Kospi ของเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่ ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวผสมผสาน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น-ความเสี่ยงจากอิหร่าน
| |

Kospi ของเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่ ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวผสมผสาน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น-ความเสี่ยงจากอิหร่าน

ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นเอกภาพในวันจันทร์ โดยมีทั้งดัชนีที่พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่และดัชนีที่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางบรรยากาศที่ซับซ้อนจากสองปัจจัยที่ดึงตลาดในทิศทางตรงข้ามกัน นั่นคือกระแส AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงแข็งแกร่ง กับความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าสิ้นสุด

Kospi เกาหลีใต้: ดาวเด่นที่ทิ้งห่างทุกคน

ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.67% ทำสถิติสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์ที่ 7,818.83 จุด ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่โดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค

แรงขับเคลื่อนหลักของ Kospi มาจากกระแสชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังร้อนแรงทั่วโลก เกาหลีใต้เป็นที่ตั้งของ Samsung Electronics และ SK Hynix สองในสามผู้ผลิต DRAM ชิปความจำรายใหญ่ที่สุดของโลกที่รวมกันครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Micron Technology ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเกือบ 38% ในสัปดาห์เดียว ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อ Samsung และ SK Hynix ในฐานะบริษัทที่แข่งขันในตลาดเดียวกันและได้ประโยชน์จากการขาดแคลนชิปความจำเช่นเดียวกัน

Samsung ที่เพิ่งเข้าร่วมสโมสรมูลค่าตลาด 1 ล้านล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และ SK Hynix ที่กำลังได้รับข้อเสนอมหาศาลจาก Big Tech ทั่วโลกที่ต้องการลงทุนในสายการผลิตชิปความจำ ต่างได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศอย่างแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน ดัชนี Kosdaq ที่เน้นหุ้นขนาดเล็กปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นว่ากระแสการซื้อยังคงกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ AI

ญี่ปุ่น Nikkei 225: ขึ้นต่อเนื่องแต่ยังระมัดระวัง

ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 0.79% ไปอยู่ที่ 63,211.25 จุด ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งแต่ยังไม่โดดเด่นเท่า Kospi ในขณะที่ Topix ปรับตัวขึ้นเพียง 0.32% สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังในตลาดกว้าง

ตลาดญี่ปุ่นได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเดียวกับเกาหลีใต้ นั่นคือกระแส AI ที่ดันหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ขึ้น โดยเฉพาะ SoftBank ที่พุ่งขึ้นกว่า 16% ในสัปดาห์ที่แล้ว Advantest และ Tokyo Electron ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์การผลิตชิป แต่ความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่สูงและความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่านทำให้นักลงทุนยังไม่กล้าซื้ออย่างเต็มที่

ออสเตรเลียและฮ่องกง: แรงกดดันจากน้ำมันและภูมิรัฐศาสตร์

ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียปรับตัวลง 0.98% มาอยู่ที่ 8,658.50 จุด ซึ่งเป็นดัชนีที่แสดงสีแดงชัดเจนที่สุดในภูมิภาค ออสเตรเลียเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ไปยังจีนเป็นหลัก ดังนั้นความไม่แน่นอนของความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนก่อนการประชุมสุดยอด Trump-Xi จึงส่งผลต่อความเชื่อมั่น

Hang Seng Index ของฮ่องกงทรงตัวที่ 26,393.71 จุด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการรอดูผลการประชุมสุดยอด Trump-Xi ที่กำลังจะเกิดขึ้น และดัชนีของจีนแผ่นดินใหญ่ Shanghai ก็ทรงตัวเช่นกันที่ 4,179.952 จุด

ราคาน้ำมัน: แรงกดดันจากทุกทิศ

ปัจจัยสำคัญที่กดดันบรรยากาศตลาดในวันนี้คือการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน โดย WTI ขึ้น 3.39% มาอยู่ที่ 98.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ขึ้น 3.37% มาอยู่ที่ 104.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 8:06 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ

การพุ่งขึ้นของน้ำมันครั้งนี้มีสาเหตุชัดเจนจากพัฒนาการทางการทูตและทหารที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ Trump ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านอย่างรุนแรงบน Truth Social โดยเรียกมันว่า “ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง” และ Netanyahu ระบุชัดเจนในรายการ 60 Minutes ของ CBS ว่าสงครามยังไม่สิ้นสุด โดยระบุเงื่อนไขที่ยังต้องทำให้สำเร็จก่อน รวมถึงการนำวัสดุนิวเคลียร์ออกจากอิหร่าน รื้อถอนสถานที่เสริมสมรรถนะ และยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค

ข้อเสนอของอิหร่านที่ถูกปฏิเสธ: เนื้อหาคืออะไร?

สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่าข้อเสนอตอบโต้ที่อิหร่านส่งมาเรียกร้องให้ยุติสงครามในทุกแนวรบและยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อเตหะราน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ฟังดูกว้างมากและไม่ได้ระบุถึงสิ่งที่สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องการมากที่สุด นั่นคือการจำกัดโครงการนิวเคลียร์

การที่ข้อเสนอของอิหร่านมุ่งเน้นที่การยุติสงครามและการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรโดยไม่ระบุถึงการลดโครงการนิวเคลียร์อย่างชัดเจน เป็นสัญญาณว่าช่องว่างระหว่างจุดยืนของทั้งสองฝ่ายยังคงกว้างมาก

วอลล์สตรีทสัปดาห์ที่ผ่านมา: หกสัปดาห์แห่งชัยชนะ

แม้ว่าตลาดเอเชียจะผสมปนเปกัน แต่ภูมิหลังจากวอลล์สตรีทในสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงเป็นแรงหนุนพื้นฐาน ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ต่างรีบรวบรวมผลตอบแทนสัปดาห์มากกว่า 2% และ 4% ตามลำดับ และทั้งสองดัชนีบันทึกสถิติการปรับตัวขึ้นเป็นบวก หกสัปดาห์ติดต่อกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2567 สำหรับทั้งสองดัชนี ส่วน Dow Jones ขึ้น 0.2% สำหรับสัปดาห์ นับเป็นสัปดาห์ที่ห้าจากหกสัปดาห์ที่ปรับตัวขึ้น

การประชุมสุดยอด Trump-Xi: ปัจจัยที่ทุกคนกำลังรอ

ในพื้นหลังของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดเอเชียวันนี้คือความคาดหวังต่อการประชุมสุดยอดระหว่าง Trump กับ Xi Jinping ที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งสงครามอิหร่าน ภาษีนำเข้า และทิศทางของเศรษฐกิจโลก

ตลาดหุ้นทั่วเอเชียกำลังรอดูว่าการประชุมสุดยอดจะนำมาซึ่งการลดความตึงเครียดด้านการค้า ความคืบหน้าด้านสันติภาพในอิหร่าน หรือความผิดหวังอีกครั้ง และนั่นคือสาเหตุที่หลายตลาดเลือกที่จะ “รอดู” แทนที่จะซื้อหรือขายอย่างเต็มที่ในวันนี้

บทสรุป: ตลาดที่รอสัญญาณ

ภาพรวมของตลาดเอเชียในวันจันทร์นี้สะท้อนให้เห็นถึงโลกที่กำลังดึงระหว่างสองกระแสที่ทรงพลังในทิศทางตรงข้ามกัน กระแส AI และชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังโหมกระพือและสร้างความมั่งคั่งมหาศาลให้กับนักลงทุน กับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่านที่ยังคงกดดันราคาพลังงานและสร้างความไม่แน่นอนในระบบเศรษฐกิจโลก

ตลาดที่ฉลาดที่สุดในสัปดาห์นี้คงไม่ใช่ตลาดที่เลือกข้างอย่างชัดเจน แต่คือตลาดที่เตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์และรอสัญญาณที่ชัดเจนกว่านี้จากห้องประชุมสุดยอดในปักกิ่ง

Similar Posts

  • |

    เฟดเปลี่ยนยุค! “เควิน วอร์ช” รับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ท่ามกลางเงินเฟ้อพุ่ง-ECB คุมเชิง

    ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่บทใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เพิ่งผ่านการเปลี่ยนผู้นำครั้งประวัติศาสตร์ ขณะที่เงินเฟ้อในสหรัฐฯ กลับมาพุ่งสูงเกิน 3.8% ต่อปี และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็เลือกยืนดอกเบี้ยท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่น สถานการณ์เหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงไทย ที่ต้องเฝ้าติดตามทิศทางนโยบายการเงินโลกอย่างใกล้ชิด เฟดเปลี่ยนยุค: “เควิน วอร์ช” ขึ้นแท่นประธานคนที่ 17 วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 54 ต่อ 45 เสียง รับรองนายเควิน วอร์ช อายุ 56 ปี ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คนที่ 17 สืบต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งครบวาระในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 การโหวตครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในมติที่มีความขัดแย้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การแต่งตั้งประธานเฟด สะท้อนให้เห็นว่าความเป็นอิสระของธนาคารกลางกลายเป็นประเด็นทางการเมืองอย่างเต็มตัว วอร์ชได้รับการยืนยันจากวุฒิสภาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 และจะเข้ารับตำแหน่งต่อจากพาวเวลล์ที่หมดวาระประธาน สิ่งที่น่าสนใจคือ พาวเวลล์จะยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการ Fed ต่อไป หลังการสืบสวนทางอาญาของกระทรวงยุติธรรมที่เกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงาน Fed ทำให้เขาตัดสินใจอยู่ต่อ โดยเขาย้ำว่าการโจมตีสถาบันเฟดคุกคามความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินโดยปราศจากปัจจัยทางการเมือง…

  • |

    เฟดยึดดอกเบี้ย 3.5-3.75% ส่งไม้ให้ “วอร์ช” นำทัพ ขณะ ECB สู้ศึกเงินเฟ้อสงครามตะวันออกกลาง

    นโยบายการเงินโลกกำลังเข้าสู่บทใหม่ที่ซับซ้อนที่สุดในรอบหลายปี เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต่างยืนหยัดคงอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางพายุคู่ขนาน ทั้งเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย และสงครามสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่านที่ส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานโลก บทบาทของเจอโรม พาวเวลล์ในฐานะประธาน Fed สิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่เควิน วอร์ช ทายาทที่ทรัมป์เลือกสรร เพิ่งได้รับการรับรองจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเฉียดฉิว 54-45 เสียง เมื่อ 13 พฤษภาคม 2026 พร้อมรับภารกิจที่ท้าทายที่สุดในอาชีพการงาน — นั่นคือการพิสูจน์ว่าเขาสามารถลดดอกเบี้ยได้ตามที่ทรัมป์ต้องการ โดยไม่จุดเชื้อเงินเฟ้อที่ยังคุอยู่ให้ลุกโชนอีกครั้ง เส้นทางดอกเบี้ย Fed: จากพาวเวลล์สู่วอร์ช คณะกรรมการตลาดการเงินแบบเปิด (FOMC) ของ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ที่ช่วง 3.5-3.75% ในการประชุมเดือนมกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นการหยุดพักหลังจากลดดอกเบี้ยติดต่อกันสามครั้งก่อนหน้านี้ ตามรายงานของ CNBC ในการประชุมเดือนมีนาคม 2026 FOMC มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยพื้นฐาน (benchmark federal funds rate) ไว้ที่ช่วง 3.5-3.75%…

  • |

    Nvidia เตือน “Ghost Datacenters” ของจีน อาจมีพลังเทียบเท่า AI สหรัฐฯ

    วิเคราะห์เกมอำนาจ AI โลก เมื่อโครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป Nvidia โดย CEO Jensen Huang ได้ออกมาแสดงความกังวลครั้งสำคัญเกี่ยวกับศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศจีน โดยระบุว่าจีนมีทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังประมวลผลเพียงพอที่จะพัฒนา AI ระดับสูงเทียบเท่ากับโมเดลอย่าง Claude Mythos ของฝั่งตะวันตก คำเตือนนี้ไม่ได้เป็นเพียงความคิดเห็นทั่วไป แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของ “สงคราม AI” ระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงที่ความได้เปรียบไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่รวมถึง “ขนาดของระบบ” และ “ความพร้อมในการระดมทรัพยากร” จีนไม่ได้ขาดฮาร์ดแวร์: “Ghost Datacenters” คืออาวุธลับ Huang ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ของ Dwarkesh Patel โดยเขาปฏิเสธแนวคิดที่ว่าสหรัฐฯ ยังนำหน้าจีนอย่างขาดลอยในด้าน AI เขาระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการฝึกโมเดลระดับสูง “มีอยู่อย่างมหาศาล” ในประเทศจีน และหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือสิ่งที่เรียกว่า “Ghost Datacenters” หรือศูนย์ข้อมูลที่ถูกสร้างไว้ล่วงหน้าแต่ยังไม่ได้ใช้งานเต็มรูปแบบ ความหมายของ Ghost Datacenters Huang อธิบายว่า รัฐบาลจีนสามารถ “รวมชิป (gang up…

  • Apple แต่งตั้งซีอีโอคนใหม่: John Ternus รับไม้ต่อจาก Tim Cook

    บริษัท Apple ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า John Ternus จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ของบริษัท โดยจะเข้ารับตำแหน่งแทน Tim Cook ซึ่งจะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นประธานกรรมการบริหาร (Executive Chairman) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นไป นับเป็นการเปลี่ยนผู้นำระดับสูงครั้งสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และอาจเป็นจุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในทศวรรษถัดไปของบริษัท Ternus ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัททันทีที่ขึ้นเป็น CEO ขณะเดียวกัน Arthur Levinson ประธานกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร (nonexecutive chairman) จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้อำนวยการอิสระหลัก (lead independent director) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญในการกำกับดูแลความโปร่งใสและความสมดุลของอำนาจภายในบอร์ด Apple ระบุในแถลงการณ์ว่า Cook จะยังคงทำหน้าที่ CEO ไปจนถึงช่วงฤดูร้อน เพื่อทำงานร่วมกับ Ternus อย่างใกล้ชิดในการส่งมอบงานและถ่ายทอดประสบการณ์ให้ราบรื่นที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงการวางแผนสืบทอดตำแหน่งอย่างเป็นระบบ และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผู้นำอย่างกะทันหัน นี่ถือเป็นการเปลี่ยน CEO ครั้งแรกของ Apple นับตั้งแต่ Cook เข้ารับตำแหน่งต่อจาก Steve Jobs…

  • | |

    หุ้น SoftBank พุ่ง 16% ขณะตลาดหุ้นญี่ปุ่นฟื้นตัวแรงหลังหยุดยาว Nikkei 225 ทำสถิติสูงสุดใหม่

    ในวันพฤหัสบดีที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นกลับมาเปิดทำการอีกครั้งหลังจากปิดทำการช่วงวันหยุดยาว Golden Week บรรยากาศการซื้อขายกลายเป็นพายุของความกระตือรือร้นที่นักลงทุนแทบไม่ได้คาดไว้ เมื่อ SoftBank Group บริษัทลงทุนด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น พุ่งขึ้นถึง 16.5% ในการซื้อขายวันเดียว ทำสถิติการเพิ่มขึ้นที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 และขณะเดียวกัน ดัชนี Nikkei 225 ก็ทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงกำลังของกระแส AI ที่กำลังโหมกระพือทั่วโลกและญี่ปุ่นกำลังจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด “สามวันในวันเดียว”: เมื่อตลาดที่ปิดทำการนานเกินไปต้องไล่ตามโลก เพื่อเข้าใจว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงในวันนี้จึงรุนแรงขนาดนี้ จำเป็นต้องเข้าใจบริบทก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการในช่วงหยุดยาว Golden Week ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดประจำชาติที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ในขณะที่ตลาดหุ้นปิดอยู่นั้น โลกกำลังเกิดเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด กระแส AI ที่ยิ่งแรงขึ้น และสัญญาณบวกจากกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน Billy Leung นักยุทธศาสตร์การลงทุนของ Global X ETFs อธิบายสถานการณ์นี้ได้อย่างกระชับและตรงประเด็นว่า “ญี่ปุ่นปิดทำการในช่วงท้ายของ Golden Week ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกกำลังพุ่งขึ้น ดังนั้นการเคลื่อนไหววันนี้คือ Nikkei กำลังตีราคาสามเซสชันในวันเดียว” ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Catch-Up Rally”…

  • |

    ราคาน้ำมันพุ่งหลัง Netanyahu เตือนความขัดแย้งกับอิหร่าน “ยังไม่จบ” ขณะ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอตอบโต้ของเตหะราน

    เมื่อวันจันทร์เริ่มต้นด้วยแรงกระแทกที่ตลาดพลังงานโลกไม่ได้คาดไว้ เมื่อนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนตันยาฮู ของอิสราเอลออกมาส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าความขัดแย้งกับอิหร่านยังไม่สิ้นสุด ตามมาด้วยการที่ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ประกาศปฏิเสธข้อเสนอตอบโต้ของอิหร่านอย่างหนักแน่น ทำให้ความหวังสันติภาพที่สั่นคลอนอยู่แล้วยิ่งเปราะบางลงอีก และราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นทันทีเพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่กลับมาเพิ่มสูงขึ้น น้ำมันดิบ WTI สัญญาส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวขึ้น 3.08% ไปอยู่ที่ 95.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ น้ำมันดิบ Brent มาตรฐานสากล สัญญาส่งมอบเดือนกรกฎาคม ขึ้น 3.16% มาอยู่ที่ 104.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับตัวขึ้นในระดับนี้ภายในวันเดียวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดพลังงานยังคงอ่อนไหวอย่างมากต่อสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อออกไปอีก เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าการปรับตัวขึ้น 3% ในวันเดียวนั้นมีนัยสำคัญแค่ไหน ลองคิดว่าหากราคาน้ำมัน Brent อยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การขึ้น 3% หมายถึงราคาเพิ่มขึ้น 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเมื่อโลกบริโภคน้ำมันดิบประมาณ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน นั่นหมายความว่าต้นทุนพลังงานโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ต่อวัน จากข่าวเดียว ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนออิหร่าน: “ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง” หลังจากที่โลกรอคอยการตอบสนองของอิหร่านต่อข้อเสนอสันติภาพมาหลายวัน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *