S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เปิดศักราชเดือนพฤษภาคม ขณะราคาน้ำมันร่วงและ Apple พุ่ง
| |

S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เปิดศักราชเดือนพฤษภาคม ขณะราคาน้ำมันร่วงและ Apple พุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มต้นเดือนพฤษภาคมด้วยบรรยากาศที่สดใส เมื่อ S&P 500 พุ่งทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ทั้งในแง่ระดับราคาระหว่างเซสชันและราคาปิด ได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Apple และสัญญาณที่ดีขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าความหวังด้านสันติภาพจะยังคงเปราะบางและห่างไกลจากความแน่นอนก็ตาม

ตัวเลขตลาด: สถิติที่บันทึกประวัติศาสตร์

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.29% ปิดที่ 7,230.12 จุด ทะลุระดับ 7,200 จุด เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 0.89% ปิดที่ 25,114.44 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ทั้งสองดัชนีบันทึกสถิติปิดสูงสุดในวันเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่กว้างขวางของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี

ในทางตรงกันข้าม Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลดลง 152.87 จุด หรือ 0.31% ปิดที่ 49,499.27 จุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างในองค์ประกอบของดัชนี เนื่องจาก Dow มีสัดส่วนของหุ้นอุตสาหกรรมและพลังงานสูงกว่า ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในวันนี้

เดือนเมษายนที่ยิ่งใหญ่: ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในรอบหลายปี

วันศุกร์นี้ยังถือเป็นการปิดฉากเดือนเมษายนที่น่าจดจำที่สุดในรอบหลายปี โดย S&P 500 และ Nasdaq ทำผลตอบแทนรายเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 ในขณะที่ Dow Jones บันทึกผลตอบแทนรายเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567

การเติบโตอย่างแข็งแกร่งนี้มาจากสองปัจจัยหลักที่เสริมกัน ได้แก่ ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์โดยรวม และความหวังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจเริ่มมีทิศทางสู่การเจรจายุติ แม้ว่าเส้นทางไปสู่สันติภาพจะยังคงขรุขระและไม่แน่นอนก็ตาม

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เมื่อมองจากต้นปี แม้ว่าตลาดจะเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มต้นขึ้น แต่ดัชนีหลักทั้งสามตัวในปัจจุบัน ต่างอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับต้นปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดได้ย่อยความเสี่ยงจากสงครามไปพอสมควรแล้ว และกำลังมองไปข้างหน้าที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและผลประกอบการมากขึ้น

Apple: ผู้ขับเคลื่อนหลักของวัน

หุ้น Apple พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในวันศุกร์ หลังจากที่บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสสองของปีงบประมาณที่เหนือกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ทั้งในด้านรายได้และกำไร ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดัน S&P 500 และ Nasdaq ให้ทำสถิติใหม่

สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับนักลงทุนมากที่สุดไม่ใช่แค่ตัวเลขของไตรมาสที่ผ่านมา แต่คือ แนวโน้มรายได้สำหรับไตรมาสปัจจุบันที่ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโดยรวมที่มีต่อธุรกิจของ Apple

ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งของผลประกอบการครั้งนี้คือ รายได้จาก iPhone ยังคงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ซึ่งเป็นครั้งที่สองในสามไตรมาสที่ผ่านมา แต่ตลาดกลับตอบสนองในเชิงบวก เพราะนักลงทุนมองข้ามข้อกังวลเรื่อง iPhone และโฟกัสไปที่ภาพรวมที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของธุรกิจ Services ที่ยังคงเติบโตในอัตราที่น่าพอใจ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของ Apple จากบริษัทที่พึ่งพารายได้จากฮาร์ดแวร์เป็นหลัก ไปสู่บริษัทที่มีกระแสรายได้จากบริการที่มั่นคงและคาดการณ์ได้มากขึ้น

ราคาน้ำมัน: ลดลงแต่ยังอ่อนไหวต่อการทูต

ในขณะที่ตลาดหุ้นเฉลิมฉลอง ตลาดน้ำมันดิบกลับเผชิญกับแรงขายเมื่ออิหร่านส่งการตอบสนองต่อการแก้ไขล่าสุดของสหรัฐฯ ในร่างข้อตกลงยุติความขัดแย้งผ่านตัวกลางปากีสถาน ซึ่งทำให้ตลาดมองว่าอาจมีความคืบหน้าในกระบวนการสันติภาพ

น้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลง 2.98% ปิดที่ 101.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent ลดลง 2.02% ปิดที่ 108.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้นมาบางส่วนจากระดับต่ำสุดของวัน หลังจาก Trump ออกมาเปิดเผยว่าเขา “ไม่พอใจ” กับข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของอิหร่าน โดยกล่าวว่า “อิหร่านต้องการทำข้อตกลง แต่ผมยังไม่พอใจกับมัน”

การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของตลาดพลังงานต่อทุกสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาสันติภาพ แต่ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าตลาดยังคงไม่แน่ใจในทิศทาง เพราะแม้จะมีความหวังในเบื้องต้น คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคจาก Trump ก็สามารถพลิกทิศทางราคาได้ในทันที

มุมมองของผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอ: ยังคงมองบวกในระยะยาว

David Krakauer รองประธานฝ่ายบริหารพอร์ตโฟลิโอของ Mercer Advisors ให้มุมมองที่น่าสนใจต่อสถานการณ์ตลาดในปัจจุบัน โดยยังคงมีทัศนคติเชิงบวกต่อหุ้นในระยะยาว แม้จะยอมรับว่าอาจมีการปรับฐานในระยะสั้น

“อาจมีข่าวใหม่หรือความเชื่อมั่นที่ลดลง ทำให้เราเห็นการปรับตัวลงเล็กน้อยหลังจากที่ขึ้นมาแรง แต่โดยรวมเราในเชิงกลยุทธ์ยังคงมองบวกต่อหุ้น” Krakauer กล่าว

ในประเด็นของ AI และการลงทุนด้านเทคโนโลยี Krakauer ตั้งข้อสังเกตว่าจะมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ เนื่องจากไม่ใช่การลงทุนด้าน AI ทั้งหมดที่จะสร้างผลตอบแทน แต่ยังคงเชื่อมั่นในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่ AI จะมอบให้กับเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยกล่าวว่า “เราคิดว่าเรื่องราวของการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่ดียิ่งขึ้นยังคงอยู่”

มุมมองนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ตลาดกำลังบอกเราผ่านราคาหุ้น กล่าวคือ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่าการเติบโตของเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทในระยะยาวจะยังคงแข็งแกร่ง แม้จะมีความไม่แน่นอนในระยะสั้นจากสงครามและการทูตที่ยังคงผันผวน

วิเคราะห์เชิงลึก: ตลาดกำลังบอกอะไรเรา

การที่ S&P 500 ทะลุ 7,200 จุดและ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันเดียวกับที่ราคาน้ำมันลดลงมีนัยสำคัญที่ลึกกว่าแค่ตัวเลขในหน้าจอ มันสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในความเชื่อมั่นของตลาดที่สำคัญ

ตลาดกำลังส่งสัญญาณว่าผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่งในฤดูกาลนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังคงมีความยืดหยุ่น ในขณะเดียวกัน สัญญาณการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้จะยังไม่ราบรื่น แต่ก็ช่วยลด Risk Premium ที่ตลาดเคยตีราคาไว้สูงในช่วงต้น ทำให้นักลงทุนกล้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังมีอยู่และไม่ควรมองข้าม Trump ยืนยันแล้วว่าข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของอิหร่านยังไม่เป็นที่พอใจ ซึ่งหมายความว่าสงครามอาจยืดเยื้อต่อไป ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ได้หายไปไหน

บทสรุป: เปิดศักราชพฤษภาคมด้วยความหวังที่ระมัดระวัง

S&P 500 ที่ทะลุ 7,200 จุดและ Nasdaq ที่แตะสถิติใหม่เป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับการเปิดศักราชเดือนพฤษภาคม และสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งพื้นฐานของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการเติบโตของกำไรบริษัท แต่ตลาดในเดือนข้างหน้าจะยังคงถูกกำหนดทิศทางอย่างมากจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ ความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ที่จะออกมาจากการประชุมในสัปดาห์นี้

สำหรับนักลงทุน บทเรียนจากเดือนเมษายนชัดเจน ตลาดสามารถฝ่าฟันความไม่แน่นอนได้หากผลประกอบการพื้นฐานยังแข็งแกร่ง แต่ความระมัดระวังยังคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในสภาพแวดล้อมที่ข่าวจากทำเนียบขาวและอิหร่านยังสามารถพลิกทิศทางตลาดได้ทุกเมื่อ

Similar Posts

  • | |

    วอลล์สตรีทระทึกก่อนสัปดาห์ชี้ชะตา จับตา PCE Nvidia และแจ็กสันโฮล

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมด้วยภาพที่ขัดแย้งกันในตัวเอง เมื่อแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กลบข่าวดีจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) เริ่มย่อตัวลง ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.28% มาปิดที่ 7,652.86 จุด ถอยห่างจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เพิ่งทำไว้เมื่อต้นเดือนออกไปอีกก้าว ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ที่มีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูงร่วงลงแรงกว่าที่ 0.76% ปิดที่ 25,980.19 จุด สวนทางกับดัชนี Dow Jones Industrial Average ที่ยังบวกได้ 140.15 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 53,417.16 จุด ตามรายงานของ CNBC ภาพดังกล่าวเป็นเพียงบทนำของสัปดาห์ที่นักลงทุนทั่วโลกขนานนามว่าเป็น “สัปดาห์แห่งการชี้ชะตา” ของตลาดช่วงปลายฤดูร้อน เพราะภายในไม่กี่วันข้างหน้า วอลล์สตรีทต้องเผชิญเหตุการณ์สำคัญถึงสามด้านพร้อมกัน ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญที่สุด ผลประกอบการของ Nvidia บริษัทที่เป็นหัวใจของกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปราศรัยครั้งแรกของนายเควิน วอร์ช…

  • น้ำมัน-ทองคำ-เงิน ผันผวนหนัก! วิกฤตฮอร์มุซพลิกโฉมตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกปี 2026

    โลกการเงินกำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ได้ส่งคลื่นกระแทกรุนแรงผ่านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก ตั้งแต่น้ำมันดิบที่พุ่งทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทองคำที่ขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้วดิ่งลงอย่างน่าตกใจ ไปจนถึงเงินที่กำลังเปลี่ยนบทบาทจากโลหะมีค่าเป็นวัตถุดิบอุตสาหกรรมแห่งอนาคต บทความนี้จะพาคุณผ่านทุกมิติของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกในขณะนี้ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบที่นักลงทุนไทยควรเตรียมรับมือ น้ำมันดิบ: วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซและการหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล ส่งผลให้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักแทบทั้งหมด ซึ่งเป็นเส้นทางที่น้ำมันโลกราว 20% ต้องผ่านทุกวัน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ตั้งชื่อเหตุการณ์นี้ว่า “การหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก” อย่างไม่มีข้อสงสัย ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า การปิดกั้นเส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ปริมาณน้ำมันที่ขาดหายไปจากการผลิตของประเทศในตะวันออกกลางสะสมแตะ 1 พันล้านบาร์เรลแล้ว โดยมีกำลังการผลิตที่หยุดชะงักถึง 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตัวเลขนี้มหาศาลถึงขนาดที่ทำให้นักวิเคราะห์หลายรายถึงกับเปรียบเทียบกับวิกฤตพลังงานในทศวรรษ 1970 ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นเกิน 6% แตะระดับ 118.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 ขณะที่น้ำมัน WTI ของสหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 106.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อบรรเทาแรงกระแทก IEA ได้ตัดสินใจปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม…

  • |

    หุ้นชิปถล่มทั่วโลก! Samsung กำไรทุบสถิติแต่ตลาดผิดหวัง DeepSeek ซุ่มทำชิป AI ฉุด Nasdaq

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับสู่ภาวะตึงเครียดอีกครั้งในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 หลังเผชิญคลื่นการเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่รุนแรง โดยมีชนวนเหตุสองประการที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ประการแรกคือ ผลประกอบการไตรมาสสองของ Samsung Electronics ที่แม้จะทำกำไรทุบสถิติเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า แต่กลับไม่สามารถสร้างความพอใจให้นักลงทุนที่ตั้งความหวังไว้สูงลิ่ว และประการที่สองคือ รายงานของ Reuters ที่ระบุว่า DeepSeek สตาร์ตอัพ AI สัญชาติจีน กำลังซุ่มพัฒนาชิปปัญญาประดิษฐ์ของตนเอง ซึ่งอาจลดการพึ่งพาชิปจาก Nvidia และ Huawei ทั้งสองปัจจัยจุดชนวนความกังวลเรื่องความยั่งยืนของกระแสบูม AI ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดกระทิงตลอดปีนี้ ผลจากแรงเทขายดังกล่าว ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต (Nasdaq Composite) ปรับตัวลง 1.16% ปิดที่ 25,939.77 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลงราว 0.5% ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย 130.76 จุด หรือ…

  • | |

    เศรษฐกิจโลกสั่นคลอน สงครามอิหร่านปลุกเงินเฟ้อ ธนาคารกลางเผชิญทางเลือกที่เจ็บปวด

    โลกในช่วงกลางปี 2569 กำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนที่สุดนับตั้งแต่ยุควิกฤตพลังงานในทศวรรษที่ผ่านมา สงครามอิหร่านที่ปะทุขึ้นในต้นปีส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก ราคาพลังงานทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ธนาคารกลางชั้นนำต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงกับการพยุงเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกยืนยันว่าเศรษฐกิจโลกยังแสดงความยืดหยุ่นเกินคาด แต่ก็ส่งสัญญาณเตือนถึงอนาคตที่มีความไม่แน่นอนสูง ภาพรวม GDP โลก: ทนทานกว่าที่คาด แต่ยังไม่พ้นวิกฤต ในเดือนมกราคม 2569 ธนาคารโลกได้เปิดเผยรายงาน Global Economic Prospects ฉบับล่าสุด ซึ่งส่งสัญญาณที่ค่อนข้างน่าพอใจในช่วงต้นปี เศรษฐกิจโลกพิสูจน์ให้เห็นว่ามีความยืดหยุ่นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดย GDP โลกในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 2.6% ชะลอลงเล็กน้อยจาก 2.7% ในปี 2568 ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาที่ 2.7% ในปี 2570 สิ่งที่น่าสนใจคือสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขถูกปรับขึ้น ธนาคารโลกระบุว่าประมาณสองในสามของการปรับประมาณการที่ดีขึ้นสะท้อนถึงการเติบโตที่ดีกว่าคาดของสหรัฐอเมริกา แม้จะต้องเผชิญกับความปั่นป่วนจากมาตรการภาษีนำเข้า โดยคาดว่า GDP สหรัฐฯ จะขยายตัวที่ 2.2% ในปี 2569 เทียบกับ 2.1% ในปีก่อน แต่ภาพที่สวยงามในต้นปีเริ่มมัวหมองลงเมื่อสงครามอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น OECD ปรับมุมมองใหม่อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์ว่า…

  • | |

    บิตคอยน์จ่อ 80,000 ดอลลาร์ ปิดสัปดาห์แรงสุดรอบ 2 ปี รับแรงหนุนคลังสหรัฐฯ–ETF

    สัปดาห์ที่ผ่านมา (17–23 สิงหาคม 2569) กลายเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะจดจำไปอีกนาน เมื่อบิตคอยน์ (Bitcoin) ทะยานขึ้นราว 23–24% ภายในเจ็ดวัน แตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่ระดับ 79,461 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ก่อนย่อลงมาปิดสุดสัปดาห์แถว 77,200 ดอลลาร์ นับเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่าสองปี ส่วนอีเธอเรียม (Ethereum) วิ่งแรงยิ่งกว่า โดยพุ่งขึ้นกว่า 30% จากระดับราว 1,880 ดอลลาร์ไปแตะ 2,546 ดอลลาร์ในช่วงหนึ่ง สะท้อนภาพการฟื้นตัวแบบทั้งกระดานที่ลากยาวไปถึงบรรดาเหรียญทางเลือก (altcoin) รายใหญ่ สิ่งที่ทำให้การดีดตัวรอบนี้แตกต่างจาก “การเด้งหลอก” (fake-out) หลายครั้งก่อนหน้าในปี 2026 คือการที่ปัจจัยหนุนหลายชั้นมาบรรจบกันในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรจนกดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวลง เงินไหลเข้ากองทุน ETF สปอตแบบทุบสถิติรายวัน การล้างสถานะขายชอร์ต (short squeeze) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และสัญญาณเชิงบวกด้านกฎระเบียบจากทั้งทำเนียบขาว สำนักงาน ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) บทความนี้จะพาผู้อ่านไปถอดรหัสแต่ละปัจจัยอย่างละเอียด…

  • ตลาดคริปโตสัปดาห์นี้: SpaceX เปิดคลัง Bitcoin, BitMine กวาด ETH, และยุค Warsh ที่กำลังทดสอบเส้นประสาทนักลงทุน

    ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2566 ดำเนินท่ามกลางแรงขับเคลื่อนที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง การเปิดเผยคลัง Bitcoin มูลค่ากว่า 1.29 พันล้านดอลลาร์ของ SpaceX และการเข้าซื้อ Ethereum ครั้งใหญ่ของ BitMine Immersion Technologies ตอกย้ำภาพการยอมรับของสถาบันที่ขยายกว้างขึ้นอย่างไม่หยุด ขณะที่อีกด้านหนึ่ง การเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ของ Kevin Warsh ที่มีท่าทีเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่พุ่งแตะระดับ 5% กำลังทำให้ Bitcoin ทรงตัวอยู่ในกรอบ 74,000–77,000 ดอลลาร์โดยไม่อาจทะลุขึ้นได้ SpaceX เปิดแฟ้ม S-1: บิตคอยน์ 18,712 เหรียญโผล่ในงบของบริษัทจรวด เหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดในรอบสัปดาห์นี้คือการที่ SpaceX ยื่นแบบแสดงรายการ S-1 ต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อเตรียม IPO ภายใต้ชื่อย่อหุ้น SPCX บนตลาด Nasdaq โดยบริษัทของ Elon Musk เปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าถือ Bitcoin…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *