ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตัวลบ ขณะ Trump พิจารณาข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน
|

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตัวลบ ขณะ ทรัมป์ พิจารณาข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดทำการในแดนลบเล็กน้อยในวันอังคาร ท่ามกลางบรรยากาศที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาดูว่าวอชิงตันจะตอบสนองอย่างไรต่อข้อเสนอสันติภาพที่อิหร่านเพิ่งส่งมา ในขณะเดียวกันตลาดยังต้องย่อยผลประกอบการของบริษัทชั้นนำหลายแห่งที่ประกาศออกมาพร้อมกันในวันเดียวกัน ทำให้บรรยากาศการลงทุนเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนที่ทับซ้อนกันอยู่หลายชั้น

ดัชนี Stoxx 600 ซึ่งครอบคลุมตลาดหุ้นยุโรปในวงกว้างปรับตัวลดลง 0.1% ในช่วงต้นการซื้อขาย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าของการซื้อขาย สะท้อนให้เห็นว่าความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดพลังงานต้องตีราคาความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา

ภาพรวมตลาดหุ้นยุโรป: ทิศทางที่แตกต่างกัน

ในรายละเอียดของดัชนีแต่ละประเทศพบว่ามีทิศทางที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรปรับตัวลง 0.1% ณ เวลา 8:10 น. ตามเวลาลอนดอน ขณะที่ DAX ของเยอรมนีลดลง 0.2% และ CAC 40 ของฝรั่งเศสปรับตัวลง 0.3%

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางทิศทางที่ลบของตลาดส่วนใหญ่ FTSE MIB ของอิตาลีกลับโดดเด่นขึ้นมาในทางตรงข้ามด้วยการปรับตัวขึ้น 0.5% ซึ่งอาจสะท้อนถึงปัจจัยเฉพาะของตลาดอิตาลี ซึ่งมีสัดส่วนของหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานสูง และอาจได้รับประโยชน์จากบริบทของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ความแตกต่างในทิศทางระหว่างตลาดยุโรปนี้บ่งบอกว่านักลงทุนในแต่ละประเทศกำลังตีความสัญญาณจากสงครามอิหร่านและข้อเสนอสันติภาพแตกต่างกัน โดยได้รับอิทธิพลจากองค์ประกอบของดัชนีและความเชื่อมโยงของเศรษฐกิจแต่ละประเทศกับตลาดพลังงาน

หัวใจของความไม่แน่นอน: ข้อเสนอสันติภาพที่ยังไม่ได้คำตอบ

ปัจจัยที่กำหนดบรรยากาศในตลาดวันนี้มากที่สุดคือข่าวที่ Karoline Leavitt โฆษกทำเนียบขาวยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และทีมความมั่นคงแห่งชาติได้หารือถึงข้อเสนอของอิหร่านที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมและสงครามสิ้นสุดลง

รายงานจาก Axios และ Associated Press ระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวจะ เลื่อนการเจรจาเรื่องความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของเตหะรานออกไปเป็นระยะถัดไป กล่าวคือ อิหร่านพร้อมจะหยุดยิงและเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญ แต่ยังไม่ยอมรับข้อเรียกร้องเรื่องโครงการนิวเคลียร์ในทันที

สำหรับตลาดการเงิน ข้อเสนอนี้มีนัยสำคัญอย่างมาก เพราะการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวที่ถูกปิดกั้นอยู่ไหลออกสู่ตลาดโลกได้อีกครั้ง ซึ่งอาจดันราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ความไม่แน่นอนยังมีอยู่มาก เพราะ ทรัมป์ เคยประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยกเลิกการปิดล้อมจนกว่าจะได้ข้อตกลงที่ “สมบูรณ์ 100%” การที่เขาจะรับข้อเสนอที่เลื่อนประเด็นนิวเคลียร์ออกไปก่อนนั้นจึงยังเป็นคำถามที่ตลาดยังไม่มีคำตอบ

Barclays: กำไรเพิ่มขึ้นแต่ราคาหุ้นร่วงจากหนี้เสีย

หนึ่งในผลประกอบการที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างชัดเจนในวันนี้คือ Barclays ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหราชอาณาจักร ซึ่งประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกพร้อมข่าวที่ทำให้นักลงทุนไม่พอใจ

ราคาหุ้น Barclays ดิ่งลง 2.7% หลังจากธนาคารเปิดเผยว่าต้องแบกรับผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับ Private Credit จำนวน 200 ล้านปอนด์ (270 ล้านดอลลาร์) อันเป็นผลจากการมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Market Financial Solutions ผู้ให้กู้อสังหาริมทรัพย์ที่กำลังประสบปัญหาหนัก

แม้ตัวเลขหลักจะไม่น่าผิดหวังเท่าที่ควร โดย Barclays รายงานกำไรก่อนหักภาษี 2,810 ล้านปอนด์ สำหรับไตรมาสแรก เพิ่มขึ้น 3% จาก 2,720 ล้านปอนด์ ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีอัตราส่วน CET1 ที่ 14.1% ซึ่งบ่งชี้ถึงฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง แต่ตลาดกลับโฟกัสไปที่ผลขาดทุนจาก Private Credit ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในพอร์ตสินเชื่อของธนาคาร

เพื่อแสดงความมั่นใจในฐานะการเงิน Barclays ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 500 ล้านปอนด์ เพิ่มเติม ต่อจากโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1,000 ล้านปอนด์ ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยรวมแล้ว Barclays ตั้งใจจะคืนทุนให้ผู้ถือหุ้นมากกว่า 15,000 ล้านปอนด์ ระหว่างปี 2569 ถึง 2571 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจในระยะยาว แต่ไม่สามารถบรรเทาความกังวลในระยะสั้นจากการเปิดเผยหนี้เสียได้

Novartis: ผลประกอบการต่ำกว่าคาด ท่ามกลางแรงกดดันรายได้

Novartis บริษัทยาสัญชาติสวิสรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่น่าผิดหวัง โดยรายได้จากการดำเนินงานของกลุ่มลดลง 12% เมื่อเทียบปีต่อปี มาอยู่ที่ 4,900 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย LSEG ที่คาดไว้ 5,300 ล้านดอลลาร์ อยู่ถึง 400 ล้านดอลลาร์

ผลลัพธ์ที่ต่ำกว่าคาดนี้สวนทางกับกระแสโดยรวมของอุตสาหกรรมยาซึ่งมักได้รับการมองว่าเป็น Defensive Sector หรือหุ้นที่มีความมั่นคงในยามที่ตลาดผันผวน ความน่าเป็นห่วงของผลประกอบการ Novartis ครั้งนี้คือการลดลงแบบปีต่อปีที่ชัดเจน ซึ่งบ่งชี้ว่าปัญหาไม่ได้มาจากฐานเปรียบเทียบที่สูงผิดปกติในปีก่อน แต่น่าจะมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียสิทธิบัตรยาหลัก แรงกดดันด้านราคาจากหน่วยงานกำกับดูแล หรือการแข่งขันจากยาชื่อสามัญที่เพิ่มขึ้น

Bayer กับศึกในศาลสูงสุดสหรัฐฯ: ชะตากรรมของ Roundup

หนึ่งในข่าวที่สร้างความสนใจในวงการธุรกิจและกฎหมายพร้อมกันคือการที่ Bayer บริษัทเคมีและยาสัญชาติเยอรมันเข้าสู้คดีใน ศาลฎีกาสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ เพื่อพยายามยุติคดีความหลายพันคดีที่เกี่ยวข้องกับยาฆ่าหญ้า Roundup

Bayer เข้าซื้อกิจการ Monsanto ผู้ผลิต Roundup ในราคา 63,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2561 และนับตั้งแต่นั้นบริษัทก็เผชิญกับคดีความมากมายจากผู้ที่อ้างว่า Glyphosate ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ใน Roundup เป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพรวมถึงมะเร็ง

ในการพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ Bayer นำเสนอข้อโต้แย้งต่อการตัดสินของศาลมิสซูรีที่สั่งให้จ่ายค่าเสียหาย 1.25 ล้านดอลลาร์ แก่ชายคนหนึ่งที่กล่าวว่าการสัมผัสสาร Roundup เป็นเวลาหลายปีเป็นสาเหตุของการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Non-Hodgkin ของเขา

รายงานระบุว่าผู้พิพากษาในศาลฎีกามีความเห็นแตกแยกกันหลังจากฟังการโต้แย้งในคดีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าผลการตัดสินอาจออกมาได้ในหลายทิศทาง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเคลื่อนไหวของขบวนการ “Make America Healthy Again” (MAHA) มาชุมนุมประท้วงนอกศาลเพื่อต่อต้าน Bayer

สำหรับนักลงทุน คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะผลการตัดสินจะกำหนดชะตากรรมของคดีความหลายพันคดีที่ยังค้างอยู่ หากศาลฎีกาตัดสินให้ Bayer ชนะ มันอาจปิดประตูคดีส่วนใหญ่และช่วยให้บริษัทหลุดพ้นจากภาระทางกฎหมายที่ฉุดรั้งมาเป็นเวลาหลายปี แต่หากแพ้ ค่าเสียหายสะสมจากคดีที่รออยู่อาจมีมูลค่ามหาศาล

ธนาคารกลางสามแห่ง: สัปดาห์แห่งการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน

นอกเหนือจากผลประกอบการบริษัทและข่าวสงคราม ความสนใจของตลาดการเงินโลกในสัปดาห์นี้ยังมุ่งไปที่การประชุมของ ธนาคารกลางสามแห่ง พร้อมกัน ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะประกาศผลการประชุมในวันพุธ ซึ่งอาจเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของ Jerome Powell ในฐานะประธาน Fed ก่อนที่ Kevin Warsh จะเข้ามารับตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม ข่าวสำคัญที่ปูทางให้การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นไปได้ราบรื่นขึ้นคือการที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตัดสินใจยกเลิกการสอบสวนทางอาญาต่อ Powell เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ วุฒิสมาชิก Thom Tillis ยุติการขัดขวางการยืนยันตำแหน่งของ Warsh

นักเทรดส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม แต่ประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจมากกว่าคือถ้อยคำและสัญญาณที่ Powell จะส่งออกมาในการแถลงข่าว โดยเฉพาะการประเมินผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ทั้งสองแห่งจะประกาศผลการประชุมในวันพฤหัสบดี นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าทั้งสองธนาคารจะคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าทั้งสองแห่งจะยังคงเปิดประตูไว้สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี หากเงินเฟ้อที่ได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง

การที่ธนาคารกลางทั้งสามแห่งกำลังประชุมพร้อมกันในสัปดาห์เดียวถือเป็นสัปดาห์ที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับตลาดการเงินโลก เพราะทิศทางนโยบายการเงินของสามมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกจะกำหนดกรอบสำหรับตลาดอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และตลาดหุ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

วิเคราะห์: ตลาดยุโรปในจุดตัดสำคัญ

ภาพรวมของตลาดหุ้นยุโรปในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมการลงทุนที่นักลงทุนต้องเผชิญพร้อมกันในหลายมิติ

ในมิติแรกของ ภูมิรัฐศาสตร์ ข้อเสนอสันติภาพของอิหร่านเป็นดาบสองคม การที่อิหร่านยื่นข้อเสนอนี้บ่งชี้ว่าแรงกดดันทางทหารและเศรษฐกิจกำลังสร้างผลลัพธ์ แต่ความไม่แน่นอนว่า ทรัมป์ จะรับหรือปฏิเสธข้อเสนอทำให้นักลงทุนไม่กล้าเดิมพันในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างแน่วแน่

ในมิติที่สองของ ผลประกอบการบริษัท สัปดาห์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลลบต่อทุกบริษัทเท่ากัน BP ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันได้ประโยชน์อย่างมาก ในขณะที่บริษัทที่ต้องการพลังงานเป็นปัจจัยการผลิตกำลังเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น

ในมิติที่สามของ นโยบายการเงิน การประชุมธนาคารกลางพร้อมกันสามแห่งในสัปดาห์นี้จะเป็นการทดสอบสำคัญว่าผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกมองความสัมพันธ์ระหว่างสงคราม เงินเฟ้อ และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไร

บทสรุป: รอคำตอบจากวอชิงตัน

สิ่งที่จะกำหนดทิศทางของตลาดในระยะใกล้นี้มากที่สุดคือคำตอบของ ทรัมป์ ต่อข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน หากเขาตอบรับและเริ่มกระบวนการยุติสงคราม ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็ว ตลาดหุ้นโลกจะปรับตัวขึ้น และแรงกดดันเงินเฟ้อจะคลายตัว ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกมีพื้นที่หายใจมากขึ้นในการดำเนินนโยบายการเงิน

แต่หากเขาปฏิเสธหรือตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมที่อิหร่านยอมรับไม่ได้ ความไม่แน่นอนจะยังคงอยู่ต่อไป ราคาพลังงานจะยังสูง และตลาดการเงินโลกจะยังต้องดิ้นรนหาจุดสมดุลในสภาพแวดล้อมที่ปัจจัยเสี่ยงยังซ่อนอยู่ทุกมุม

ในระหว่างรอคำตอบ ตลาดยุโรปวันนี้เลือกที่จะแสดงความระมัดระวังด้วยการเคลื่อนไหวในช่วงแคบและส่วนใหญ่ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สมเหตุสมผลอย่างมากในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนยังครอบงำอยู่เช่นนี้

Similar Posts

  • | |

    ตลาดหุ้นโลกพุ่ง! Nvidia ทุบสถิติรายได้ ราคาน้ำมันดิ่ง หลังสัญญาณดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน

    ตลาดหุ้นโลกในสัปดาห์นี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานสำคัญสามทิศทาง ได้แก่ ผลประกอบการของ Nvidia ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด สัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาสันติภาพในช่องแคบฮอร์มุซ และแรงกดดันที่ยังคงอยู่จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ณ เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 ดัชนี S&P 500 ซื้อขายที่ระดับ 7,423 จุด เพิ่มขึ้น 0.94% ขณะที่ Dow Jones อยู่ที่ 49,816 จุด บวก 0.92% และ Nasdaq พุ่งขึ้น 1.34% สู่ระดับ 26,217 จุด สะท้อนภาพความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ค่อยๆ ฟื้นตัวในกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน Nvidia ประกาศผลประกอบการ Q1 FY2027: “ดีมานด์พุ่งพรวด” Jensen Huang กล่าว เหตุการณ์ที่ตลาดจับตามากที่สุดในสัปดาห์นี้คือการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปีการเงิน 2027 ของ Nvidia (NVDA) เมื่อคืนวันที่ 20…

  • โลกในไฟสงคราม: ช่องแคบฮอร์มุซ สงครามการค้า และจุดเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์โลก พ.ศ. 2569

    โลกในกลางปี 2569 กำลังเผชิญกับพายุสามลูกที่ซ้อนทับกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ ได้แก่ สงครามในตะวันออกกลางที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ วิกฤตพลังงานที่กระหน่ำซัดเศรษฐกิจเอเชีย และการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีนที่กรุงปักกิ่งซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การค้าโลกได้อีกครั้ง นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใจจดใจจ่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะสร้างโอกาสหรือความเสียหายครั้งใหญ่เพียงใด วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: ภัยพิบัติพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าพลังงานโลกก็แทบจะปิดตายสนิท การหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวก่อให้เกิดการหยุดชะงักการจัดหาครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก ผู้อำนวยการบริหารของ IEA ถึงกับบรรยายสถานการณ์นี้ว่าเป็น “ภัยคุกคามด้านความมั่นคงพลังงานโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” การไหลของน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงจากประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนสงคราม เหลือเพียงกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังสูญเสียน้ำมันไปกว่า 90% ของปริมาณที่เคยไหลผ่านช่องแคบนี้ทุกวัน ตลาดน้ำมันตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงเกิน 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต้นทุนพลังงาน ปุ๋ย และการขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงค่าระวางเรือ ราคาเชื้อเพลิงสำหรับเรือ และเบี้ยประกันภัย อาจส่งผลให้ต้นทุนอาหารเพิ่มสูงขึ้นและกดดันค่าครองชีพ โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบางที่สุด Bloomberg รายงานว่า ราคาเชื้อเพลิงกลั่นอย่างดีเซลและน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บางครั้งทะลุ 200 ดอลลาร์ นำมาซึ่งสัญญาณแรกของการชะลอความต้องการในตลาดเอเชียซึ่งพึ่งพาน้ำมันดิบและก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก ในส่วนของก๊าซธรรมชาติ สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่า การหยุดชะงักของการขนส่ง LNG…

  • | |

    กำไร BP พุ่งเกินเท่าตัว เหนือคาดการณ์ หลังสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่งสูง

    ในสัปดาห์ที่ตลาดพลังงานโลกยังคงร้อนแรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง BP บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 ที่สร้างความประหลาดใจให้กับวงการในเชิงบวกอย่างมาก เมื่อกำไรสุทธิพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ผลักดันโดยราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ผลลัพธ์นี้ไม่เพียงตอกย้ำความแข็งแกร่งของธุรกิจพลังงานในยามที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านอุปทาน แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งอันน่าขันของโลกสมัยใหม่ที่ความทุกข์ยากจากสงครามกลับกลายเป็นกำไรงามสำหรับอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับราคาพลังงาน ตัวเลขที่พูดแทนตัวเอง: กำไรที่ทิ้งห่างการคาดการณ์ BP รายงาน กำไรต้นทุนทดแทนพื้นฐาน (Underlying Replacement Cost Profit) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่บริษัทใช้แทนกำไรสุทธิ อยู่ที่ 3,200 ล้านดอลลาร์ สำหรับสามเดือนแรกของปี 2569 ตัวเลขนี้เหนือกว่าการคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย LSEG ซึ่งอยู่ที่ 2,630 ล้านดอลลาร์ อยู่ถึง 570 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึงกว่า 21% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า ภาพยิ่งชัดเจนขึ้นว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน กำไรสุทธิในไตรมาสแรกของปีที่แล้วอยู่ที่เพียง 1,380 ล้านดอลลาร์ และในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 อยู่ที่ 1,540 ล้านดอลลาร์ การกระโดดขึ้นมาที่ 3,200 ล้านดอลลาร์ในครั้งนี้จึงหมายความว่ากำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปี และเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าด้วย BP อธิบายว่าผลลัพธ์ไตรมาสแรกนี้สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมจากการซื้อขายน้ำมันที่ “ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ” และผลการดำเนินงานกลางน้ำที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยล้วนได้รับประโยชน์โดยตรงจากความผันผวนของราคาพลังงานที่สูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง เสียงจาก CEO:…

  • นักเทรดบน Kalshi คาด WTI จะพุ่งทะลุ 125 ดอลลาร์ เกินสถิติสูงสุดในช่วงสงครามอิหร่าน

    ในขณะที่ตลาดน้ำมันดิบโลกยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นักเทรดบนแพลตฟอร์ม Kalshi ซึ่งเป็นตลาดทำนายเหตุการณ์ (Prediction Markets) ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ยังไม่ถึงจุดสูงสุดของปีนี้ และยังมีโอกาสที่จะพุ่งขึ้นไปสูงกว่าระดับสูงสุดในช่วงสงครามอีกมาก ตัวเลขที่ตลาดทำนายบอก: มากกว่าครึ่งหนึ่งเชื่อว่าจะแตะ 127 ดอลลาร์ ข้อมูลจาก Kalshi ระบุว่ามีโอกาส มากกว่า 50% ที่ราคา WTI จะแตะระดับ 127 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าระดับปิดสูงสุดในปัจจุบันที่ประมาณ 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 7 เมษายนอย่างมีนัยสำคัญ และนักเทรดยังประเมินโอกาส 63% ที่ราคาจะข้ามระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคา WTI ยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะประกาศหยุดยิง แต่ก็ยังสูงกว่าระดับต่ำสุดที่ 82.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 17 เมษายนอย่างมาก ราคาปัจจุบันกลับมาอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง…

  • |

    เศรษฐกิจโลกปี 2026: Stagflation ภัยคุกคาม ธนาคารกลางสู้ศึกดอกเบี้ยท่ามกลางสงครามอิหร่าน

    สัญญาณเตือนจากองค์กรการเงินระหว่างประเทศกำลังดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ซับซ้อนและน่ากังวลที่สุดนับตั้งแต่ยุคหลังโควิด-19 เมื่อสงครามอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ได้พลิกสมการทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ส่งผลให้ราคาพลังงานทะยานสูง เงินเฟ้อกลับมาหลอกหลอน และธนาคารกลางทั่วโลกต้องเผชิญกับ “กับดักสองทาง” อันโหดร้าย ระหว่างการสู้กับเงินเฟ้อที่ต้องขึ้นดอกเบี้ย กับการพยุงการเติบโตที่ต้องลดดอกเบี้ย — ซึ่งทั้งสองทิศทางล้วนขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงไทย กำลังจับตามองการประชุมสำคัญของธนาคารกลางหลายแห่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยเฉพาะการประชุม FOMC ของเฟดวันที่ 16-17 มิถุนายน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ Kevin Warsh นั่งเก้าอี้ประธานเฟดอย่างเป็นทางการ IMF และ World Bank ส่งสัญญาณ: เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ยังไม่ถึงขั้นล่มสลาย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2026 ลงมาอยู่ที่ 3.1% จากที่เคยคาดไว้สูงกว่านี้ในเดือนมกราคม โดย Kristalina Georgieva ผู้อำนวยการ IMF กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “หากไม่มีวิกฤตนี้ เราจะได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโต แต่ตอนนี้ แม้แต่สถานการณ์ที่ดีที่สุดของเราก็ยังต้องมีการปรับลด” ในสถานการณ์เลวร้าย หากราคาน้ำมัน Brent…

  • สงครามตะวันออกกลางปลุกความเสี่ยง “Stagflation” ต่อเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง

    ผลกระทบสะสมจากสงครามในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 สัปดาห์ กำลังเริ่มสะท้อนออกมาในข้อมูลเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะผ่านชุดข้อมูล “ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)” จากหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดล่วงหน้าที่สำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ สิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์และตลาดการเงินกำลังจับตาไม่ใช่เพียงแค่การชะลอตัวของเศรษฐกิจเท่านั้น แต่คือ “ลักษณะของการชะลอตัว” ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อหรือไม่ เพราะหากสองสิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน จะนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า stagflation ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่ยากต่อการบริหารจัดการมากที่สุดในเชิงนโยบายเศรษฐกิจ ภาพรวมข้อมูล PMI และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก การตีความข้อมูล PMI ต้องเข้าใจว่าเป็นการสะท้อน “ความรู้สึกและการตัดสินใจของผู้บริหารธุรกิจ” ไม่ใช่เพียงตัวเลขผลลัพธ์ ดังนั้นหาก PMI ลดลง หมายความว่าภาคธุรกิจเริ่มระมัดระวังมากขึ้น เช่น การชะลอการจ้างงาน การลดคำสั่งซื้อวัตถุดิบ หรือการชะลอการลงทุนใหม่ ในบริบทของสงคราม ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ PMI ไม่ได้มาจากดีมานด์ที่หายไปเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจาก “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น” โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ ซึ่งทำให้ธุรกิจอยู่ในภาวะที่ต้องตัดสินใจยากขึ้นระหว่างการรักษากำไรและการรักษาปริมาณการผลิต Stagflation: ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่เริ่มชัดขึ้น คำว่า stagflation กลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง โดย S&P Global ได้สะท้อนความกังวลนี้ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Stagflation คือสถานการณ์ที่: สิ่งที่ทำให้ stagflation เป็นปัญหาคือ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *