อิหร่าน

  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดระส่ำ อิหร่านอ้างปิดช่องแคบฮอร์มุซ น้ำมันพุ่ง 4% SET ยืนเหนือ 1,600 จุด

    ตลาดหุ้นเอเชียเปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยบรรยากาศตึงเครียด เมื่อสถานการณ์สู้รบในอ่าวเปอร์เซียปะทุขึ้นอีกครั้ง และอิหร่านออกมาอ้างว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรงในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 และจุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อรอบใหม่ให้กลับมาปกคลุมตลาดการเงินทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่นักลงทุนเพิ่งจะเริ่มผ่อนคลายกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้ไม่นาน สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้น 3.3% ในการซื้อขายช่วงต้นตลาดเอเชีย แตะระดับ 78.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดล่าสุดที่ 70.14 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) เพิ่มขึ้น 3.4% สู่ระดับ 73.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อมาในช่วงสายของวัน สำนักข่าว AP รายงานว่าราคาน้ำมันเบรนท์ขยับขึ้นต่อเนื่องเป็น 3.9% ที่ระดับ 78.96 ดอลลาร์ ส่วน WTI บวกราว 4% ที่ 74.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการลบล้างแรงผ่อนคลายที่ตลาดได้รับจากข่าวการเจรจาก่อนหน้านี้แทบทั้งหมด แรงกดดันจากราคาพลังงานสะท้อนกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นทันที ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นปรับตัวลง 1.0% ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่ร่วงไปแล้ว 1.7% ขณะที่ดัชนี MSCI Asia-Pacific (ไม่รวมญี่ปุ่น)…

  • | |

    วอลล์สตรีทพุ่ง! ดีลสหรัฐ-อิหร่านดัน Nasdaq +3% ก่อนประชุม Fed 16-17 มิ.ย. 2026

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์ด้วยแรงซื้ออย่างหนักในวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2026 หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณสุดสัปดาห์ว่าสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านแล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลง 5% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีกลับมาเป็นผู้นำตลาดอีกครั้ง พร้อมแรงหนุนจาก SpaceX ที่ยังคงพุ่งต่อเนื่องในวันซื้อขายที่สอง หลังจากเพิ่งทำ IPO ประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนโลก ดัชนี Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 468.77 จุด หรือ 0.92% ปิดที่ 51,671.03 จุด สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ S&P 500 ปรับขึ้น 1.65% ปิดที่ 7,554.29 จุด และ Nasdaq Composite พุ่งแรงถึง 3.07% ปิดที่ 26,683.94 จุด ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นรายวันที่ดีที่สุดของดัชนีนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา บรรยากาศในตลาดพลิกกลับอย่างน่าทึ่งจาก 180 องศา เมื่อพิจารณาจากการที่เพียงสัปดาห์เดียวก่อนหน้า…

  • วอลล์สตรีทพุ่งสถิติ! S&P 500 แตะ 7,580 จุด นาสแด็กบวก 8% ในพฤษภาคม ขับเคลื่อนโดย AI

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดเดือนพฤษภาคม 2026 ด้วยการสร้างสถิติประวัติศาสตร์อีกครั้ง หลัง S&P 500 แตะ 7,580 จุดเป็นครั้งแรก ขณะที่นาสแด็กพุ่งกว่า 8% ในรอบเดือนเดียว ขับเคลื่อนโดยกระแสการลงทุน AI ที่เร่งตัวขึ้นและความหวังในการสรุปข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ก่อนที่วอลล์สตรีทจะเผชิญสัปดาห์ทดสอบสำคัญในเดือนมิถุนายนจากตัวเลขการจ้างงานและผลประกอบการ Broadcom เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นวันซื้อขายสุดท้ายของเดือน วอลล์สตรีทปิดตลาดด้วยสีเขียวสดใสอย่างพร้อมเพรียง ดัชนี Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 363.49 จุด หรือ 0.72% ปิดที่ 51,032.46 จุด ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.22% ปิดที่ 7,580.06 จุด และนาสแด็กคอมโพสิตบวก 0.2% ปิดที่ 26,972.62 จุด ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถิติสูงสุดตลอดกาลของแต่ละดัชนี แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ นับจากจุดต่ำสุดเมื่อเดือนมีนาคม ยังคงมีพลังอย่างน่าทึ่ง S&P…

  • วอลล์สตรีทร่วง 3 วันติด! บอนด์ยีลด์พุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่สามติดต่อกันในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 19 ปี สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อตลาดทุน ขณะที่นักลงทุนยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และราคาน้ำมันดิบที่ยังทรงตัวในระดับสูง ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 0.67% ปิดที่ระดับ 7,353.61 จุด ขณะที่ Nasdaq Composite ปิดลบ 0.84% ที่ 25,870.71 จุด และ Dow Jones Industrial Average สูญเสียไป 322.24 จุด หรือ 0.65% ปิดที่ 49,363.88 จุด สัญญาณที่น่าเป็นห่วงที่สุดในขณะนี้คือการเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ในขณะนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายรายมองว่ากำลังส่งสัญญาณเตือนที่ตลาดหุ้นยังไม่ได้ตอบสนองอย่างเต็มที่ตามที่คาดหวัง ภาพรวมของวอลล์สตรีทในช่วงนี้จึงอยู่ในโหมดระมัดระวังสูงมาก ท่ามกลางปัจจัยกดดันหลายด้านที่สะสมตัวขึ้นพร้อมกัน บอนด์ยีลด์พุ่งทะลุเพดาน ภัยเงียบที่ตลาดต้องจับตามอง ประเด็นที่สร้างความกังวลมากที่สุดในสัปดาห์นี้ไม่ใช่ความผันผวนของดัชนีหุ้น แต่เป็นการพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดต้นทุนการกู้ยืมและความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี แตะระดับ…

  • |

    โลกในเงาสงคราม: เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ฉีกแผนที่การค้าโลกใหม่อีกครั้ง

    ณ ขณะที่ประธานาธิบดี Donald Trump และประธานาธิบดี Xi Jinping กำลังนั่งคุยกันที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โลกภายนอกกำลังจับตามองด้วยความกังวลที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ การประชุมสุดยอดสองวันครอบคลุมประเด็นการค้า ภาษีนำเข้า ไต้หวัน อิหร่าน และปัญญาประดิษฐ์ แต่พื้นหลังของการเจรจาครั้งนี้คือภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่กำลังถูกฉีกทิ้งและเขียนใหม่โดยพลังของสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนขั้วอำนาจที่ดำเนินมาต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุไว้อย่างตรงไปตรงมาในรายงาน World Economic Outlook เดือนเมษายน 2569 ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งสำคัญจากการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง โดยสมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งจะสั้นและจำกัด ทำให้การเติบโตของโลกถูกคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวเหลือ 3.1% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 พร้อมกับเงินเฟ้อโลกที่คาดว่าจะพุ่งขึ้นเล็กน้อยในปี 2569 ก่อนที่จะลดลงอีกครั้งในปี 2570 แต่ในสถานการณ์เลวร้าย ตัวเลขเหล่านั้นอาจยิ่งแย่กว่านั้นมาก ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดพลังงานที่เขย่าโลก การปิดช่องแคบฮอร์มุซและความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญในภูมิภาคที่เป็นศูนย์กลางการจัดหาไฮโดรคาร์บอนของโลกทำให้เกิดความเป็นไปได้ของวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หากการสู้รบยังคงดำเนินต่อไป ในสถานการณ์อ้างอิงที่สมมติว่าความขัดแย้งสั้นและราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 19% การเติบโตของโลกยังคงอยู่ที่เพียง 3.1% ในปีนี้ และเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 4.4% ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนอย่างมากจากแนวโน้มการลดเงินเฟ้อของโลกในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ในสถานการณ์เลวร้ายที่การปิดกั้นยืดเยื้อและราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นมาก การเติบโตของโลกจะลดลงเหลือ…

  • | |

    Kospi ของเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่ ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวผสมผสาน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น-ความเสี่ยงจากอิหร่าน

    ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นเอกภาพในวันจันทร์ โดยมีทั้งดัชนีที่พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่และดัชนีที่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางบรรยากาศที่ซับซ้อนจากสองปัจจัยที่ดึงตลาดในทิศทางตรงข้ามกัน นั่นคือกระแส AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงแข็งแกร่ง กับความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าสิ้นสุด Kospi เกาหลีใต้: ดาวเด่นที่ทิ้งห่างทุกคน ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.67% ทำสถิติสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์ที่ 7,818.83 จุด ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่โดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค แรงขับเคลื่อนหลักของ Kospi มาจากกระแสชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังร้อนแรงทั่วโลก เกาหลีใต้เป็นที่ตั้งของ Samsung Electronics และ SK Hynix สองในสามผู้ผลิต DRAM ชิปความจำรายใหญ่ที่สุดของโลกที่รวมกันครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Micron Technology ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเกือบ 38% ในสัปดาห์เดียว ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อ Samsung และ SK Hynix ในฐานะบริษัทที่แข่งขันในตลาดเดียวกันและได้ประโยชน์จากการขาดแคลนชิปความจำเช่นเดียวกัน Samsung ที่เพิ่งเข้าร่วมสโมสรมูลค่าตลาด 1 ล้านล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และ SK Hynix ที่กำลังได้รับข้อเสนอมหาศาลจาก Big Tech…

  • |

    ราคาน้ำมันพุ่งหลัง Netanyahu เตือนความขัดแย้งกับอิหร่าน “ยังไม่จบ” ขณะ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอตอบโต้ของเตหะราน

    เมื่อวันจันทร์เริ่มต้นด้วยแรงกระแทกที่ตลาดพลังงานโลกไม่ได้คาดไว้ เมื่อนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนตันยาฮู ของอิสราเอลออกมาส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าความขัดแย้งกับอิหร่านยังไม่สิ้นสุด ตามมาด้วยการที่ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ประกาศปฏิเสธข้อเสนอตอบโต้ของอิหร่านอย่างหนักแน่น ทำให้ความหวังสันติภาพที่สั่นคลอนอยู่แล้วยิ่งเปราะบางลงอีก และราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นทันทีเพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่กลับมาเพิ่มสูงขึ้น น้ำมันดิบ WTI สัญญาส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวขึ้น 3.08% ไปอยู่ที่ 95.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ น้ำมันดิบ Brent มาตรฐานสากล สัญญาส่งมอบเดือนกรกฎาคม ขึ้น 3.16% มาอยู่ที่ 104.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับตัวขึ้นในระดับนี้ภายในวันเดียวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดพลังงานยังคงอ่อนไหวอย่างมากต่อสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อออกไปอีก เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าการปรับตัวขึ้น 3% ในวันเดียวนั้นมีนัยสำคัญแค่ไหน ลองคิดว่าหากราคาน้ำมัน Brent อยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การขึ้น 3% หมายถึงราคาเพิ่มขึ้น 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเมื่อโลกบริโภคน้ำมันดิบประมาณ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน นั่นหมายความว่าต้นทุนพลังงานโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ต่อวัน จากข่าวเดียว ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนออิหร่าน: “ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง” หลังจากที่โลกรอคอยการตอบสนองของอิหร่านต่อข้อเสนอสันติภาพมาหลายวัน…

  • |

    สหรัฐฯ เปิดเผยโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันชักธงอิหร่านสองลำที่พยายามฝ่าการปิดล้อม

    ในวันศุกร์ที่โลกกำลังรอคำตอบจากเตหะรานเกี่ยวกับข้อเสนอสันติภาพ กองทัพสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่าได้โจมตี เรือบรรทุกน้ำมันที่ชักธงอิหร่านสองลำ ในอ่าวโอมาน โดยป้องกันไม่ให้เรือเหล่านั้นเข้าสู่ท่าเรือของอิหร่านในลักษณะที่ละเมิดการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ออกแถลงการณ์พร้อมวิดีโอที่ไม่ได้จัดชั้นความลับของการโจมตีทั้งสองครั้ง ระบุว่าเครื่องบินรบของสหรัฐฯ “ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันทั้งสองลำใช้งานไม่ได้หลังจากยิงอาวุธนำวิถีที่แม่นยำเข้าไปที่ปล่องควันของพวกมัน” การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นโดดๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางทหารหลายชุดในสัปดาห์เดียวกันที่กำลังบ่อนทำลายการหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ว่าประธานาธิบดี Donald Trump จะยืนกรานว่าการหยุดยิงชั่วคราวยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ สัปดาห์แห่งการปะทะ: เส้นเวลาของเหตุการณ์ เพื่อเข้าใจบริบทของการโจมตีครั้งนี้อย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องย้อนดูสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่วงจร “หยุด-เริ่ม” ของสงครามนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุด ในต้นสัปดาห์ มีสัญญาณบวกจากการที่ Axios รายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเข้าใกล้บันทึกความเข้าใจ 14 ประเด็นที่จะยุติสงคราม Trump ระงับ “Project Freedom” โดยอ้างความคืบหน้าในการเจรจา และตลาดหุ้นพุ่งขึ้นขณะที่ราคาน้ำมันดิ่งลง แต่จากนั้นในวันพฤหัสบดี กองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่าน เปิดฉากยิงใส่กันในช่องแคบฮอร์มุซ โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเริ่มก่อน Trump เรียกการปะทะนั้นว่า “การตบแก้มเบาๆ” แต่ยังคงขู่โจมตีเพิ่มเติมหากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ และในวันศุกร์ สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านสองลำในอ่าวโอมาน ขณะที่ Rubio กำลังบอกสื่อในกรุงโรมว่าคาดหวังการตอบสนองจากอิหร่านเรื่องข้อเสนอสันติภาพ “ภายในวันนี้” ความย้อนแย้งของภาพนี้…

  • |

    Rubio ระบุสหรัฐฯ คาดรับคำตอบจากอิหร่านเรื่องข้อตกลงสันติภาพ “วันนี้”

    ในวันศุกร์ที่โลกกำลังจับตามองอย่างใจจดใจจ่อ Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณที่สร้างทั้งความหวังและความไม่แน่นอนพร้อมกัน เมื่อเขาแถลงต่อสื่อมวลชนในกรุงโรมระหว่างการเยือนพระสันตปาปา Leo XIV ว่า สหรัฐฯ คาดว่าจะได้รับการตอบสนองจากอิหร่านเกี่ยวกับข้อเสนอยุติสงครามภายในวันนี้ “เราควรจะได้รู้อะไรบางอย่างวันนี้ เราคาดหวังการตอบสนองจากพวกเขา” Rubio กล่าวเมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถานะของการเจรจากับอิหร่าน “เราจะดูว่าการตอบสนองนั้นมีเนื้อหาอะไร ความหวังคือมันเป็นสิ่งที่สามารถนำเราเข้าสู่กระบวนการเจรจาที่จริงจัง” ถ้อยคำเหล่านี้ดูเหมือนเรียบง่าย แต่บรรจุความหมายที่ลึกซึ้งและสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ตึงเครียดอย่างยิ่งในกระบวนการทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่ในหลายเมืองพร้อมกัน ทั้งในวอชิงตัน เตหะราน อิสลามาบัด ปักกิ่ง และโรม บริบท: จาก 14 ประเด็นสู่การรอคอยที่เร่งด้วน เพื่อเข้าใจความสำคัญของสิ่งที่ Rubio กล่าวในวันศุกร์ จำเป็นต้องย้อนดูเส้นทางที่นำมาสู่จุดนี้ก่อน ต้นสัปดาห์ Axios และสื่ออื่นๆ รายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเข้าใกล้ บันทึกความเข้าใจ 14 ประเด็นในหน้าเดียว ที่จะยุติสงครามและวางกรอบสำหรับการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน วอชิงตันรอการตอบสนองจากเตหะรานใน “ประเด็นสำคัญหลายประการ” ภายใน 48 ชั่วโมง ในวันพฤหัสบดี อิหร่านยืนยันว่ากำลัง “พิจารณาข้อความ” ที่ได้รับจากสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางปากีสถาน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือส่งคำตอบ ตามสื่อของรัฐอิหร่านที่อ้างอิงเจ้าหน้าที่อิหร่าน และตอนนี้ในวันศุกร์ Rubio…

  • |

    ใครยิงก่อน? ช่องแคบฮอร์มุซร้อนระอุอีกครั้ง ขณะข้อตกลงหยุดยิงและตลาดน้ำมันตกอยู่ในอันตราย

    ในโลกที่ความขัดแย้งสมัยใหม่มักดำเนินไปในลักษณะ “หยุด-เริ่ม” อย่างไม่สม่ำเสมอ สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งในวันพฤหัสบดีว่า ทุกความหวังที่สร้างขึ้นมาสามารถถูกพังทลายลงได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เมื่อกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากยิงใส่กันในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้ยิงก่อน ท่ามกลางความพยายามทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่และความหวังว่าสงครามกว่าสองเดือนจะสิ้นสุดลง “ใครยิงก่อน?”: คำถามที่ไม่มีคำตอบที่ง่าย หัวใจของวิกฤตในวันพฤหัสบดีคือการปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซที่ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากัน ในขณะที่ประธานาธิบดี Trump ยืนกรานว่าการหยุดยิงระหว่างวอชิงตันและเตหะรานยังคงมีผลบังคับใช้ แม้ว่าเขาจะอ้างว่าสหรัฐฯ “ทำลายล้างอย่างสมบูรณ์” ชาวอิหร่านที่เกี่ยวข้องในการปะทะ ฝ่ายอิหร่านให้เรื่องราวที่แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง โดยระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่กำลังเดินทางจากน่านน้ำชายฝั่งมุ่งหน้าสู่ช่องแคบ ซึ่งเป็นการกล่าวหาที่หากเป็นจริงจะถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ที่อิหร่านมีในน่านน้ำของตนเองและข้อตกลงหยุดยิง ความขัดแย้งระหว่างเรื่องเล่าของสองฝ่ายนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นอย่างมาก เพราะมันหมายความว่าทั้งสองฝ่ายสามารถอ้างได้ว่าตนเองกำลังตอบโต้การยั่วยุของอีกฝ่าย ไม่ใช่เริ่มการโจมตีก่อน ซึ่งในทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศมีความสำคัญอย่างมาก เส้นแบ่งระหว่างการหยุดยิงกับการสู้รบกำลังเลือนลางลงทุกวัน และนั่นคือสัญญาณที่น่ากังวลมากสำหรับทั้งกระบวนการทางการทูตและตลาดพลังงานโลก Shell CEO ส่งสัญญาณเตือน: ขาดแคลนน้ำมัน 1,000 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ผู้นำทางการเมืองกำลังถกเถียงกันว่าใครยิงก่อน โลกธุรกิจพลังงานกำลังเผชิญกับความเป็นจริงที่โหดร้ายกว่านั้น Wael Sawan CEO ของ Shell บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ออกมาเตือนนักลงทุนว่าตลาดน้ำมันกำลังเผชิญกับ การขาดแคลนน้ำมันถึง 1,000 ล้านบาร์เรล และสถานการณ์นี้จะยิ่งเลวร้ายลงทุกวันที่ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป ตัวเลข 1,000 ล้านบาร์เรลนั้นมหาศาลอย่างยิ่ง ในการเปรียบเทียบ ความต้องการน้ำมันดิบทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 100…