Nvidia-Apple-Microsoft ทุบสถิติกำไร AI ดัน SOX พุ่ง 65% นักลงทุนไทยต้องรู้

Nvidia-Apple-Microsoft ทุบสถิติกำไร AI ดัน SOX พุ่ง 65% นักลงทุนไทยต้องรู้

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร้อนแรงที่สุดในรอบหลายปี เมื่อกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์พาตลาดบุกทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,412.84 จุด ขณะที่ Nasdaq Composite แตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 26,274.13 จุด เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2026 โดยมีดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ PHLX Semiconductor Index พุ่งขึ้น 2.6% ในวันเดียว แรงขับเคลื่อนหลักยังคงเป็น AI และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ที่บิ๊กเทคทุ่มเงินลงทุนมหาศาล ท่ามกลางคำถามจากนักวิเคราะห์ว่าการเติบโตนี้จะยั่งยืนหรือกำลังจะระเบิดเหมือนฟองสบู่ดอตคอม

Nvidia: จักรพรรดิชิป AI ทุบสถิติรายได้ $216 พันล้านเหรียญ

ไม่มีบริษัทใดครองหัวใจตลาดในยุค AI ได้เท่า Nvidia ผู้ผลิตชิปรายนี้รายงานรายได้ไตรมาส 4 ปีการเงิน 2026 ที่ $68.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อน และทั้งปีการเงิน 2026 รายได้รวมแตะ $215.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 65% โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ $120 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ Nvidia กลายเป็นบริษัทอเมริกันลำดับที่ 4 ที่เคยมีกำไรสุทธิทะลุ $100 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ต่อจาก Alphabet, Apple และ Microsoft

รายได้ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ AI ทำรายได้ $62.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 75% ปีต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการ GPU เพื่อฝึกและรันโมเดล AI ยังคงเดือดพล่านต่อเนื่อง

หุ้น Nvidia ยังพุ่งขึ้น 4.3% แตะระดับ $208.27 ส่งมูลค่าตลาดทะลุ $5 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม โดย CEO Jensen Huang ให้คำแนะนำรายได้ไตรมาสแรกปีการเงิน 2027 ที่ราว $78 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนั่นหมายถึงการเติบโต 73-80% ปีต่อปี ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่น่าทึ่งมากสำหรับบริษัทขนาดนี้

Nvidia กำลังจะรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดในวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 ซึ่งตลาดจับตามองว่าจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าโมเมนตัมยังคงอยู่หรือไม่

Microsoft: ธุรกิจ AI ทะลุ $37 พันล้านต่อปี Azure โตพุ่ง

ยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์อย่าง Microsoft ไม่น้อยหน้าเช่นกัน ผลประกอบการไตรมาสล่าสุด (สิ้นสุดมีนาคม 2026) รายได้รวมอยู่ที่ $82.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18% กำไรสุทธิแตะ $31.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23% และที่สำคัญ ธุรกิจ AI ของ Microsoft มีรายได้ run rate ทะลุ $37 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เพิ่มขึ้น 123% ปีต่อปี

รายได้ Microsoft Cloud อยู่ที่ $54.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29% และ commercial remaining performance obligation พุ่งขึ้น 99% สู่ $627 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าลูกค้าองค์กรทั่วโลกต่างผูกพันกับ Microsoft Cloud ในระยะยาวมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด

Bloomberg รายงานว่า ในภาพรวม hyperscalers ทั้ง 4 รายอย่าง Microsoft, Meta, Alphabet และ Amazon คาดว่าจะเพิ่ม capital expenditure รวมกันสูงถึงกว่า $470 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 จาก $350 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งสะท้อนว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังไม่มีทีท่าชะลอตัว

Apple: iPhone 17 สร้างประวัติศาสตร์ Services โตไม่หยุด

Apple พิสูจน์ให้เห็นว่ากลยุทธ์ AI แบบ “มองไม่เห็น” ที่เน้นประสบการณ์ผู้ใช้ผ่าน Apple Intelligence ก็ได้ผลเช่นกัน ไตรมาส 1 ปีการเงิน 2026 Apple ทำรายได้ $143.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16% ปีต่อปี และกำไรต่อหุ้นขยับขึ้น 19% สู่ $2.84 ซึ่ง iPhone ทำสถิติรายได้รายไตรมาสสูงสุดตลอดกาล และ Services ก็แตะระดับ all-time high ที่ $30 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14%

ต่อเนื่องในไตรมาส 2 Apple ก็ยังรักษาโมเมนตัมได้ โดยรายได้รวม $111.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% ปีต่อปี และกำไรต่อหุ้นพุ่งขึ้น 22% สู่ $2.01 ซึ่งเป็น March quarter ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

จีนซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของ Apple กลับเป็นจุดเด่นในไตรมาสนี้ โดยรายได้จาก Greater China เพิ่มขึ้น 28% ทำสถิติใหม่ของไตรมาส March โดย iPhone เป็นสมาร์ตโฟนขายดีที่สุดในเมืองใหญ่ของจีน

CNBC รายงานว่า Apple มีแผนลงทุน data center $13 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าคู่แข่งมาก แต่กลยุทธ์ Private Cloud ของ Apple ดูเหมือนจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า โดยราคาหุ้นขยับขึ้น 3.4% หลังรายงานผลประกอบการ

คลื่นลูกใหม่ของเซมิคอนดักเตอร์: AMD, Intel, Micron พาเหรดโตแซง Nvidia

ภาพที่น่าสนใจในปี 2026 คือการที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์รุ่นเก่าหลายตัวกลับมาร้อนแรงแซงหน้า Nvidia

ขณะที่ Nvidia เพิ่งขึ้นมา 15% ในปีนี้ หุ้นอย่าง Intel, AMD และ Micron กลับเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า โดย Intel นำโด่งด้วยการพุ่งขึ้นกว่า 200%

AMD เองก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน โดยหุ้นขึ้นมาแล้ว 66% ในปี 2026 CEO Lisa Su ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของตลาด Server CPU ระยะ 3-5 ปี จาก 18% เป็น 35% ต่อปี

ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ PHLX SOX พุ่งขึ้นกว่า 65% ตั้งแต่ต้นปี 2026 โดยบันทึก 22 วันที่ปิดบวกจาก 23 วันทำการล่าสุด และทำ intraday all-time high ครั้งที่ 15 ของปีแล้ว

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs และ Bernstein ต่างปรับ AMD เป็น Buy โดยอ้างถึงแรงหนุนจากการเติบโตของ CPU ดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ JPMorgan Chase มองว่าผลประกอบการล่าสุดของ AMD แสดงให้เห็น “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” ในอุตสาหกรรม

เสียงเตือน: ฟองสบู่หรือการเติบโตที่ยั่งยืน?

ท่ามกลางความร้อนแรงนี้ เสียงเตือนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ Jonathan Krinsky นักวิเคราะห์จาก BTIG เปรียบเทียบการพุ่งขึ้นของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์กับปี 1999 ก่อนที่ฟองสบู่ดอตคอมจะแตก โดยเตือนถึงโอกาสที่ดัชนี SOX อาจปรับลง 25-30%

ก่อนหน้านี้ Michael Burry ผู้มีชื่อเสียงจากภาพยนตร์ “Big Short” เคยเปิดเผยว่าถือสถานะ short ต่อ Nvidia และ Palantir และยังกล่าวหาว่า hyperscalers ปรับตัวเลขกำไรเพื่อให้ดูดีกว่าความจริง

อย่างไรก็ตาม ฝั่งที่มองบวกโต้ว่า ความต้องการ AI นั้นเป็นของจริง CEO Sundar Pichai ของ Alphabet เคยกล่าวในงานแถลงผลประกอบการว่า “รายได้ Cloud ของเราจะสูงกว่านี้ถ้ามี compute มากกว่านี้” สะท้อนว่าทุกบริษัทยังขาดแคลน compute และไม่มีใครได้ Nvidia เพียงพอ

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย: โอกาสและความเสี่ยงที่ต้องจับตา

สำหรับนักลงทุนไทย คลื่นของ AI และเซมิคอนดักเตอร์นี้มีทั้งโอกาสและความท้าทายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

กองทุนรวม Global Technology และ Semiconductor ที่จำหน่ายในไทยหลายกองมีสัดส่วนการลงทุนใน Nvidia, Apple, Microsoft และ AMD เป็นหุ้นหลัก นักลงทุนที่ถือกองทุนเหล่านี้ในช่วงที่ผ่านมาย่อมได้รับผลตอบแทนที่น่าพอใจ โดย Goldman Sachs ประเมินว่า Nvidia, Apple, Microsoft, Alphabet, Broadcom และ Meta จะรับผิดชอบการเติบโตกำไรของ S&P 500 ถึง 46% ในปี 2026

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวเทียบดอลลาร์สหรัฐ และภาษีนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์ที่สหรัฐกำลังพิจารณา อาจสร้างความผันผวนเพิ่มเติม ประกอบกับการที่ หุ้นเซมิคอนดักเตอร์บางตัวมีมูลค่าที่ตึงตัวมากจนนักวิเคราะห์เริ่มเปรียบเทียบกับยุคดอตคอม บ่งชี้ว่าการเข้าลงทุนในจังหวะนี้ต้องการ position sizing และ stop-loss ที่รัดกุม

สำหรับนักลงทุนระยะยาว การกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุน ETF ที่ครอบคลุมทั้งหุ้น AI Infrastructure อย่าง Nvidia และ AMD รวมถึงหุ้น AI Enabler อย่าง Microsoft และ Alphabet น่าจะเป็นแนวทางที่สมดุลกว่าการทุ่มทั้งหมดในชิปตัวใดตัวหนึ่ง

ท้ายที่สุด แม้ตัวเลขกำไรในช่วงที่ผ่านมาจะน่าประทับใจ แต่ความสำเร็จในระยะยาวของหุ้นกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับว่าการลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์ใน AI จะสร้างรายได้และผลกำไรที่จับต้องได้จริงในระดับไหน ซึ่งคำตอบจะค่อยๆ เผยออกมาผ่านผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 นี้เอง

Similar Posts

  • พื้นฐานตลาดหุ้นแบบเข้าใจง่าย: หุ้นคืออะไร ตลาดหุ้นทำงานอย่างไร และราคาหุ้นถูกกำหนดได้อย่างไร

    เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าการลงทุนในหุ้นสามารถเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น เงินฝาก พันธบัตร หรืออสังหาริมทรัพย์ หุ้นมีศักยภาพในการให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว แม้ว่าจะมาพร้อมกับความผันผวนที่มากกว่าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนจะรู้ว่าหุ้น “น่าลงทุน” แต่ยังมีคำถามพื้นฐานจำนวนมาก เช่น ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นรากฐานของการตัดสินใจลงทุนที่มีเหตุผล ไม่ใช่การคาดเดาหรือทำตามกระแส ตลาดหุ้นคืออะไร และทำหน้าที่อะไรในระบบเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นคือระบบที่ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” ให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถมาพบกันเพื่อแลกเปลี่ยนหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ในระบบนี้จะมีผู้เล่นหลักอยู่ 3 กลุ่มคือ: สิ่งสำคัญคือ ในตลาดหุ้นส่วนใหญ่ “การซื้อขายไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างนักลงทุนกับบริษัทโดยตรง” แต่เกิดขึ้นระหว่างนักลงทุนกับนักลงทุนด้วยกันเอง ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการซื้อหุ้นของ Microsoft คุณไม่ได้ซื้อหุ้นจาก Microsoft โดยตรง แต่คุณกำลังซื้อหุ้นจากนักลงทุนรายอื่นที่ต้องการขายหุ้นนั้น หุ้นคืออะไรในเชิงความหมายที่แท้จริง หุ้น (Stock หรือ Equity) คือ “หลักฐานการเป็นเจ้าของบางส่วนของบริษัท” เมื่อคุณซื้อหุ้นของบริษัท เช่น Apple คุณจะกลายเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัทนั้น แม้จะเป็นสัดส่วนเล็กมากก็ตาม ความเป็นเจ้าของนี้ทำให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิ์: บริษัทที่เปิดขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เรียกว่า “บริษัทจดทะเบียน” หรือ public company ซึ่งผ่านกระบวนการ…

  • |

    เฟดยึดดอกเบี้ย 3.5-3.75% ส่งไม้ให้ “วอร์ช” นำทัพ ขณะ ECB สู้ศึกเงินเฟ้อสงครามตะวันออกกลาง

    นโยบายการเงินโลกกำลังเข้าสู่บทใหม่ที่ซับซ้อนที่สุดในรอบหลายปี เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต่างยืนหยัดคงอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางพายุคู่ขนาน ทั้งเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย และสงครามสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่านที่ส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานโลก บทบาทของเจอโรม พาวเวลล์ในฐานะประธาน Fed สิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่เควิน วอร์ช ทายาทที่ทรัมป์เลือกสรร เพิ่งได้รับการรับรองจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเฉียดฉิว 54-45 เสียง เมื่อ 13 พฤษภาคม 2026 พร้อมรับภารกิจที่ท้าทายที่สุดในอาชีพการงาน — นั่นคือการพิสูจน์ว่าเขาสามารถลดดอกเบี้ยได้ตามที่ทรัมป์ต้องการ โดยไม่จุดเชื้อเงินเฟ้อที่ยังคุอยู่ให้ลุกโชนอีกครั้ง เส้นทางดอกเบี้ย Fed: จากพาวเวลล์สู่วอร์ช คณะกรรมการตลาดการเงินแบบเปิด (FOMC) ของ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ที่ช่วง 3.5-3.75% ในการประชุมเดือนมกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นการหยุดพักหลังจากลดดอกเบี้ยติดต่อกันสามครั้งก่อนหน้านี้ ตามรายงานของ CNBC ในการประชุมเดือนมีนาคม 2026 FOMC มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยพื้นฐาน (benchmark federal funds rate) ไว้ที่ช่วง 3.5-3.75%…

  • กลยุทธ์พอร์ตการลงทุนปี 2569: ETF ตราสารหนี้ และตลาดเกิดใหม่คือโอกาสทองในยุคดอลลาร์อ่อนค่า

    ในช่วงกลางปี 2569 นักลงทุนทั่วโลกกำลังเผชิญกับสภาวะตลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงกว่าร้อยละ 10 นับตั้งแต่ต้นปี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ต่อเนื่อง และกระแสเงินทุนหลีกหนีจากสินทรัพย์สหรัฐที่ทำสถิติใหม่ ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักวางกลยุทธ์พอร์ตการลงทุนต้องทบทวนแนวคิดใหม่ทั้งหมด ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Bonds) กำลังกลายเป็นดาวเด่นของปีนี้ ขณะที่ ETF ตราสารหนี้เชิงรุก (Active Fixed Income ETF) ทุบสถิติเงินไหลเข้าทุกรายงานที่ออกมา บทความนี้จะพาผู้อ่านสำรวจแนวโน้มสำคัญและกลยุทธ์ที่นักลงทุนไทยควรรู้ในครึ่งหลังของปีนี้ ดอลลาร์อ่อนค่า: แรงขับเคลื่อนหลักที่เปลี่ยนภูมิทัศน์การลงทุนโลก หัวใจของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดโลกขณะนี้ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ย ไม่ใช่ตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือทิศทางของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนระดับโลก Cambridge Associates ได้ออกคำแนะนำอย่างชัดเจนให้นักลงทุนพิจารณาลดการถือครองหุ้นสหรัฐ เนื่องจากประเมินว่าหุ้นตลาดเกิดใหม่อยู่ในเส้นทางที่จะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดพัฒนาแล้วเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ท่ามกลางดอลลาร์ที่อ่อนค่า โดยระบุว่าคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าต่อเนื่องในปี 2569 เริ่มต้นตลาดหมีหลายปี โดยมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจ สินทรัพย์ที่มูลค่าสูงเกินจริง และแรงกดดันทางการคลัง ตัวเลขสนับสนุนมุมมองนี้ชัดเจนมาก ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ร่วงลงกว่าร้อยละ 9 นับตั้งแต่ต้นปี และหุ้นนอกสหรัฐในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่รวมกัน ให้ผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นสหรัฐถึง 11.2 เปอร์เซ็นต์พอยท์ในหน่วยดอลลาร์ในปี…

  • |

    Nvidia เตือน “Ghost Datacenters” ของจีน อาจมีพลังเทียบเท่า AI สหรัฐฯ

    วิเคราะห์เกมอำนาจ AI โลก เมื่อโครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป Nvidia โดย CEO Jensen Huang ได้ออกมาแสดงความกังวลครั้งสำคัญเกี่ยวกับศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศจีน โดยระบุว่าจีนมีทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังประมวลผลเพียงพอที่จะพัฒนา AI ระดับสูงเทียบเท่ากับโมเดลอย่าง Claude Mythos ของฝั่งตะวันตก คำเตือนนี้ไม่ได้เป็นเพียงความคิดเห็นทั่วไป แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของ “สงคราม AI” ระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงที่ความได้เปรียบไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่รวมถึง “ขนาดของระบบ” และ “ความพร้อมในการระดมทรัพยากร” จีนไม่ได้ขาดฮาร์ดแวร์: “Ghost Datacenters” คืออาวุธลับ Huang ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ของ Dwarkesh Patel โดยเขาปฏิเสธแนวคิดที่ว่าสหรัฐฯ ยังนำหน้าจีนอย่างขาดลอยในด้าน AI เขาระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการฝึกโมเดลระดับสูง “มีอยู่อย่างมหาศาล” ในประเทศจีน และหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือสิ่งที่เรียกว่า “Ghost Datacenters” หรือศูนย์ข้อมูลที่ถูกสร้างไว้ล่วงหน้าแต่ยังไม่ได้ใช้งานเต็มรูปแบบ ความหมายของ Ghost Datacenters Huang อธิบายว่า รัฐบาลจีนสามารถ “รวมชิป (gang up…

  • Nvidia ทำลายสถิติโลก รายได้ 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์! พร้อมลุ้น Big Tech ทุ่มงบ AI ทะลุ 7 แสนล้านในปี 2026

    คืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2566) ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทต้องหยุดหายใจรอผลประกอบการของบริษัทที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองมากที่สุดในรอบหลายปี เมื่อ Nvidia เจ้าพ่อชิป AI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 (FY27 Q1) พร้อมตัวเลขที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับ Wall Street อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รายได้ทะลุ 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 85% จากปีก่อน พร้อมประกาศคาดการณ์ไตรมาส 2 ที่ 9.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก ขณะเดียวกัน บรรดายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Microsoft, Apple, Alphabet, Meta และ Amazon ต่างรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดพร้อมเผยแผนการลงทุนด้าน AI ที่มีมูลค่ารวมกันเกือบ 725,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ “ทุบสถิติโลก” ทุกปีที่ผ่านมา และยังมีข่าวใหญ่จากดีล Apple-Intel ที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อเมริกัน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญที่นักลงทุนไทยต้องรู้ในสัปดาห์นี้ Nvidia: “Demand Has Gone…

  • | |

    วอลล์สตรีทพุ่งต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ติด แต่ระวัง! พันธบัตรส่งสัญญาณอันตราย ยุค “Warsh Fed” เพิ่งเริ่มต้น

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ล่าสุดในแดนบวกเป็นครั้งที่ 8 ติดต่อกัน ซึ่งนับเป็นสถิติชนะรายสัปดาห์ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 โดย ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 50,579.70 จุด บวก 294.04 จุด หรือ 0.58% พร้อมทำ All-Time High ใหม่ทั้งระหว่างวันและตอนปิดตลาด ขณะที่ S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.37% ปิดที่ 7,473.47 จุด และ Nasdaq Composite ขึ้น 0.19% ปิดที่ 26,343.97 จุด แต่ภาพรวมที่ดูสดใสนี้กำลังซ่อนความตึงเครียดลึกๆ ไว้ใต้พื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ เงินเฟ้อที่กลับมาร้อนแรง การเปลี่ยนผ่านผู้นำธนาคารกลางสหรัฐฯ ครั้งสำคัญ และสงครามอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าจะจบ — ทั้งหมดนี้กำลังทดสอบความอดทนของตลาดวัวกระทิงที่กำลังวิ่งต่อเนื่องมาหลายเดือน สัปดาห์แห่งการทดสอบ: จากดิ่งเหวถึงฟื้นตัว สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นบทสะท้อนชัดเจนของตลาดที่เต็มไปด้วยความผันผวน เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยหุ้นสหรัฐฯ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *