ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตัวลบ ขณะ Trump พิจารณาข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน
|

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตัวลบ ขณะ ทรัมป์ พิจารณาข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดทำการในแดนลบเล็กน้อยในวันอังคาร ท่ามกลางบรรยากาศที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาดูว่าวอชิงตันจะตอบสนองอย่างไรต่อข้อเสนอสันติภาพที่อิหร่านเพิ่งส่งมา ในขณะเดียวกันตลาดยังต้องย่อยผลประกอบการของบริษัทชั้นนำหลายแห่งที่ประกาศออกมาพร้อมกันในวันเดียวกัน ทำให้บรรยากาศการลงทุนเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนที่ทับซ้อนกันอยู่หลายชั้น

ดัชนี Stoxx 600 ซึ่งครอบคลุมตลาดหุ้นยุโรปในวงกว้างปรับตัวลดลง 0.1% ในช่วงต้นการซื้อขาย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าของการซื้อขาย สะท้อนให้เห็นว่าความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดพลังงานต้องตีราคาความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา

ภาพรวมตลาดหุ้นยุโรป: ทิศทางที่แตกต่างกัน

ในรายละเอียดของดัชนีแต่ละประเทศพบว่ามีทิศทางที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรปรับตัวลง 0.1% ณ เวลา 8:10 น. ตามเวลาลอนดอน ขณะที่ DAX ของเยอรมนีลดลง 0.2% และ CAC 40 ของฝรั่งเศสปรับตัวลง 0.3%

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางทิศทางที่ลบของตลาดส่วนใหญ่ FTSE MIB ของอิตาลีกลับโดดเด่นขึ้นมาในทางตรงข้ามด้วยการปรับตัวขึ้น 0.5% ซึ่งอาจสะท้อนถึงปัจจัยเฉพาะของตลาดอิตาลี ซึ่งมีสัดส่วนของหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานสูง และอาจได้รับประโยชน์จากบริบทของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ความแตกต่างในทิศทางระหว่างตลาดยุโรปนี้บ่งบอกว่านักลงทุนในแต่ละประเทศกำลังตีความสัญญาณจากสงครามอิหร่านและข้อเสนอสันติภาพแตกต่างกัน โดยได้รับอิทธิพลจากองค์ประกอบของดัชนีและความเชื่อมโยงของเศรษฐกิจแต่ละประเทศกับตลาดพลังงาน

หัวใจของความไม่แน่นอน: ข้อเสนอสันติภาพที่ยังไม่ได้คำตอบ

ปัจจัยที่กำหนดบรรยากาศในตลาดวันนี้มากที่สุดคือข่าวที่ Karoline Leavitt โฆษกทำเนียบขาวยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และทีมความมั่นคงแห่งชาติได้หารือถึงข้อเสนอของอิหร่านที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมและสงครามสิ้นสุดลง

รายงานจาก Axios และ Associated Press ระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวจะ เลื่อนการเจรจาเรื่องความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของเตหะรานออกไปเป็นระยะถัดไป กล่าวคือ อิหร่านพร้อมจะหยุดยิงและเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญ แต่ยังไม่ยอมรับข้อเรียกร้องเรื่องโครงการนิวเคลียร์ในทันที

สำหรับตลาดการเงิน ข้อเสนอนี้มีนัยสำคัญอย่างมาก เพราะการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวที่ถูกปิดกั้นอยู่ไหลออกสู่ตลาดโลกได้อีกครั้ง ซึ่งอาจดันราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ความไม่แน่นอนยังมีอยู่มาก เพราะ ทรัมป์ เคยประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยกเลิกการปิดล้อมจนกว่าจะได้ข้อตกลงที่ “สมบูรณ์ 100%” การที่เขาจะรับข้อเสนอที่เลื่อนประเด็นนิวเคลียร์ออกไปก่อนนั้นจึงยังเป็นคำถามที่ตลาดยังไม่มีคำตอบ

Barclays: กำไรเพิ่มขึ้นแต่ราคาหุ้นร่วงจากหนี้เสีย

หนึ่งในผลประกอบการที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างชัดเจนในวันนี้คือ Barclays ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหราชอาณาจักร ซึ่งประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกพร้อมข่าวที่ทำให้นักลงทุนไม่พอใจ

ราคาหุ้น Barclays ดิ่งลง 2.7% หลังจากธนาคารเปิดเผยว่าต้องแบกรับผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับ Private Credit จำนวน 200 ล้านปอนด์ (270 ล้านดอลลาร์) อันเป็นผลจากการมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Market Financial Solutions ผู้ให้กู้อสังหาริมทรัพย์ที่กำลังประสบปัญหาหนัก

แม้ตัวเลขหลักจะไม่น่าผิดหวังเท่าที่ควร โดย Barclays รายงานกำไรก่อนหักภาษี 2,810 ล้านปอนด์ สำหรับไตรมาสแรก เพิ่มขึ้น 3% จาก 2,720 ล้านปอนด์ ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีอัตราส่วน CET1 ที่ 14.1% ซึ่งบ่งชี้ถึงฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง แต่ตลาดกลับโฟกัสไปที่ผลขาดทุนจาก Private Credit ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในพอร์ตสินเชื่อของธนาคาร

เพื่อแสดงความมั่นใจในฐานะการเงิน Barclays ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 500 ล้านปอนด์ เพิ่มเติม ต่อจากโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1,000 ล้านปอนด์ ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยรวมแล้ว Barclays ตั้งใจจะคืนทุนให้ผู้ถือหุ้นมากกว่า 15,000 ล้านปอนด์ ระหว่างปี 2569 ถึง 2571 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจในระยะยาว แต่ไม่สามารถบรรเทาความกังวลในระยะสั้นจากการเปิดเผยหนี้เสียได้

Novartis: ผลประกอบการต่ำกว่าคาด ท่ามกลางแรงกดดันรายได้

Novartis บริษัทยาสัญชาติสวิสรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่น่าผิดหวัง โดยรายได้จากการดำเนินงานของกลุ่มลดลง 12% เมื่อเทียบปีต่อปี มาอยู่ที่ 4,900 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย LSEG ที่คาดไว้ 5,300 ล้านดอลลาร์ อยู่ถึง 400 ล้านดอลลาร์

ผลลัพธ์ที่ต่ำกว่าคาดนี้สวนทางกับกระแสโดยรวมของอุตสาหกรรมยาซึ่งมักได้รับการมองว่าเป็น Defensive Sector หรือหุ้นที่มีความมั่นคงในยามที่ตลาดผันผวน ความน่าเป็นห่วงของผลประกอบการ Novartis ครั้งนี้คือการลดลงแบบปีต่อปีที่ชัดเจน ซึ่งบ่งชี้ว่าปัญหาไม่ได้มาจากฐานเปรียบเทียบที่สูงผิดปกติในปีก่อน แต่น่าจะมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียสิทธิบัตรยาหลัก แรงกดดันด้านราคาจากหน่วยงานกำกับดูแล หรือการแข่งขันจากยาชื่อสามัญที่เพิ่มขึ้น

Bayer กับศึกในศาลสูงสุดสหรัฐฯ: ชะตากรรมของ Roundup

หนึ่งในข่าวที่สร้างความสนใจในวงการธุรกิจและกฎหมายพร้อมกันคือการที่ Bayer บริษัทเคมีและยาสัญชาติเยอรมันเข้าสู้คดีใน ศาลฎีกาสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ เพื่อพยายามยุติคดีความหลายพันคดีที่เกี่ยวข้องกับยาฆ่าหญ้า Roundup

Bayer เข้าซื้อกิจการ Monsanto ผู้ผลิต Roundup ในราคา 63,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2561 และนับตั้งแต่นั้นบริษัทก็เผชิญกับคดีความมากมายจากผู้ที่อ้างว่า Glyphosate ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ใน Roundup เป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพรวมถึงมะเร็ง

ในการพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ Bayer นำเสนอข้อโต้แย้งต่อการตัดสินของศาลมิสซูรีที่สั่งให้จ่ายค่าเสียหาย 1.25 ล้านดอลลาร์ แก่ชายคนหนึ่งที่กล่าวว่าการสัมผัสสาร Roundup เป็นเวลาหลายปีเป็นสาเหตุของการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Non-Hodgkin ของเขา

รายงานระบุว่าผู้พิพากษาในศาลฎีกามีความเห็นแตกแยกกันหลังจากฟังการโต้แย้งในคดีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าผลการตัดสินอาจออกมาได้ในหลายทิศทาง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเคลื่อนไหวของขบวนการ “Make America Healthy Again” (MAHA) มาชุมนุมประท้วงนอกศาลเพื่อต่อต้าน Bayer

สำหรับนักลงทุน คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะผลการตัดสินจะกำหนดชะตากรรมของคดีความหลายพันคดีที่ยังค้างอยู่ หากศาลฎีกาตัดสินให้ Bayer ชนะ มันอาจปิดประตูคดีส่วนใหญ่และช่วยให้บริษัทหลุดพ้นจากภาระทางกฎหมายที่ฉุดรั้งมาเป็นเวลาหลายปี แต่หากแพ้ ค่าเสียหายสะสมจากคดีที่รออยู่อาจมีมูลค่ามหาศาล

ธนาคารกลางสามแห่ง: สัปดาห์แห่งการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน

นอกเหนือจากผลประกอบการบริษัทและข่าวสงคราม ความสนใจของตลาดการเงินโลกในสัปดาห์นี้ยังมุ่งไปที่การประชุมของ ธนาคารกลางสามแห่ง พร้อมกัน ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะประกาศผลการประชุมในวันพุธ ซึ่งอาจเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของ Jerome Powell ในฐานะประธาน Fed ก่อนที่ Kevin Warsh จะเข้ามารับตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม ข่าวสำคัญที่ปูทางให้การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นไปได้ราบรื่นขึ้นคือการที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตัดสินใจยกเลิกการสอบสวนทางอาญาต่อ Powell เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ วุฒิสมาชิก Thom Tillis ยุติการขัดขวางการยืนยันตำแหน่งของ Warsh

นักเทรดส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม แต่ประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจมากกว่าคือถ้อยคำและสัญญาณที่ Powell จะส่งออกมาในการแถลงข่าว โดยเฉพาะการประเมินผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ทั้งสองแห่งจะประกาศผลการประชุมในวันพฤหัสบดี นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าทั้งสองธนาคารจะคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าทั้งสองแห่งจะยังคงเปิดประตูไว้สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี หากเงินเฟ้อที่ได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง

การที่ธนาคารกลางทั้งสามแห่งกำลังประชุมพร้อมกันในสัปดาห์เดียวถือเป็นสัปดาห์ที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับตลาดการเงินโลก เพราะทิศทางนโยบายการเงินของสามมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกจะกำหนดกรอบสำหรับตลาดอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และตลาดหุ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

วิเคราะห์: ตลาดยุโรปในจุดตัดสำคัญ

ภาพรวมของตลาดหุ้นยุโรปในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมการลงทุนที่นักลงทุนต้องเผชิญพร้อมกันในหลายมิติ

ในมิติแรกของ ภูมิรัฐศาสตร์ ข้อเสนอสันติภาพของอิหร่านเป็นดาบสองคม การที่อิหร่านยื่นข้อเสนอนี้บ่งชี้ว่าแรงกดดันทางทหารและเศรษฐกิจกำลังสร้างผลลัพธ์ แต่ความไม่แน่นอนว่า ทรัมป์ จะรับหรือปฏิเสธข้อเสนอทำให้นักลงทุนไม่กล้าเดิมพันในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างแน่วแน่

ในมิติที่สองของ ผลประกอบการบริษัท สัปดาห์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลลบต่อทุกบริษัทเท่ากัน BP ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันได้ประโยชน์อย่างมาก ในขณะที่บริษัทที่ต้องการพลังงานเป็นปัจจัยการผลิตกำลังเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น

ในมิติที่สามของ นโยบายการเงิน การประชุมธนาคารกลางพร้อมกันสามแห่งในสัปดาห์นี้จะเป็นการทดสอบสำคัญว่าผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกมองความสัมพันธ์ระหว่างสงคราม เงินเฟ้อ และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไร

บทสรุป: รอคำตอบจากวอชิงตัน

สิ่งที่จะกำหนดทิศทางของตลาดในระยะใกล้นี้มากที่สุดคือคำตอบของ ทรัมป์ ต่อข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน หากเขาตอบรับและเริ่มกระบวนการยุติสงคราม ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็ว ตลาดหุ้นโลกจะปรับตัวขึ้น และแรงกดดันเงินเฟ้อจะคลายตัว ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกมีพื้นที่หายใจมากขึ้นในการดำเนินนโยบายการเงิน

แต่หากเขาปฏิเสธหรือตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมที่อิหร่านยอมรับไม่ได้ ความไม่แน่นอนจะยังคงอยู่ต่อไป ราคาพลังงานจะยังสูง และตลาดการเงินโลกจะยังต้องดิ้นรนหาจุดสมดุลในสภาพแวดล้อมที่ปัจจัยเสี่ยงยังซ่อนอยู่ทุกมุม

ในระหว่างรอคำตอบ ตลาดยุโรปวันนี้เลือกที่จะแสดงความระมัดระวังด้วยการเคลื่อนไหวในช่วงแคบและส่วนใหญ่ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สมเหตุสมผลอย่างมากในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนยังครอบงำอยู่เช่นนี้

Similar Posts

  • | |

    บิตคอยน์ทะลุ $80,000 คลังสหรัฐฯ จุดชนวนคริปโตพุ่งแรงสุดตั้งแต่ปี 2023

    ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกลับมาร้อนแรงอีกครั้งอย่างที่ไม่เห็นมานานหลายเดือน เมื่อราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) พุ่งทะลุระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปิดฉากการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่รุนแรงราว 25% และถือเป็นการดีดตัวสามวันที่แรงที่สุดของตลาดคริปโตนับตั้งแต่ปี 2023 ตามการรายงานของ CNBC แรงส่งครั้งนี้ไม่ได้มาจากกระแสเก็งกำไรลอยๆ แต่มีต้นตอชัดเจนจากการตัดสินใจเชิงนโยบายของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว จุดชนวนสิ่งที่นักลงทุนเรียกว่า “debasement trade” หรือการหนีเข้าสินทรัพย์ที่อยู่นอกการควบคุมของรัฐบาล ควบคู่กับกระแสเงินสถาบันที่ไหลกลับเข้ากองทุน ETF อย่างหนาแน่นที่สุดในรอบเกือบปี บทความนี้จะพาผู้อ่านเจาะลึกทุกมิติของปรากฏการณ์ครั้งนี้ ตั้งแต่ตัวเลขราคาล่าสุด กลไกเบื้องหลัง บทบาทของอีเธอเรียม (Ethereum) และบริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงปัจจัยกฎหมาย การประชุม Jackson Hole และสัญญาณเตือนที่นักลงทุนไทยไม่ควรมองข้าม ภาพรวมตลาด: บิตคอยน์ทะยานเหนือ 80,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางภาวะ “โลภสุดขีด” ณ ช่วงเช้าของวันอังคารที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ขยับขึ้นเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงการซื้อขายภาคเช้าของตลาดเอเชีย เพิ่มขึ้นราว 4% ในวันเดียว และมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ข้อมูลจาก CoinDesk ระบุว่าบิตคอยน์ยังทำจุดสูงสุดระหว่างวันแตะบริเวณ…

  • |

    CEO Eutelsat เผย ความต้องการจากสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง แม้ SpaceX กดดันให้ตัดการเข้าถึงตลาดของคู่แข่งยุโรป

    ในโลกที่การแข่งขันด้านอวกาศเชิงพาณิชย์กำลังร้อนแรงขึ้นทุกวัน และเส้นแบ่งระหว่างธุรกิจกับภูมิรัฐศาสตร์เริ่มเลือนลางลงอย่างต่อเนื่อง Jean-Francois Fallacher ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Eutelsat ผู้ให้บริการดาวเทียมสัญชาติยุโรปที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก ออกมาส่งสัญญาณความมั่นใจว่าความต้องการบริการดาวเทียมทางเลือกจากบริษัทในสหรัฐฯ รวมถึงกองทัพสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันทางกฎหมายและการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้นจาก SpaceX ของ Elon Musk ก็ตาม การให้สัมภาษณ์กับ Reuters ครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ตึงเครียดอย่างยิ่ง หลังจากที่ SpaceX เพิ่งยื่นจดหมายถึง Federal Communications Commission (FCC) หรือสำนักงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้จำกัดการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ สำหรับผู้ให้บริการดาวเทียมต่างชาติที่รัฐบาลของตนปิดกั้นหรือเอาเปรียบผู้ประกอบการสหรัฐฯ ในตลาดของตน SpaceX เดินหมากทางการเมือง: จดหมายถึง FCC ที่เขย่าอุตสาหกรรม เนื้อหาของจดหมายที่ SpaceX ส่งถึง FCC นั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนในอุตสาหกรรมดาวเทียมโลกอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่การร้องเรียนทั่วไปในเชิงธุรกิจ แต่เป็นการเรียกร้องให้ใช้กลไกของรัฐเพื่อกดดันคู่แข่งต่างชาติโดยตรง SpaceX ยกตัวอย่าง SES ผู้ให้บริการดาวเทียมที่มีฐานอยู่ใน ลักเซมเบิร์ก ว่าเป็นบริษัทยุโรปที่ได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ แต่กลับไม่ได้ให้ความเท่าเทียมกันแก่ผู้ให้บริการอเมริกันในตลาดยุโรปอย่างเป็นธรรม แม้ว่าจดหมายดังกล่าวจะไม่ได้ระบุชื่อ Eutelsat โดยตรง…

  • | |

    วอลล์สตรีทแยกทาง! ดาวโจนส์นิวไฮ 5 วันติด S&P500-Nasdaq ย่อ รอตัวเลขจ้างงาน

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันพุธที่ 5 สิงหาคม ในภาพที่อธิบายได้ด้วยคำเดียวว่า “แยกทาง” เมื่อดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ยังเดินหน้าทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ปิดที่ 54,349.12 จุด บวก 263.24 จุด หรือราว 0.49% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ย่อลง 0.17% มาอยู่ที่ 7,723.55 จุด ตัดสถิติบวก 4 วันติด ส่วน Nasdaq Composite ที่หนักไปทางหุ้นเทคโนโลยีร่วงแรงกว่าที่ 0.83% ปิดที่ 26,363.44 จุด สะท้อนแรงหมุนเวียนเงินลงทุน (rotation) ที่ไหลออกจากกลุ่มเทคฯ และเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งร้อนแรงมาทั้งสัปดาห์ เข้าสู่หุ้นกลุ่มเศรษฐกิจดั้งเดิมอย่างอุตสาหกรรม การแพทย์ และการเงิน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้บริบทที่ซับซ้อน ทั้งผลประกอบการไตรมาสสองของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ทยอยประกาศออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ความหวังต่อข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กดราคาน้ำมันลง และความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช…

  • น้ำมัน ทองคำ เงิน ปี 2026: วิกฤตฮอร์มุซ กดดันตลาดโภคภัณฑ์โลก

    ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกกำลังเผชิญกับพายุหมุนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ราคาน้ำมันพุ่งสูงทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและแตะระดับสูงสุดที่ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะดิ่งลงมาสู่ระดับ 90 ดอลลาร์ท่ามกลางความหวังการหยุดยิง ขณะที่ทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดตลอดกาลทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นปี ก่อนปรับตัวลงมาซื้อขายที่ราว 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน และเงินเคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม ก่อนย่อลงมาอยู่ที่ประมาณ 74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงตลาดที่อยู่ภายใต้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรุนแรง และบีบบังคับให้นักลงทุนทั่วโลกต้องทบทวนกลยุทธ์การจัดสรรพอร์ตการลงทุนอย่างเร่งด่วน วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: ตัวการหลักที่สั่นสะเทือนตลาดพลังงานโลก หัวใจของวิกฤตพลังงานในปี 2026 อยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่แคบที่สุดและสำคัญที่สุดบนโลก ณ จุดแคบที่สุดของช่องแคบ ช่องทางเดินเรือสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันนั้นกว้างเพียงประมาณ 2 ไมล์ในแต่ละทิศทาง แต่ผ่านเส้นทางนี้คือการขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวันภายใต้สภาวะปกติ คิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของอุปทานน้ำมันโลกทั้งหมด เมื่อผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี ประกาศยืนหยัดที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปเพื่อใช้เป็นแต้มต่อในการต่อรองกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ราคาน้ำมัน Brent พุ่งสูงขึ้นกว่า 9% ในทันที ผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่ส่งไปทั่วโลก ปริมาณการจราจรผ่านช่องแคบหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง โดยมีเรือผ่านไม่เกิน 5…

  • |

    เฟดเปลี่ยนยุค! “เควิน วอร์ช” รับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ท่ามกลางเงินเฟ้อพุ่ง-ECB คุมเชิง

    ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่บทใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เพิ่งผ่านการเปลี่ยนผู้นำครั้งประวัติศาสตร์ ขณะที่เงินเฟ้อในสหรัฐฯ กลับมาพุ่งสูงเกิน 3.8% ต่อปี และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็เลือกยืนดอกเบี้ยท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่น สถานการณ์เหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงไทย ที่ต้องเฝ้าติดตามทิศทางนโยบายการเงินโลกอย่างใกล้ชิด เฟดเปลี่ยนยุค: “เควิน วอร์ช” ขึ้นแท่นประธานคนที่ 17 วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 54 ต่อ 45 เสียง รับรองนายเควิน วอร์ช อายุ 56 ปี ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คนที่ 17 สืบต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งครบวาระในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 การโหวตครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในมติที่มีความขัดแย้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การแต่งตั้งประธานเฟด สะท้อนให้เห็นว่าความเป็นอิสระของธนาคารกลางกลายเป็นประเด็นทางการเมืองอย่างเต็มตัว วอร์ชได้รับการยืนยันจากวุฒิสภาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 และจะเข้ารับตำแหน่งต่อจากพาวเวลล์ที่หมดวาระประธาน สิ่งที่น่าสนใจคือ พาวเวลล์จะยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการ Fed ต่อไป หลังการสืบสวนทางอาญาของกระทรวงยุติธรรมที่เกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงาน Fed ทำให้เขาตัดสินใจอยู่ต่อ โดยเขาย้ำว่าการโจมตีสถาบันเฟดคุกคามความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินโดยปราศจากปัจจัยทางการเมือง…

  • |

    โลกเดือด 2026: สงครามอิหร่าน ทรัมป์-สีจิ้นผิง และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โลกกำลังเผชิญกับมหาพายุภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ทั้งสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยืดเยื้อจนปิดช่องแคบฮอร์มุซ การประชุมสุดยอดทรัมป์-สี จิ้นผิงในปักกิ่งเมื่อวานนี้ที่ตลาดโลกจับตามอง และแรงกดดันจากสงครามภาษีที่ยังไม่คลี่คลาย ล้วนรวมกันเป็นแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง เหล่านักลงทุนและผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจภาพรวมนี้ให้ลึกซึ้ง ก่อนที่จะตัดสินใจใดๆ สงครามอิหร่าน: วิกฤตพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โลกก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกต่อไป ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า นี่คือ “วิกฤตความมั่นคงด้านพลังงานโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” ช่องแคบฮอร์มุซ ที่น้ำมันดิบและปิโตรเลียมผลิตภัณฑ์ราว 27% ของการค้าทางทะเลโลกต้องผ่านทุกวัน ถูกอิหร่านประกาศปิดนับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม เป็นต้นมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะยานจากราว 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนสงคราม ขึ้นไปแตะ 80-82 ดอลลาร์ในช่วงต้นมีนาคม ก่อนจะพุ่งสูงถึง 126 ดอลลาร์ในช่วงที่ตึงเครียดที่สุด Al Jazeera รายงานว่า ราคา LNG ก็พุ่งขึ้นตาม โดยเฉพาะหลังจากที่ QatarEnergy ถูกโดรนอิหร่านโจมตีและต้องระงับการผลิตชั่วคราว ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงเป็นพิเศษต่อเอเชีย เนื่องจากกาตาร์ส่งออก LNG ถึง 80% ไปยังภูมิภาคนี้ องค์การการค้าโลก…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *