สินค้าโภคภัณฑ์

  • ทองคำ-เงิน-น้ำมันป่วน เฟดเหยี่ยวสวนสันติภาพอิหร่าน ราคาผันผวนหนัก

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกกำลังเผชิญแรงบีบจากสองทิศทางที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจนในสัปดาห์นี้ ด้านหนึ่งคือราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ จนหลุดระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มทยอยเดินทางออกได้ตามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว ส่วนอีกด้านหนึ่งคือท่าทีแข็งกร้าวอย่างไม่คาดคิดของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ ที่ทำให้ตลาดเทเงินเข้าซื้อดอลลาร์อย่างหนัก กดดันให้ทองคำและเงินซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยร่วงลงรุนแรง โดยเฉพาะเงินที่ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 6 และทรุดลงมากกว่า 40% จากจุดสูงสุดเดือนมกราคม สะท้อนว่าทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่ทรงอิทธิพลยิ่งกว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปแล้วในขณะนี้ สำนัก CNBC รายงานว่าราคาทองคำในตลาดโลกยังคงแกว่งตัวผันผวนหนักในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ Al Jazeera ชี้ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมาแล้วกว่า 5% ติดต่อกันสองวันก่อนการลงนามกรอบข้อตกลงสันติภาพ และนักวิเคราะห์จากสำนักข่าวต่างๆ เริ่มหันมาให้น้ำหนักกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟดมากกว่าข่าวสงครามตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จะพาผู้อ่านไปสำรวจสถานการณ์ล่าสุดของตลาดน้ำมัน ทองคำ เงิน และสินค้าโภคภัณฑ์พลังงาน พร้อมมุมมองจากนักวิเคราะห์ชั้นนำ และวิเคราะห์ผลกระทบที่จะตกถึงนักลงทุนไทย น้ำมันดิบทรุดต่อเนื่อง 4 วัน หลุด 70 ดอลลาร์ เรือเริ่มออกจากฮอร์มุซได้ ราคาน้ำมันดิบโลกกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามตะวันออกกลางปะทุขึ้น โดยข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่าน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ร่วงหลุดระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่สี่ และเกือบจะลบล้างกำไรทั้งหมดที่สะสมมาตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์…

  • |

    ราคาน้ำมัน ทองคำ เงิน ผันผวนหนัก สงครามอิหร่านเขย่าตลาดโภคภัณฑ์โลก 2569

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เผชิญกับความปั่นป่วนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ ตั้งแต่ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในบางช่วง ไปจนถึงทองคำที่ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่เกือบ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนมกราคม ก่อนจะร่วงลงมากกว่า 16% ในเวลาต่อมา สาเหตุหลักทั้งหมดสามารถย้อนกลับไปยังจุดเดียวกัน นั่นคือสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงพลังงานให้กับโลกถึงราว 20% ของอุปทานพลังงานทั้งหมด ช่องแคบฮอร์มุซ: ชนวนวิกฤตพลังงานโลก เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตลาดพลังงานโลกเข้าสู่ภาวะตึงเครียดที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ยุควิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียทั้งซาอุดีอาระเบีย คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิรัก ถูกปิดกั้นอย่างแท้จริง ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางต้องระงับการผลิตรวมกันถึง 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามรายงานของ Energy Aspects Al Jazeera รายงานว่าในช่วงปลายเดือนเมษายน ราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 6.95% แตะ 106.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เบรนท์ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงระหว่างประเทศปรับตัวขึ้น 6.08% มาที่ 118.03…

  • น้ำมัน ทองคำ เงิน ปี 2026: วิกฤตฮอร์มุซ กดดันตลาดโภคภัณฑ์โลก

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกกำลังเผชิญกับพายุหมุนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ราคาน้ำมันพุ่งสูงทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและแตะระดับสูงสุดที่ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะดิ่งลงมาสู่ระดับ 90 ดอลลาร์ท่ามกลางความหวังการหยุดยิง ขณะที่ทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดตลอดกาลทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นปี ก่อนปรับตัวลงมาซื้อขายที่ราว 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน และเงินเคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม ก่อนย่อลงมาอยู่ที่ประมาณ 74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงตลาดที่อยู่ภายใต้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรุนแรง และบีบบังคับให้นักลงทุนทั่วโลกต้องทบทวนกลยุทธ์การจัดสรรพอร์ตการลงทุนอย่างเร่งด่วน วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: ตัวการหลักที่สั่นสะเทือนตลาดพลังงานโลก หัวใจของวิกฤตพลังงานในปี 2026 อยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่แคบที่สุดและสำคัญที่สุดบนโลก ณ จุดแคบที่สุดของช่องแคบ ช่องทางเดินเรือสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันนั้นกว้างเพียงประมาณ 2 ไมล์ในแต่ละทิศทาง แต่ผ่านเส้นทางนี้คือการขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวันภายใต้สภาวะปกติ คิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของอุปทานน้ำมันโลกทั้งหมด เมื่อผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี ประกาศยืนหยัดที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปเพื่อใช้เป็นแต้มต่อในการต่อรองกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ราคาน้ำมัน Brent พุ่งสูงขึ้นกว่า 9% ในทันที ผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่ส่งไปทั่วโลก ปริมาณการจราจรผ่านช่องแคบหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง โดยมีเรือผ่านไม่เกิน 5…

  • น้ำมัน-ทองคำ-เงินผันผวนรุนแรง วิกฤตฮอร์มุซฉุดตลาดโภคภัณฑ์โลก มิ.ย.69

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกเข้าสู่ช่วงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์พลังงาน นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ทางผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก ถูกปิดกั้นอย่างแทบสมบูรณ์ ราคาน้ำมัน ทองคำ และเงิน ต่างเผชิญกับความผันผวนรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความหวังในการเจรจาสันติภาพกับความเสี่ยงของภาวะ Stagflation ที่อาจลุกลามไปทั่วโลก ณ ต้นเดือนมิถุนายน 2569 ภาพรวมตลาดโภคภัณฑ์สะท้อนถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ที่แม้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวลงมาอยู่ที่ราว 92-97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากจุดสูงสุดที่เคยพุ่งทะลุ 126 ดอลลาร์ในช่วงวิกฤต แต่สต็อกน้ำมันโลกกำลังหดตัวในอัตราที่น่าวิตกกังวล ขณะที่ทองคำดิ้นรนหาทิศทางท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจสูงขึ้นและสัญญาณเบื้องต้นของการคลี่คลายความตึงเครียด สงครามอิหร่านกับวิกฤตพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รายงานตลาดน้ำมันประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ของ IEA ระบุว่า กว่าสิบสัปดาห์หลังจากสงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้น การสูญเสียอุปทานที่สะสมต่อเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซกำลังทำให้สต็อกน้ำมันโลกลดลงในอัตราที่เร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขที่น่าตกใจคือ การสูญเสียอุปทานน้ำมันโลกรวมแตะระดับ 12.8 ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ซึ่ง Martijn Rats นักวิเคราะห์โภคภัณฑ์ของ Morgan Stanley ระบุว่า นี่คือการหยุดชะงักด้านอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมน้ำมัน และการกล่าวเช่นนั้นไม่ใช่การพูดเกินจริงแต่อย่างใด การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อน้ำมันดิบ 20% ของการค้าโลก และ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน LNG ในกาตาร์กำลังบั่นทอนการเติบโตของอุปทานก๊าซธรรมชาติเหลวที่คาดการณ์ไว้…

  • น้ำมัน-ทองคำ-เงิน ผันผวนหนัก! วิกฤตฮอร์มุซพลิกโฉมตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกปี 2026

    โลกการเงินกำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ได้ส่งคลื่นกระแทกรุนแรงผ่านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก ตั้งแต่น้ำมันดิบที่พุ่งทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทองคำที่ขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้วดิ่งลงอย่างน่าตกใจ ไปจนถึงเงินที่กำลังเปลี่ยนบทบาทจากโลหะมีค่าเป็นวัตถุดิบอุตสาหกรรมแห่งอนาคต บทความนี้จะพาคุณผ่านทุกมิติของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกในขณะนี้ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบที่นักลงทุนไทยควรเตรียมรับมือ น้ำมันดิบ: วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซและการหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล ส่งผลให้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักแทบทั้งหมด ซึ่งเป็นเส้นทางที่น้ำมันโลกราว 20% ต้องผ่านทุกวัน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ตั้งชื่อเหตุการณ์นี้ว่า “การหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก” อย่างไม่มีข้อสงสัย ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า การปิดกั้นเส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ปริมาณน้ำมันที่ขาดหายไปจากการผลิตของประเทศในตะวันออกกลางสะสมแตะ 1 พันล้านบาร์เรลแล้ว โดยมีกำลังการผลิตที่หยุดชะงักถึง 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตัวเลขนี้มหาศาลถึงขนาดที่ทำให้นักวิเคราะห์หลายรายถึงกับเปรียบเทียบกับวิกฤตพลังงานในทศวรรษ 1970 ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นเกิน 6% แตะระดับ 118.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 ขณะที่น้ำมัน WTI ของสหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 106.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อบรรเทาแรงกระแทก IEA ได้ตัดสินใจปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม…

  • |

    วิกฤตฮอร์มุซเขย่าตลาดโภคภัณฑ์โลก: ทองคำ เงิน และน้ำมัน ในพายุภูมิรัฐศาสตร์ปี 2026

    ตลาดโภคภัณฑ์โลกกำลังเผชิญกับพายุที่ซับซ้อนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซอันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ได้กลายเป็นแรงกระแทกอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดพลังงานยุคใหม่ ผลสะเทือนลุกลามออกไปไกลกว่าแค่ราคาน้ำมัน — ทองคำที่เคยพุ่งทะยานในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกลับต้องพลิกทิศ เงินกลายเป็นตัวแปรที่ซับซ้อนระหว่างอุปสงค์อุตสาหกรรมและแรงขายทำกำไร ขณะที่ประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิกำลังแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นในทุกมิติ ณ วันที่ 27-28 พฤษภาคม 2026 ตลาดกำลังลุ้นกับสัญญาณที่ยังสับสน: ราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ดิ่งลงต่ำกว่า 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าอิหร่านพร้อมฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายในหนึ่งเดือนหลังบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ แต่ตลาดยังคงระแวดระวัง หลังทำเนียบขาวออกมาปฏิเสธว่ารายงานดังกล่าวเป็น “การสร้างข้อมูลเท็จโดยสิ้นเชิง” ความผันผวนของเหตุการณ์แต่ละชั่วโมงในสัปดาห์นี้สะท้อนว่าตลาดพลังงานโลกยังไม่เห็นทางออกที่ชัดเจนในเร็ววัน วิกฤตฮอร์มุซ: แรงกระแทกอุปทานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์พลังงาน ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2026 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ ข่มขู่และโจมตีเรือที่พยายามเดินผ่านช่องแคบ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสำหรับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ส่งออกสู่ตลาดโลก. ในแง่ของปริมาณอุปทานที่หายไป การปิดช่องแคบฮอร์มุซปี 2026 ถือเป็นวิกฤตอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันยุคใหม่ เมื่อวัดจากปริมาณน้ำมันที่หายออกจากระบบ ซึ่งหนักกว่าทั้งวิกฤตน้ำมันปี 1973 และการปฏิวัติอิหร่านปี 1979 สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุในรายงานตลาดน้ำมันเดือนพฤษภาคมว่า อุปทานน้ำมันโลกลดลงอีก 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน รวมการสูญเสียทั้งหมดตั้งแต่กุมภาพันธ์แตะ…

  • |

    โภคภัณฑ์โลกเดือดร้อน: น้ำมันพุ่ง ทองยืนสูง เงินผันผวน เมื่อฮอร์มุซยังคับแคบ

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกยังคงอยู่ในภาวะปั่นป่วนสูงในเดือนพฤษภาคม 2569 หลังวิกฤตการณ์ตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซปิดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ กระทบการส่งออกน้ำมันดิบกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 1 ใน 5 ของอุปทานโลก ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ราคาน้ำมัน Brent อยู่ที่ประมาณ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ทองคำซื้อขายบริเวณ 4,550 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตลาดพลังงานโลกก็เผชิญกับความตึงเครียดที่ไม่เคยพบเห็นในรอบหลายทศวรรษ นักลงทุนไทยและภาคธุรกิจไม่อาจเมินเฉยต่อคลื่นยักษ์ลูกนี้ได้อีกต่อไป ช่องแคบฮอร์มุซ: หัวใจที่หยุดเต้นของตลาดพลังงานโลก เหตุการณ์ที่เริ่มปะทุขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ของตลาดพลังงานโลก เมื่อความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลางลุกลามจนนำไปสู่การปิดตัวของช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีนัยสำคัญ การปิดช่องแคบดังกล่าวนับเป็นการปิดที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ โดยก่อนเกิดความขัดแย้ง มีน้ำมันดิบราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวันผ่านช่องแคบแห่งนี้ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันทั้งหมดในโลก ผลกระทบปรากฏชัดเจนในทันที รัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตรประเมินว่าอิรัก ซาอุดีอาระเบีย คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน รวมกันลดการผลิตน้ำมันดิบลงถึง 10.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สั่นสะเทือนตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง…

  • |

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ผันผวนหนัก! น้ำมันพุ่งแตะ 111 ดอลลาร์ ทองคำทรงตัวใกล้ 4,500 ดอลลาร์ ท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่คลี่คลาย

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกยังคงถูกแรงกดดันจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์อย่างหนักในสัปดาห์นี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับ 110-112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ทองคำสปอตปรับตัวลงมาซื้อขายที่แถว 4,468-4,542 ดอลลาร์ต่อออนซ์หลังพุ่งทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 5,595 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 สถานการณ์ที่กดดันตลาดมากที่สุดในขณะนี้คือการยังคงปิดตัวอยู่ของช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนไทยที่ต้องเผชิญกับทั้งต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและค่าเงินบาทที่ผันผวน วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: บ่อเกิดแห่งความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางน้ำแคบที่คั่นระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ ซึ่งเดิมมีน้ำมันดิบไหลผ่านมากถึงเกือบ 20% ของปริมาณน้ำมันที่ซื้อขายทั่วโลก ถูกปิดโดยพฤตินัยมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ภายหลังการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน และยังคงเป็นชนวนความตึงเครียดที่กดดันตลาดพลังงานโลกมาอย่างต่อเนื่อง สำนักงานพลังงานสากล (IEA) รายงานว่า อุปทานน้ำมันโลกลดลงอีก 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน สู่ระดับ 95.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ สูญเสียกำลังผลิตรวมไปแล้วกว่า 12.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบมีกำลังผลิตต่ำกว่าช่วงก่อนสงครามถึง 14.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ด้านสำนักงานสารสนเทศพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ประเมินในรายงานประจำเดือนพฤษภาคมว่า ราคาน้ำมันเบรนท์เฉลี่ยในเดือนเมษายนแตะระดับ 117 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 ที่รัสเซียบุกยูเครน โดย EIA ระบุว่า ช่วงราคาสูงสุดในเดือนเมษายนแตะที่…