด้านรายได้และกำไร ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดัน S&P 500 และ Nasdaq ให้ทำสถิติใหม่

สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับนักลงทุนมากที่สุดไม่ใช่แค่ตัวเลขของไตรมาสที่ผ่านมา แต่คือ แนวโน้มรายได้สำหรับไตรมาสปัจจุบันที่ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโดยรวมที่มีต่อธุรกิจของ Apple

ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งของผลประกอบการครั้งนี้คือ รายได้จาก iPhone ยังคงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ซึ่งเป็นครั้งที่สองในสามไตรมาสที่ผ่านมา แต่ตลาดกลับตอบสนองในเชิงบวก เพราะนักลงทุนมองข้ามข้อกังวลเรื่อง iPhone และโฟกัสไปที่ภาพรวมที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของธุรกิจ Services ที่ยังคงเติบโตในอัตราที่น่าพอใจ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของ Apple จากบริษัทที่พึ่งพารายได้จากฮาร์ดแวร์เป็นหลัก ไปสู่บริษัทที่มีกระแสรายได้จากบริการที่มั่นคงและคาดการณ์ได้มากขึ้น

ราคาน้ำมัน: ลดลงแต่ยังอ่อนไหวต่อการทูต

ในขณะที่ตลาดหุ้นเฉลิมฉลอง ตลาดน้ำมันดิบกลับเผชิญกับแรงขายเมื่ออิหร่านส่งการตอบสนองต่อการแก้ไขล่าสุดของสหรัฐฯ ในร่างข้อตกลงยุติความขัดแย้งผ่านตัวกลางปากีสถาน ซึ่งทำให้ตลาดมองว่าอาจมีความคืบหน้าในกระบวนการสันติภาพ

น้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลง 2.98% ปิดที่ 101.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent ลดลง 2.02% ปิดที่ 108.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้นมาบางส่วนจากระดับต่ำสุดของวัน หลังจาก Trump ออกมาเปิดเผยว่าเขา “ไม่พอใจ” กับข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของอิหร่าน โดยกล่าวว่า “อิหร่านต้องการทำข้อตกลง แต่ผมยังไม่พอใจกับมัน”

การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของตลาดพลังงานต่อทุกสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาสันติภาพ แต่ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าตลาดยังคงไม่แน่ใจในทิศทาง เพราะแม้จะมีความหวังในเบื้องต้น คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคจาก Trump ก็สามารถพลิกทิศทางราคาได้ในทันที

มุมมองของผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอ: ยังคงมองบวกในระยะยาว

David Krakauer รองประธานฝ่ายบริหารพอร์ตโฟลิโอของ Mercer Advisors ให้มุมมองที่น่าสนใจต่อสถานการณ์ตลาดในปัจจุบัน โดยยังคงมีทัศนคติเชิงบวกต่อหุ้นในระยะยาว แม้จะยอมรับว่าอาจมีการปรับฐานในระยะสั้น

“อาจมีข่าวใหม่หรือความเชื่อมั่นที่ลดลง ทำให้เราเห็นการปรับตัวลงเล็กน้อยหลังจากที่ขึ้นมาแรง แต่โดยรวมเราในเชิงกลยุทธ์ยังคงมองบวกต่อหุ้น” Krakauer กล่าว

ในประเด็นของ AI และการลงทุนด้านเทคโนโลยี Krakauer ตั้งข้อสังเกตว่าจะมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ เนื่องจากไม่ใช่การลงทุนด้าน AI ทั้งหมดที่จะสร้างผลตอบแทน แต่ยังคงเชื่อมั่นในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่ AI จะมอบให้กับเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยกล่าวว่า “เราคิดว่าเรื่องราวของการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่ดียิ่งขึ้นยังคงอยู่”

มุมมองนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ตลาดกำลังบอกเราผ่านราคาหุ้น กล่าวคือ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่าการเติบโตของเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทในระยะยาวจะยังคงแข็งแกร่ง แม้จะมีความไม่แน่นอนในระยะสั้นจากสงครามและการทูตที่ยังคงผันผวน

วิเคราะห์เชิงลึก: ตลาดกำลังบอกอะไรเรา

การที่ S&P 500 ทะลุ 7,200 จุดและ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันเดียวกับที่ราคาน้ำมันลดลงมีนัยสำคัญที่ลึกกว่าแค่ตัวเลขในหน้าจอ มันสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในความเชื่อมั่นของตลาดที่สำคัญ

ตลาดกำลังส่งสัญญาณว่าผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่งในฤดูกาลนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังคงมีความยืดหยุ่น ในขณะเดียวกัน สัญญาณการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้จะยังไม่ราบรื่น แต่ก็ช่วยลด Risk Premium ที่ตลาดเคยตีราคาไว้สูงในช่วงต้น ทำให้นักลงทุนกล้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังมีอยู่และไม่ควรมองข้าม Trump ยืนยันแล้วว่าข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของอิหร่านยังไม่เป็นที่พอใจ ซึ่งหมายความว่าสงครามอาจยืดเยื้อต่อไป ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ได้หายไปไหน

บทสรุป: เปิดศักราชพฤษภาคมด้วยความหวังที่ระมัดระวัง

S&P 500 ที่ทะลุ 7,200 จุดและ Nasdaq ที่แตะสถิติใหม่เป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับการเปิดศักราชเดือนพฤษภาคม และสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งพื้นฐานของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการเติบโตของกำไรบริษัท แต่ตลาดในเดือนข้างหน้าจะยังคงถูกกำหนดทิศทางอย่างมากจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ ความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ที่จะออกมาจากการประชุมในสัปดาห์นี้

สำหรับนักลงทุน บทเรียนจากเดือนเมษายนชัดเจน ตลาดสามารถฝ่าฟันความไม่แน่นอนได้หากผลประกอบการพื้นฐานยังแข็งแกร่ง แต่ความระมัดระวังยังคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในสภาพแวดล้อมที่ข่าวจากทำเนียบขาวและอิหร่านยังสามารถพลิกทิศทางตลาดได้ทุกเมื่อ

Similar Posts

  • |

    Nvidia เตือน “Ghost Datacenters” ของจีน อาจมีพลังเทียบเท่า AI สหรัฐฯ

    วิเคราะห์เกมอำนาจ AI โลก เมื่อโครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป Nvidia โดย CEO Jensen Huang ได้ออกมาแสดงความกังวลครั้งสำคัญเกี่ยวกับศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศจีน โดยระบุว่าจีนมีทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังประมวลผลเพียงพอที่จะพัฒนา AI ระดับสูงเทียบเท่ากับโมเดลอย่าง Claude Mythos ของฝั่งตะวันตก คำเตือนนี้ไม่ได้เป็นเพียงความคิดเห็นทั่วไป แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของ “สงคราม AI” ระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงที่ความได้เปรียบไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่รวมถึง “ขนาดของระบบ” และ “ความพร้อมในการระดมทรัพยากร” จีนไม่ได้ขาดฮาร์ดแวร์: “Ghost Datacenters” คืออาวุธลับ Huang ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ของ Dwarkesh Patel โดยเขาปฏิเสธแนวคิดที่ว่าสหรัฐฯ ยังนำหน้าจีนอย่างขาดลอยในด้าน AI เขาระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการฝึกโมเดลระดับสูง “มีอยู่อย่างมหาศาล” ในประเทศจีน และหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือสิ่งที่เรียกว่า “Ghost Datacenters” หรือศูนย์ข้อมูลที่ถูกสร้างไว้ล่วงหน้าแต่ยังไม่ได้ใช้งานเต็มรูปแบบ ความหมายของ Ghost Datacenters Huang อธิบายว่า รัฐบาลจีนสามารถ “รวมชิป (gang up…

  • คู่มือ AFP รับมือความผันผวนธุรกิจ: วิเคราะห์เชิงลึกการสร้าง Financial Resilience ในโลกที่ไม่แน่นอน

    ในอดีต หลายองค์กรอาจมองความผันผวนทางธุรกิจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เช่น วิกฤตเศรษฐกิจโลกหรือปัญหาซัพพลายเชนที่เกิดเฉพาะช่วงเวลา แต่ในปัจจุบัน ความผันผวนได้กลายเป็น “สภาพแวดล้อมถาวร” ที่ธุรกิจต้องเผชิญอยู่ตลอดเวลา แรงกดดันจากหลายปัจจัย เช่น ภาวะเงินเฟ้อ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่แน่นอน ทำให้องค์กรไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบเดิมที่เน้นการวางแผนระยะยาวแบบตายตัวได้อีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ Association for Financial Professionals จึงได้จัดทำคู่มือ “AFP FP&A Guide to Navigating Business Turbulence” เพื่อเป็นแนวทางเชิงกลยุทธ์และเชิงปฏิบัติ สำหรับองค์กรที่ต้องการเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอน และสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างยั่งยืน Financial Resilience: มากกว่าการเอาตัวรอด แนวคิด “Financial Resilience” ไม่ได้หมายถึงเพียงการอยู่รอดในช่วงวิกฤต แต่หมายถึงความสามารถขององค์กรในการ “ยืนหยัดและเติบโต” แม้ต้องเผชิญกับความผันผวน องค์กรที่มี Financial Resilience จะมีความสามารถในหลายด้าน ได้แก่: วิเคราะห์เชิงลึก องค์กรที่มี resilience สูง มักมีโครงสร้างที่ “ยืดหยุ่น” มากกว่าบริษัททั่วไป เช่น: ในทางกลับกัน…

  • พบกับ “YouTube Whisperers” กลุ่มที่ปรึกษาที่กำลังเฟื่องฟูอยู่เบื้องหลังช่อง MrBeast และช่องอื่นๆ ที่ทำรายได้หลักล้านดอลลาร์

    ในโลกที่ YouTube กลายเป็นอาณาจักรสื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีกลุ่มมืออาชีพกลุ่มหนึ่งที่กำลังเงียบๆ สะสมอำนาจและรายได้จากเบื้องหลัง พวกเขาไม่ใช่ผู้สร้างเนื้อหา แต่เป็นผู้ที่บอกผู้สร้างเนื้อหาว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร บุคคลเหล่านี้คือ “YouTube Strategists” หรือที่บางคนเรียกว่า “YouTube Whisperers” ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ที่กำลังกลายเป็นอาชีพที่ทั้งหายากและมีราคาสูงลิ่วในอุตสาหกรรมการสร้างเนื้อหาออนไลน์ ที่มาของ YouTube Whisperer ผู้ที่สร้างชื่อจากการสังเกต Paddy Galloway คือชื่อที่ในวงการ YouTube ผู้สร้างเนื้อหาระดับโลกต่างรู้จักดี แม้ว่าผู้ชมทั่วไปจะแทบไม่เคยได้ยินชื่อของเขา Galloway เริ่มต้นโพสต์วิดีโอ YouTube ของตัวเองในปี 2549 หรือเพียงหนึ่งปีหลังจากที่ YouTube เปิดให้บริการ และใช้เวลาหลายปีในการพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมวิดีโอบางชิ้นถึงแพร่กระจายเป็นไวรัลในขณะที่ชิ้นอื่นๆ หายไปในทะเลของเนื้อหา ความอยากรู้อยากเห็นของเขาพัฒนาจากความสนใจส่วนตัวไปสู่การสร้างวิดีโอที่วิเคราะห์ความสำเร็จของผู้อื่น เขาสร้างสิ่งที่เรียกว่า “YouTube Masterclass” ซึ่งรวมถึงวิดีโออย่าง “Peter McKinnon ได้ผู้ติดตาม 1 ล้านคนในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีได้อย่างไร” และ “MrBeast โตได้อย่างไร” วิดีโอเหล่านี้ดึงดูดผู้ชมได้ประมาณ 500,000 คน และที่สำคัญกว่านั้นคือมันดึงดูดความสนใจของ Jimmy Donaldson…

  • |

    สหรัฐฯ เปิดเผยโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันชักธงอิหร่านสองลำที่พยายามฝ่าการปิดล้อม

    ในวันศุกร์ที่โลกกำลังรอคำตอบจากเตหะรานเกี่ยวกับข้อเสนอสันติภาพ กองทัพสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่าได้โจมตี เรือบรรทุกน้ำมันที่ชักธงอิหร่านสองลำ ในอ่าวโอมาน โดยป้องกันไม่ให้เรือเหล่านั้นเข้าสู่ท่าเรือของอิหร่านในลักษณะที่ละเมิดการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ออกแถลงการณ์พร้อมวิดีโอที่ไม่ได้จัดชั้นความลับของการโจมตีทั้งสองครั้ง ระบุว่าเครื่องบินรบของสหรัฐฯ “ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันทั้งสองลำใช้งานไม่ได้หลังจากยิงอาวุธนำวิถีที่แม่นยำเข้าไปที่ปล่องควันของพวกมัน” การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นโดดๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางทหารหลายชุดในสัปดาห์เดียวกันที่กำลังบ่อนทำลายการหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ว่าประธานาธิบดี Donald Trump จะยืนกรานว่าการหยุดยิงชั่วคราวยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ สัปดาห์แห่งการปะทะ: เส้นเวลาของเหตุการณ์ เพื่อเข้าใจบริบทของการโจมตีครั้งนี้อย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องย้อนดูสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่วงจร “หยุด-เริ่ม” ของสงครามนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุด ในต้นสัปดาห์ มีสัญญาณบวกจากการที่ Axios รายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเข้าใกล้บันทึกความเข้าใจ 14 ประเด็นที่จะยุติสงคราม Trump ระงับ “Project Freedom” โดยอ้างความคืบหน้าในการเจรจา และตลาดหุ้นพุ่งขึ้นขณะที่ราคาน้ำมันดิ่งลง แต่จากนั้นในวันพฤหัสบดี กองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่าน เปิดฉากยิงใส่กันในช่องแคบฮอร์มุซ โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเริ่มก่อน Trump เรียกการปะทะนั้นว่า “การตบแก้มเบาๆ” แต่ยังคงขู่โจมตีเพิ่มเติมหากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ และในวันศุกร์ สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านสองลำในอ่าวโอมาน ขณะที่ Rubio กำลังบอกสื่อในกรุงโรมว่าคาดหวังการตอบสนองจากอิหร่านเรื่องข้อเสนอสันติภาพ “ภายในวันนี้” ความย้อนแย้งของภาพนี้…

  • วอลล์สตรีทร่วง 3 วันติด! บอนด์ยีลด์พุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่สามติดต่อกันในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 19 ปี สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อตลาดทุน ขณะที่นักลงทุนยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และราคาน้ำมันดิบที่ยังทรงตัวในระดับสูง ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 0.67% ปิดที่ระดับ 7,353.61 จุด ขณะที่ Nasdaq Composite ปิดลบ 0.84% ที่ 25,870.71 จุด และ Dow Jones Industrial Average สูญเสียไป 322.24 จุด หรือ 0.65% ปิดที่ 49,363.88 จุด สัญญาณที่น่าเป็นห่วงที่สุดในขณะนี้คือการเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ในขณะนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายรายมองว่ากำลังส่งสัญญาณเตือนที่ตลาดหุ้นยังไม่ได้ตอบสนองอย่างเต็มที่ตามที่คาดหวัง ภาพรวมของวอลล์สตรีทในช่วงนี้จึงอยู่ในโหมดระมัดระวังสูงมาก ท่ามกลางปัจจัยกดดันหลายด้านที่สะสมตัวขึ้นพร้อมกัน บอนด์ยีลด์พุ่งทะลุเพดาน ภัยเงียบที่ตลาดต้องจับตามอง ประเด็นที่สร้างความกังวลมากที่สุดในสัปดาห์นี้ไม่ใช่ความผันผวนของดัชนีหุ้น แต่เป็นการพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดต้นทุนการกู้ยืมและความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี แตะระดับ…

  • | |

    กำไร BP พุ่งเกินเท่าตัว เหนือคาดการณ์ หลังสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่งสูง

    ในสัปดาห์ที่ตลาดพลังงานโลกยังคงร้อนแรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง BP บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 ที่สร้างความประหลาดใจให้กับวงการในเชิงบวกอย่างมาก เมื่อกำไรสุทธิพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ผลักดันโดยราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ผลลัพธ์นี้ไม่เพียงตอกย้ำความแข็งแกร่งของธุรกิจพลังงานในยามที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านอุปทาน แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งอันน่าขันของโลกสมัยใหม่ที่ความทุกข์ยากจากสงครามกลับกลายเป็นกำไรงามสำหรับอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับราคาพลังงาน ตัวเลขที่พูดแทนตัวเอง: กำไรที่ทิ้งห่างการคาดการณ์ BP รายงาน กำไรต้นทุนทดแทนพื้นฐาน (Underlying Replacement Cost Profit) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่บริษัทใช้แทนกำไรสุทธิ อยู่ที่ 3,200 ล้านดอลลาร์ สำหรับสามเดือนแรกของปี 2569 ตัวเลขนี้เหนือกว่าการคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย LSEG ซึ่งอยู่ที่ 2,630 ล้านดอลลาร์ อยู่ถึง 570 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึงกว่า 21% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า ภาพยิ่งชัดเจนขึ้นว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน กำไรสุทธิในไตรมาสแรกของปีที่แล้วอยู่ที่เพียง 1,380 ล้านดอลลาร์ และในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 อยู่ที่ 1,540 ล้านดอลลาร์ การกระโดดขึ้นมาที่ 3,200 ล้านดอลลาร์ในครั้งนี้จึงหมายความว่ากำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปี และเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าด้วย BP อธิบายว่าผลลัพธ์ไตรมาสแรกนี้สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมจากการซื้อขายน้ำมันที่ “ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ” และผลการดำเนินงานกลางน้ำที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยล้วนได้รับประโยชน์โดยตรงจากความผันผวนของราคาพลังงานที่สูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง เสียงจาก CEO:…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *